Tomas Maier for Uniqlo 2018

หากคุณคือหนุ่มแฟฯสายสตรีท อาจจะไม่คุ้นหูนักกับชื่อของ โทมัส ไมเยอร์ (Tomas Maier) และก็จะคงไม่อินนัก ถ้าเราจะบอกว่า โทมัสคือดีไซเนอร์คนล่าสุด ที่มาเป็นแขกพิเศษ ออกแบบคอลเลกชั่นส่งท้ายลมร้อน 2018 ให้กับ Uniqlo

มันไม่ใช่ความผิดของคุณเพราะงานของโทมัส เน้นเสิร์ฟให้กับหนุ่มสายหล่อ กับความเรียบหรูดูสบาย แบบฉบับ Bottega Veneta ที่เขานั่งแท่นครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของแบรนด์อยู่นั่นเอง

นั่นหมายความว่า คอลเลกชั่นบอกลาซัมเมอร์ของ Uniqlo จะอัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าชิ้นเบสิกที่ใส่กี่ชาติก็หล่อแบบฆ่าไม่ตาย ไม่ว่าจะเป็นโปโล ทีเชิ้ต สเวตเตอร์ ทุกสรรพสิ่งล้วนคลาสสิก จะหยิบมาแมตช์เมื่อไหร่ก็ได้ ขอแค่ไม่เก่าไม่ซีดไม่เยินก็พอ... เรียกว่า ‘คอลฯ คุ้ม’ ครับ

ในขณะที่ของผู้หญิงเน้นสีจี๊ดจ๊าด ใส่แล้วสดซ่าสะใจ แต่ดีไซน์คลาสสิก ใส่ได้นานเช่นกัน

**พร้อมเสริฟ 18 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไปนะจ๊ะ

Tomas Maier

 

Related Post

Preview: Gucci’s Fall Winter 2018/19

อีกหนึ่งการสร้างสรรค์ของ Alessandro Michele ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ของ Gucci ที่ก้าวข้ามจิตนาการไปสู่ Cyborg จากคอลเล็กชั่น Fall Winter 2018/19 ที่โชว์ที่มิลานเมื่อต้นปีที่ผ่านมา อีกไม่กี่เดือนจากนี้บรรดาดีไซน์ต่างๆ ก็จะนำเสนอในบูติกของ Gucci ทั่วโลก ลอฟฟีเซียลออมส์(ประเทศไทย) มีโอกาสมาชมคอลเลกชั่นนี้อย่างใกล้ชิดอีกครั้งที่ฮ่องกง ซึ่งจัดให้สื่อมวลชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เข้าใจสารที่ต้องการสื่อ โดยคัดสรรลุคเด่นๆ มานำเสนอที่ Loft 22 แต่ก่อนจะขึ้นไปชม เราได้เห็น Art wall ของ Gucci ที่อยู่บนผนังอาคารเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเนินสูงๆ ต่ำๆ ของย่านเซ็นทรัลเกาะฮ่องกง

แม้บนรันเวย์เมื่อต้นปี Gucci จะสร้างความฉงน ความกังขาและความฮือฮามาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้แสดงแบบเดินถือหุ่นที่เป็นศีรษะตน หรือความงามที่เหนือกว่าสามัญของมนุษย์ เป็นการผสมผสานระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์ ความเป็นชายหรือหญิงที่ไม่จำเป็นต้องแยกจากกันชัดเจน หรือแม้แต่เรื่องของวัฒนธรรรมและธรรมชาติก็สามารถกลมกลืนกันได้ แต่เมื่อเรามาดูที่ตัวคอลเลกชั่นจริงๆ จะเห็นถึงกลิ่นอายของวินเทจที่แฝงอยู่แต่มิเคเล นำมาทวิสต์ด้วยการใช้วัฒนธรรมแบบป็อปมากระชากให้หลุดจากความวินเทจ อย่างแจ็คเกตสีเขียวกำมะหยี่ที่นำเอาเชือกแบบสายรัดผ้าม่านมาถักเป็นกระดุมจีน ชวนให้นึกถึงยุคทองของฮอลลีวู้ด แต่ด้านหลังกลับกรีนเป็นตราสัญลักษณ์ของพาราเมาท์ หรือแม้แต่แจ็คเกตที่ผสมระหว่างยุคเอจตีส์ที่ไหล่กว้างแต่ทรงตัวกลับสลิมเอวคอดเล็กน้อย แต่ที่แปลกตาไปก็คือเป็นผ้าเทเลอร์สีพื้นเรียบไม่มีลวดลายใดๆ ขัดแย้งกับความเป็น Gucci ที่เราเคยชิน แต่โก้มาก

