Fashion Manual: เกิดอะไรขึ้นบนรันเวย์ของปารีสแฟชั่นวีก

จบลงไปแล้วกับวันแรกของแฟชั่นวีคผู้ชาย ณ กรุงปารีส เรามาดูกันว่า ปีนี้เขาใส่อะไรกัน

Off-white
Inspiration: สตรีตแบรนด์คลื่นลูกใหม่ที่เขย่าโลกแฟชั่นจนสั่นคลอนไปทั่วโลก ออฟ-ไวท์เป็นสาเหตุหนึ่ง
ที่ทำให้แบรนด์แฟชั่นชั้นสูงหลายแบรนด์หันมาให้ความสนใจกับแฟชั่นขบถข้างถนน

Photos by Antonio Barros

ปีนี้ออฟ-ไวท์กลับมากับคอลเล็กชั่นที่ยิ่งตอกหน้าวงการอุตสาหกรรม ทำลายล้างขอบเขต
การแต่งกายแบบ Business Casual ของหนุ่มสาวออฟฟิศ เล่นกับสูทที่เปรียบเสมือนเครื่องแบบในโลกทุนนิยม
เราเห็นนายแบบปรากฏกายในเสื้อเชิ้ต ผูกเนคไทหลวม ๆ และไม่ติดกระดุม สวมทับแจ็กเก็ตแบบเด็กส่งเอกสารตัวหลาม
และกางเกงแสล็คไม่พอดีตัว เสมือนยิ่งตอกย้ำแนวคิดที่ว่า ‘อะไร ๆ ก็เป็นแฟชั่นได้’

Photos by Antonio Barros

 

Lemaire

Inspiration: นักออกแบบผู้ศรัทธาในความเรียบง่ายนำเสนอคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง / ฤดูหนาวผ่านสีสันอบอุ่น
อย่าง เทา น้ำตาลทอง ชมพู และเหลืองมัสตาร์ด ความเรียบง่ายย่อมสะท้อนถึงความสบาย

โครงชุดหลวม ๆ กอปรกับเนื้อผ้านุ่มสบายของเลอแมร์ ทำให้เราเห็นภาพตัวเองผ่านฤดูหนาวอันทรหด
ของซีกโลกตะวันตกไปได้อย่างไม่ทรมานนัก

 

Valentino

Inspiration: พิกสิโอลีฉายเดี่ยวหลังนักออกแบบคู่ใจย้ายไปทำดิออร์ รอบนี้เขามากับแนวคิด Aristopunk

แปลง่าย ๆ ว่า คนรวยใจขบถ งานศิลป์ของห้องเสื้อ Valentino ปรากฏอยู่บนเสื้อผ้าสไตล์ลำลอง

Photos by Antonio Barros

ตอบโจทย์คนมีสตางค์ที่ไม่ก้มหัวให้กฏเกณฑ์ Monochromatic look คือการแต่งตัวด้วยสีเดียวแบบหัวจรดเท้า

(ในคอลเลกชั่นนี้เป็นสีกรมท่า) ชวนให้เราจดจำคอลเล็กชั่นนี้ ท่ามกลางงานออกแบบที่เต็มไปด้วยสีสันจากแบรนด์อื่น

Photos by Antonio Barros

แต่ยังก่อน…ปารีสแฟชั่นวีคยังไม่จบลงแค่นี้ โปรดรอติดตามตอนต่อไป

Related Post

ทำไมสินค้าของ ‘คิม โจนส์’ ถึงน่าเก็บยิ่งกว่าทอง

Text: Patsaya Ch.

ข่าวโด่งดังของวงการแฟชั่นช่วงนี้หนีไม่พ้นการโบกมือลาหลุยส์ วิตตองของ คิม โจนส์ (Kim Jones) แต่นอกเหนือจากการที่เขาสร้างชื่อจากแบรนด์สัญชาติฝรั่งเศสมาเป็นเวลานานกว่า 7 ปี สิ่งที่ทำให้ชื่อชั้นของคิม โจนส์ยิ่งใหญ่ในวงการแฟชั่น คือการที่เขาได้รวมเอาโลกแห่งแฟชั่นชั้นสูงและสตรีทแวร์เข้าด้วยกันอย่างยิ่งใหญ่ และ (แน่นอนว่า) เหนือความคาดหมาย

