ยุคที่อะไรๆ ก็ไปดิจิตอลกันหมด สิ่งที่น่าสนใจคือยอดขายแผ่นไวนิลและเทปที่เพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ

The Future is Analogue

เปิดปีค.ศ. 2017 มาได้ยังไม่ทันครบไตรมาส คุณคงทราบดีแล้วว่า เศรษฐกิจไม่ได้กระเตื้องขึ้นไปกว่าปีที่ผ่านมาเลย อย่างน้อยก็ในภาพรวมที่เราเองก็รู้อยู่แก่ใจ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากนี่แทบจะไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว สำหรับคนทำงานออฟฟิศกินเงินเดือน ข้าราชการ หรือพ่อค้าแม่ค้าทั่วไป จะเอาเงินเดือนที่ได้ไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เขาว่าผลตอบแทนดีที่สุดแล้ว ก็คงจะมืดหม่นพอสมควร เพราะคอนโดมิเนียม ห้องพัก บ้านจัดสรร หรือแม้แต่อาคารพาณิชย์นั้นก็เกิดภาวะ Over Supply เฟ้อเต็มท้องตลาดแบบน่ากลัวมาก

Rhythm collage_w1

ผมไม่ได้จะมาวิเคราะห์เศรษฐกิจของประเทศให้ชาวลอปติมัมฟังกันหรอกครับ เพราะผมคิดว่าคุณผู้อ่านลอปติมัมน่าจะเชี่ยวชาญด้านนี้กันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ส่วนตัวผมอยากจะนำเสนอการลงทุนแนวใหม่ที่มาแรงในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก จะได้เป็นทางเลือกให้กับคุณผู้อ่านที่พอมีสตางค์เหลือใช้ ไม่อยากฝากแบงค์ให้เงินเฟ้อกินไปเปล่าๆ หรือซื้อสลากออมสินซึ่งโอกาสถูกมีสเกลต่ำม้าก(เสียงสูง)

ปีนี้ถือเป็นปีแห่งแผ่นเสียง หรือแผ่นไวนิลครับ โดยเฉพาะแผ่นเสียงของศิลปินชาวไทย ใช่ครับ … คุณอ่านไม่ผิดหรอก แผ่นเสียงเพลงไทยมาแรงจริงๆ ครับ ผมยอมรับเลยนะครับว่าส่วนตัว ผมไม่ค่อยจะอินกับเพลงไทยสักเท่าไหร่ แต่ก็ต้องบอกข้อเท็จจริงนะครับว่า แผ่นไวนิลเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากับการลงทุนเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเราเลือกเป็น โดยเลือกวงที่มีทิศทางชัดเจน มีความเป็นตำนาน หรือเป็นแผ่นไวนิลที่ผลิตมาจำนวนจำกัด อย่างแผ่นไวนิลของวงดนตรีสตริงไทยสากลในยุค ’60s – ’70s นี่ก็ราคาแพงลิ่วแล้วในยุคนี้ นักสะสมชาวญี่ปุ่นและอเมริกันก็มาตามไล่ล่าของในบ้านเรากันอย่างจริงจัง ราคายกเซ็ตนี่ถึงหลักหมื่นและหลักแสน อย่างว่าครับ แผ่นไวนิลเพลงไทยในยุคนั้นจะผลิตที่ประเทศอเมริกาหรือประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด คุณภาพก็ระดับโลกครับ แต่พอมาถึงช่วงยุค ’80s ก็ไม่ค่อยผลิตในต่างประเทศแล้ว เพราะสามารถผลิตในประเทศได้ แต่ก็แลกกับคุณภาพเสียงที่แย่มาก ย้ำว่าแย่มากนะครับ คือคนละเรื่องกับแผ่นที่ผลิตต่างประเทศเลยทีเดียว แต่ในปีนี้ศิลปินรุ่นใหญ่ระดับตำนานของบ้านเราที่คนไทยทุกคนน่าจะรู้จักกันหมดก็ทยอยออกแผ่นไวนิลแบบรีมาสเตอร์กันมาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นที่คุณภาพเสียง และวัสดุในการผลิต ไปจนถึงงานอาร์ตเวิร์กบนปกที่นำมาผลิตใหม่ ส่วนตัวผมเห็นว่าชุดที่น่าจับตามองได้ออกมาแล้วสองศิลปิน ได้แก่ อัสนี-วสันต์ และเต๋อ – เรวัต พุทธินันทน์