ในคอลเลกชั่นนี้ยังเน้นใครใคร่ใส่แบบไหนก็ใส่ได้ไม่มีการแบ่งแยกหญิงหรือชายชัดเจน เราจึงเห็นนายแบบสวมกางเกงผ้าสีเรียบที่คลุมด้วยผ้าโปร่งทั้งตัวเย็บตามทรงกางเกง หรือกางเกงขาสั้นที่มีผ้าซับในโผล่แลบออกมาแบบตั้งใจ หรือชุดจัมพ์สุทหรือชุดหมีผ้าเดนิมฟอกสีจางๆ แต่ปักลายดอกไม้ด้วยมุกวิบวับแพรวพราวจนต้องถามว่าแน่ใจนะว่าเป็นของผู้ชาย ซึ่งคำตอบคือผู้หญิงชอบก็สวมได้ แต่บนรันเวย์เป็นนายแบบสวมชุดนี้ สนุกมากกับงานดีไซน์ที่ไร้พรมแดนเรื่องเพศ ใครชอบชิ้นไหนจะผสมอย่างไรก็ทำให้เป็นสไตล์ของตัวเองได้  นอกจากนี้ยังมีชิ้นหลักที่เป็นผ้าพาดไหล่ Stole ที่ปักอย่างวิจิตรสวยงาม เราเห็น Jared Leto พาดผ้านี้ทับแจ็คเกตกุชชี่สีฟ้าในงาน Met Gala 2018 เป็นอีกหนึ่งชิ้นเด่นที่บ่งบอกถึงความล้ำในแฟชั่นของ Gucci

แต่กระเป๋าที่หนุ่มๆ สาวกของ Gucci จะต้องมีคือกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมที่เป็นการร่วมกันระหว่างแบรนด์นี้กับ Globe-Trotter ที่มีชื่อเสียงเรื่องกระเป๋าเดินทาง เป็นกระเป๋าสะพายสี่เหลี่ยมลายคลาสสิกหูจับเป็นไม้ไผ่เอกลักษณ์ของ Gucci กระเป๋านี้ไซส์ไม่ใหญ่มาก ดูเหมือนกระเป๋าถือของสุภาพสตรี แต่ดูอีกทีก็คล้ายกระเป๋ากล้องของหนุ่มๆ ยุคฟิฟตี้ส์ เป็นอีกดีไซน์ที่ไม่มีเส้นแบ่งกั้นเรื่องชายหรือหญิง นอกจากนี้ยังมีกระเป๋าที่ได้แรงบันดาลใจจากกระเป๋าใส่ลูกโบว์ลิงในยุคซิกส์ตี้ส์ ที่ใครอยากจะได้กระเป๋ษใบใหญ่ที่ดูไม่เป็นทรงสี่เหลี่ยมธรรมดาๆ จะต้องว้าว

ปิดท้ายการพรีวิวคอลเลกชั่น Gucci’s Fall/Winter 2018/19 จากฮ่องกงด้วยความรู้สึกที่ว่าจากรันเวย์โชว์ที่มิลานเมื่อต้นปี คนรับรู้คอลเลกชั่นนี้ในแบบล้ำยุคอย่างที่โชว์นำได้เสนอความเป็น Cyborg แต่พอมาดูงานดีไซน์อย่างใกล้ชิดก็จะเห็นรายละเอียดที่มีความล้ำวิจิตร ไม่ว่าจะเป็นกรตัดหนังเป็นรูปตัวจีแล้วนำมาถักร้อยคล้ายการถักลูกไม้ให้เป็นผืนผ้าสำหรับเดรสยาวที่ใช้เวลาทำยาวนานมากสำหรับชุดชุดเดียว หรือชุดที่คล้ายเดรสสั้นตัวหนึ่งใช้เวลาปักเลื่อมด้วยมือทั้งหมดเกือบปี โดยช่างต้องทำงานวันละ 8 ชั่วโมง Gucci เทียบได้กับผลงานห้องเสื้อชั้นสูง ซึ่งรายละเอียดที่วิจิตรและต้องใช้เวลาในการประดิษฐ์นี้ Gucci จะมีตัวเด่นในคอลเลกชั่นหลังๆ นี้จะมีให้เราชมถึงเชิงช่างที่น่าตื่นตาเสมอ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมเราถึงหลงใหลในงานดีไซน์ของ Gucci ภายใต้การนำของครีเอทีฟไดเร็คเตอร์คนนี้กันนัก

 

 