ย้อนกลับไปเส้นทางสายแฟชั่นของดีไซเนอร์ชาวอังกฤษผู้นี้เริ่มต้นจากการเปิดแบรนด์ของตัวเองในชื่อ Kim Jones นำเสนอเสื้อผ้าที่ผสมระหว่างสปอร์ตแวร์และเทเลอร์ เมด (tailor-made) จนได้ร่วมงานกับแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาออกคอลเล็กชั่น Umbro by Kim Jones ที่มีทั้งเสื้อยืดลายกราฟฟิก เสื้อโปโล และเแจ็กเก็ตกันลมตัดเย็บจากผ้าไนลอน ถัดมาในปี 2005 ด้วยความสนิทสนมกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ Supreme อย่างเจมส์ เจบเบีย (James Jebbia) ทำให้เขาได้ให้กำเนิดงานคอลแลปครั้งแรกกับแบรนด์สเก็ตบอร์ดจากนิวยอร์ก ‘UMBRO X SUPREME’ หลังจากนั้นผู้คนก็เริ่มคุ้นเคยกับสไตล์ของโจนส์ที่ผสมผสานระหว่างสตรีทแวร์และความหรูหรา จนแบรนด์ที่จริงจังเรื่องสูทอย่าง Dunhill ยังคว้าตัวเขาไปร่วมงานในฐานะครีเอทีฟไดเร็กเตอร์

UMBRO BY KIM JONES

และเมื่อย้ายมานั่งประจำการที่ Louis Vuitton โจนส์ได้เอ่ยปากว่าอยากเพิ่มเติมความสนุกให้กับแบรนด์ไฮเอนด์ จากเดิมที่เน้นขายความหรูหราคลาสสิค โจนส์ได้นำ DNA ที่ชื่นชอบสตรีทแวร์และ ‘การเดินทาง’ มาใช้ในการออกแบบ (ได้ยินว่าโจนส์ใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการเดินทางมากกว่านั่งทำงานในออฟฟิศเสียอีก) ด้วยความรักในประเทศญี่ปุ่น ทำให้โจนส์ถูกคอกับดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่นที่มีเลือดสตรีทเข้มข้นอย่างฮิโรชิ ฟูจิวารา (Hiroshi Fujiwara) จาก Fragment Design จนเกิดเป็นคอลเล็กชั่นในปี 2016 ที่ทำให้ผู้คนกว่า 4, 000 คนแห่แหนไปที่ห้างอิเซตันเพื่อจับจองเป็นเจ้าของอะไรก็ตามที่ปะชื่อ Louis Vuitton x Fragment Design (สังเกตว่าทั้งโตเกียวและนิวยอร์กต่างเป็นเมืองที่มีสตรีทคัลเจอร์โดดเด่นและแข็งแกร่ง)

LV X FRAGMENT DESIGN

แต่นั่นยังไม่เท่าคอลเล็กชั่นฤดูหนาวปี 2017 ที่ Louis Vuitton x Supreme ออกสู่สายตาชาวโลก และมาแบบชนิดที่เต็มรันเวย์ โชว์ครั้งนั้นได้สร้างปรากฏการณ์ทะลุโซเชียลเน็ตเวิร์คและร้านค้าของแบรนด์ เพราะเป็นคอลเล็กชั่นที่ขายหมดเร็วสุด ราคาขายต่อสูงมากที่สุด และมีของก๊อปเกลื่อนตลาดมากที่สุดเช่นกัน ถือเป็นงานช้างชนช้างเพราะทั้งสองแบรนด์ต่างเข้าใจและมองเห็นถึงศักยภาพของกันและกัน ที่แน่ๆ ลูกค้าของทั้งสองแบรนด์จัดเป็นกลุ่มที่ ‘เงินไม่ใช่ปัญหา’

 

ดังนั้น ถัดจากนี้ไม่ว่าอนาคตของคิม โจนส์จะย้ายไปที่ไหน เรามั่นใจว่าดีเอ็นเอและสไตล์ของเขาย่อมติดตัวไปด้วยทุกที่ และนั่นหมายถึงงาน collaboration เจ๋งๆ ที่จะออกมากระตุ้นเงินลูกค้ากระเป๋าหนักและมือไวอีกเพียบ