เริ่มต้นแนะนำกันที่แผ่นไวนิลของป๋าอัสนี-วสันต์ ขาร็อกขวัญใจคุณลุงคุณอาคุณน้าที่เราๆ รู้จักกันดี ทั้งคู่คือศิลปินต้นแบบวงร็อกในประเทศไทย มีรากเหง้ามาจากเพลงร็อกในยุค ’70s งานของพวกเขาน่าศึกษา และน่าลงทุนเพื่อเก็บประดับตู้เก็บแผ่นไวนิลที่บ้านเราเป็นอย่างยิ่ง บ็อกซ์เซ็ตไวนิลฉลองครบรอบ 30 ปีอัสนี-วสันต์เพิ่งจะถูกนำมารีมาสเตอร์เพื่อจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในจำนวนที่จำกัดมากๆ (ย้ำว่าจำกัดจริงๆ ครับ) สิ่งที่น่าสนใจคือ บ็อกซ์เซ็ตมีทั้งหมด 7 อัลบั้ม โดยทุกอัลบั้มนั้นมีการมาสเตอร์ซาวด์ใหม่หมด ให้เสียงไดนามิก เหมาะกับขาร็อกที่ชอบฟังเพลงร็อกแบบออริจินอล โดยบ็อกซ์เซ็ตชุดนี้ควบคุมการผลิตและทำมาสเตอร์โดยซาวด์เอ็นจิเนียร์ระดับโลกที่เคยได้รับงวัลแกรมมี่อวอร์ดส์มาแล้ว สารภาพเลยว่าตอนที่ผมเห็นชื่อ Bernie Grundman (เบอร์นี่ กรุนด์แมน) ในหน้าเครดิตของแผ่น ผมถึงกับร้องเฮ้ยเลยทีเดียว เบอร์นี่มีสตูดิโอทำมาสเตอร์ให้ศิลปินระดับโลกที่ประเทศอเมริกาและญี่ปุ่น เขาเคยทำมาสเตอร์ให้กับ Dr. Dre (ด็อกเตอร์เดร) Donna Summer (ดอนน่า ซัมเมอร์) Michael Jackson (ไมเคิล แจ็กสัน) และศิลปินอื่นๆ อีกมากมาย ฟังแค่นี้ก็สุดแล้วครับ แผ่นชุดนี้ผมได้ลองฟังตั้งแต่ตัวแผ่นมาสเตอร์ที่ทางโรงงานผลิตเป็นแผ่นแรกเพื่อให้ผู้จัดจำหน่ายได้เทสต์เสียงก่อนว่าได้ถึงอรรถรสระดับเวิลด์คลาสไหม ต้องบอกว่าผมเป่าปากร้องอู้หูกันเลยทีเดียว เสียงไม่บาง มีไดนามิก ขนาดหูผมไม่เทพนะ ยังฟังได้ขนาดนี้ ส่วนงานอาร์ตเวิร์กก็สวยมากครัว เป็นงานมาสเตอร์พีซเลยทีเดียว ควรค่าแก่การเก็งกำไร … เอ๊ย … แก่การเก็บสะสมเป็นอย่างยิ่ง