Related Post

“SUMMER PERSPECTIVE” เปิดโลกแห่งสุภาพบุรุษในสไตล์ Jim Thompson

จิม ทอมป์สัน แบรนด์ลักชัวรี่ระดับโลกแบรนด์แรกจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (The first Southeast Asian global luxury brand) ถ่ายทอดเรื่องราวสีสันทางแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ครั้งใหม่ สะท้อนนิยามความเป็น “สุภาพบุรุษ” ตามแบบฉบับ “จิม ทอมป์สัน” ผ่านปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ “SUMMER PERSPECTIVE” (ซัมเมอร์ เปอร์สเปกทีฟ) นำเสนอไอเท็มสำหรับสุภาพบุรุษจากคอลเลคชั่น SPRING/SUMMER 2018 ผ่าน 16 ลุค 16 สไตล์ พร้อมไฮไลท์ภายในงานที่ได้ 4 คนดังอย่าง เนม-ปราการ ไรวา, ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ปืน-สธน ตันตราภรณ์ และ คิด-คณชัย เบญจรงคกุล มาร่วมสะท้อนความหมาย เอกลักษณ์ และเรื่องราวหลากแง่มุมของคอลเลคชั่น พร้อมเปิดตัวกระเป๋าคอลเลคชั่นพิเศษ “Tropical Collection” เพื่อสุภาพบุรุษในซีซั่นนี้โดยเฉพาะ

สำหรับคอลเลคชั่น SPRING/SUMMER 2018 นี้ จิม ทอมป์สัน นำเสนอเครื่องแต่งกายสำหรับสุภาพบุรุษให้ชายหนุ่มได้สนุกกับการปรับเปลี่ยนลุค เพื่อสะท้อนความสมบูรณ์แบบอย่างมีระดับในหลากหลายสไตล์ โดยคอลเลคชั่นนี้นับเป็นการกลับมาของเสื้อผ้าตะวันตกแบบคลาสสิคกับลุค Urban Casual (เออร์แบน แคชชวล) อาทิ ชุดสูท (Suit) เทรนช์ (Trench) เบลเซอร์ (Blazer) ซาฮาเรียน่า แจ๊คเกต (Sahariana jacket) และเสื้อเชิ้ตพิมพ์ลาย ที่ผสานอัตลักษณ์ของแบรนด์เอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ ผ่านงานดีไซน์ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องราวการเดินทางระหว่างโลกตะวันตกและวัฒนธรรมตะวันออกที่มาบรรจบกันอย่างลงตัว ทุกลุคสามารถสัมผัสได้ถึงความหรูหราและความรู้สึกพิเศษของ “ผ้าไหม” ทว่าลงตัวกับสไตล์ของคนรุ่นใหม่และสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน โทนสีของคอลเลคชั่นนี้มีความโดดเด่น พร้อมพาชายหนุ่มหลีกหนีจากความจำเจไปสู่สีสันใหม่ๆ ที่จะทำให้การแต่งตัวเป็นเรื่องที่แปลกใหม่และท้าทายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สีแดงอมน้ำตาล สีควันบุหรี่ สีครีม สีส้ม สีเขียว สีม่วงและสีน้ำเงิน

นอกจากนี้ ยังมี แอคเซสซอรี่ (Accessories) ที่พร้อมสร้างสไตล์ที่แตกต่าง เป็นตัวช่วยในการสร้างความโดดเด่นให้กับชายหนุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าที่ทำมาจากหนังจิงโจ้หลากหลายดีไซน์ หมวกทรงปานามา (Panama Hat) เนคไท และผ้าพ็อคเก็ต สแควร์ (Pocket Square) รวมถึงการเผยโฉมอย่างเป็นทางการของกระเป๋าคอลเลคชั่นพิเศษในซีซั่นซัมเมอร์นี้ ภายใต้ชื่อ “Tropical Collection” (ทรอปิคอล คอลเลคชั่น) ที่นำแรงบันดาลใจมาจากรูปทรงของพันธุ์ไม้ในผืนป่าเขตร้อน โดยมีวัสดุหลักเป็นผ้าไนลอนคุณภาพสูง ผิวสัมผัสเนียนพิเศษ ให้สีและลวดลายที่เด่นชัด มีความทนทานและน้ำหนักเบา ใช้งานได้อย่างหลากหลายและคล่องตัว