Related Post

หล่อให้สุดด้วยชุดสูทสไตล์ต่างๆ ของสายลับ 007

ถามว่าใครคือผู้ชายที่คนทั้งโลกเฝ้าใฝ่ฝันว่าจะเป็น หนึ่งในนั้นย่อมหนีไม่พ้นตัวละครจากนิยายสายลับสุดคลาสสิคอย่างเจมส์ บอนด์ 007 ซึ่งเป็นต้นแบบของชายหนุ่มมาดดี คารมเจ๋ง ฉลาดและแข็งแกร่ง มีเสน่ห์เหลือหลาย แถมยังกระเป๋าหนัก และที่สำคัญพยัคฆ์ร้าย 007 ยังดูดีเสมอในชุดสูทเนี้ยบกริบชนิดที่แผ่รังสีมาแต่ไกล แน่นอนว่าฝ่ายคอสตูมต้องทำการบ้านอย่างหนักเพื่อเลือกเฟ้นชุดสูทที่ใส่แล้ว ‘ส่งเสริม’ คาแร็กเตอร์ ไม่ใช่ทำลาย จึงไม่ผิดนักถ้าเราจะลองทำความรู้จักและเรียนรู้การใส่สูทต่างๆ จากบอนด์

พยัคฆ์ร้าย 007 ปรากฎบนจอหนังครั้งแรกในปี พ.ศ. 2505 โดยใช้ชื่อตอนว่า ‘Dr. No’ ภาพของนักแสดงหนุ่ม (ในตอนนั้น) ฌอน คอนเนอรี ยังตราตรึงในใจทุกคนอยู่ คอนเนอรีในบทบาทสายลับ 007 อยู่ในชุดสูท 3 ชิ้น รวมด้วยโค้ตตัวยาวจาก Anthony Sinclair (แอนโธนี ซินแคลร์) ทั้ง 6 ภาคที่คอนเนอรีแสดงนำ แต่งครบเซตทั้งสปอร์ตแวร์ ดินเนอร์ แจ๊กเก็ต และทักซิโด้

ให้ตายสิ จะมีใครใส่สูทสีขาวกลัดดอกไม้แดงได้เท่เท่าณอนอีก

ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 จอร์จ ลาเซนบี ปรากฎตัวในตอน ‘On Her Majesty’s Secret Service’ (และกลายเป็นตอนเดียวของเขา) ในชุดสูทของ Dimi Major (ดีมี เมเจอร์) ในสไตล์คลาสสิกอิงลิช ดินเนอร์ แจ๊กเก็ต ลุคเด่นได้แก่ชุดสูทผ้าลินินสีขาวและชุดสูทกระดุม 2 แถว

แม้โผล่มาตอนเดียวแต่ก็ยังไม่ทิ้งมาดสายลับ

 

การมาถึงของโรเจอร์ มัวร์ ในพ.ศ. 2516 กับตอน ‘Live and Let Die’ ก็ถึงตาของ Douglas Hayward (ดักลาส ฮาวาร์ด) ร้านตัดสูทเก่าแก่ของประเทศอังกฤษที่มัวร์มักจะปรากฎตัวในชุดสูท 3 ชิ้น ตัดเย็บจากผ้าขนสัตว์ลายทางทั้งแบบกระดุมแถวเดียวและแบบ 2 แถว รวมถึง Morning Coat ยังไม่นับเนคไทลายทะแยงสลับสีแดงที่แฟนพันธ์แท้ย่อมจำได้ไม่ลืม

หนึ่งในนักแสดงที่ได้รับบทเจมส์ บอนด์ ยาวนานถึง 7 ภาค

 

อีก 2 ปีต่อมา ทิโมธี ดาลตัน ได้รับบทเจมส์ บอนด์ ครั้งแรกในตอน ‘The Living Daylights’ ซึ่งเป็นสายลับเพียงคนเดียว ที่ไม่มีการบันทึกว่าดาลตันใส่ชุดสูทของแบรนด์อะไร แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าทั้ง 2 ตอน ที่ดาลตันแสดงนำ (The Living Daylights และ Licence to Kill) เป็นภาคที่บอนด์แต่งตัวลำลองมากที่สุดแล้ว (ไม่นับทรงผมที่ยุ่งเหยิงตลอดเวลา)

สายลับ 007 ที่ลำลองและผ่อนคลายมากที่สุด

เมื่อ เพียร์ซ บรอสแนน มารับบทสายลับใน ‘Golden Eyes’ ปีพ.ศ. 2538 บรอสแนนปรากฎตัวในชุดสูทคัตติ้งคมกริบของ Brioni (บริโอนี) ไม่ว่าจะชุดสูท 3 ชิ้น แจ๊กเก็ตตัวยาว แจ๊กเก็ตกระดุม 2 แถว ปกสไตล์ Peaked Lapels ทักซิโด้ รวมไปถึงสูทผ้าลินินในตอน ‘Die Another Day’ ส่วนตอนสุดท้ายของบรอสแมนอย่าง ‘The World Is Not Enough’ ก็ได้ชื่อว่าเป็นเจมส์ บอนด์ที่แต่งตัวดีที่สุด

