แอร์เมสจัดนิทรรศการ “Hermès à tire-d’aile – Les mondes de Leïla Menchari” ณ Grand Palais ปารีส ประเทศฝรั่งเศส

“Draw me your dreams” หรือ “ลองบรรจงวาดความฝันของเธอ” Annie Beaumel หัวหน้าแผนกวินโดว์ ดิสเพลย์ ของแอร์เมสในขณะนั้น ตั้งคำถามไว้กับ Leïla Menchari เมื่อเธอก้าวเข้ามที่ 24 Faubourg Saint-Honoré ในปี 1961 ซึ่งในขณะนั้น Leïla Menchari กำลังจบการศึกษาจากหลักสูตรที่โรงเรียนสอนศิลปะ Beaux-Arts School ในกรุงปารีส หลังจากจบการศึกษาด้านวิจิตรศิลป์จากเมืองตูนิสเมืองที่เธอเติบโตขึ้นนับเป็นก้าวแรกกับการทำงารกับแอร์เมส ตั้งแต่ปี1978 – 2013 เธอสร้างสรรค์จินตนาการ และออกแบบวินโดว์ ดิสเพลย์ ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่กำกับดูแล Silk Colours Comittee

ในระหว่างห้องจัดแสดงนิทรรศการที่ได้มีการจัดสเตจโดย Nathalie Crinière ผู้เข้าชมสามารถพบเจอกับ ถ้อยคำอันแสนวิเศษของ Leïla Menchari

ในขณะที่ศิลปินเลือกใช้ในการนำเสนอคือเส้นด้ายนับเป็นตัวละครเอกของนิทรรศการ ที่ช่วยปลุกเสน่ห์แห่งศิลปะของศิลปินทุกท่าน โดยแต่ละฉาก แต่ละชิ้นบอกเล่าเรื่องราวของ Leïla Menchari เธอคือนักเล่าเรื่องตัวยง เธอเล่าขานถึงความฝัน และผลงานการังสรรค์ของเธอไปพร้อมกับศิลปิน และช่างฝีมือ รวมไปถึงการเล่าเรื่องของเธอจากเมืองตูนิส และการเดินทางไปในที่ต่างๆของเธอที่เธอรับมาเป็นแรงบันดาลใจจากการเดินทาง จิตรกร ประติมากร และช่างทำเครื่องหนัง ช่างถักสาน ศิลปินโมเสก ช่างตัดหิน และศิลปินเป่าแก้ว เป็นเพียงตัวอย่างกลุ่มหนึ่งของช่างฝีมือชั้นยอด ที่ต่างพากันร่วมมือกับบรรดาศิลปินเพื่อร่วมกันรังสรรค์วัตถุ และฉากอันน่าประทับใจ และวินโดว์ ดิสเพลย์อันงดงามประณีต

“ฉันต้องการให้ชิ้นงานของฉันออกมาอย่างจริงใจและแสดงถึงเนื้อแท้ เธออธิบาย “ฉันมักเป็นที่รู้จักในการสร้างสรรค์ผลงานแบบเหนือจริง ซึ่งฉันก็รักมัน แต่ฉันจะสร้างผลงานด้วยของจริงเสมอ ที่ผู้คนจะจดจำมันได้ และต้องเป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมาย ของที่นำความตื่นตาตื่นใจและสร้างเซอรไพรซ์ให้ผู้คน และที่สำคัญต้องทำให้ผู้ที่เดินผ่านไปมารู้สึกประหลาดใจเสมอ”

Leïla Menchari “ราชินิแห่งมนต์เสน่ห์” จะได้รับการตีพิมพ์ร่วมกับ Actes Sud ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ ที่มักร่วมงานกับแอร์เมสเนื้อหาโดย Michèle Gazier จำนวน 432 หน้า รวมทั้งรูปภาพประกอบ   รูป ปกแข็ง

Hermès à tire-d’aile – Les mondes de Leïla Menchari” นิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2017  ณ Grand Palais – Galerie Sud เวลาทำการ 10.00-20.00 น. ทุกวันศุกร์ และเสาร์เปิดถึง 22.00 น

Related Post

คู่หูนักออกแบบชื่อดังชาวฝรั่งเศสรับหน้าที่ออกแบบคอลเลกชั่นฤดูใบ้ไม้ผลิให้ Lacoste

Mathias Augustyniak และ Michael Amzalag, หรือที่รู้จักกันในนามว่า M/M paris คู่หูนักออกแบบชาวฝรั่งเศสที่ได้รับรางวัลมากมาย ได้สร้างสรรค์ตัวอักษรภาษาอังกฤษเป็นรูปทรงต่างๆโดยใช้สองสีสลับกัน เพื่อสื่อถึงตัวจระเข้ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกตัวนี้ Felipe Oliveira Baptista, Creative Director ของ Lacoste ฝันอยากเห็นงานออกแบบตัวจระเข้จากพรสวรรค์และความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินทั้งคู่มานานมากแล้ว

เขากล่าวว่า “ผมชื่นชอบงานของทั้งคู่ ซึ่งมีความจัดจาน เป็นเอกลักษณ์ โดนใจ ผมชอบการผสานที่ลงตัวของอิสระทางความคิดในเรื่องการใช้โทนสีกับความเฉพาะของชิ้นงานที่ทั้งคู่สร้างสรรค์ออกมา

ในช่วงสามศตวรรษที่ผ่านมา M/M paris สามารถถ่ายทอดอัตลักษณ์ของแบรนด์ทั้งหลายผ่านภาพและองค์ประกอบต่างๆได้อย่างยอดเยี่ยม ในบรรดาดีไซเนอร์ที่สร้างสรรค์งานล้ำๆในรุ่นเดียวกันกันนั้น ทั้งคู่ได้สร้างปรากฎการณ์ให้กับวงการ ด้วยชิ้นงานที่มีความลึกซึ้งและมีนัยยะทางการเมือง