สัมผัสตัวตนและทำความรู้จักกับโลกแห่งสุภาพบุรุษตามแบบฉบับ “จิม ทอมป์สัน” ผ่านหลากไอเท็มในคอลเลคชั่น SPRING/SUMMER 2018 ได้แล้ววันนี้ที่ จิม ทอมป์สัน แฟล็กชิป สโตร์ ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน ร้านจิม ทอมป์สัน สาขาสุรวงศ์ สาขาดิเอ็มโพเรียม สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และช่องทางออนไลน์ที่ www.jimthompsononline.com หรือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมและติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ www.jimthompson.com หรือ www.facebook.com/JimThompsonThailand/

 

 

Related Post

Longines Road To Future Tennis Aces Tournament 2018

 

เปิดตัวไปอย่างชื่นมื่นเมื่อคืนที่ผ่านมา นาฬิการุ่นใหม่ของ Longines (ลองจินส์) ทั้ง  Conquest V.H.P นาฬิกาควอทซ์แนวสปอร์ตที่มีความเที่ยงตรงสูง และนาฬิการุ่นพิเศษ Conquest 1/110th Roland Garros เพื่อฉลองความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างลองจินส์และการแข่งขัน French Open Tennis Championship มากว่า 11 ปี

เริ่มงานด้วยค็อกเทลก่อนจะมีซิทดาวน์ดินเนอร์บนชั้น 27 โรงแรม 137 Pillars​ Suites & Residence Bangkok โดย ทิพาณัท เลณบุรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และ ปราลี เพชรโรจน์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ลองจินส์ บริษัท เดอะ สวอทช์ กรุ๊ป เทรดดิ้ง(ประเทศไทย) จำกัด 

นอกจากนี้ทางลองจินส์ยังจัดโครงการ “Longines Road To Future Tennis Aces Tournament 2018” มอบโอกาสให้เยาวชนไทย ด.ญ. สลักทิพย์ อุ่นเมือง และ ด.ช. ศุภวัฒน์ แซ่อุ้ย ได้ไปสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันเทนนิสคอร์ตดินระดับตำนาน“French Open 2018” ปิดท้ายแบบเซอร์ไพรส์ด้วยการร้องเพลงของ นาย-นภัทร เสียงสมบุญ เฟรนด์ออฟลองจินส์ ซึ่งนายจะได้ไปสัมผัสการแข่งขันเทนนิสที่สนาม โรลังด์การ์รอส กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ด้วย ก่อนจะจบงานด้วยการเซอร์ไพรส์นายด้วยเค้กวันเกิดและเสียงเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์

Related Post

คอลเล็กชั่นใหม่ จีวองชี่ สำหรับผู้ชาย ที่แม้แต่ ผู้หญิง ก็ใส่ได้ Givenchy Pre-Fall 2018

Givenchy (จีวองชี่) นำเสนอ Pre-Fall 2018 โดย Clare Waight Keller (แคลร์ เวท เคลเลอร์) ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของแบรนด์ จีวองชี่ สำหรับการถ่ายทำ แคลร์ได้เลือกสถานที่ที่เธอคุ้นเคยนั่นก็คือ คฤหาสน์ในเมือง Kent (เคนต์) ประเทศอังกฤษ ด้วยการออกแบบสถานที่เน้นให้เห็นถึงความดั้งเดิมซึ่งจะตรงกันข้ามกับเสื้อผ้าที่มีความทันสมัย ทำให้ในแต่ละลุคสามารถถ่ายถอดออกมาได้อย่างมีเสน่ห์และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

คอลเล็กชั่นนี้เสื้อผ้าจะมีความสนุกสนานมากขึ้น แต่ยังคงดีเทลตรงไหล่ตั้งไว้อยู่ จุดเด่นของคอลเล็กชั่นนี้คือ ทั้งเสื้อผ้าผู้หญิงและผู้ชายที่ดูเหมือนว่าจะคล้ายกันจนสามารถแทนกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำสัญญาลักษณ์ 4G (โฟร์จี) กลับมาใช้บนเสื้อไหมพรมหรือโค้ทตัวยาวที่เพิ่มความแข็งแกร่งด้วยดีเทลตรงกระดุมแนวทหาร รวมไปถึงบูททรงแหลมสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เพิ่มให้ลุคดูเท่ห์มากยิ่งขึ้นโทนสีหลักที่แคลร์เลือกใช้สำหรับเสื้อผ้า และกระเป๋า ได้แก่ สีแดง สำน้ำเงิน สีเหลืองอำพัน และสีดำ

