คุยกับณรงค์ชัย คุณปลื้ม – ‘นายกแซ่บ’ แห่งเมืองแสนสุข

ณรงค์ชัย คุณปลื้ม-นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข

“ถึงเราจะอยู่ตำแหน่งนี้ แต่เราไม่ได้เก่งทุกเรื่อง ดังนั้น เราต้องหามืออาชีพในด้านต่างๆในแต่ละหน่วยหรือองค์กรมาร่วมงานกับเรา เพื่อให้โครงการที่เราคิดดำเนินต่อไปได้อย่างลุล่วง”

ชีวิตลูกชายเจ้าพ่อ

ที่บ้านผมเลี้ยงดูแบบอิสระครับ คุณพ่อคุณแม่ไม่ค่อยมีเวลามายุ่งสักเท่าไหร่ ท่านเวลาน้อยมาก เพราะวันๆ ท่านมัวแต่ช่วยเหลือคนอื่นรอบตัว ตอนเด็กๆ นี่ผมแอบคิดเลยนะว่าผมขาดความอบอุ่น และไม่อยากจะเป็นนักการเมืองเลย เพราะดูคนอื่นในครอบครัวที่เป็นนักการเมืองชีวิตวุ่นวายตลอดเวลา ท่านไม่ได้มาดูแลใกล้ชิด แต่ท่านก็พูดอะไรเป็นปรัชญา ให้เรากลับไปคิดเอง เราอยากใช้ชีวิตแบบไหน ท่านก็ไม่ห้ามนะ อย่าทำให้ตัวเองหรือคนอื่นเดือดร้อนเท่านั้นพอ ด้วยพื้นฐานผมอาจจะเป็นคนเฟรนด์ลี่อยู่แล้ว แต่เพราะผมโตมากับคุณพ่อไง คุณพ่อเป็นคนเฟรนด์ลี่มาก คนข้างนอกมักจะมองภาพว่าคุณพ่อเป็นเจ้าพ่อ น่ากลัว จะต้องมีคนติดตามเยอะๆ เวลาไปไหนมาไหนแน่ๆ และภาพลักษณ์แบบนั้นก็เผื่อแผ่มาถึงตัวผมด้วย แต่ในความเป็นจริงนะครับ ผมไปเรียนกรุงเทพฯ อยู่ตั้งนาน แทบจะไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นใคร ผมนั่งรถเมล์สายแปดไปเรียนที่สวนกุหลาบ เวลากลับบ้านที่ชลบุรีนี่หนักเลย นั่งรถเมล์มาลงที่เอกมัย ต่อรถทัวร์ไปลงบางแสน ต่อรถสองแถวไปที่วงเวียนบางแสน แล้วเดินกลับบ้านระยะทางไม่ใกล้นะครับ นั่นคือวิถีลูกเศรษฐีบางแสนครับ ที่จินตนาการกันว่าผมต้องมีรถติดฟิล์มดำ พร้อมคนขับใส่สูทผูกไท มีบอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลังเหมือนในหนังนี่คนละเรื่องเลยครับ ชีวิตจริงนี่ออกแนวธรรมดามากครับ

แปลว่าเลี้ยงกันมาด้วยวิถีชาวบ้านทีเดียว

คุณพ่อคุณแม่ผมเป็นชาวบ้านเลยนะครับ ท่านไม่ได้เป็นลูกท่านหลานเธอ คุณแม่เป็นลูกชาวประมง คุณพ่อเป็นลูกพ่อค้า เรียกได้ว่าเป็นชาวบ้านฐานะปานกลางเกือบดี ต้องทำมาหาเลี้ยงตัวเอง พวกท่านเลี้ยงลูกโดยเน้นให้การศึกษาเป็นหลัก ใจนักเลงมาก แต่ลูกชายสี่คนนี่ไม่มีความเป็นลูกเจ้าพ่อในแบบอุดมคติเลย อาจจะเพราะว่าพวกเราได้มาจากคุณแม่ ท่านเป็นคนใจดี ช่วยเหลือคนอื่นทุกคน ผมยังมีแอบกัดท่านนิดหน่อยว่าท่านเป็นนางฟ้า เพราะท่านช่วยเหลือคนไม่เลือกหน้าจริงๆ

