แล้วจะรู้ว่าทำไมทำไมเราต้องทำความรู้จักกับ ‘ขน’ บนร่างกายเราให้มากขึ้น

Comprehensive Guide to Body Hair

ขน กับ ผู้ชาย ดูจะเป็นของคู่ (ตรงข้าม?) กัน เหมือนช้อนกับส้อม หมากับแมว ลิ้นกับฟัน ฯลฯ มีคน
บอกว่า สาเหตุเดียวที่ผู้ชายจะรังเกียจขนของตัวเองก็เพราะต้องการจะเอาใจสาวๆข้างกาย ผู้หญิงหลายคนมองว่า ขนยุบยับของผู้ชายไม่ว่าจะส่วนไหนก็ น่ารังเกียจ’ ดูสกปรก’ และ ไม่สะอาด’ แต่ก็กลับมีสาวๆอีกหลายท่านกรี๊ดกร๊าดขนรักแร้ ขนหน้าอก หรือแม้กระทั่งขนหน้าแข้งของผู้ชาย
เจ้าหล่อนให้เหตุผลว่า เพราะดูมาดแมนสมชายชาตรีเหลือเกิน! แต่ไม่ว่าคุณจะรักหรือเกลียดขนของตัวเอง นี่คือ 6 ข้อเท็จจริงและวิธีดูแลขนของตนให้อยู่หมัดมัดใจสาวและไม่กลายเป็นจุดด้อยให้รำคาญใจ ลอปติมัมฉบับนี้ว่าด้วย ขน ขน และขน เท่านั้น!

1. Adrogenic Hair

ในภาษาอังกฤษนั้น ใช้คำว่า ‘Hair’ แทนทั้งผมบนศีรษะและขนตามร่างกาย ในขณะที่คำว่า ‘ขน’ ในภาษาไทยหมายถึงสิ่งที่เป็นเส้นงอกตามผิวหนังคนและสัตว์ ในทางวิทยาศาสตร์ Hair ที่ขึ้นตามร่างกายก็มีศัพท์เฉพาะคือ Adrogenic Hair ที่มาจากคำว่า Adrogen เป็นชื่อฮอร์โมนในร่างกายที่กระตุ้นให้เกิดสภาพความเป็นชายในมนุษย์ อโดรเจนทำงานเต็มที่ในวัยแตกหนุ่ม หรือประมาณอายุ
14 ปีเป็นต้นไปที่มีสัญญาณบ่งบอก อาทิ เสียงแตก ลูกกระเดือกปรากฏชัด และที่เห็นชัดที่สุดก็ขน ขน ขน ที่ขึ้นเต็มร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นหนวดเครา ขนหน้าอก ขนรักแร้ ขนหน้าแข้ง และขนบริเวณน้องชาย

2. The Use of Hair

แล้วประโยชน์ของขนเหล่านั้นคืออะไรกันแน่ ขนเป็นอวัยวะที่ร่างกายใช้เป็นตัวนำความร้อน กล่าวคือ มีหน้าที่ถ่ายเทความร้อนเข้าและออกจากร่างกาย ในยุคก่อนประวัติศาสตร์มนุษย์มีขนตามร่างกายคล้ายสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวกลิง เพื่อใช้ปกป้องร่างกายจากความหนาวเย็นและถ่ายเทความร้อนเมื่ออากาศอบอ้าว นักวิทยาศาสตร์ให้คำอธิบายไว้ว่า สาเหตุที่ปัจจุบันมนุษย์ขนน้อยลงกว่าเดิมมากเพราะ ‘การถ่ายเทความร้อนมีความจำเป็นน้อยกว่าความสะอาดและปราศจากปรสิตที่อาจแฝงอยู่ในขน’ ในเรื่องเพศมีการศึกษาว่า ผู้ชายชอบผู้หญิงที่มีขนน้อยกว่าผู้หญิงขนดก นี่จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งว่า มนุษย์ที่มีพันธุกรรมขนดกจึงเหลือน้อยลงเรื่อยๆเพราะ ‘ไม่เป็นที่ปรารถนาทางเพศ’ แต่อีกสำนักก็เสนอว่า ผู้หญิงชอบผู้ชายขนเยอะ เพราะ ‘ขนบริเวณอวัยวะเพศช่วยกักเก็บฟีโรโมนส์’ หรือกลิ่นที่กระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ และ ‘หนวดเคราดกทำให้กรามและคางผู้ชายดูชัดเจนกว่าปกติ’ นั่นหมายถึงความแข็งแรงทางร่างกาย