แคลร์ได้นำกางเกงหนังโค้ทและเทรนช์โค้ท จากคอลเล็กชั่น Spring Summer 2018 กลับมาอีกครั้งในคอลเล็กชั่นนี้ รวมไปถึงลายปริ๊นท์ เสือดาวสีแดง และสีดำ นำมาผสมผสานกับความเงางามของเมทัลลิค ที่เพิ่มความแปลกใหม่ให้แก่แฟชั่นของผู้ชาย ในส่วนของแจ็กเก็ต แคลร์ได้นำบอมเบอร์แจ็กเก็ตสุดคลาสสิคมาเติมแต่งด้วยขนแกะ และพาร์ก้า

จุดเด่นของคอลเล็กชั่นนี้คือการปรับเปลี่ยนสัญญาลักษณ์ โฟร์จี ให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ถูกนำมาใช้กับทั้งเสื้อไหมพรมและเอ็กเซสเซอรี่ รวมไปถึงเสื้อยืด จีวองชี่ ปาร์รีส ได้ถูกนำมาออกแบบใหม่ให้เป็นสไตล์เสื้อทัวร์คอนเสิร์ตของวงดนตรี ในส่วนของกระเป๋า จุดเด่นอยู่ที่รูปทรงรวมไปถึงสีที่แคลร์ได้เลือกใช้นั้นทำให้ดูสนุกสนาน และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ความทันสมัย และกลิ่นอายของ โอต์กูตูร์ ทำให้ Givenchy Pre-Fall 2018 เป็นเหมือนบทสรุปใหม่ของ จีวองชี่ ในนามของ แคลร์ เวท เคลเลอร์

 

Related Post

Onitsuka Tiger เปิดช็อปใหม่ ใหญ่สะใจ ไม่ต้องบินต้องช้อปไกลถึงต่างแดน

สำหรับแฟนๆ แบรนด์รองเท้าผ้าใบสัญชาติญี่ปุ่นอย่างโอนิซึกะ ไทเกอร์ จากเดิมที่ต้องบินไปช้อปปิ้งไกลกันถึงต่างประเทศ ตอนนี้ไม่ต้องไปไกลขนาดนั้นคุณก็เป็นเจ้าของรองเท้ารุ่นหายากได้แล้ว เพราOnitsuka Tiger สาขาสยามเซ็นเตอร์ มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นหมายความว่าใหญ่กว่าสิงคโปร์และฮ่องกงเสียอีก

จุดเด่นของสาขานี้ได้แก่พื้นที่ซึ่งกว้างกว่า 237 ตารางเมตร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอย่าห้างสรรพสินค้าสยามเซ็นเตอร์ ที่เต็มไปด้วยแบรนด์แฟชั่นทั้งไทยและเทศ มีทั้งสตรีทแวร์ไปจนถึงแบรนด์หรูหรา แน่นอนว่าการตกแต่งภายในร้านยังคงกลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่นไว้ได้อย่างครบถ้วน ผสมผสานระหว่างธรรมชาติแบบญี่ปุ่น กับวัสดุที่มนุษย์สร้างขึ้น มีทั้งงานฝีมืออย่าง Sumi Mortar พื้นผิวลายไม้ธรรมชาติ Asagi Tsuchi ดินญี่ปุ่นป้องกันการแตกร้าว และสี Sumi ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันอบอุ่น

 

เมื่อถามถึงชิ้นเด็ดของคอลเล็กชั่นสปริง / ซัมเมอร์ 2018 ต้องยกให้รองเท้าลายเอกลักษณ์อย่าง Mexico 66 SD พิเศษตรงรองเท้ารุ่นนี้มอบนวัตกรรมการรองรับแรงกระแทกด้วย FuzeGel ที่ได้รับการรองรับจากสถาบันวิจัยด้านรองเท้ากีฬาของ ASICS ทำให้ใส่แล้วนุ่ม สบายเท้า ระบายอากาศได้ดี รวมถึง Nippon Made Collection Series ที่ทุกคู่ผลิตด้วยขั้นตอนพิธีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัสดุ และเทคนิคการทำให้ขึ้นริ้วรอยเสมือนรองเท้าวินเทจ จนรองเท้าแต่ละคู่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกันแม้แต่คู่เดียว  รวมถึงไลน์สินค้าที่หลากหลายมากขึ้น เพราะยกเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับสำหรับผู้ชายและผู้หญิงมาวางขายด้วย  เช่นเดียวกับเสื้อผ้าเด็กที่สาขานี้ก็มีให้เห็น ลองพิสูจน์ด้วยตาของคุณเองที่ Onitsuka Tiger ชั้น G สาขาสยามเซ็นเตอร์