สิ่งที่ทำให้ทั้งคู่โดดเด่นก็คือ การไม่ตีกรอบให้ตัวเองต้องทำงานกับสื่อใดสื่อหนึ่ง จึงทำให้ Mathias กับ Michael ได้ทำงานสร้างสรรค์ผลงานทั้งทางด้านแฟชั่น วงการเพลง โดยมีทั้งศิลปะร่วมสมัย งานละครเวที รวมทั้งงานตกแต่ง ไปจนถึงการรังสรรค์น้ำหอม

ทั้งคู่ได้ร่วมกันสร้าง Yohji Yamamoto ให้เป็นที่รู้จัก และได้ร่วมกันกับ Nicolas Ghesquière สร้างลุคแบบเรอเนซองค์ให้กับแบรนด์ Balenciaga นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังสร้างสรรค์ผลงานในหลากหลายรูปแบบให้กับแบรนด์ Loewe และ JW Anderson โดยทำงานร่วมกับ Jonathan Anderson

ทั้งคู่เป็นดีไซน์เนอร์หลักที่ออกแบบงานกราฟฟิคให้กับ Björk, Benjamin Biolay, Etienne Daho, Jean-Louis Murat และยังร่วมงานกับหลากหลายศิลปิน เช่น Dominique Gonzalez-Foerster Pierre Huyghe และ Philippe Parreno รวมทั้งออกแบบโปสเตอร์ให้กับสถาบันและองค์กรชั้นนำอาทิ Lorient theatre, the Dijon Consortiumและ  Fiac นับตั้งแต่ปี 2005

การได้ทำงานให้กับลูกค้าที่มีความแตกต่างและหลากหลายนับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสร้างสรรค์ชิ้นงานที่มีความซับซ้อนและลึกซึ้ง ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็ช่วยเติมเต็มซึ่งกันและกันเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน เราจึงเชิญทั้งคู่มาทำงานชิ้นนี้

รายละเอียดของคอลเลคชั่น

การออกแบบตัวอักษรนั้น เป็นความถนัดและชื่นชอบของ Mathias Augustyniak และ Michael Amzalag อยู่แล้ว ทั้งคู่สนุกกับการจัดเรียงรูปร่างของจระเข้โดยใช้ตัวอักษรตามลำดับ A – Z โดยปรับรูปทรงของตัวอักษร เพื่อสะกดเป็นชื่อของ      แบรนด์ และสร้างความโดดเด่นให้กับหางจระเข้ด้วยตัว L และใช้ตัว E เพื่อสื่อถึงปากที่อ้ากว้างอยู่

สินค้าต่างๆในคอลเลคชั่นนี้มีจำนวนจำกัด และมีเอกลักษณ์โดดเด่นตามตัวศิลปินผู้ออกแบบ

โดยจะมีสีขาว น้ำเงิน แดง และฟ้า และชมพูอมส้มของ LACOSTE และจะมีงานปักคำว่า LACOSTE สีเขียวและแดงสลับกัน โดยงานปักชิ้นนี้จะมาแทนตัวจระเข้ที่อยู่บนเสื้อโปโลแขนสั้น ในขณะที่บนเสื้อยืดสำหรับชายและหญิง จะมีตัวอักษรทั้งหมด  26 ตัว และจะลงสีเฉพาะตัวที่สะกดเป็นคำว่า LACOSTE งานกราฟฟิคนี้จะไปอยู่ตรงด้านหน้าของกระเป๋า Anna ที่สามารถใช้ได้ทั้งสองด้าน ในขณะที่อีกด้านจะเป็นรูปโลโก้ M/M (Paris)ที่ทุกคนรู้จักันดี รวมไปถึงคอลเลคชั่นรองเท้า ที่มีความพิเศษด้วยงานปักบนด้านข้างของรองเท้าทั้งสองด้านและใต้พื้นรองเท้าทำจากวัสดุใสสามารถมองเห็นลวดลายกราฟฟิกของ M/M ได้อย่างพิเศษ สร้างสรรค์และลงตัว LACOSTE X M/M รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นนี้ สามารถเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ Lacoste Flagship Store @Central World ชั้น2, Facebook.com/lacostethailand

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 095-3702539, 082-4862382

Related Post

ERDEM X H&M ความร่วมมือทางแฟชั่นที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้

เพื่อเป็นการต้อนรับคอลเลกชั่นใหม่สุดพิเศษจากความร่วมมือระหว่าง H&M และแบรนด์ดังจากเกาะอังกฤษอย่าง Erdem ลอปติมัมยกหูหา Erdem Moralioglu ดีไซเนอร์ เพื่อถามไถ่ถึงเบื้องหลังความร่วมมือระดับโลกครั้งนี้

นี่เป็นคอลเลกชั่นผู้ชายคอลเลกชั่นแรกของ Erdem ทำไมคุณถึงเลือก H&M

ผมร่ำเรียนมาทางด้านเสื้อสตรีครับ พอมาเปิดห้องเสื้อของตัวเองก็เลยพุ่งความสนใจไปที่เสื้อผ้าสตรีเป็นหลัก แต่เสื้อผ้าผู้ชายก็น่าสนใจมากทีเดียว คอลเลกชั่นผู้ชายลำดับแรกของผมจึงเลือกที่จะร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง H&M

ได้แรงบันดาลใจจากอะไร

ก็จะคล้ายๆกับของผู้หญิงครับ ผมนึกจินตนาการถึงกลุ่มเพื่อนที่ไปร่วมตัวกัน ณ บ้านชนบทหลังใหญ่ เล่นสนุกกับเสื้อผ้าที่พวกเขาเจอในบ้าน บางชิ้นก็ได้แรงบันดาลใจจากเสื้อผ้าชิ้นโปรดของผมในวัยเด็ก อย่างเช่นเสื้อถักไหมพรมจากนอร์เวย์