3. Trimming Art

ในศาสนาอิสลามมีกฎบัญญัติชัดเจนถึงการดูแลร่างกายของเหล่าสาวก อาทิ การล้างมือก่อนทำละหมาด และการตัดแต่งขนก็มีระบุไว้เช่นกัน ชาวมุสลิมทุกคนจะต้องโกนหรือเล็มขนบริเวณอวัยวะเพศและรักแร้เพื่อความสะอาด ข้อห้ามนี้มีมาหลายพันปี ปรากฏในคำสอนอิสลามตั้งแต่ศตวรรษที่ 8
ในทวีปอเมริกาใต้นั้น มีบันทึกจากปีค.ศ. 1500 ว่า ชนพื้นเมืองนิยมโกนขนอวัยวะเพศของตน ข้ามฟากกลับมายังทวีปอเมริกาเหนือ ผู้หญิงชาวสหรัฐเริ่มโกนขนในปีค.ศ. 1915 เพราะเหตุผลทางแฟชั่นและความสะอาด บทความในหนังสือพิมพ์ Telegraph เมื่อปีก่อนกล่าวถึงสาเหตุที่ผู้หญิงไว้ว่า ในวัฒนธรรมจีน ขนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของร่างกายและไม่มีความจำเป็นต้องกำจัดออก จึงอาจเป็นสาเหุตที่ทำให้อาเหล่าม่าสวมเสื้อแขนกุดพร้อมขนรักแร้แพลมออกมาเป็นเรื่องปกติ แต่ในปัจจุบันผู้หญิงจีนที่ได้รับอิทธิพลความงามจากตะวันตกก็หันไปโกนขนรักแร้มากขึ้น

4. Modern Reasons

แล้วขนบนร่างกายผู้ชายล่ะ ในปัจจุบันผู้ชายหันมาโกนขนตามร่างกายด้วยสาเหตุต่างกันไป การโกนหนวดเคราย่อมแสดงถึงความสะอาด และสถานะทางสังคม การมีใบหน้าเกลี้ยงเกลาแปลว่า คุณมีทุนทรัพย์และเวลามากพอที่จะใส่ใจในรายละเอียด ในขณะที่ผู้ชายไว้หนวดถูกจัดให้อยู่จำพวกเซอร์ฯ หรือกระเดียดไปทางสกปรกก็มี ส่วนขนรักแร้ หากคุณก้าวเข้าไปในฟิตเนสอาจเห็นผู้ชายมาดแมนที่กำลังยกเวทไม่มีขนรักแร้ นั่นเพราะเป็นการป้องกันกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์จากเหงื่อไคลขณะออกกำลังกาย

5. Body Waxing

แต่อีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังมาแรงสำหรับผู้ชายคือการทำบราซิลเลียนแว็กซ์ ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิด และสำหรับผู้อ่านที่ยังไม่แน่ใจ การแว็กซ์ขนเดิมทีนิยมทำในหมู่สุภาพสตรี โดยในตลาดปัจจุบันมีแว็กซ์สองประเภท คือ Soft Wax และ Hard Wax ซอฟต์แว็กซ์ใช้บริเวณที่มีพื้นที่เยอะ เช่น ต้นขาหรือหน้าอก ใช้กระดาษหรือผ้าแปะทับ จากนั้นจึงลอกอออก ส่วนฮาร์ดแว็กซ์ใช้บริเวณที่ไวต่อสัมผัส อาทิ ใบหน้า หรือบริเวณอวัยวะเพศ ทาทิ้งไว้เมื่อแห้งจะแข็งจนสามารถลอกออกเป็นแผ่นได้

6. Brazillian Wax

คือการลอกขนบริเวณอวัยวะเพศออกทั้งหมด เหลือไว้เพียงบริเวณเหนืออวัยวะเพศ ส่วนชื่อบราซิลเลียน มีที่มาจากความนิยมใส่บิกินีของสุภาพสตรีบริเวณชายหาดของประเทศบราซิลในยุคหกศูนย์ ยิ่งบิกินีมีขนาดเล็กลง ก็มีความจำเป็นจะต้องลอกขนออกให้หมดจดยิ่งขึ้น การแว็กซ์ขนแบบนี้โด่งดังและเป็นที่นิยมไปทั่วโลกในปีค.ศ. 1987 เมื่อร้านแห่งหนึ่งในนิวยอร์กเปิดให้บริการแว็กซ์ขนแบบบราซิลเลียน ทุกวันนี้การแว็กซ์แบบนี้ไม่จำกัดอยู่ในเพศหญิงเท่านั้น ผู้ชายลอปติมัมที่ปรารถนาจะกำจัดขนของตนก็สามารถลองใช้บริการนี้ได้ หรือถ้าจะเอาให้สุดก็ต้องลอง Hollywood Wax แบบที่ไม่เหลือขนตรงนั้นเลยสักเส้น!

 

Related Post