ซาวด์แทรกจากภาพยนต์ซูเปอร์ฮีโร่ ที่ดูไม่ค่อยจะฮีโร่เท่าไหร่อย่าง Deadpool

Dead the Deadpool

cover-13 w1

เพื่อให้เข้ากับประเด็น “ซูเปอร์ฮีโร่” ในนิตยสารลอปติมัม ไทยแลนด์ ผมขอเขียนเรื่องซาวด์แทรกจากภาพยนต์ซูเปอร์ฮีโร่อีกหนหลังจากที่เขียนไปเมื่อปีที่แล้วว่าซาวด์แทรกของ The Guardians of the Galaxy ถือว่าเป็นซาวด์แทรกออฟเดอะเยียร์ 
ซึ่งก็ออกมาเป็นแผ่นไวนีลคอลเลกชั่นซูเปอร์ลิมิเต็ดพร้อมงานอาร์ตเวิร์กสวยสุดๆ ในปีนี้ผมขอแนะนำซูเปอร์ฮีโร่ที่ดูไม่ค่อยจะฮีโร่ เท่าไหร่อย่าง Deadpool แม้ว่าจะมีภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์ต่างๆ มาจ่อคิวอยู่ทั้ง Captain America: Civil Wars จาก
ค่ายมาร์เวลล์ หรือ Batman VS Superman: Dawn of Justice จากค่ายดีซีก็ตาม

Deadpool-International-One-Sheet w1

ผมบอกเลยว่าผมผิดหวังกับแบทซุปพอสมควร เพราะเมื่อเห็นป้ายยี่ห้อดีซี ผมคาดหวังมาตรฐานหนังฮีโร่ที่ดราม่าและมืดหม่น ไม่ใช่หนังป็อปคอร์น (หนังที่ดูเอาสนุก ไม่มีอะไรให้กลับมาคิดต่อหลังจบ) อย่างค่ายมาร์เวลล์ เพราะ Christopher Nolan (คริสโตเฟอร์ 
โนแลน) สร้างมาตรฐาน The Dark Knight ไตรภาคไว้แบบนั้น ส่วนตัวผมคิดว่าฝั่งดีซีน่าจะจ้างผู้กำกับระดับสองพี่น้องโคเอน 
จาก No Country for Old Men มากำกับนะครับ น่าจะได้หนังที่อารมณ์อึดอัดและจบแบบมึนๆ ดีกว่านี้แน่ๆ ซาวด์แทรก Deadpool นั้นเป็นการสานฝันเด็กวัยรุ่นที่เติบโตมากับคอมิกเรื่องนี้ เพราะหลากหลายเพลงนั้นก็ชวนให้ระลึกถึงบรรยากาศช่วงที่คอมมิกนี้ตีพิมพ์ (คือช่วงต้นยุค ’90s) ซึ่งตัวเอกอย่าง Deadpool นั้นเป็นประเภท Anti-Hero คือไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่ได้เลวร้าย จึงโดนใจสาวกคอมิกอย่างมากมาย และที่สำคัญ หากตัวเอกอย่าง Ryan Reynolds (ไรอัน เรย์โนลดส์) ไม่ต่อสู้กับค่าย 20th Century Fox มาตลอดสิบปีเพื่อคลอดโปรเจ็กต์นี้ให้สำเร็จนั้น เราก็คงจะไม่มีโอกาสได้ยลโฉมซูเปอร์ฮีโร่สุดเกรียนนี้บนจอเงินอย่างแน่นอน ไรอันคือที่สุดของคาแรกเตอร์ เขาเหมาะกับบทนี้เป็นอย่างมาก และเขาเองก็อินกับตัวละครมากจนกระทั่งขโมยชุดจากกองถ่ายออกไปใส่เดินบนท้องถนน คุณผู้อ่านทราบไหมครับว่า Internet Meme หรือ Viral เกือบทุกตัวของภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ถูกปล่อยออกมาก่อนหนังฉายนั้นคือความคิดของเขาเกือบทั้งหมด เขาให้สัมภาษณ์ว่า ทันทีที่ว่างเขาก็จะสวมชุด Deadpool และถ่ายอะไรบ้าๆ บอๆ เก็บไว้เป็นสต็อก และก็เอามาตัดต่อกันเอง เนื่องจากเป็นหนังทุนต่ำ เพราะฟ็อกซ์เองก็ไม่ได้คิดว่าจะทำกำไรอะไรมากมาย เขาและทีมงานจึงไม่มีความกดดันมากมาย และสามารถเล่นสนุกกันได้อย่างเต็มที่ ขอสปอยล์นิดนะครับ 
ถ้าทุกคนจำฉากตอนใกล้จบที่ Deadpool จะไปลุยกับเหล่าร้าย 
แต่กลับลืมถุงอาวุธสงครามกันได้ คือ เป็นบทที่ตั้งใจเขียนมา
แบบนั้นเลยนะครับ เพราะกองถ่ายงบหมด ไม่สามารถถ่ายทำ
ฉากเอฟเฟกต์จัดๆ ยิงกันระเบิดได้อีกแล้ว จึงมีแค่ฉาก Deadpool 
ควงดาบคู่กระโดดลงมาจากรถแท็กซี่ ซึ่งไรอันเองก็ทุ่มสุดๆ กับภาพยนตร์เรื่องนี้ เขาเดินสายออกโปรโมทภาพยนตร์ทั่วโลกด้วยตัวเอง เขาไม่ปฏิเสธการสัมภาษณ์ใดๆ ไม่ว่าสื่อจะเล็กแค่ไหน 
ขอคารวะในความอดทนของพี่แกจริงๆ … โอเคครับ ขอกลับมา
เข้าเรื่องซาวด์แทรกสุดเก๋ที่ผมคิดว่าควรจะได้รับรางวัลออสการ์
สาขา “โดนใจ” กันดีกว่าครับ