คอลเลกชั่นผู้ชายจะใช้ลวดลายดอกไม้หรือไหม มีชิ้นไหนน่าสนใจบ้าง

ผมอยากทดลองใช้ลายดอกไม้กับผู้ชายครับ เช่น เสื้อนอนลายดอกไม้ ซึ่งเราดึงลวดลายดอกไม้มาจากวอลเปเปอร์เก่ายุคสามศูนย์ ผมชอบลายดอกไม้ที่สะท้อนถึงความเป็นอังกฤษ ผมว่า มันเป็นอมตะ

ความท้าทายล่ะ

ผมว่าสนุกมากกว่าท้าทายนะครับ ต้องยาวแค่ไหน สั้นแค่ไหน เพิ่มรายละเอียดอะไร ควรลดรายละเอียดตรงไหน ผมพอใจกับผลลัพธ์มากครับ

ลุคที่คุณชอบที่สุด

ผมคงเลือกเสื้อแจ๊กเก็ตผ้าทวีดกับกางเกงเข้าชุดกัน มันได้แรงบันดาลใจมาจากภาพถ่ายของพ่อผมกำลังสวมชุดแบบนี้ ตั้งแต่สมัยยุคหกศูนย์ ในภาพพ่อดูทันสมัยมากทีเดียว และผมชอบที่แจ๊กเก็ตเหมาะกับทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะใส่เดินเล่นในชนบทของอังกฤษ หรือจะใส่ทุกวันเวลาทำงาน

ฟังเบื้องหลังแล้วก็ยิ่งตื่นเต้น สำหรับใครที่สนใจจะเป็นเจ้าของ Erdem x H&M ให้เตรียมแสตนด์บาย ณ สาขา สยาม พารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ และดิ เอ็มควอเทียร์ ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป

Related Post

ต้อนรับลมหนาวในปีนี้แบบสุภาพบุรุษสุดเท่จาก Polo Ralph Lauren

American boys

Polo Ralph Lauren ต้อนรับหนุ่มๆ ให้หล่อรับทันลมหนาวด้วยเครื่องแต่งกายคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2017 ด้วย 4 ธีมหลักที่จะทำให้หนุ่มๆ หล่อรับทุกสถานการณ์

Street Luxe

Polo Ralph Lauren ได้นำเอาเอกลักษณ์ของแบรนด์นำมาตีความใหม่ให้มีความทันสมัย โดยได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจสำหรับหนุ่มๆ ในการออกท่องเที่ยวและใช้ชีวิตในเมือง และยังไม่ลืมใส่ความเป็นตัวเองลงไปในสไตล์ที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานและกลิ่นอายของสปอร์ตแวร์ ผ่านเสื้อผ้าที่เรียบง่ายแต่น่าสนใจในเนื้อผ้าต้อนรับฤดูกาลอย่างแคชเมียร์ ผ้าทวีด บอยด์วูล โดยมีไอเท็มชิ้นเด่นอย่าง แจ๊กเก็ตเชียร์ลิ่ง ท็อกเกิ้ลโค้ต แจ๊กเก็ตหนังมอเตอร์ไซค์ และแจ๊กเก็ตหนังทรงนักบิน A2 ทั้งยังมีเสื้อคาร์ดิแกนวาร์ซิตี้ปักข้อความ “Every man is the artisan of his fortune” สเวตเตอร์ลายหมีโปโล ไปจนถึงเชิ้ตผ้าฟอกลายตารางปลายรุ่ยน้ำหนักเบา และแจ๊กเก็ตผ้าบอยด์วูลลายตาราง สำหรับกางเกงนั้นมีทั้งกางเกงยีนส์ประดับตกแต่งลายปะ กางเกงชิโนแต่งรอยปะผ้าแฮริสทวีต จับจีบหน้าที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องแบบทหารอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมไปถึงกางเกงทรงล่าสัตว์

Casual Camo

โดดเด่นและสนุกสนานไปกับลายพรางทหารและโครงเสื้อผ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องแบบทหารที่ได้รับการผสมผสานเข้ากับเอกลักษณ์ของ Polo Ralph Lauren ได้อย่างลงตัว อย่างการจับคู่ลายพรางชนกับลายพรางในแบบคุมโทนสี ทั้งสีเขียวทหารและสีชาร์โคล ผ่านเนื้อผ้าวูลเมอริโน่แบบซักได้ ผ้าแคชเมียร์ ผ้าบอยด์วูลและผ้าทวีด ที่มาในรูปแบบของแจ๊กเก็ตบัลมาคานผ้าไนล่อนน้ำหนักเบา โค้ตเชสเตอร์ฟิลด์ แจ๊กเก็ต M45 ที่มาพร้อมกับลายปักนูน รวมไปถึงสเวตเตอร์วาร์ซิตี้ทอลายพรางทหาร สำหรับกางเกงนั้นมีกางเกงยีนส์พิมพ์ลายพรางทหารและกางเกงยีนส์ทรงโมโดผ้าเคลือบ ไปจนถึงกางเกงผ้าวูลทรงใหม่ สวมใส่สบายปลายขาสอบพร้อมจีบขนาดใหญ่ และกางเกงคาร์โก้ M45