ส่วนไวนิลเซ็ตของพี่เต๋อ – เรวัตนั้นเปิดจองกันข้ามปี คาดว่าตอนนี้ไม่น่าจะหาได้ในท้องตลาดง่ายๆ นะครับ งานของพี่เต๋อนั้นถือเป็นบรมครูแห่งการเปิดโลกเพลงป็อปร็อกยุคใหม่ในประเทศไทย พี่แกเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินและวงการเพลงไทยเป็นอย่างมาก ไวนิลบ็อกซ์เซ็ตชุดนี้ผลิตในประเทศอเมริกา นำมามาสเตอร์ใหม่ระดับเวิลด์คลาส แผ่นเก่าของพี่แกนี่ราคาแผ่นละเกินสองหมื่นบาทไปแล้ว แต่รุ่นเรากลับมีโอกาสได้เก็บสะสมใหม่ในราคาที่ถูกลง และเสียงระดับไฮเดฟ ครบทุกชุดที่พี่แกเคยออกมา มีออกมาในแบบลิมิเต็ดเหมือนกัน ลองตามกันดูครับ

และมีคนเคยถามผมว่าถ้าไม่ไปซื้อแผ่นไวนิลหิ้วเองที่ประเทศญี่ปุ่น (ผมเคยเขียนแนะนำคลังแสงในโตเกียวไว้ในลอปติมัมฉบับเดือนเมษายน 2016 ที่ผ่านมา ไปลองเปิดหาอ่านกันได้ครับ) แล้วจะซื้อได้ที่ไหนในสยามประเทศ ร้านที่ผมไว้ใจมามากกว่าสิบปีมีเพียงร้านเดียวครับ ผมขอเรียกร้านนี้ว่า ‘บ้าน’ น่าจะตรงมากกว่าครับ ร้านชื่อว่า ‘ร้านแผ่นเสียง’ ตรงๆ แบบนี้เลยครับ เรียกง่ายจำง่าย อยู่แถวประดิพัทธ์ ร้านนี้มีเพลงสากลทุกสไตล์จากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นเพลงอินดี้ แจ๊ซ ร็อกทุกยุค แดนซ์ สายย่ออะไรมีหมดครับ อยากได้อะไร ขอบอกว่ามีหมดจริงๆ ราคาก็น่าจะพอๆ กับซื้อผ่านเว็บ amazon.com คือ แทบจะไม่ต่างเลยครับ แถมได้ลองสินค้าอีกด้วย ถ้าจะหาเพลงไทยมาสเตอร์ ที่นี่ก็มีหมด จะเก่าหรือจะใหม่ เพราะเป็นผู้จัดจำหน่ายที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ส่วนตัวผม เวลาไปแวะที่นี่ ผมจะซื้อแผ่นแนวอิเลกทรอนิกส์ไม่ว่าจะเป็น Justice ชุดใหม่ ซาวด์แทร็กของภาพยนตร์เรื่อง La La Land ผมก็ได้จากที่นี่ ถือว่าเป็นคลังแสงแผ่นไวนิลส่วนตัวของผมเลยก็ว่าได้ครับ บรรยากาศกิ๊บเก๋า ถ้าคุณผู้อ่านสนใจลองไปแวะดูบรรยากาศในเพจเฟซบุคของร้านดูก่อนก็ได้ครับ (www.facebook.com/NokBangkokHifi)

แอบกระซิบดังๆ อีกครั้งก่อนจบครับ เพลงไทยน่าสะสมที่กำลังจะทยอยออกมาให้เสียเงินก็มีทั้งบ็อกซ์เซ็ตของโมเดิร์นด็อก สครับบ์ และพอส เตรียมกระเป๋าสตางค์กันไว้ให้ดีๆ นะครับสำหรับคอลงทุน เพราะนี่ถือเป็นการลงทุนในรูปแบบใหม่เลยครับ สนุกตรงนี้เลยนะครับ และอย่าลืมซื้อเครื่องเล่นแผ่นเสียงคุณภาพดีด้วยนะครับ อย่าเอาแบบสวยอย่างเดียว เราจะได้อรรถรสในการฟังแผ่นเสียงเต็มรูปแบบคุ้มค่า สมราคาฟอร์แมตต์ที่ดีที่สุดในโลก แบบเทคโนโลยีดิจิตอลก็เอาชนะไม่ได้ครับ ผมเชื่อเสมอครับว่า ‘Vinyl is Forever.’

Related Post