Related Post

ของมันต้องมี ! 10 กระเป๋าใบสวยที่หนุ่มๆอย่างเราต้องเป็นเจ้าของให้ได้

10 กระเป๋าใบสวยที่คุณผู้ชายต้องเป็นเจ้าของให้ได้ในฤดูกาล

กระเป๋าทรง Tote bag ยอดนิยมตลอดกาลสำหรับหนุ่มๆ กว่า 10 ปีตอนเร่ิมยุคมิลเลนเนียม มีหัวข้อถกเถียงในนิตยสารสำหรับสุภาพบุรุษในอเมริกาและยุโรปว่าผู้ชายควรจะถือกระเป๋าถือ (ไม่ใช่กระเป๋าเอกสารนะ) หรือ เพราะปีนั้นเทรนด์กระเป๋าถือสำหรับผู้ชายมาแรงมาก ซึ่งหนุ่มอเมริกันและยุโรปเขาบอกกระเป๋าถือที่ไม่ใช่กระเป๋าเอกสารหรือใส่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ดูจะเหมาะกับผู้หญิงมากกว่า

แต่สำหรับชายชาวเอเชียไม่มีข้อถกเถียงใดๆ ว่าควรจะหิ้วกระเป๋าทรง Tote หรือเปล่า เพราะเรามีหนุ่มญี่ปุ่นเป็นตัวอย่าง พวกเขาโดยสารรถไฟเป็นกิจวัตร หนุ่มเกาหลีก็คน‘สายแฟ(ชั่น)’ก็ชอบจะหิ้วกระเป๋าที่บ่งบอกถึงสไตล์ส่วนตัวของเขา กระเป๋าถือหรือกระเป๋าสะพายกลายเป็นของข้างกายหนุ่มเอเชีย กระเป๋าทรง Tote ไม่ว่าแบรนด์ใดจะนำเสนอก็มักจะถูกหนุ่มๆ เอเชียนี่แหละที่กวาดเรียบ ยุคนั้นมีคำบอกต่อๆ เลยว่าถ้ากระเป๋า Tote สำหรับหนุ่มๆ แบรนด์ไหนรุ่นไหนที่หาไม่ได้ในบูติกที่เอเชียก็ให้ไปซื้อที่ยุโรปหรืออเมริกาเพราะที่นั่นผู้ชายไม่กล้าถือกระเป๋าทรง Tote

แต่ปัจจุบันนี้เร่ิมจากแฟชั่น “คนแนว” ไม่ว่าที่ไหนๆ จะต้องถือกระเป๋าทรง Tote แล้วค่อยมาเป็น ใครถือกระเป๋าใส่เอกสารถ้าไม่ใช่นักการธนาคารหรือนักธุรกิจ ก็จะดูไม่เก๋อินดี้กันเลยเชียว เรามาดูกระเป๋าทรงเท่ที่ Style Director ของเราเลือกมาสำหรับหนุ่มเท่ หนุ่มแนว หนุ่มบ้าพลัง ฯลฯ กันดีกว่า

ไม่มีแล้วนะกับข้อสงสัยตอนเร่ิมยุคมิลเลนเนียมว่าผุ้ชายควรจะถือกระเป๋าหรือเปล่า

Related Post

Ermenegildo Zegna X Maserati กับคอลเลคชั่นพิเศษใหม่ล่าสุด

วันนี้ L’Officiel Hommes Thailand มีคอลเลคชั่นพิเศษใหม่ล่าสุดเอาใจหนุ่มๆที่ แอร์เมเนจิลโด เซนญ่า (Ermenegildo Zegna) สร้างสรรค์ให้กับแบรนด์รถหรู ของอิตาลี มาเซราติ (Maserati) นำมาฝากหนุ่มๆกัน คอลเลคชั่นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากรถยนต์รุ่น GranLusso ซึ่งตกแต่ง ด้วยผืนผ้าวัสดุจาก Ermenegildo Zegna โดยนอกจากรถรุ่นนี้แล้ว ยังประกอบไปด้วยรุ่นควอตโตรปอร์เต้ (Quattroporte) กิบลี่ (Ghibli) และรุ่นเลอวานเต้ (Levante) คอลเลคชั่นเสื้อผ้าสำหรับการเดินทางคอลเลคชั่น นี้ ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ผสมผสานกับไมโครนูบัค ทั้งเสื้อผ้าและเครื่องประดับโดดเด่นด้วยงานฝีมือและความหรูหรา ในแบบฉบับ MadeInItaly ของทั้งสองแบรนด์อันเกิดจากความร่วมมือกันมาตั้งแต่ปี 2013