Denim Dazzle

สำหรับวันพักผ่อนสบายๆนั้น Polo Ralph Lauren เลือกหยิบยกเอาผ้าเดนิมมาตีความและรังสรรค์ใหม่ ด้วยการตัดเย็บที่เน้นคุมโทนสี ให้วันพักผ่อนของคุณโดดเด่นและสะท้อนความเป็นตัวเองรวมถึงเอกลักษณ์ของหนุ่ม Polo Ralph Lauren ได้อออกมาชัดเจนมากที่สุดด้วยผ้าฝ้าย ผ้าแคชเมียร์ และผ้าวิสโควเทอรี่ ผ่านเสื้อกั๊กกันหนาวที่สวมทับด้วยแจ๊กเก็ตยีนส์ แจ๊กเก็ตลำลองผ้าทวีด เชิ้ตแฮมป์ตันแบบ 4 กระดุม ตกแต่งกระเป๋าบริเวณหน้าอก จับคู่เข้ากับกางเกงชิโนผ้ายืดทรงสกินนี่ กางเกงยีนส์ทรงโมโดผ้ายืด และกางเกงยีนส์อินดิโก้สีเข้มในทรงคลาสสิก

Formal Essentials

เอาใจหนุ่ม Polo Ralph Lauren ในวันทำงานที่ยังคงไม่ลืมเอกลักษณ์ที่แสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มเปี่ยม ด้วยเสื้อฟิลด์แจ๊กเก็ตผ้าไนลอนที่มาพร้อมฮู้ดแบบพับเก็บได้ เสื้อควิทแจ๊กเก็ตผ้าไนลอนนำ้หนักเบาตกแต่งด้วยแถบหนัง เสริมทับด้วยผ้าแคชเมียร์ทอเต็มผืน ผ้าวูลทอลายตาราง สำหรับกางเกงยังใช้กางเกงชิโนผ้าเดนิม ที่ช่วงเป้ายาวขึ้นและปลายขาสอบ และกางเกงยีนส์ผ้าน้ำหนักเบาที่สามารถใส่ไปทำงานได้อย่างสบายๆ แต่ยังให้ความสุภาพและเป็นทางการอยู่

พบกับ Polo Ralph Lauren ได้ที่

ชั้น 3 สยามพารากอน, ชั้น 3 เซ็นทรัล ชิดลม, ชั้น 1 เซ็นทรัล เวิลด์, ชั้น G-1 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

Related Post

Kingsman: The Golden Circle จากผลงานการกำกับของ Matthew Vaughn

เมื่อเราได้รับเชิญจาก Feberbräu ไปทดลองชมภาพยนตร์เรื่องใหม่เอี่ยมอย่าง Kingsman: The Golden Circle ณ Embassy Diplomat Screens by AIS นั้น เราก็อดซ่อนความตื่นเต้นไว้ไม่ได้ เพราะการได้ดูภาพยนตร์ภาคสองเกี่ยวกับสุภาพบุรุษ และชุดสูทเต็มยศ ในโรงภาพยนตร์สุดพรีเมี่ยมของประเทศไทย พร้อมเครื่องดื่มพรีเมี่ยมจากประเทศเยอรมัน… คงจะเป็นค่ำคืนสุดพรีเมี่ยมของเราอย่างแน่นอน

ซึ่งก็แน่นอนว่า งานเปิดตัวก่อนภาพยนตร์ฉายนั้นก็เต็มไปด้วยความสนุกสนานหวือหวาตามสไตล์ภาพยนตร์แอ็กชั่นที่กำกับโดย Matthew Vaughn และเมื่อภาพยนตร์เริ่มฉาย เราก็ค้นพบว่า ‘ความเป็นสุภาพบุรุษ’ ที่แท้จริงนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ไม่น้อย

เอาเรื่องตัวหนังก่อน: ภาพยนตร์แอ็กชั่นที่ออกแบบฉากแอ็กชั่นได้อย่างมีสไตล์ สนุกสนานตามเอกลักษณ์ของผู้กำกับและตัวแฟรนไชส์ เรียกได้ว่ายอมทิ้งความแข็งแกร่งเรื่องบทมาทุ่มกับงานดีไซน์ภาพยนตร์แบบเกินร้อย เราให้สามผ่าน

ต่อมา เรื่องที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของเรื่องอันได้แก่ชุดสูทที่ถูกตัดเย็บอย่างประณีตเพื่อให้ตัวละครสวมใส่ บอกเลยว่า ถ้าคุณต้องการเรฟเฟอร์เรนซ์เรื่องการใส่สูทให้ถูกวิธี อย่างการห้ามกลัดกระดุมสุดท้ายบนตัวเสื้อย่างเด็ดขาด และการจับคู่สูทกับรองเท้าเดอร์บี้คู่สวย อะไรแบบนี้ เราการันตีเลยว่าคุณจะออกจากโรงมาพร้อมเรฟเฟอร์เรนซ์เต็มหัว พร้อมแปลงร่างเป็นสุภาพบุรุษในชุดสูทได้แบบไม่อายใคร

ในส่วนของเรื่องการเน้นย้ำ ‘ความละเมียดละไม’ ในการดื่มกินของตัวละครที่เป็นสุภาพบุรุษนั้น ก็ทำได้น่าสนใจ ยิ่งเมื่อได้จิบเครื่องดื่มพรีเมี่ยมเย็นๆ ที่วางอยู่ข้างตัวระหว่างดูภาพยนตร์นี่ยิ่งทำให้บรรยากาศการชมภาพยนตร์ของเรายิ่ง ‘ฟิน’ กว่าเก่า

มีเตือนกันเล็กน้อยว่า เนื้อหาในเรื่องอาจจะมีการจิกกัดเรื่องการแต่งตัวระหว่างฝั่งผู้ดีอังกฤษ (Kingsman) และฝั่งอเมริกัน (Statesman) กันพอหอมปากหอมคอ แต่บอกเลยว่า ถ้าเราเอาตัวเองออกมาจากความเชื่อเก่าๆ ว่าสุภาพบุรุษต้อง ‘แต่งตัว’ อย่างไร และมองด้วยใจเป็นกลาง เสื้อผ้าของทั้งสองซีกโลกที่ปรากฏในเรื่องนั้นถือว่าสวย และน่าแต่งตามเป็นอย่างยิ่ง

Kingsman: The Golden Circle เข้าฉายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในโรงภาพยนตร์ชั้นนำทั่วประเทศ

