อ่านแล้วคุณจะรู้ว่าดนตรีคือสิ่งสำคัญในชีวิตมนุษย์จริงๆ

Music is My Life

ทำความรู้จักกับผู้หลงใหลในเสียงดนตรีและเครื่องดนตรี ทั้งนักดนตรี ผู้สะสมเครื่องดนตรี ผู้หลงใหล
ในแผ่นเสียง และครูสอนดนตรี แล้วคุณจะเข้าใจจริงๆ ว่า ดนตรีคือสิ่งสำคัญในชีวิตมนุษย์จริงๆ

006

นริศร จารุภวงศ์

ผู้สะสมกีตาร์ด้วยความรัก

นักธุรกิจรุ่นใหม่อย่างจิม – นริศร จารุภวงศ์ ผู้รับตำแหน่ง General Manager ของบริษัท Thai-Inter Molasses Co., Ltd. คนนี้มีเรื่องที่เขาหลงใหลอย่างหมดใจนั่นคือ กีตาร์ ผมเริ่มเล่นกีตาร์โปร่งมาตั้งแต่ป. 6 แล้วครับ พอม. 2 ก็เริ่มเล่นกีตาร์ไฟฟ้าเป็นครั้งแรก ต่อมาช่วงม. 3 – ม. 6 ก็ตั้งวงดนตรีเล่นกับเพื่อนๆ มีประกวดดนตรีที่โรงเรียนบ้างประปราย ต่อมาเมื่อเก้าปีที่แล้ว ผมได้ทำวง The Little Match Girl และออกอัลบั้มสไตล์บริทป็อปชื่อ The Sheep Story มีเพลงติดชาร์ตของ Fat Radio สองเพลงด้วยครับ” แม้ว่าในปัจจุบันจิมจะต้องกลับมารับหน้าที่ดูแลกิจการของครอบครัว แต่เขายังเจียดเวลาทุกวันเสาร์ไปซ้อมดนตรีกับเพื่อนๆ เพื่อผ่อนคลายอีกด้วย

สำหรับจิมแล้ว กีตาร์เป็นเครื่องดนตรีที่มีเสน่ห์ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกทำให้มันสามารถแปลงร่างเป็นของแต่งบ้านได้อีกด้วย นอกจากนั้น หากตัวใดมีประวัติ ผลิตจำนวนจำกัด หรือเป็นโมเดลที่ศิลปินชื่อดังใช้ ก็จะแปลงร่างจากของสะสมธรรมดากลายเป็นของสะสมล้ำค่าไปในทันที สำหรับผมแล้ว กีตาร์แบ่งออกเป็นสองประเภท นั่นคือ กีตาร์สำหรับเล่น และกีตาร์สำหรับสะสม ถ้าเป็นกีตาร์ประเภทเล่น ผมจะชอบกีตาร์บูติคอย่าง James Tyler, John Suhr และ Tom Anderson เพราะผลิตโดยช่างฝีมือระดับต้นของโลกจากอเมริกาที่เคยมีตำแหน่ง Masterbuilders ของแบรนด์กีตาร์ดังๆ ก่อนจะมาสร้างแบรนด์ตัวเองนะครับ เสียงและสัมผัสดีมาก แต่ละตัวก็มีเอกลักษณ์ชัดเจน เห็นแว้บเดียวก็รู้ว่าเป็นยี่ห้ออะไร ส่วนกีตาร์สะสม ผมเน้นยี่ห้อ Gibson และ Fender เพราะมีกีตาร์หายาก ประวัติน่าสนใจให้เลือกสะสมเยอะครับ”

กีตาร์ตัวที่จิมรักและหวงมากที่สุด ณ ปัจจุบันก็ได้แก่ Gibson Custom Slash Les Paul Snakepit ที่ผลิตเพียง 100 ตัวในโลก จิมได้ครอบครองตัวที่ 5 โดยตัวที่ 1-4 นั้นอยู่กับ Slash มือกีตาร์วง Guns N’ Roses ซึ่งราคาก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน แต่อย่างไรก็ดี Charvette Made in Japan หรือกีตาร์ไฟฟ้า
ตัวแรกของเขาที่คุณพ่อคุณแม่ซื้อให้ตอนมัธยมนั้นก็ถือว่าเป็นกีตาร์ที่มีคุณค่าทางจิตใจสูงมาก กีตาร์ตัวนี้ทำให้เขาเล่นกีตาร์ไฟฟ้าต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