โทนสีของวัสดุที่ใช้ทั้ง หนังและไหมเงางามที่ Ermenegildo Zegna สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อ Maserati โดยเฉพาะ สะท้อนผ่านแอคเซสเซอรี่หนังระดับพรีเมี่ยม ที่มีทั้ง กระเป๋าเดินทางล้อลากในแบบสเปเชียลเอดิชั่น กระเป๋าสะพายหลังทั้ง สองแบบ และรองเท้าสนีกเกอร์ หนังระดับพรีเมี่ยมยังถูกนำมาใช้บนเคสใส่แว่นตา กระเป๋าสตางค์ และเครื่องหนังชิ้นเล็กๆ นอกจากนี้ยังมีเอาต์เตอร์แวร์เป็นควิลต์แจ็คเก็ตสีน้ำตาลช็อกโกแลตและ สีเทา และยังมีไฮไลท์อื่นๆ อีก เช่น กระเป๋าเดินทางล้อลากสีน้ำตาลช็อกโกแลตซึ่งบุโฟมด้านในเพื่อกันกระแทก กระเป๋าสะพายหลังทำจากหนังชั้นดี รองเท้าหนังและเครื่องประดับของใช้สำหรับการท่องเที่ยวและการขับขี่ รวมไป ถึงกางเกงยีนส์ โปโลเชิ้ต ผ้าคอตตอนเจอร์ซีย์ ปักโลโก้แบรนด์ Maserati ที่อกเสื้อ และผ้าพันคอไหมแจ็คการ์ด ประดับโลโก้แบรนด์ Maserati

Related Post

พรีวิวคอลเล็กชั่น MÉTIERSD’ARTปารีส-ฮัมบูรก์ 2017/18

จากการที่ ลอฟฟีเซียล ออมส์ ได้ร่วมพรีวิวคอลเล็กชั่น MÉTIERSD’ART ปารีส-ฮัมบูรก์ 2017/18 ที่จัดโดย Chanel (ประเทศไทย) ที่ Warehouse30 แม้จะเป็นคอลเล็กชั่นสุภาพสตรีทั้งหมด แต่เราขอหยิบบางชิ้นที่หนุ่มเท่ ที่รักแฟชั่นหรือหลงมนต์เสน่ห์ของชาเนลต้องอยากได้มาครอบครอง ถ้าใครได้ดูโชว์คอลเล็กชั่นนี้ที่จัดที่เมืองฮัมบูร์กจะเห็นว่ามีเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษรวมทั้งกระเป๋าอยู่ในคอลเล็กชั่นด้วย แต่มีให้ชมที่บูติกชาเนลบางที่เท่านั้น

หัวใจของแบรนด์ชาเนลคือ การเคลื่อนไหวถ่ายทอดความเป็นมัสคิวลีนและแฟมินีนในดีไซน์ ไม่ต้องแปลกใจว่าคอลเล็กชั่นที่สร้างสรรค์สำหรับสุภาพสตรีจะไม่มีดีไซน์ที่สุภาพบุรุษที่สนุกกับการแต่งตัวจะหยิบยืมมาไม่ได้เชียวหรือ ?

เริ่มจากหมวกทรงกะลาสีที่ตกแต่งด้วยเข็มกลัดแบบต่างๆ แน่นอนว่าหมวกของผุ้หญิงย่อมมีความแฟมินีนเพิ่มด้วยริบบิ้นสีดำเป็นสายยาวลงมา 2 เส้นด้านหลัง ทำให้ต่างจากหมวกนักเดินเรือคลาสสิกของบุรุษ ความน่าสนใจก็คือเข็มกลัดที่เรานำมาพลิกแพลงประดับได้ไม่ใช่แค่หน้าหมวก

กระเป๋าเป้ทรงถุงทะเลใบที่นำมาโชว์นี้มีขนาดกำลังดีสำหรับคนไม่ชอบเป้ใบใหญ่มากและมีโซ่ร้อยเส้นหนังที่เป็นเอกลักษณ์ของชาเนลห้อยอยู่ ถ้าเราดูตามภาพในโชว์จะเป็นสุภาพบุรุษที่สะพายเป้ใบนี้

แต่กระเป๋าครัตช์ที่ท้าทายมากเพราะออกแบบมาให้สุภาพสตรีแต่หนุ่มๆ เห็นแล้วอาจจะอยากใช้เอง เพราะดีไซน์มาจากตู้คอนเทนเนอร์ที่เมืองท่าฮัมบูร์ก การประกอบทั้งหมดทำด้วยมือและทำทุกชิ้นส่วนเสมือนตู้คอนเทนเนอร์จริงแต่ย่อส่วน ถ้าไม่ใช้สายสะพายก็เป็นกระเป๋าถือทรงครัตช์ที่หนุ่มๆ ถือได้ กระซิบเบาๆ ว่าด้วยขนาดและน้ำหนักของกระเป๋าดูจะเหมาะกับหนุ่มๆ มาก