ขอขอบคุณ Federbräu Thailand

Related Post

หลังจากที่ Iphone รุ่นใหม่ได้คลอดออกไปเรียบร้อย ก็ถึงคิวของ Apple Watch Hermes รุ่นที่ 3 แล้ว

สำหรับสาวกแอปเปิ้ลที่มีความเป็นแฟชั่นนิสต้าสูงมากๆ คงจะรอช้าอยู่ไม่ได้แล้วกับ Apple Watch Hermes Series 3 ที่เพิ่งจะเปิดตัวออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ โดยจุดเด่นของ Apple Watch Hermes นั้นก็คือจะยังคงใช้สายหนังที่ตัดเย็บโดย Hermes เอง มีสายให้เลือกหลากหลายแบบตั้งแต่ Single Tour Rallye ที่จับคู่กับตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตร Single Tour Eperon d’Or จับคู่กับตัวเรือน 38 และ 42 มิลลิเมตร Double Tour จับคู่กับตัวเรือนขนาด 38 มิลลิเมตร Single Tour จับคู่กับตัวเรือน 38 และ 42 มิลลิเมตร Single Tour Deployment Buckle จับคู่กับตัวเรือน 42 มิลลิเมตร

และสำหรับ Apple Watch Hermes Series 3 นั้นจะมีสายสปอรต์ที่วัสดุเป็นซิลิโคนที่มีความเบาและสวมใส่ได้นุ่มสบายแถมมาให้อีกหนึ่งเส้นด้วย

Related Post

การเดินทางข้ามผ่านฤดูกาลครั้งใหม่จาก Ralph Lauren Purple Label

The Scent of Winter

คอลเลกชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2017-18

เครื่องแต่งกายในคอลเลกชั่นประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2017-18 ครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากลวดลายพิมพ์ผ้าในสไตล์ตะวันตกที่ถูกผสมผสานให้เข้ากับกลิ่นอายของวัฒนธรรมอเมริกันคลาสสิกได้อย่างน่าสนใจผ่านลุคสบายๆในช่วงวันหยุด เริ่มต้นด้วยสปอร์ตแวร์ถักทอจากเนื้อผ้าบางเบา ผสมผสานกับการตัดเย็บที่พิถีพิถัน เรียบหรูในเฉดสีเทาและสีครามสุดคลาสสิก มาพร้อมกับลายผ้าและลายพิมพ์ที่ลงตัวกันดี ยกระดับความสบายของสปอร์ตแวร์ไปอีกขั้นกับกางเกงจ๊อกเกอร์ที่ตัดเย็บด้วยผ้าแคชเมียร์สุดหรู และการนำเอาเนื้อผ้าที่เหมาะกับการสวมใส่ในทุกวันมาออกแบบเสื้อผ้าเอาท์เทอแวร์ใหม่ได้อย่างลงตัวในลายพิมพ์ชนเผ่าทรงเลขาคณิต (Beacon Prints) จับคู่กับยีนส์และเครื่องหนังอย่างลงตัว สำหรับแจ๊กเก็ตใช้เทคนิคการตัดเย็บร่วมสมัยที่แสดงออกมาได้อย่างสมบูรณ์ผ่านชุดสูทกระดุมคู่ (Double-breasted) หนังฟอกสีกรมท่า สัญลักษณ์รูปหมีโปโลได้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในคอลเลกชั่นนี้เพื่อสร้างความสนุกสนานเป็นกันเองและผ่อนคลาย มอบสไตล์ชัดเจนและโดดเด่นให้กับเสื้อสเวตเชิ้ตปลายพู่ และแจ๊กเก็ตวาซิตี้เฉดสีโมโนโครมและลายแพตช์เวิร์กอันแสดงออกถึงอิทธิพลการแต่งตัวแนวสปอร์ตได้เป็นอย่างดี

สำหรับลายพิมพ์ในสไตล์ตะวันตกนั้นบ่งบอกถึงความร่วมสมัย การผสมผสานกันของเนื้อผ้าแบบดั้งเดิมถูกนำมาใช้ในแจ็คเก็ตผ้าทวีตเนื้อเบาและเสื้อถักไหมพรมอันประณีต ยีนส์ปักลายสวมใส่สบายและกางเกงจ๊อกเกอร์ผ้าแคชเมียร์ปักลายด้วยเทคนิคแบบอินทราเซีย (Intrasia) สร้างความหลากหลายและเพิ่มมิติให้กับคอลเลกชั่นนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ เมื่อใส่เข้าชุดกับเอาท์เทอร์แวร์โทนสีเข้มขรึมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนักเดินทางสำรวจโลก ส่วนชุดสูทและโค้ตแนวสปอร์ตถูกสร้างสรรค์ ขึ้นใหม่ด้วยผ้าเนื้อบางเบาและเทคนิคการถักทอแบบไร้ตะเข็บ สำหรับเสื้อผ้าแบบทางการนั้นได้ถูกตีความและออกแบบใหม่ให้ร่วมสมัยขึ้นด้วยการผสมผสานรายละเอียดแบบตะวันตก เช่น ปลายพู่และผ้ายีนส์ ดินเนอร์แจ็คเก็ตที่ทำจากผ้ากำมะหยี่และผ้าไหมแจ็คการ์ดแสดงออกถึงตัวตนของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดีในเวลาค่ำคืน

พบกับ Ralph Lauren Purple Label คอลเลกชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2017-18 ได้ที่ ชั้น G -1 เซ็นทรัลเอ็มบาสซี

Related Post

พบกับ John Varvatos คอลเลกชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2017-18