เจมส์ บอนด์ ภาคนี้ได้รับการขนานามว่าแต่งตัวดีที่สุด

เจมส์ บอนด์คนล่าสุดได้แก่ แดเนียล เคร็ก ปรากฎตัวในชุดสูทของบริโอนีใน ‘Casino Royale’ ปี พ.ศ. 2549 เพียงตอนเดียว หลังจากนั้น บอนด์คนล่าสุดก็เปลี่ยนไปสวมชุดสูทของ Tom Ford (ทอม ฟอร์ด) ในแทบทุกภาค ไม่ว่าจะแจ๊กเก็ตทรง Regency กระดุม 2 เม็ด หรือแจ๊กเก็ตทรง O’ Connor กระดุม 3 เม็ด ที่ทอม ฟอร์ด ดูแลลุคให้ตั้งแต่หัวจรดเท้า

เมื่อทอม ฟอร์ด เริ่มเข้ามาคุมเจมส์ บอนด์ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

Related Post

Fashion Manual: Milan Fashion Week 2018, Wrap-up

เกาะติดขอบรันเวย์มิลานอย่างต่อเนื่อง ส่งท้ายโชว์ก่อนที่เราจะย้ายไปรายงานสดต่อกันที่กรุงปารีส สำหรับ 2 วันสุดท้าย เราขอยกเอา 3 แบรนด์หลักที่โดดเด่นมาให้หนุ่มๆ อัพเดตตู้เสื้อผ้ารอไว้เลย

 

Neil Barrett

Inpiration: นักออกแบบสัญชาติอังกฤษผู้นี้มีอาเทลิเยร์ อยู่ในประเทศอิตาลี เส้นทางสายแฟชั่นของเขาเริ่มต้นจากห้องเสื้อระดับโลกอย่าง Gucci ก่อนจะออกมาพัฒนาแบรนด์ของตัวเอง

ท่ามกลางการรื้อสร้างโครงชุด ความโอเวอร์ไซส์ ที่กลายเป็นกระแสหลักของแฟชั่นฤดูกาลนี้ Neil พาเรากลับไปยังจุดเริ่มต้นของเสื้อผ้าผู้ชายสมัยใหม่ ที่เขาเป็นสำคัญในการผลักดันมาตั้งแต่แรก คอลเลกชั่นนี้เราเห็นเสื้อผ้าที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องแบบ อย่างสูทคัตติ้งเนี้ยบไปจนถึงเสื้อโค้ททหาร

 

Prada

Inpiration: หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากจากคอลเลกชั่นที่แล้วที่ได้แรงบันดาลใจจากกะลาสีเรือ รอบนี้ Prada ร่วมมือกับนักออกแบบและสถาปนิกกว่า 4 ทีมเพื่อออกแบบไอเท็มชิ้นพิเศษต่าง ๆ

โกดังสินค้าเก่าของแบรนด์ถูกปรับให้เป็นรันเวย์ นายแบบเดินออกมาในชุดไนลอนที่เป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของ Prada แต่ปรับแบบใหม่ กลายเป็นบอมเบอร์แจ็กเก็ตตัวโคร่ง หมวกบักเก็ต ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ Frontpack กระเป๋าสะพายหน้าไนลอน

 

Fendi

Inpiration: ต้อนรับผู้โดยสารทุกท่านสู่สนามบิน Fendi มาดามเฟนดิเนรมิตสำนักงานใหญ่ให้กลายเป็นสายพานกระเป๋า พร้อมกระดานประกาศเที่ยวบินแบบอนาล็อก

ไอเท็มชิ้นเด็ดไม่ว่าจะเป็นรถเข็นเด็กหรือกระเป๋าเดินทาง ถูกลำเลียงออกมาเป็นสายพาน ระหว่างที่นายแบบเดินออกมาในแจ็กเก็ตขนสัตว์ตัวโคร่งลายเฟนดิที่ถูกขยายใหญ่ หมวกบักเก็ตลายเฟนดิก็มีให้เห็นเช่นกัน เพิ่มความสนุกด้วยการร่วมมือกับ Hey Reilly ศิลปินผู้โด่งดังจากอินสตาแกรม มาร่วมออกแบบลายพิมพ์