จิมยืนยันว่าสำหรับเขาแล้ว ดนตรีคือชีวิต และเขาก็คงจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้หากโลกนี้ปราศจากเสียงกีตาร์ สำหรับคนที่จะเริ่มสะสมกีตาร์ ถามตัวเองว่าคุณชอบเพราะอะไร ความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ ผมแค่อยากจะแนะนำสั้นๆ ว่า ก่อนจะตัดสินใจซื้อกีตาร์ ควรทำการบ้านให้ดี เช็คราคาและประวัติกีตาร์ให้ถี่ถ้วน ถ้ามีโอกาส ก็ควรลองเล่นก่อนซื้อจริงนะครับ แล้วคุณจะมีความสุขเหมือนกับผม”

004

My Life as Ali Thomas
วงดนตรีอินดี้

My Life as Ali Thomas ถือว่าเป็นหนึ่งในศิลปินอินดี้ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในยุคนี้ เพลงของพวกเขาติดชาร์ตของ Cat Radio อย่าง
ต่อเนื่อง และก็ได้ทำเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Moment อีกด้วย ตอนที่เราทำเพลง เหมือนกับว่าเราอยู่ในโลกส่วนตัวของเรา ตัดขาดออกจากทุกอย่าง มีแค่ตัวเราเอง มีคนชอบถามว่า Ali Thomas นิสัยอย่างไร เขาก็คือเรานั่นแหละ แต่เป็นเราในอีกตัวตนหนึ่ง เป็นโลกส่วนตัวที่อยู่แล้วสงบคนเดียว” พาย – กัญญภัค วุธรา

นักร้องนำ มือกีตาร์ และนักแต่งเพลงประจำวงกล่าว พอทำงานกับคนอื่น ก็เหมือนกับว่าเรากำลังวาดภาพหนึ่งอยู่ แล้วก็มีคนอื่นมาช่วยวาดด้วย เราก็แค่ไปบอกเพื่อนๆ ในวงว่า เราอยากได้แบบนี้นะ และบางครั้งเราก็อาจจะได้ไอเดียอื่นเพิ่มขึ้นจากการทำงานกับเพื่อนอีกด้วยซ้ำ อาจจะได้ภาพใหม่ๆ ที่แปลกไป เป็นการวาดร่วมกันของหลายๆ คน”

สำหรับผมที่ทำงานในภาคดนตรี พอมีเนื้อร้อง มีเมโลดี้มา ผมก็เอามาดีไซน์ว่าอารมณ์ของเพลงจะ
ออกมาในทิศทางไหน” ตาว – วรรณพงศ์ แจงบำรุง มือกลองและผู้แต่งทำนองกล่าว สำหรับผม ชินกับการทำงานโฆษณา ถูกบังคับด้วยโจทย์ทุกวัน” แร็ก – วิภาต เลิศปัญญา มือกีตาร์เสริม ดังนั้น การทำเพลงประกอบภาพยนตร์ คือเราต้องหาว่าอะไรคือความพอดีระหว่างอารมณ์ของเพลง และโจทย์
ซึ่งไม่เหมือนการทำงานอัลบั้ม”

วงนี้เป็นหนึ่งในวงอินดี้ชาวไทยไทยที่ได้เข้าร่วมงาน Music Matters ที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อปีที่ผ่านมา  เป็นประสบการณ์ที่ดีมากเลยครับ พอเล่นเพลงจบ วงที่ดูอยู่หลังเวทีเขาก็เฮ เรารู้สึกดีที่เขาเคารพในผลงานของเรา ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ” ตาวกล่าวทิ้งท้าย แต่ถึงแม้ว่าจะไม่รู้จักกัน แต่ทุกคนก็พูดภาษาดนตรีเหมือนๆ กันนั่นเอง