Wild At Heart

จากแรงบันดาลใจของหนุ่มร็อกสตาร์ที่พกพาหัวใจโรแมนติก สง่างาม และมีเสน่ห์ลึกลับน่าค้นหาถูกตีความจนกลายมาเป็นคอลเลกชั่นประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2017-2018 ที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังขับเคลื่อนของประวัติศาสตร์ตราบจนถึงปัจจุบัน ก่อให้เกิดการตีความหลากหลาย เต็มไปด้วยบริบทอันสลับซับซ้อน ทว่าสวยงาม ผ่านความละเอียดอ่อนของฝีมือช่างในยุคคลาสสิกผสานกับฝีมือล้ำสมัยของช่างยุคใหม่ที่สอดแทรกการผจญภัยอันตื่นเต้นและท้าทายอยู่เสมอ ทั้งหมดทั้งมวลถูกรังสรรค์ออกมาเป็นรายละเอียดความงดงามของชายหนุ่มหัวขบถ ทั้งการตัดเย็บที่เน้นรายละเอียดตามสไตล์ดั้งเดิมผสมผสานเข้ากับเทคนิคสดใหม่อย่างการเย็บผ้าตัดต่อเข้ากับหนังฟอกนิ่ม หรือการตกแต่งด้วยงานขนสัตว์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสัตว์ป่าอย่างลายพิมพ์เสือดาว ให้ความรู้สึกถึงอารมณ์อันลึกลับ รวมถึงรายละเอียดอย่างการใช้ผ้ากำมะหยี่ฟอกและการกลับซับในออกแสดงให้เห็นขนแกะอันอ่อนนุ่ม

นอกจากจะใช้วัสดุที่หรูหราและเทคนิคการตัดเย็บในแบบดั้งเดิมแล้ว งานผืนหนังขัดเงาลงสีด้วยมือ และการใช้ขนสัตว์แบบดั้งเดิมถูกทำให้มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยการเดินแถบสีสดให้ตัดกันตั้งแต่สีดำสุดคลาสสิก ไปจนถึงสีเทามุกและโทนสีถ่าน เช่นเดียวกับสีน้ำเงินของเครื่องแบบ สีขนสัตว์ สีช็อกโกแลต สีน้ำตาลขนอูฐ และสีเขียวมะกอกเข้ม ส่วนโค้ตตัวยาวถือว่าเป็นอีกหนึ่งชิ้นงานที่เป็นพระเอกสำหรับฤดูกาลนี้ สามารถนำมาเพิ่มมิติและลูกเล่นให้กับสไตล์โดยรวมอย่างการผสมขนอัลปาก้าบนโค้ตสีดำแบบกระดุมเดียว ตกแต่งปกด้วยกำมะหยี่จับคู่กับกางเกงหนังยืด แต่งเติมอย่างสง่างามคมเข้มให้กลิ่นอายความเป็นคนเมือง  หรือโค้ตขนแกะถูกนำมากลับด้านในออกด้านนอก เผยให้เห็นถึงภายในอันเรียบลื่นและภายนอกอันดิบเท่ ด้วยขนยาวที่ปรากฏอยู่ให้เห็นอย่างท้าทาย ตบท้ายด้วยเสื้อคลุมฮู้ดขนสัตว์กำมะหยี่ฟอกสีมะกอก ลำตัวเป็นหนังลายพิมพ์เสือดาวโดดเด่น

สำหรับแจ๊กเก็ตหนังไบก์เกอร์ได้ถูกถ่ายทอดและได้รับแรงบันดาลใจมาจากสัตว์ป่า โดดเด่นด้วยลายพิมพ์แมวป่าลงบนหนังลูกวัว ตามด้วยท็อปโค้ตลายพิมพ์เสือดาวสไตล์ร็อกแอนด์โรลล์ ทั้งหมดผ่านการผลิตด้วยเทคนิคการลงสีด้วยมือบนหนังลูกวัว ถือเป็นการตีความใหม่ให้กับเค้าโครงดั้งเดิมของแจ๊กเก็ตหนังไบก์เกอร์ ซึ่งนำไปสู่การสร้างสรรค์แจ๊กเก็ตถักทอขนสัตว์สองชั้น ซึ่งเทคนิคการลงสีของช่างฝีมือทำให้เกิดมิติใหม่บนโค้ตและแจ๊กเก็ตตามฤดูกาล เป็นภาพลักษณ์รูปแบบใหม่ที่ให้ความรู้สึกทั้งลึกซึ้งและชัดเจน ตอกย้ำความนุ่มนวลของวัสดุชั้นเลิศอย่างที่สุด ปราศจากความแข็งทื่อตรงไปตรงมาอย่างงานลงสีบนผืนหนังทั่วไป

ในส่วนของแอกแซสเซอรีอย่างรองเท้านั้นเป็นสิ่งสะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้ชัดเจนที่สุด โดยรองเท้าหัวแหลมแบบใหม่ที่มาพร้อมกับซิปและเครื่องตกแต่งที่แปลกตาไม่เหมือนใครนั้นสามารถถอดหรือปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบตามสไตล์ของตัวเอง สำหรับในส่วนของกระเป๋านั้นใช้ขนลูกแกะฟอกพิมพ์ลายแมวป่าในรูปทรงที่เรียบง่าย มาพร้อมกับสายหนังและซิปทองเหลืองในสไตล์วินเทจ รวมไปถึงผ้าพันคอผืนบางนำ้หนักเบาด้วยเนื้อผ้าไหมและผ้าขนสัตว์ ที่สามารถนำมาผูกแบบหลวมๆเพิ่มสไตล์แทนเนกไทได้เป็นอย่างดี