1988: Rappers Salt-N-Pepa and their DJ Spinderella pose for a portrait in 1988. (Photo by Michael Ochs Archives/Getty Images)

ไรอันเล่าให้ฟังว่า เพลงประกอบเทรลเลอร์ฉากที่  Deadpool นั่งไขว่ห้างวาดการ์ตูนอยู่บนสะพานก่อนจะกระโดดลงไปเริ่มฉากบู๊นั้น เขาตัดใจเลือกเพลง Shoop จากวง Salt-n-Pepa เพราะไม่สามารถสู้ค่าลิขสิทธิ์ของเพลงที่พวกเขาอยากได้จริงๆ ได้ เพราะงบการสร้างอันจำกัดจำเขี่ยของหนัง ไรอันจึงต้องใช้ความสนิทสนมส่วนตัวมาเลือกเพลงนี้แทน ซึ่งก็เข้ากับหนังเป็นอย่างมาก และผมก็มั่นใจว่า ถ้าไม่ได้ Tom Holkenborg (ทอม โฮลเคนบอร์ก) หรือ Junkie XL ดีเจรีมิกเซอร์ที่โด่งดังในทศวรรษที่แล้วมาทำ เพลงก็คงไม่สุดขนาดนี้แน่ๆ แต่ช่วงนี้เป็นขาขึ้นของทอมนะครับ เพราะเขาก็ได้ไปเป็นมือขวาให้ Han Zimmers 
(ฮาน ซิมเมอร์ส) คอมโพสเซอร์ที่ทำเพลงให้กับไตรภาค The Dark Knight ของโนแลน หรือถ้าคุณติดใจดนตรีประกอบภาพยนตร์สายลับอย่าง Spectre นั้น ก็แอบกระซิบว่าทอมก็มี
ส่วนร่วมด้วยนะครับ ประเด็นหลักของผมก็คือ ไรอันมีรสนิยมในการเลือกเพลงประกอบภาพยนตร์ที่สุดมาก โดยเฉพาะฉากจบที่เขาเลือกเพลง Careless Whisper ของวง Wham ที่เป็นเพลงรัก
บัลลาร์ดสุดอมตะมา อาจจะไม่ถูกใจคออินดี้บ้านเรามากนัก แต่ผมคิดว่าเพลงนี้เพราะมาก เวอร์ชั่นออริจินัลออกมาเมื่อปีค.ศ. 1984 และกลายมาเป็นท็อปฮิตของชาร์ตทั้งทางฝั่งอเมริกาและยุโรป ส่วนในบ้านเราตอนนั้น ทุกบาร์ ทุกคลับ ทุกตรอกซอกซอยก็ต้องเล่นเพลงนี้

Soundtrack Deadpool ขึ้นท็อป 30 ในบิลบอร์ด แม้จะไม่แรงเทียบเท่าที่ The Guardians of the Galaxy เคยทำมาก่อน
ในปีค.ศ. 2014 แต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร อาจจะเป็นเพราะเพลงมีน้อยกว่าสกอร์ก็เป็นได้ อีกเพลงที่ผมรักมาก 
แต่กลับไม่ถูกบรรจุอยู่ในอัลบั้มเต็มคือเพลง Will You Sill Love Me ของวง Chicago ที่เปิดเพียงสั้นๆ ในช่วงที่พระนางเจอกันเป็นครั้งแรกครับ ลองซื้อบลูเรย์มาเปิดฟังกันดูได้ ส่วนตัวผมยังไม่เห็นซาวด์แทรกแผ่นนี้วางขายในประเทศไทยนะครับ แต่ก็อาจจะหลง
หูหลงตาไปเอง เอาเป็นว่าถ้าปีนี้จะเป็นปีแห่งซูเปอร์ฮีโร่ ผมขอคารวะ Deadpool และไรอัน เรย์โนลดส์สุดหัวใจครับ

Content by Patrick C.

 

Related Post