Related Post

LACOSTE X M/M Paris การร่วมงานกับศิลปินดูโอผู้ไม่เคยหยุดสร้างสรรค์ผลงาน

การเป็นศิลปินยุคนี้ไม่ได้จำกัดว่าคุณต้องทำงานสื่อแขนงใดแขนงหนึ่งไปตลอดชีวิต เพราะศิลปะนั้นเปิดกว้าง ผู้ที่เข้าใจงานศิลป์อย่างถ่องแท้ต่างหากที่สามารถประยุกต์ใช้ หรือนำพาไอเดียอันโลดแล่นของตนให้ไปไกลเกินกว่าจินตนาการของผู้คน

Mathias Augustyniak และ Michael Amzalag หรือที่รู้จักกันในนามว่า M/M Paris เป็นตัวอย่างอันดีของนักออกแบบที่ไม่ยอมศิโรราบให้กับขีดจำกัดใดๆ เมื่อพวกเขาสามารถถ่ายทอดตัวตนผ่านภาพและองค์ประกอบต่างๆ ได้โดยที่ยังไม่ทิ้งเอกลักษณ์ลายเซ็นต์ของตัวเอง ไม่ว่าพวกเขาจะจับหยิบจับงานไหนก็ล้วนได้ความสนใจจากผู้คน ทั้งงานแฟชั่น ดนตรี ศิลปะร่วมสมัย ละครเวที เรื่อยไปจนถึงการสร้างน้ำหอมให้กับแบรนด์ Yohji Yamamoto หรือร่วมงานกับ Nicolas Ghesquière เพื่อสร้างลุคเรอเนสซองค์ให้ Balenciaga หรือทำงานร่วมกับ Jonathan Anderson สำหรับแบรนด์ Loewe และ JW Anderson รวมถึงการเป็นดีไซเนอร์หลักทำงานให้กับ Björk และออกแบบโปสเตอร์ให้กับสถาบันและองค์กรชั้นนำ อาทิ Lorient theatre, the Dijon Consortium และ Fiac นับตั้งแต่ปี 2005

 

Mathias Augustyniak และ Michael Amzalag

 

ล่าสุด คู่หูสัญชาติฝรั่งเศสยังได้รับการเชื้อเชิญจาก Felipe Oliveira Baptista, Creative Director ของ Lacoste ให้มาร่วมงานในคอลเล็กชั่นพิเศษ “ผมชื่นชอบงานของทั้งคู่ซึ่งมีความจัดจาน เป็นเอกลักษณ์ โดนใจ ผมชอบการผสานที่ลงตัวของอิสระทางความคิดในเรื่องการใช้โทนสีกับความเฉพาะของชิ้นงานที่ทั้งคู่สร้างสรรค์ออกมา” สิ่งที่ทั้งสองทำคือการใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษมาดัดเป็นรูปทรงๆ ต่างโดยใช้สองสีสลับกัน ก่อให้เกิดเป็นรูปร่างของจระเข้ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำแบรนด์ Lacoste (หากคุ้นเคยกับงานเก่าๆ ของพวกเขาจะเห็นว่าทั้งคู่ชอบเล่นกับตัวอักษรมาตั้งแต่ไหนแต่ไร)

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงแบรนด์ Lacoste คุณย่อมนึกถึงเสื้อโปโลและจระเข้บนหน้าอกด้านซ้าย แต่ M/M Paris ไปไกลว่านั้นด้วยการปักคำว่า Lacoste สีเขียวและแดงสลับกันแต่ยังดูเป็นจระเข้ รวมถึงเสื้อยืดสกรีนลายกราฟฟิก รองเท้าที่ปักลายด้านทั้งสองข้าง ส่วนใต้พื้นรองเท้าก็ใสจนสามารถมองเห็นลายกราฟฟิกด้านใน ที่บ่งบอกถึงตัวตนของ M/M Paris

สร้างความโดดเด่นให้กับหางจระเข้ด้วยตัว L และใช้ตัว E เพื่อสื่อถึงปากที่อ้ากว้างอยู่

โปโลคอลเล็กชั่นนี้มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ ขาว แดง น้ำเงิน

 

 

นับเป็นคอลเล็กชั่นที่แฟนขาประจำของ M/M Paris เห็นก็ต้องจำได้ ส่วนแฟนคลับดั้งเดิมของ Lacoste ที่คุ้นชินกับวัสดุและคุณภาพการตัดเย็บก็ต้องยิ่งชอบใจ เพราะถือเป็นสีสันและความแปลกใหม่ที่เพิ่มเข้ามาให้ห้องเสื้อที่มีชื่อชั้นอยู่ในวงการมาเป็นเวลานาน

LACOSTE X M/M Limited Edition Collection วางจำหน่ายแล้วที่ Lacoste Flagship Store @Central World ชั้น 2 และสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ Facebook.com/lacostethailand