Wild at Heart จึงเป็นคอลเลกชั่นที่นำเสนอความเท่ที่ไม่ตามใคร หนักแน่นและสง่างามในแบบฉบับของตัวเองที่ถูกขับเคลื่อนจากหัวใจที่อิสระ ปฏิเสธที่จะตามกระแสที่สังคมนิยม ด้วยแรงบันดาลใจจากสัตว์ป่า ไปจนถึงรายละเอียดที่หรูหราและโครงร่างที่คมชัด รันเวย์จึงดูเสมือนการเดินขบวนบนจังหวะกลอง ในขณะเดียวกันก็เชื่อมโยงกับความผันแปรของสไตล์ พิสูจน์ให้เห็นถึงหัวใจของหนุ่มยุคใหม่ ที่เต้นเป็นจังหวะรุนแรงอย่างบ้าคลั่ง

พบกับ John Varvatos คอลเลกชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2017-18 ‘Wild at Heart’ ได้ที่ชั้น 1 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และ ชั้น 4 เซ็นทรัล ชิดลม

Related Post

พบกับเต๋อ ฉันทวิชช์ในแฟชั่นเซ็ท Jaspal คอลเลกชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2017-2018

Nippon Wave
Jaspal Men คอลเลกชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2017-18 นำเสนอความเป็นญี่ปุ่นในสไตล์ของ JAPONISM
ทั้งด้านแฟชั่น ศิลปะ และสถาปัตยกรรมที่แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานกันของวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความทันสมัยของญี่ปุ่นยุคใหม่
จึงทำให้เสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้แฝงไปด้วยเสน่ห์ของความเป็นตะวันออกในสไตล์สุดโมเดิร์นที่โก้ เท่ มีความแปลกใหม่และเต็มไปด้วยลูกเล่นต่างๆ
รวมไปถึงการนำสถาปัตยกรรมแบบ CUBISM มาเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์รูปทรงเสื้อผ้าแบบใหม่
เห็นได้จากลูกเล่นลายคิวบิคและความเป็นสามมิติ เพื่อมอบความสบายในการสวมใส่และยังให้ความรู้สึกแข็งแกร่งและมีพลังอีกด้วย
เรียกได้ว่าเป็นการนำเอาเสน่ห์ความเป็นญี่ปุ่นกับความน่าทึ่งของสถาปัตยกรรมมารังสรรค์รูปทรงเสื้อผ้าที่ผนวกเข้ากับเทคนิคการตัดเย็บอันประณีตได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Related Post

ปั้นจั่น – ปรมะ พระเอกหนุ่มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น

MIDO The Timeless Timepiece

พระเอกหนุ่มชื่อน่าจดจำอย่างปั้นจั่น – ปรมะ อิ่มอโนทัยไม่ได้มีดีที่ผิวสีน้ำผึ้งสะกดใจและดวงตาคมกริบ หวานงามราวตากวางเท่านั้น เมื่อเราได้นั่งคุยกับเขา แม้จะเป็นระยะเวลาไม่นานนัก แต่ก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของผู้ชายคนนี้ได้ไม่ยาก

สวมใส่ MIDO รุ่น Ocean Star Titanium

เส้นทางในวงการบันเทิง

“สวัสดีครับ ผม ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย อายุสามสิบปีครับ” ปั้นจั่นตอบยิ้มๆ เมื่อทีมงานขอให้เขาแนะนำเอง เมื่อเห็นสีหน้าของทีมงาน เขาก็หัวเราะอย่างผู้ชายอารมณ์ดี “เอายังไงดีล่ะ … ผมเข้าวงการโดยการเป็นหนึ่งในสี่นักร้องของวง Nice 2 Meet U ของค่ายอาร์เอสครับ ตอนนั้นผมอายุแค่สิบเก้าเอง เป็นนักร้องอยู่ได้สามสี่ปี ก็แยกย้ายกับวงไป ผมก็ยังวนเวียนอยู่ในวงการ รับงานพิธีกร งานเล่นละคร มาเล่นภาพยนตร์ ถ่ายแบบ หลังจากนั้นผมก็เป็นนักแสดงเต็มตัวแล้วครับ รับแต่งานแสดงเป็นหลักเลย”

ละครเรื่องแรกของปั้นจั่นได้แก่เรื่อง ‘เขยรสข่า พ่อตารสขิง’ ที่เขาแสดงตั้งแต่สมัยที่ยังสังกัดอยู่อาร์เอส “เป็นละครคอมเมอดี้ครับ ตอนนั้นผมยังเพิ่งเข้าวงการใหม่ๆ ตื่นเต้นมาก เล่นยังไม่เก่งเลยครับ ยังหามุมกล้องไม่เจอเลย” เขายิ้มเมื่อนึกถึงอดีต หลังจากนั้นเขาก็ตั้งใจทำงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายมาเป็นหนึ่งในพระเอกแถวหน้าในปัจจุบัน

สวมใส่ MIDO รุ่น Commander II Chronometer Caliber80

บทบาทหน้าจอ

ปั้นจั่นเป็นพระเอกที่ได้รับบทบาทหลากหลาย ไล่ตั้งแต่แอ็กชั่น คอมเมอดี้ โรแมนติก ไปจนถึงบทบาทท้าทายต่างๆ “ตอนถ่ายละครเรื่องบางระจันนี่ผมชอบมากครับ เพื่อนเยอะเลย ได้ทำอะไรที่สนุกๆ อย่างเรียนฟันดาบ เรียนต่อยมวย และเรียนขี่ม้า เรียกว่าเราได้วิชาเพิ่มมากมายเลยครับ ส่วนอีกเรื่องที่ประทับใจมากๆ ได้แก่เรื่องกามเทพออกศึก ในซีรีส์ชุด Cupid the Series ของช่องสาม” เราอมยิ้มแล้วพยายามกระตุ้นให้เขาเล่าออกมาว่าเขาประทับใจอะไรในละครทั้งสองเรื่องกันแน่ เขานิ่งคิดสักพัก เรียบเรียงคำพูดในหัว ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “เรื่องบางระจัน ผมประทับใจเรื่องการทำงาน บวกกับว่าเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ของเรา ผมเกิดความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งครับ ส่วนเรื่องกามเพทออกศึกนี่ผมประทับใจมาก เพราะฟีดแบ็กของแฟนๆ ที่สะท้อนกลับมาทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น ละครเรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนว่ามีคนกลับมาดูผลงานเราอีกครั้งหนึ่ง มีคนชื่นชมผม มีฟีดแบ็กด้านบวกเยอะมาก เลยประทับใจเป็นพิเศษครับ”

