รู้จักกับไฟแช็กระดับไฮคลาส ที่ไม่ใช่เพียงแค่หยิบขึ้นมาจุดบุหรี่หมดแล้วก็ทิ้งไป

Art of flame

ทำความรู้จักกับ ‘ไฟแช็ก’ และประวัติศาสตร์ความเป็นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงแนวโน้มในอนาคต

<<ย้อนกลับไปสักสองทศวรรษที่แล้ว เมื่อครั้งที่บุหรี่ยังดูไม่เป็นเรื่องร้ายแรงอย่างในปัจจุบัน ไม่มีป้ายหรือเครื่องหมายปิดประกาศห้ามสูบในที่สาธารณะ ตามสถานบันเทิง ร้านอาหาร และโรงแรมยังสามารถ
สูบบุหรี่ได้อย่างเสรี ช่วงเวลานั้นคือยุคทองของไฟแช็กหลายแบบหลายยี่ห้อ อาทิ S.T. Dupont (เอส.ที. ดูปองต์) Dunhill (ดันฮิลล์) Zippo (ซิปโป้) Ronson (รอนสัน) และ Vinci (วินชี่)>>

แต่ละแบรนด์ต่างก็ออกดีไซน์และการออกแบบที่สวยงามมาให้จับจองกันอยู่ตลอดเวลา บางแบรนด์
ถึงขั้นผลิตไฟแช็กทองคำแท้ออกมาเพื่อนักสะสมหรือคนกระเป๋าหนักโดยเฉพาะ ในยุคนั้น ไฟแช็กที่
แสนแพงเหล่านั้นไม่ได้ถูกเก็บใส่กล่องเพื่อการสะสมแบบในตอนนี้ แต่ถูกนำออกมาใช้งานให้เห็นกันละลานตามากทีเดียว

สำหรับไฟแช็กทั้ง 5 แบรนด์ที่กล่าวมานั้นต่างก็มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน S.T. Dupont จากประเทศฝรั่งเศสมีรุ่นคลาสสิกที่ใครต่อใครต่างชื่นชอบและถวิลหาที่จะได้ครอบครอง ซึ่งความคลาสสิกของรุ่นนี้ก็ได้แก่เสียงดัง ‘กริ๊ก’ ให้ได้ฟังกันทุกครั้งที่เปิดฝา และเจ้าเสียงนี้สามารถปรับให้ดังหรือเบาลงได้โดยการปรับแต่งน็อตแต่งเสียง เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ฮิตมากๆ ในขณะนั้น แต่ส่วนสำคัญของ S.T. Dupont นั้นไม่ได้มีเพียงเสียง แต่มีเรื่องของลวดลายที่แกะสลักเป็น
คอลเลกชั่นพิเศษ บางคอลเลกชั่นผลิตออกมาจำนวนน้อยและปัจจุบันมีราคาค่าตัวที่สูงมาก ถัดมาคือ Dunhill หนึ่งในไฟแช็กระดับตำนานจากเกาะอังกฤษ โด่งดังจากรุ่นที่ฝาปิดเป็นรูปทรงหัวรถจักรโบราณ และใช้น้ำมันในการจุดแทนแก๊ส ต่อมาได้พัฒนาเป็นระบบแก๊ส และเปลี่ยนรูปทรงเป็นแท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบมีฝาปิด แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่ารุ่นต้นตำรับ ซึ่งก็ทำให้ความนิยมของ Dunhill ลดลง แต่รุ่นต้นตำรับกลับมีราคาถีบตัวสูงขึ้นไปแทน ถัดมาคือ Zippo จากประเทศอเมริกาเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ยังไม่ตายและได้รับความนิยมสูงสุด รูปทรงคลาสสิกเป็นสี่เหลี่ยมหัวมนหรือหัวตัด ใช้งานโดยการเปิดฝาและดึงไส้ออกมาเพื่อเติมน้ำมัน ดูแลรักษาได้ง่าย เป็นที่นิยมของนักสะสมไฟแช็กทั่วโลก แต่สิ่งสำคัญใน
การเล่น Zippo นั้นก็ต้องเลือกให้ถูกรุ่น ถูกคอลเลกชั่น ถูกปี เพราะรุ่นที่คนไม่นิยมราคาก็ดำดิ่งลงไปเหลือเพียงหลักร้อย แต่รุ่นที่คนนิยมนั้นออกจากร้านมาเพียงไม่กี่พัน แต่ราคาถีบตัวขึ้นไปประชันกับ Dunhill หรือ S.T. Dupont ได้เลย ส่วน Ronson จากประเทศอเมริกา เป็นแบรนด์เดียวที่ดังในรุ่นปุ่มกด โดยคุณไม่ต้องสไลด์ลูกกลิ้งหรือแกนหมุนเพื่อจุดไฟ จะใช้ระบบการจุดไฟคล้าย Zippo ไฟแช็กหลายรุ่นของ Ronson นั้นมีราคาค่าตัวที่สูงมาก และบางรุ่นผลิตจากทองคำแท้ แต่ในปัจจุบัน Ronson ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Zippo ไปตั้งแต่ปีค.ศ. 2010 และเหลือเพียงผลิตภัณฑ์น้ำมันไฟแช็กสำหรับเติม ที่เป็นกระป๋องสีเหลืองตัดน้ำเงินให้คุณได้เห็นเท่านั้น และสุดท้ายคือ Vinci แบรนด์ไฟแช็กไฮเอนด์ที่พูดไปแล้วเด็กๆต้องงงกันแน่นอนเพราะเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เลิกผลิตไปแล้ว แต่จริงๆนั้นมีศักดื์ศรีและชื่อชั้นไม่ต่างจาก S.T. Dupont หรือ Dunhill เลยแม้แต่น้อย บอดี้ของ Vinci มีทั้งทองเหลืองและชุบทอง แต่ช่องสำหรับเติมแก๊ส
มีรูปทรงที่แปลกไปสักเล็กน้อย หากใครพบเห็นตามท้องตลาดแล้วยังใช้ได้แนะนำว่าลองต่อราคาและนำมาเก็บไว้ในคอลเลกชั่นจะช่วยเติมเต็มความครบเครื่องเรื่องไฟแช็กให้คุณได้เป็นอย่างดี