Related Post

Fashion Manual: Milan Fashion Week 2018, Day 1

อุณหภูมิ 6 องศาของมิลานไม่ได้ทำให้ความร้อนแรงของมิลานแฟชั่นวีคลดลงแต่อย่างใด แม้ปีนี้แฟชั่นโชว์ผู้ชายจะน้อยกว่าปกติ และหลายแบรนด์เลือกที่จะรวบแฟชั่นโชว์ผู้ชายและผู้หญิงไว้ด้วยกัน แต่แบรนด์ที่ยังยืนหยัดจัดแฟชั่นโชว์แยกก็ยังพิสูจน์ให้เห็นว่า มิลานคือเมืองแฟชั่นที่แท้จริง

และนี่คือสิ่งที่เราพบจากวันแรกใน Milano Moda Uomo

 

Diesel Black Gold
Inspiration: 
เริ่มต้นจากกางเกงยีนส์เมื่อปี ค.ศ. 1978 ปัจจุบันดีเซลกลายเป็นแบรนด์หัวก้าวหน้าที่ครบเครื่องตั้งแต่หัวจรดเท้า คอลเล็กชั่น Fall/Winter 2018 นักออกแบบพาเรากลับไปสัมผัสรากอเมริกันอีกครั้งด้วยลายพิมพ์ชนเผ่าอินเดียนแดง


ลวดลายดั้งเดิมตีความใหม่ด้วยรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งปรากฏบนไอเท็มชิ้นเอก อาทิ Double-riders Jacket และฮูดี้ตัวโคร่ง ท่ามกลางกระแสต่อต้าน/สนับสนุนผู้อพยพทั่วโลก คงไม่ผิดนักหาก Diesel จะนึกถึงชนเผ่าอินเดียนแดง ผู้ต่อสู้กับผู้อพยพจนกลายเป็นชนกลุ่มน้อย

 

Emporio Armani
Inspiration: 
แม้จะออกแบบเสื้อผ้าผู้ชายมาตั้งแต่ยุค 60s แต่สิ่งหนึ่งที่จอร์โจ้ อาร์มานี ไม่ยอมเปลี่ยนคือโครงชุดสูทที่นำเสนอความแข็งแกร่งของบุรุษด้วยสัดส่วนแบบดั้งเดิม


ตั้งแต่กระดุมเม็ดแรกที่อยู่สูงกว่าปัจจุบัน กางเกงขากว้าง และเป้ากางเกงที่ยานกว่าปกติ ปีนี้อาร์มานีเอาใจตลาดจีนด้วยรายละเอียด เช่น ลายปักมังกร ขนเฟอร์ตกแต่งปกและปลายแขน ที่มองข้ามไม่ได้คือผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินเที่ยงคืนที่ถูกนำไปตัดเย็บเป็นโค้ทตัวยาว แจ็กเก็ต และกางเกงจั๊มพ์ปลายขา

 

Marni

Inspiration: ประกาศชัดตั้งแต่ในบัตรเชิญแล้วว่า ‘ศิลปะที่ดีต้องเข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน’ ปีนี้มาร์นีจึงตกแต่งรันเวย์ด้วยของใช้ ‘บ้าบอ’ ที่ไม่เกี่ยวกันเลยสักชิ้น


เก้าอี้สำหรับผู้เข้าชมโชว์จึงเป็นคอมพิวเตอร์เก่าบ้าง กองหนังสือบ้าง ซากเสาหักบ้าง ความง่าย ๆ นี้ปรากฏอยู่บนเสื้อผ้าซึ่งเป็นลายพิมพ์ที่สุดแสนจะแรนด้อม เช่น เก้าอี้อาร์มแชร์ กรวย (?) หรือไวโอลิน เป็นต้น แต่ลุคที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ ลุคผ้าห่มมอซอผืนใหญ่คลุมร่างนายแบบ เหมือนเวลาคุณคว้าผ้าห่มผืนเก่าในห้องนอนมาห่อตัว ก่อนเดินลงไปหยิบของกินจากตู้เย็นในครัวยามดึก

วันที่สองกำลังจะตามมาติด ๆ รออ่านได้ที่นี่ที่เดียว!

