กิฟ – รักกิจ ควรหาเวช ศิลปินสตรีทอาร์ตผู้ใช้แพชชั่นเป็นกุญแจสำคัญเพื่อเพิ่มพลังในการสร้างสรรค์งานที่เขารัก

Trust in Your Passion

ทำความรู้จักกับกิฟ – รักกิจ ควรหาเวช ศิลปินสตรีทอาร์ตผู้ใช้แพชชั่นเป็นกุญแจสำคัญเพื่อเพิ่มพลังในการสร้างสรรค์งานที่เขารัก จากการเข้าสู่วงการแบบไม่ถนัด และไม่มีพื้นฐานจนกระทั่งกลายมาเป็นหนึ่งในศิลปินสตรีทอาร์ทที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในประเทศไทย

s03-461_w1

<<ถ้าผมตื่นเต้นกับงานชิ้นไหนมากๆ ผู้ชมก็จะตื่นเต้นไม่ต่างจากที่เรารู้สึก ผมเองไม่เคยยึดติดกับความสำเร็จหรือความภูมิใจใดๆ นานครับ เพราะแรงผลักดันในการทำอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ผมอยากจะหาเทคนิคใหม่ๆ มาสร้างงานของผม เพราะผมชอบความรู้สึกเวลาตัวเองเจออะไรใหม่ๆ ก่อนคนอื่น
เหมือนกับเจอก่อนได้เปรียบก่อน>>

epson 1_040edit_w3

“ผมทำงานโดยคิดถึงวิธีการเอาตัวรอดครับ” รักกิจเปิดบทสนทนากับเราอย่างอารมณ์ดี “ผมเริ่มต้นงานสตรีทอาร์ทเพราะพี่ P7 (เจนวิทย์ ลิ้มธรรมรงค์)ชวนผมเข้าวงการ ซึ่งผมไม่เก่งฟรีแฮนด์เหมือนศิลปินคนอื่นๆ ผมจึงต้องหาวิธีการเอาตัวรอดเพื่อสร้างงานให้ได้ และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ผมได้พัฒนาเทคนิคการทำสเตนซิลแบบเฉพาะตัว ซึ่งต่อยอดมาจากงานทดลอง Block Stencil ที่ใช้พ่นตัวอักษร เป็นสไตล์การสร้างตัวอักษรและพ่นต่อเป็นภาพอื่นได้เหมือนเลโก้ ทำให้เราสร้างงานได้อย่างไม่จำกัดครับ” หลังจากงานทดลองครั้งนั้น รักกิจก็พัฒนาต่อยอดวิธีการทำงานอันเป็นเอกลักษณ์ จากการสร้างตัวอักษร มาเป็นการสร้างภาพ จนกระทั่งกลายเป็น
งานเอกลักษณ์ชัดเจนในปัจจุบัน เขาเสริมว่า “ตั้งแต่ที่ทำงานศิลปะมา ผมไม่เคยคิดว่าจะให้ใครมาชอบหรือชื่นชม เพราะถ้าทำงานโดยคิดถึงคนอื่นก่อน จะทำงานยากมาก ผมต้องคิดถึงตัวเองก่อนว่าผมชอบงานนี้ไหม และ
ถ้าได้งานที่โจทย์ยากๆ ผมจะยิ่งตื่นเต้น และภูมิใจที่ได้ทำงานนั้น ผมเชื่อเสมอว่า ถ้าผมตื่นเต้นกับงานชิ้นไหนมากๆ ผู้ชมก็จะตื่นเต้นไม่ต่างจากที่เรารู้สึก ผมเองไม่เคยยึดติดกับความสำเร็จหรือความภูมิใจใดๆ นานครับ เพราะแรงผลักดันในการทำอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ผมอยากจะหาเทคนิคใหม่ๆ มาสร้างงานของผม เพราะผมชอบความรู้สึกเวลาตัวเองเจออะไรใหม่ๆ ก่อนคนอื่น เหมือนกับเจอก่อนได้เปรียบก่อนน่ะครับ”