แต่ถ้าแค่นี้ไม่เปรี้ยวใจพอมีกระเป๋าทรงแอคคอร์เดียน ที่หนุ่มช่างแต่งตัวเห็นแล้วก็คงอยากจะลองสะพายดูว่าแครีย์ไหวไหม หมายถึงลุคของตัวเองทรงพลังพอจะหิ้วกระเป๋าใบนี้ได้ไหม ด้วยรูปทรงที่ดัดแปลงมาจากเครื่องดนตรีอย่างหีบเพลงชักซึ่งเป็นของคู่กายของชาวทะเลในยุโรปที่ใช้เล่นยามพักผ่อน เมื่อมาเป็นกระเป๋าก็ดูไม่แปลกตาเกินไปหรอกถ้าหนุ่มคนไหนจะสะพายกระเป๋าทรงนี้

แฟชั่นเป็นเรื่องสนุกและท้าทายจินตนาการ แนะมาอย่างนี้เผื่อครั้งหน้าหนุ่มๆ ต้องตามสาวๆ เข้าไปในบูติกชาเนลจะได้มองหาอะไรให้ตัวเองได้ด้วยนอกจากน้ำหอม

Related Post

จะเป็นอย่างไรเมื่อสองแบรนด์จากอิตาลี Tod’s X Ferrari จับมือกัน

ทอดส์ (Tod’s) เปิดตัวคอลเลคชั่นสุดพิเศษที่คุณสุภาพบุรุษทั่วโลกต่างให้ความสนใจ อันได้แก่ ‘ทอดส์เฟอร์รารี่คอลเลคชั่น’ ซึ่งเป็นการร่วมงานสุดพิเศษของแบรนด์สุดหรูทั้ง 2 แบรนด์ ที่ต่างมีแหล่งกำเนิดจากประเทศอิตาลี กับแบรนด์เครื่องหนังสุดหรูอย่าง ‘ทอดส์’ และแบรนด์รถสปอร์ตระดับโลกอย่าง ‘เฟอร์รารี่’ (Ferrari)

โดยการร่วมงานในซีซั่นสปริง – ซัมเมอร์ 2018 นี้ ทอดส์ยังคงรังสรรค์ไอเท็มต่างๆ ด้วยการรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์เข้าไปในคอลเลคชั่น ซึ่งได้แก่ การผลิตจากช่างฝีมือทางด้านเครื่องหนัง และทรงรองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อใส่ขับรถหรือ Driving Shoes สุดไอคอนิคอย่างรุ่นกอมมิโน่ รวมเข้ากับโทนสีแดง-ดำ อันเป็นสีสัญลักษณ์ของรถแข่งเฟอร์รารี่และแอกเซสซอรี่รูปม้าบนรองเท้า บ่งบอกถึงความเท่ห์และสปิริตของเฟอร์รารี่ ซึ่งความโดดเด่นของทั้ง 2 แบรนด์นี้ ทำให้กำเนิดเป็นรองเท้ากอมมิโน่ที่ได้กลิ่นอายความสปอร์ตอย่างแท้จริง

สำหรับรองเท้ากอมมิโน่ในคอลเลคชั่นเฟอร์รารี่นี้ ทอดส์ได้เพิ่มความพิเศษในการตกแต่งรองเท้า ด้วยแอกเซสซอรี่ที่แตกต่างกันออกไปเพื่อให้คุณสุภาพบุรุษได้สนุกกับการเลือกคู่ที่ใช่ โดยไฮไลท์ที่สำคัญของคอลเลคชั่นนี้ ได้แก่ เครื่องประดับอันเป็นโลโก้รูปม้าด้านหน้ารองเท้า และหนังปั้มนูนรูปม้าด้านข้างรองเท้า โดยรูปม้าคือโลโก้อันเป็นตราสัญลักษณ์ของแบรนด์เฟอร์รารี่ สำหรับคอลเลคชั่นนี้ ทอดส์ยังคงคุณภาพด้วยวัสดุหนังคุณภาพเยี่ยมทั้งหนังเรียบและหนังกลับ พร้อมปุ่มยาง 133 ปุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ของกอมมิโน่ โดยโทนสีหลักในคอลเลคชั่นนี้ยังคงบอกเล่าเรื่องราวที่คลาสสิคผสมกับกลิ่นอายของทั้ง 2 แบรนด์ ได้แก่ สีดำ สีแดง และสีน้ำเงิน

Related Post