 

Related Post

เมื่อห้องเสื้อฝรั่งเศสเลือกศิลปินรุ่นดึกมาร่วมงาน

Retro Meet Modern Vibes

ทุกวันนี้แบรนด์ยังคงสนุกไม่พอ เมื่อ KRIS VAN ASSCHE ตัดสินใจฉลองครบรอบสิบปีที่ร่วมงานกับ Dior Hommes ด้วยแคมเปญที่ ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาแห่งการเติบโต เพราะเล่นเอา Pet Shop Boys วงดูโอที่ดังสุดๆ จากดนตรีแนวซินธ์ป๊อบ มาปรากฏโฉมในแคมเปญล่าสุดประจำคอลเล็กชั่นสปริง / ซัมเมอร์ 2018

Photo: DAVID SIMS Style: MAURICO NARDI

 

นอกจาก Neil Tennant และ Chris Lowe จะได้ถ่ายแบบเพื่อใช้ในแคมเปญนี้แล้ว ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ที่มีใจรักยุคแปดศูนย์ยังเลือก ‘Heart’ เพลงฮิตจากดูโอทั้งสองมาใช้ในวีดีโอโปรโมตแคมเปญ โดยมีนักแสดงวัยรุ่นอย่าง Charlie Plummer จากหนังทริลเลอร์เขย่าขวัญ All Around The World และเหล่านายแบบสวมใส่เชิ้ตแขนกุด กางเกงขากว้าง แจ็กเก็ตไฮสกูล (varsity jacket) กางเกงขาสั้น ประโคมเครื่องประดับ พร้อมดอกกุหลาบก้านยาวที่แสดงให้เห็นถึงนัยยะบางอย่าง

ที่แน่ๆ งานนี้ได้ใจคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ไปเต็มๆ    

 

Related Post

เผย 6 นาฬิกาเรือนหรูของผู้นำประเทศต่างๆ

เรามาลองสำรวจกันเล่นๆ ว่าผู้นำของแต่ละประเทศสวมใส่นาฬิกาอะไรกัน จะมีรุ่นเดียวกับที่ตกเป็นข่าวอยู่บ้างไหมนะ?
Fitbit Surge, Barack Obama 
แม้จะเป็นถึงอดีตประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา แต่โอบามาก็ยังใส่นาฬิกา Fitbit ที่แสดงถึงความรักสุขภาพของเขา และเราก็ได้เห็นช็อตที่เขาใส่เต็มๆ เมื่อครั้งเป็นแขกรับเชิญในรายการ Comedians in Cars Getting Coffee ของ Jerry Seinfeld
Jaeger LeCoultre Master Compressor Alarm Navy Seals , Bill Clinton
ใครบ้างว่าการใส่นาฬิกาทหารแบบลุยๆ แล้วจะดูดีไม่ได้ในชุดสูท ลองดูบิล คลินตันในชุดสูทและสวมใส่ Jaeger LeCoultre รุ่น Master Compressor Alarm Navy Seals ดูสิ มันทั้งดูเท่และดูดีสมศักดิ์ศรีประธานาธิบดีคนที่ 42 ของประเทศสหรัฐอเมริกาจริงๆ
Rolex Datejust , Jacques Chirac
ไม่จำเป็นเสมอไปหรอกที่ President Watch ต้องเป็น Rolex Daydate เท่านั้น เพราะ ฌาคส์ ชีรัค อดีตประธานาธิบดีของฝรั่งเศสนั้นใส่ Rolex รุ่น Datejust ตัวเรือนสเตนเลสสตีลเท่านั้น
Patek Philippe ref 5208P Grand Complication, Thaksin Shinawatra
ทักษิณ ชินวัตร คือหนึ่งในนายกที่มีเรื่องราวมากมายในสมัยที่เขาดำรงตำแหน่ง แต่นอกจากจะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยแล้ว เขายังเก็บสะสมนาฬิกาเรือนหรูเอาไว้มากมาย หนึ่งในนั้นคือ Patek Philippe 5208P Grand Complication
Breitling Aerospce, Prince Harry
เจ้าชายแฮรี่แห่งสหราชอาณาจักรทรงสวมใส่นาฬิกาข้อมือ Breitling รุ่น Arepspace ซึ่งเป็นหนึ่งในนาฬิกาคู่ใจที่ท่านทรงสวมใส่มานานแล้ว
Seiko Ref.SARC013, Shinzo Abe
ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่นนั้นเลือกที่จะสวมใส่ผลิตภัณฑ์อันขึ้นชื่อของประเทศอย่าง Seiko ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

Related Post

ปรับลุครับหุ่นใหม่ Look Good While You Get Fit

 