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่หลงใหลในศิลปะของไฟแช็กและระบบกลไกที่น่าทึ่งนั้นละก็ การหาซื้อ
ไฟแช็กรุ่นวินเทจหรือรุ่นใหม่สำหรับแบรนด์ที่เรากล่าวไปไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่สิ่งที่ยากกว่าการหาซื้อคือช่างซ่อมฝีมือดีที่คุณจะไว้ใจได้ ในปัจจุบันทั้งประเทศไทยและทั่วโลกนั้น ช่างซ่อมไฟแช็กก็ค่อยๆลดหายไปตามความนิยม บ้างก็เปลี่ยนไปซ่อมนาฬิกา บ้างก็เลิกกิจการ จึงทำให้ไฟแช็กในท้องตลาดหลายๆอันนั้น
มีสภาพที่ใช้งานได้บ้าง ไม่ได้บ้าง และหลายรุ่นในคอลเลกชั่นของนักสะสมก็ทำหน้าที่เพียงนอนอยู่ในกล่อง ไม่ได้ฉายเปลวไฟอันสวยงามออกมาให้เห็นอีกเลย และหากคุณมีไฟแช็กที่เราได้กล่าวไปอยู่ในมือ เราท้าให้คุณลองส่งให้เด็กรุ่นใหม่ๆยืมจุดดู พนันได้เลยว่า มีไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ที่จะจุดได้เลยโดยไม่ถามวิธีการใช้แน่ๆ และหากไฟแช็กราคาแสนแพงนั้นวางอยู่ที่ร้านขายของแบกะดินก็รับรองว่าคงมีน้อยคนนัก
ที่จะสนใจหรือไม่ก็อาจจะมองข้ามไปเลย และในอีก
ไม่ช้าคงถึงเวลาแล้วล่ะที่ไฟแช็กสำหรับจุดเปลวไฟเหล่านั้นคงจะกลายเป็นเรื่องเล่าปากต่อปากบทหนึ่งจากรุ่นสู่รุ่นเท่านั้น เพราะไฟแช็กที่ราคาถูกเพียง 
10 และ 20 บาทกำลังครองตลาดและค่อยๆบดขยี้
ความสวยงามของงานศิลปะและสเน่ห์ในการจุดไฟ
ไปเรื่อยๆทีละนิดแล้ว

เราไม่อยากให้วันนั้นมาถึงเลยจริงๆ ให้ตายเถอะ!!!

 

Related Post