นอกจากจอแก้วแล้ว ความสามารถของปั้นจั่นก็ไปปรากฏบนจอภาพยนตร์ยักษ์เช่นเดียวกัน “ผมชอบบทบาทของตัวเองในเรื่อง It Gets Better ครับ ผมเล่นเป็นผู้ชายจริงๆ ที่ไปมีอะไรกับกะเทยแปลงเพศที่แสดงโดยพี่ต่าย (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) เป็นบทบาทที่ผมต้องจริงจังกับความรู้สึกเป็นอย่างมาก นี่เป็นการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรก ประทับใจมากครับ เพราะได้รับรางวัลจากหลายๆ ที่ครับ”

สวมใส่ MIDO รุ่น Multifort Adventure Chronograph

ทุกความรู้สึกสำคัญ

วิธีการแสดงละครและภาพยนตร์ของปั้นจั่นนั้นค่อนข้างแตกต่างกัน เพราะความละเอียดอ่อนที่เขาเห็นในวิชาชีพของตัวเอง “หัวใจหลักๆ ของการแสดง ถ้าพูดในฐานะคนนอกนี่ อาจจะดูคล้ายคลึงกัน แต่จริงๆ แล้วค่อนข้างคนละแบบกันเลยครับ เพราะเวลาภาพยนตร์ฉาย จะเป็นจอใหญ่ หากเล่าเล่นใหญ่เกินไป มันก็จะดูใหญ่เกินไปเยอะ ต้องเป็นการแสดงแบบหนึ่ง ในขณะที่การเล่นละคร จะต้องแสดงอารมณ์อีกแบบครับ กว่าจะรู้ก็ต้องเก็บชั่วโมงบิน ต้องศึกษาไปเรื่อยๆ ครับ” และในเมื่อภาพยนตร์ส่วนใหญ่ที่ปั้นจั่นแสดงเป็นภาพยนตร์อินดี้ ที่มักจะได้รับความสนใจจากนักวิจารณ์ เขาจึงยิ่งตั้งใจมากเป็นพิเศษ “ผมค่อนข้างแคร์กับคำวิจารณ์ของนักวิจารณ์ครับ เพราะพวกเขาคือคนที่ดูภาพยนตร์จริงๆ”

นอกเหนือจากความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาฝีมือตัวเองแล้ว ปั้นจั่นยังบอกว่า เขาพยายามทำความเข้าใจทุกอารมณ์ของคนรอบตัว เพื่อที่จะปรับใช้ในการแสดงของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นไปอีก “ผมใช้วิธีการเทียบเคียงอารมณ์ครับ อารมณ์ทุกอย่างถือเป็นคลังความรู้ในการแสดงของผม ขึ้นอยู่กับว่าผมจะเลือกโมเม้นต์ไหนมาใช้ นอกจากนั้น การสังเกตคนก็เป็นเรื่องสำคัญ อาจจะไม่ถึงขั้นมานั่งสังเกตว่าทำอะไร แต่ให้จำภาพว่า ณ โมเม้นต์นี้ คนคนนี้รู้สึกอย่างไร หรือควรจะรู้สึกอย่างไร อย่างเช่น พ่อของเพื่อนเสีย เราไม่เคยมีประสบการณ์นั้น แต่เราก็พยายามจับความรู้สึกตรงนั้น แล้วเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในโมเม้นต์นั้น ว่าเราควรจะรู้สึกอย่างไร ประมาณนี้ครับ”

สวมใส่ MIDO รุ่น Baroncelli III Chronometer Caliber80 Si

ตัวตนที่ส่งต่อ

“ผมไม่เคยร่วมงานกับแบรนด์นาฬิกามาก่อนเลยครับ” ปั้นจั่นยิ้มขณะลองนาฬิกา Mido สามสี่เรือนตรงหน้า “เดิมทีผมไม่เคยใส่นาฬิกาเลยนะครับ แต่พอได้ใส่ก็รู้สึกว่านาฬิกาเหล่านี้เป็นอะไรที่เท่มาก ผมชอบอะไรที่เท่ เรียบง่าย ไม่ใช่แนวฝังเพชรครับ อาจจะเลือกสักสองสามเรือนเก่ง สามารถใส่ได้ทุกที่ครับ”

เมื่อเราแอบถามว่า ถ้าจะต้องเลือกนาฬิกาให้สาวสักคน เขาจะเลือกจากอะไร “ผมจะเลือกจากความเป็นตัวตนของผมครับ” ปั้นจั่นตอบโดยไม่ต้องคิด “ผมว่าการเลือกของให้ใครสักคนเป็นการบอกไลฟ์สไตล์ของคนให้ด้วยและคนที่ได้รับเขาจะได้รู้ความรู้สึกเรา เพราะมูลค่าไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าไหร่ ผมคงเลือกนาฬิกาเรือนที่เรียบง่ายเพราะอยู่ได้นานดูแล้วไม่เบื่อเร็ว ที่สำคัญ ต้องเป็นนาฬิกาที่ผมชอบ ถ้าผมชอบ ผมก็จะดีใจ อยากให้เขาใส่บ้าง อยากให้เขาประทับใจความเรียบง่ายที่ผมมอบให้ครับ” ปั้นจั่นสรุปจบ

Website: www.midowatches.com
Instagram: Midowatches  (https://www.instagram.com/midowatches/)
Facebook: MidoSwissWatches (Link https://www.facebook.com/MidoSwissWatches)

Related Post