FB: My Life as Ali Thomas

001

Jonas Dept

ศิลปินและนักเปียโน

นักเปียโนสัญชาติเบลเยี่ยมคนนี้ทำงานและอาศัยอยู่ในประเทศไทยมาได้สิบปีแล้ว ผมตกหลุมรักประเทศนี้เมื่อสิบปีที่แล้วครับ ตอนมาใหม่ๆ ผมเป็นครูสอนเปียโนให้กับโรงเรียนเปียโนเล็กๆ ในเชียงใหม่ และพอได้งานประจำเป็นนักเปียโนที่ Royal Academy of Dance ผมก็เลยอยู่ที่นี่ยาวเลยครับ” โจนัสเปิดบทสนทนากับเรา ผมเห็นโอกาสในการทำงานในฐานะศิลปินและนักเปียโนในประเทศไทยครับ ทุกครั้งที่ผมแสดงคอนเสิร์ตคลาสสิกที่เชียงใหม่ บัตรจะขายหมดตลอดเลยครับ อาจจะเพราะว่ามีชาวต่างชาติที่มาทำงานที่เมืองไทย รวมไปถึงชาวไทยที่เรียนดนตรีคลาสสิก แต่ไม่ได้มีโอกาสได้ฟังคอนเสิร์ตก็ได้นะครับ”

โจนัสบอกกับเราว่า โอกาสในการทำงานในฐานะ ศิลปิน’ ที่ประเทศบรัสเซลล์นั้นน้อยกว่าที่ประเทศไทยมาก เพราะข้อจำกัดหลายๆ อย่างรวมไปถึงการเปิดจองสถานที่สำหรับแสดงที่ต้องจองกันล่วงหน้า ทำให้เพื่อนๆ นักดนตรีของเขาที่ใช้ชีวิตที่บ้านเกิดนั้นต่างก็ผันตัวเองไปทำอาชีพครูสอนเปียโนกันเกือบหมด มีเพื่อนผมคนเดียวเท่านั้นครับที่ได้ทำอาชีพศิลปิน แต่เขาก็ย้ายไปอยู่ที่กรุงนิวยอร์กไงครับ” โจนัสหัวเราะ แต่ในเมืองไทย ผมพยายามที่จะหาสถานที่แสดงคอนเสิร์ตที่จะหลอมรวมเอาประสบการณ์การฟังดนตรีเข้าไป ให้คนฟังจำประสบการณ์ครั้งนั้นได้ แม้ว่าพวกเขาจะจำเพลงทั้งหมดไม่ได้ก็ตาม”

โจนัสเคยจัดแสดงคอนเสิร์ตที่ดาดฟ้าของศูนย์การค้าเมญ่า และเชียงใหม่ ซู อควาเรียม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งบัตรขายหมดอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้ โจนัสกำลังหาพื้นที่ใหม่ๆ ในการจัดแสดงคอนเสิร์ตในกรุงเทพมหานคร

FB: Jonas Dept The Pianologist

002

กีรตินันท์ สดประเสริฐ

ครูอ้วน แห่งโรงเรียนดนตรีคีตะนันท์

โรงเรียนดนตรีขนาดเล็กตั้งอยู่ในเอกมัยซอยสองแห่งนี้เปิดทำการมาได้ 29 ปีแล้ว โดยฝีมือของครูอ้วนผู้หลงใหลกีตาร์คลาสสิกมาตั้งแต่อายุ 11 ขวบ ตอนเด็กๆ ผมไปเดินเล่นที่ห้างเซ็นทรัล สีลม จู่ๆ ก็ได้ยินเพลงจากแผ่นเสียง และติดใจจนไปขอซื้อมา นั่นคือแผ่น Classic Guitar by John William เป็นกีตาร์โซโล่ครับ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นครับ” ครูอ้วนเปิดบทสนทนากับเรา และหลังจากนั้น ผมก็ซ้อมหนักมาก บางวันซ้อมถึง 16 ชั่วโมง ถึงขนาดที่คุณพ่อเอาน้ำมาสาดเพื่อให้เลิกเลยครับ”