ไม่จำเป็นต้องรอให้ฟิตก่อนแล้วค่อยลุกขึ้นมาใส่ชุดหล่อ เพราะคุณสามารถดูดีได้ตั้งแต่วันนี้ด้วยชุดออกกำลังกายที่ผสมผสานระหว่างนวัตกรรมทันสมัยของเนื้อผ้าและการตัดเย็บ รวมถึงสอดแทรกฟังก์ชั่นการใช้งานร่วมกับการออกแบบได้อย่างลงตัว เทคนิคอยู่ที่การมองหาเนื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ระบายความร้อน และความอับชื้นได้ดี เน้นการตัดเย็บที่พอดีตัวเพื่อช่วยขับรูปร่างของคุณให้ดูฟิตยิ่งขึ้น ก่อนเสริมด้วยเครื่องประดับที่ไม่หลุดคอนเซ็ปต์สปอร์ตแวร์อย่างหมวกแก็ป เพื่อให้คุณเข้าสามารถเข้ายิมได้อย่างมั่นใจและดูดีสุดๆ แม้ยามเดินออกมาจิบกาแฟที่คาเฟ่กลางทองหล่อ

เสื้อผ้าและเครื่องประดับทั้งหมดสามารถหาซื้อได้ที่ช็อป Lacoste ทุกสาขา 

 

 

Related Post

เพราะ Black Lives นั้น “สำคัญ”

ถือเป็นการร่วมมือกันที่วงแตกในเวลาอันสั้น เมื่อเว็บไซต์ H&M ขายของด้วยการใช้ภาพเด็กผู้ชายผิวสีใส่ฮูดดี้สีเขียวพร้อมสกรีนที่หน้าอกว่า “Coolest Monkey In The Jungle” (ในขณะที่เด็กผิวขาวสวมฮู้ดดี้สกรีนลายคำอื่น) เรื่องนี้จึงกลายเป็นประเด็นใหญ่โตถึงความไม่เหมาะสมและการเหยียดผิวในโลกโซเชียล

ได้ยินดังนั้น H&M จึงออกมาขอโทษขอโพยกับสิ่งที่เกิดขึ้น และลบภาพนั้นออกจากช่องทางออนไลน์ทั้งหมด พร้อมระบุว่าสินค้าชิ้นนี้จะไม่วางขายในสหรัฐอเมริกา และไม่มีทางที่เหตุการณ์เช่นนี้ที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้เมื่อนักร้อง StarBoy อย่าง The Weeknd ที่เพิ่งร่วมงานกับ H&M ไปได้เพียงสองคอลเล็กชั่นได้ทวีตใส่ว่า “รู้สึกช็อคและละอาย” หลังจากที่ได้เห็นภาพนั้น และจะไม่ขอร่วมงานกับแบรนด์เสื้อผ้าจากสวีเดนเจ้านี้อีก ทั้งที่คอลเล็กชั่นที่พวกเขาร่วมมือกันดูท่าว่าจะไปได้สวยแท้ๆ

ภาพที่ก่อให้เกิดประเด็นอยู่ขณะนี้

 

หนึ่งในคอลเล็กชั่นล่าสุดที่เพิ่งวางขายไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

 

The Weeknd ได้ชื่อว่าเป็นศิลปินนักเรียกร้องสิทธิให้ชาวผิวสีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร นี่จึงไม่ใช่ครั้งแรกที่นักร้องชาวแคนาเดียนใช้สื่อโซเชียลมีเดียเพื่อประท้วง หรือทวงหาความยุติธรรมให้คนผิวสี ก่อนหน้านี้เขาเคยเล่นประเด็นที่ตำรวจยิงชาวผิวสีไม่ติดอาวุธในมินนิโซตา และบริจาคเงินจำนวนมากให้กลุ่มนักกิจกรรม Black Lives Matter #Blacklivesmatter ที่เรียกร้องสิทธิและคุ้มครองความปลอดภัยให้ชาวผิวสีในอเมริกา อีกทั้งยังมอบเงินกว่าห้าหมื่นเหรียญสหรัฐ เพื่อก่อตั้งโปรแกรมการศึกษาด้านเอธิโอเปียนให้กับ University of Toronto อีกด้วย

นี่จึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ สำหรับเขาแน่นอน

อันที่จริงก่อนหน้านี้แบรนด์เสื้อผ้าประเภทมาไว-ไปเร็วก็เคยทำข้อผิดพลาดเช่นนี้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็น Urban Outfitters, Zara หรือแม้แต่ Ambercrombie & Fitch คำตอบคือนี่ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่คำถามคือเมื่อไรที่เราควรให้ความสำคัญกับประเด็นที่ละเอียดอ่อนมากกว่านี้

 

Related Post