นั่นคือวิถีของความเป็นนักการเมืองที่คุณได้รับถ่ายทอดมาใช่ไหม

เรียกว่าอยู่ในสายเลือดดีกว่าครับ บอกเลยว่าผมไม่เคยคิดจะยุ่งเรื่องการเมืองเลย ทั้งๆ ที่คนในบ้านเป็นนักการเมืองกันเยอะมาก ผมเลือกเรียน Hospitality Administration หลังจากจบจากคณะบัญชีที่จุฬาลงกรณ์เพื่อที่จะได้กลับมาทำกิจการโรงแรมของครอบครัว พอจบมาก็ได้มาทำงานที่โรงแรม Oriental อยู่ได้สักพัก ตอนนั้นโรงแรม The Tide ที่บางแสนกำลังสร้าง พอโรงแรมใกล้เสร็จ ก็ย้ายมาดูกิจการของครอบครัวดีกว่า แต่ก็อย่างที่รู้ๆ กันว่าเหตุการณ์ในครอบครัวผันผวนเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เสาหลักของครอบครัวหายไปคนหนึ่ง พี่ๆ สามคนโตก็มีตำแหน่งทางการเมืองหมดแล้ว หันซ้ายหันขวาก็มาเจอผมซึ่งเป็นลูกชายคนเล็ก ผมก็เปิดตัวในฐานะนักการเมืองเลย ไม่มีปี่มีขลุ่ยอะไร ตอนเปิดตัวใหม่ๆ นี่ถึงขั้นมีคนถามเลยนะว่าผมเป็นลูกภรรยาคนไหน

ถือว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสีย กับการเข้ามาแบบไม่มีใครรู้จักอย่างนั้น

มีทั้งดีและเสีย ข้อดีคือเราสดมาก เข้ามาทำงานในฐานะคนเลือดใหม่จริงๆ เมื่อสิบสองปีที่แล้วนี่ นักการเมืองท้องถิ่นไม่มีใครที่เป็นรุ่นเด็กๆ เลย ถือเป็นข้อดีที่เป็นข้อเสียในตัว นั่นคือ เราไม่มีประสบการณ์ รู้จักคนไม่เยอะมาก ซึ่งนั่นก็อาจจะทำให้การทำงานยากขึ้นหน่อย แต่จนถึงทุกวันนี้ ผมก็ยังเป็นตัวเองอยู่นะ คือผมไม่ค่อยชอบยุ่งเรื่องส่วนตัวของคนอื่น ทำหน้าที่ในสภาให้ดีที่สุด ทำงานด้วยกันให้เกิดผลงานโดยรวม สนิทกันในเนื้องาน ผมวางพื้นที่ส่วนตัวของผมไว้แบบนี้ อะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวของคนอื่นผมก็ไม่แตะ เพราะผมก็ไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัวของผมเหมือนกัน

เป็นแบบนี้นี่ทำให้การทำงานยากขึ้นไหม

ไม่ขนาดนั้น แต่การทำงานกับคนหมู่มากน่ะยากแน่นอน ส่วนตัวผมเป็นคนขี้อาย ตอนมาทำงานใหม่ๆ ช่วงเก้าเดือนแรกนี่ทรมานมาก ระดับกลับบ้านมาร้องไห้ เพราะผมไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องไปงานศพ งานบวช และงานแต่งงานของคนที่ผมไม่รู้จัก และผมเป็นคนขี้อาย ไม่ใช่คนเข้ากับคนง่าย ไปถึงก็เก้ๆกังๆ อึดอัดมาก รู้สึกชีวิตช่วงนั้นเป็นด้านลบไปหมด ถามตัวเองว่าทำไมผมต้องทำแบบนี้ด้วย จนกระทั่งผมได้ไปเจอหนังสือของท่านพุทธทาส ภิกขุมาเล่มหนึ่ง มีประโยคหนึ่งที่ปลดล็อกผมจากความทรมานทั้งหมด นั่นคือ ‘ทำให้ดีที่สุด และทำเอาเท่าที่ได้’ ทำให้ผมมานั่งคิดว่า ผมรู้อยู่แก่ใจว่าผมทำอะไรอยู่ ผมไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่น วันรุ่งขึ้น ความคิดผมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย ผมทำงานทุกอย่างให้ดีที่สุดในสไตล์ของผม ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากนักการเมืองคนอื่นเลยนะ เพราะผมไม่ค่อยห่วงคะแนนเสียงเท่าไหร่ บางคนเรียกผมว่า ‘นายกแซ่บ’ คือถ้าผมมีเหตุผลและความถูกต้องในการตัดสินใจอะไรบางอย่างนี่ผมลุยเลยนะ ผมไม่ยอม ยึดหลักความถูกต้องอย่างเดียวเลย แต่ความถูกต้องนั้นอาจจะไม่ใช่เส้นทางตรง มันเลี้ยวซ้ายขวา หันหน้าหันหลังได้ พอเราคิดแบบนี้ได้ เมืองของเราก็เลยไม่ค่อยเหมือนคนอื่น