ครูอ้วนทุ่มเทให้กับการเรียนกีตาร์คลาสสิกจนกระทั่งเขาตัดสินใจเดินไปบอกกับคุณพ่อว่า เขาจะไม่เรียนหนังสือแล้ว ผมจำได้ว่าคุณพ่อเรียกมาคุยว่าเอาจริงเหรอ ชีวิตนักดนตรีนี่จนมากเลยนะ” ครูอ้วนเล่าด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ แต่ผมก็คิดว่าไม่เกี่ยวกัน ผมชอบนี่นา ตายเป็นตาย ให้ผมตายไปกับดนตรีที่ผมรักนี่แหละ”

และด้วยความตั้งใจจริงของครูอ้วน ทำให้เขายึดอาชีพครูสอนกีตาร์คลาสสิกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราก็เห็นได้จากแววตาและอารมณ์ของเพลงที่เขาเล่นให้เราฟังตลอดการสัมภาษณ์นั้นว่าเขามีความสุขกับดนตรีที่เขารักจริงๆ การเล่นดนตรีไม่มีทางลัด จำคำนี้ไว้เลยครับ ทุกคนต้องฝึกซ้อมกันทั้งนั้น ผมเองก็เคยมีท้อครับ แต่ต้องดื้อ ฝึกต่อไปให้ได้ ดนตรีน่ะครับ พื้นฐานยาก ต้องอัดให้แน่น ทนลำบากตรงนี้ สักสี่ห้าปี ทนจนยืนให้ได้นะครับ พอฐานแน่นปุ๊บ ความสนุกก็เริ่มมา ทีนี้จะหยุดไม่อยู่แน่นอนครับ ผมออกจากโรงเรียนก็ตรงนี้ล่ะครับ” ครูอ้วนทิ้งท้าย

โรงเรียนดนตรีคีตะนันท์
โทร. 02-714-2388 / 081-581-9597

007

ตรีรัตน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์

แห่ง 1TO5 Piano Active
Music Therapy

ผมสอนเปียโนในรูปแบบเก่ามาตั้งแต่อายุสิบสี่ครับ สอนแล้วเครียด คนเรียนก็เครียด ผมก็เครียดตามไปด้วย และถ้าเรียนเครียดเรื่อยๆ ก็ไม่สนุกแล้วครับ และคนเรา เมื่อเครียดมากๆ ก็ต้องหาทางออก” และทางออกของครูตรีรัตน์ก็คือการสอนเปียโนโดยใช้ระบบตัวเลข เขาเชื่อว่าการเล่นดนตรีแบบนี้คือการอ่านหนังสือ และใครๆ ก็สามารถเล่นเปียโนได้ภายในครั้งแรกที่มาเรียนกับเขา

คนตั้งแต่สามขวบยันเก้าสิบปีที่มาเรียนกับผม เพลงหนึ่งใช้เวลาไม่ถึงห้านาที และผมก็เป็นคนกำหนดเองในเพลง เวลาเขียนโน้ต ก็เหมือนกับเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ตัดตัวไม่จำเป็นออกไป เหลือแต่เนื้อๆ เลยทั้งหมด” ครูตรีรัตน์อธิบาย คนที่มาเรียนกับผม คือ เขาต้องการอยากเล่นเป็น ผมใช้คำว่า อยากจะเล่นให้เหมือนกับที่เราได้ยินจากทีวีนั่นแหละ”

ดนตรีของครูตรีรัตน์เป็นดนตรีของศตวรรษที่ 21 ไม่ต้องซ้อม ก็เหมือนกับคนเล่นฟิตเนสนั่นล่ะครับ ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องฟิตเนสที่บ้านก็สามารถออกกำลังกายได้” และหลังจากที่ลองเรียนเปียโนตามแบบนี้ ก็พบว่าเราสามารถเล่นเพลงสั้นๆ ได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ จริงๆ

1TO5 Piano โทร. 081-668-9800 / 02-295-2236 www.triratfoundation.com

005

จิรภัทร อังศุมาลี
นักเขียนเจ้าของนามปากกา

สิเหร่’ ผู้สะสมเป็นเสียงเป็นชีวิตพี่โอ๋เป็นมากกว่าลูกค้าครับ เขาคือเพื่อน คือครูผู้ประสิทประสาทวิชาดนตรี ทำให้ผมมีวันนี้ได้” นกแห่งร้านแผ่นเสียงบอก โอ๋เป็นนักเขียนรุ่นเก๋าที่ใช้นามปากกาว่า สิเหร่’ เขาเป็นผู้คร่ำหวอดทั้งในวงการนักเขียนและวงการดนตรีมาอย่างยาวนาน หนังสือ ผีเพลง’ ที่เขาแต่งนั้นกลายมาเป็นคัมภีร์สำคัญให้กับผู้คนในวงการแจ๊ซ

ฉายาผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการนั้นไม่ได้มาเล่นๆ ความคิดและข้อเขียนของโอ๋มีผลต่อวงการแผ่นเสียงในประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะเขาสามารถแนะนำได้เป็นอย่างดีว่าวงไหนมีชื่อเสียงติดในระดับท็อปของแต่ละยุค และยังสามารถแจกแจงถึงประวัตินักดนตรี และความสำคัญของดนตรีในแต่ละยุค
ซึ่งทำให้นักฟังเพลงรุ่นใหม่สามารถยึดเป็นแนวทาง และนำไปต่อยอดความชอบทางดนตรีได้ไม่ยาก

นอกจากนั้น โอ๋ยังเคยออกแบบปกแผ่นเสียงให้กับวงดนตรีเพื่อชีวิตคนสำคัญอย่างวงคาราวาน เป็นผู้ทรงอิทธิพล และได้รับการยอมรับจากคนรุ่นหลังอย่างกว้างขวาง ความเก๋าเลียนแบบกันยากจริงๆ

003

พงศกร ดิถีเพ็ง

เจ้าของ ร้านแผ่นเสียง’

ผมเกิดในยุคแผ่นเสียง พ่อแม่ผมฟังแผ่นเสียง จึงเริ่มต้นจากความผูกพันกับแผ่นเสียง ถ้าจะถามผมว่าทำไมถึงแผ่นเสียง เพราะผมคิดว่าแผ่นเสียงมีเสน่ห์ คล้ายกับดนตรีสดที่สุด” นก หรือ พี่นก’ แห่ง ร้านแผ่นเสียง’ หรือผู้จัดจำหน่ายแผ่นเสียงคนสำคัญในประเทศไทยเล่าย้อนความหลัง “เริ่มต้นจากการที่พี่วิทย์เขาเปิดร้านแผ่นเสียงที่ฟอร์จูน แล้วผมได้มีโอกาสเข้าไปกรีดๆ แผ่นเสียงแล้วรู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนเก่าครับ เลยรู้สึกว่านี่คือตัวเรา”

นอกจากจะพบเพื่อนเก่าแล้ว นกยังได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่มากมายจากยุค ’60s – ’70s “ตอนที่ได้รู้จักเพลงแจ๊ซจากยุคนั้น ผมก็ติดการเล่นแผ่นเสียงไปเลย ในตอนนั้นผมคิดว่าตลาดแผ่นเสียงจะเป็นตลาดที่อยู่ในกลุ่มเล็กๆ อยู่กันอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว แต่กลายเป็นว่าตลาดค่อยๆ โตขึ้น กลุ่มคนซื้อก็อายุน้อยลงเรื่อยๆ ถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดีครับ”

นกถือเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่กล้าลงทุนกับการทำแผ่นเสียงของศิลปินไทย ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ตอนที่ผู้บริหารของโซนี่มาชวนทำแผ่นเสียงของแสตมป์ ผมก็ไม่คิดว่าจะขายดีขนาดนี้หรอกครับ แต่หมดภายในเก้าสิบวันเท่านั้นเอง หลังจากนั้นมาก็เลยทำวงอื่นๆ ตามมาอีกหลายวง ก็ประสบความสำเร็จทีเดียวครับ” เสน่ห์ของแผ่นเสียงนอกเหนือไปจากเสียงที่ไพเราะแล้ว งานบนปกก็ถือเป็นศิลปะ และบางแผ่นก็สามารถกลายเป็นของสะสมราคาแพงได้อีกด้วย

FB: Nok Bangkok Hifi Lp

ร้านแผ่นเสียง ซ.ประดิพัทธ์ 19

โทร. 081-875-5888

Related Post