เวลาห้าปีในแวดวงสตรีทอาร์ทนั้นอาจจะไม่นานนัก แต่ผลงานของเขาก็ได้รับการยอมรับในวงกว้าง เขาได้รับเชิญไปสร้างงานสตรีทอาร์ทมาแล้วมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เขาเฝ้ามองผู้ชมที่หลั่งไหลมาดูงานของเขาพร้อมตั้งคำถามถึงคุณค่าของงานสตรีทอาร์ท นอกเหนือไปจากความภาคภูมิใจส่วนตัวของตัวเอง ในที่สุดเขาก็ได้คำตอบ “คุณค่าของงานแบบนี้คือความเป็นสาธารณะ ไม่มีการตั้งกรอบว่างานสตรีทอาร์ตต้องเป็นอย่างไร ต้องใช้เทคนิคไหน ตัวงานจะสื่อสารอะไรหรือไม่สื่อสารอะไรเลยก็ได้ ผู้เสพผลงานจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าผลงานดังกล่าวสร้างผลกระทบอะไรบ้าง เพราะงานสตรีทอาร์ทเป็นการปะทะกันโดยตรงระหว่างผู้เสพกับผลงาน จินตนาการที่เกิดขึ้นนั้นก็ถือว่าเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งของคนทำงานศิลปะแล้ว” เขายังเสริมอีกว่า ธรรมชาติของเขานั้น เขาชอบงานที่มีโจทย์ ไม่ว่าจะเป็นงานที่สร้างสรรค์เองหรืองานที่ทำให้กับแบรนด์ต่างๆ เพราะเขาเชื่อว่าทุกแบรนด์ล้วนแล้วแต่มีเรื่องราวที่เขาสามารถหยิบจับมาเล่าได้ การได้ทำงานกับแบรนด์ใหม่ๆ ก็เหมือนการทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ นั่นทำให้เขาสนุกกับการผลิตงานตลอดเวลา

ผลงานล่าสุดของเขามีชื่อว่า Eagle ซึ่งมีคอนเซ็ปต์มาจากคำว่า ‘Trust in You’ เขาบอกว่าเขาตีความจากความทรงจำวัยเยาว์ “ผมชอบเล่าเรื่องผ่านภาพสัตว์ งานชิ้นนี้ผมตีความในเรื่องความซื่อสัตย์ และความไว้ใจซึ่งกันและกัน ซึ่งนั่นเป็นคุณสมบัติที่ถูกปลูกฝังมาตอนเรียนลูกเสือสมัยเด็กๆ เพราะนั่นคือการสอนให้ไว้ใจในตัวเพื่อน ผมจึงสื่อออกมาเป็นอินทรีที่ภายในเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ของลูกเสือ เพื่อสื่อถึงความทรงจำแรกๆ ในชีวิตที่มีเกี่ยวกับความเชื่อใจในกันและกัน” โดยงานของเขาไม่ว่าจะเป็นสเกลใหญ่หรือเล็ก เขาจะพิมพ์ออกมาเช็คงานทุกขั้นตอนตั้งแต่ดราฟต์ สเก็ตช์ และพรูฟ เพื่อเป็นการทดสอบก่อนผลิตผลงานจริง เขาเลือกที่จะพิมพ์ผลงานลงบนวัสดุที่ใกล้เคียงกับชิ้นงานจริง และด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ที่ก้าวหน้า ก็ทำให้งานของเขาง่ายขึ้นอีกมากทีเดียว

“แพชชั่นในการทำงานของผมคือการท้าทายตัวเองตลอดเวลา” เขาสรุป “สำหรับผม งานยิ่งหนัก เท่ากับได้ท้าทายตัวเองมากขึ้น มีกลัวจะทำไม่ได้บ้าง แต่ไม่เคยท้อเลยครับ ผมดีใจที่ความหลงใหลในงานของผมดึงดูดโอกาสต่างๆ เข้ามา และเมื่อได้โอกาสมากขึ้น ชีวิตก็ยิ่งท้าทายมากไปด้วย นั่นคือพลังงานที่ผมใช้ดำเนินชีวิตในแต่ละวัน”

ผลงานของรักกิจที่ถูกพิมพ์ผ่านพรินเตอร์ Epson SureColor SC-F6270 และ Epson SureColor
SC-F2000 ลงบนวัสดุที่เป็นผ้าหลากหลายประเภท

Related Post