แปลว่าร่วมงานกับใครก็ได้

ผมเป็นพ่อเมืองแสนสุข ถึงเราจะอยู่ตำแหน่งนี้ แต่เราไม่ได้เก่งทุกเรื่อง ดังนั้น เราต้องหามืออาชีพในด้านต่างๆในแต่ละหน่วยหรือองค์กรมาร่วมงานกับเรา เพื่อให้โครงการที่เราคิดดำเนินต่อไปได้อย่างลุล่วง เอาอย่างเรื่อง Smart City ที่โด่งดังจนกระทั่งได้เสนอชื่อไปรับรางวัล 2016 Smart City Asia Pacific Awards (SCAPA) จากประเทศญี่ปุ่น เรื่องเกิดจากที่ผมลงพื้นที่เยี่ยมคนชราแบบผู้ป่วยติดเตียง และต้องอยู่คนเดียว เพราะลูกหลานไปทำงาน หรือบางคนโสด ครอบครัวแตกแยก ต้องอยู่บ้านคนเดียว ถ้าเกิดอุบัติเหตุล้มเบาๆ แล้วพาไปส่งโรงพยาบาลทัน ก็จะไม่เกิดอะไรขึ้น แต่พอไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ก็กลายเป็นอาการหนัก ลูกหลานต้องลาออกมาดูแล กลายเป็นปัญหาลูกโซ่ เราก็เลยคิดวิธีแก้ปัญหาโดยการไปร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นรีโมทควบคุมทุกอย่างในบ้าน ลดการเคลื่อนไหวที่เสี่ยงต่อการล้ม และพัฒนาต่อยอดมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเป็นเทคโนโลยีริสแบนด์อัจฉริยะที่จะแจ้งเตือนคนนอกเวลาเกิดเหตุขึ้นกับผู้สวมริสแบนด์ ซึ่งพอจะทำจริงๆ ก็มีกฎระเบียบราชการแปลกๆ ห้ามไม่ให้เราทำ เพราะไม่ใช่หน้าที่ของเทศบาล ผมก็ไม่ยอมแพ้ กระจายข่าวออกไปเพื่อหาพันธมิตรมาร่วมมือทันที ในที่สุดนอกเหนือไปจากมหาวิทยาลัยบูรพาแล้ว เราก็ได้สกว. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย), Intel, Se-Ed Book, CAT Telecom และ Dell มาช่วยทำให้โครงการนี้เป็นรูปเป็นร่าง ได้มาเป็นริสแบนด์ตรวจจับความเคลื่อนไหว เวลามีใครล้ม จะส่งสัญญาณเข้าสมาร์ทโฟนหรือเมนคอมพิวเตอร์เพื่อแจ้งข่าวให้ส่งคนมาดูแล กลายเป็นว่าโครงการนี้โด่งดัง มีคนมาดูงานเยอะแยะเลย

มีโครงการอะไรถัดไปไหม

จะพัฒนาให้แสนสุขเป็นเมืองท่องเที่ยวน่าอยู่ ซึ่งก็ทำได้สำเร็จโดยไม่ได้คาดหวังอะไร เมื่อสองปีที่ผ่านมา เราได้รับการโหวตให้เป็นเมืองน่าอยู่ลำดับที่เจ็ดในประเทศไทยที่จัดโดยสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา ซึ่งเป็นอะไรที่เกินความคาดหมายไปอย่างมาก และผมก็พยายามจัดระเบียบเมืองให้ความสำคัญกับสถาปนิกผังเมือง ยกระดับมาตรฐานในการดำรงชีวิตของเมืองให้ทัดเทียมกับต่างประเทศ แต่ยังคงรักษาความเป็นท้องถิ่นไว้ นอกจากนั้น ผมยังสนับสนุน Sport Tourism อย่างเข้มข้น เมื่อสองปีที่แล้ว บางแสนได้จัดงานวิ่ง Half Marathon เป็นครั้งแรก และได้รับการโหวตจากนักวิ่งว่าเป็นงานวิ่งที่ดีที่สุดในประเทศไทยครับ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาท่านได้สนับสนุนเรื่องนี้อยู่แล้ว และสนใจเมืองที่มีความสามารถในการจัดงานกีฬาระดับมาตรฐานสากล มีนักกีฬาดีกรีระดับนานาชาติเข้าร่วมงาน ท่านได้ให้เกียรติลงมาสังเกตการณ์ด้วยตนเองเลยครับ ผมเป็นคนบางแสน ผมอยากจะโชว์บางแสนบ้านเกิดผมในช่วงที่สุด ได้แก่ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ดังนั้นผมจึงเอาจุดเด่นของบ้านเกิดตัวเองมาทำให้พื้นที่ท้องถิ่นของเราดังไกลระดับโลกให้ได้ครับ

Related Post