กิฟ – รักกิจ ควรหาเวช ศิลปินสตรีทอาร์ตผู้ใช้แพชชั่นเป็นกุญแจสำคัญเพื่อเพิ่มพลังในการสร้างสรรค์งานที่เขารัก

Trust in Your Passion

ทำความรู้จักกับกิฟ – รักกิจ ควรหาเวช ศิลปินสตรีทอาร์ตผู้ใช้แพชชั่นเป็นกุญแจสำคัญเพื่อเพิ่มพลังในการสร้างสรรค์งานที่เขารัก จากการเข้าสู่วงการแบบไม่ถนัด และไม่มีพื้นฐานจนกระทั่งกลายมาเป็นหนึ่งในศิลปินสตรีทอาร์ทที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในประเทศไทย

s03-461_w1

<<ถ้าผมตื่นเต้นกับงานชิ้นไหนมากๆ ผู้ชมก็จะตื่นเต้นไม่ต่างจากที่เรารู้สึก ผมเองไม่เคยยึดติดกับความสำเร็จหรือความภูมิใจใดๆ นานครับ เพราะแรงผลักดันในการทำอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ผมอยากจะหาเทคนิคใหม่ๆ มาสร้างงานของผม เพราะผมชอบความรู้สึกเวลาตัวเองเจออะไรใหม่ๆ ก่อนคนอื่น
เหมือนกับเจอก่อนได้เปรียบก่อน>>

epson 1_040edit_w3

“ผมทำงานโดยคิดถึงวิธีการเอาตัวรอดครับ” รักกิจเปิดบทสนทนากับเราอย่างอารมณ์ดี “ผมเริ่มต้นงานสตรีทอาร์ทเพราะพี่ P7 (เจนวิทย์ ลิ้มธรรมรงค์)ชวนผมเข้าวงการ ซึ่งผมไม่เก่งฟรีแฮนด์เหมือนศิลปินคนอื่นๆ ผมจึงต้องหาวิธีการเอาตัวรอดเพื่อสร้างงานให้ได้ และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ผมได้พัฒนาเทคนิคการทำสเตนซิลแบบเฉพาะตัว ซึ่งต่อยอดมาจากงานทดลอง Block Stencil ที่ใช้พ่นตัวอักษร เป็นสไตล์การสร้างตัวอักษรและพ่นต่อเป็นภาพอื่นได้เหมือนเลโก้ ทำให้เราสร้างงานได้อย่างไม่จำกัดครับ” หลังจากงานทดลองครั้งนั้น รักกิจก็พัฒนาต่อยอดวิธีการทำงานอันเป็นเอกลักษณ์ จากการสร้างตัวอักษร มาเป็นการสร้างภาพ จนกระทั่งกลายเป็น
งานเอกลักษณ์ชัดเจนในปัจจุบัน เขาเสริมว่า “ตั้งแต่ที่ทำงานศิลปะมา ผมไม่เคยคิดว่าจะให้ใครมาชอบหรือชื่นชม เพราะถ้าทำงานโดยคิดถึงคนอื่นก่อน จะทำงานยากมาก ผมต้องคิดถึงตัวเองก่อนว่าผมชอบงานนี้ไหม และ
ถ้าได้งานที่โจทย์ยากๆ ผมจะยิ่งตื่นเต้น และภูมิใจที่ได้ทำงานนั้น ผมเชื่อเสมอว่า ถ้าผมตื่นเต้นกับงานชิ้นไหนมากๆ ผู้ชมก็จะตื่นเต้นไม่ต่างจากที่เรารู้สึก ผมเองไม่เคยยึดติดกับความสำเร็จหรือความภูมิใจใดๆ นานครับ เพราะแรงผลักดันในการทำอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ผมอยากจะหาเทคนิคใหม่ๆ มาสร้างงานของผม เพราะผมชอบความรู้สึกเวลาตัวเองเจออะไรใหม่ๆ ก่อนคนอื่น เหมือนกับเจอก่อนได้เปรียบก่อนน่ะครับ”

เวลาห้าปีในแวดวงสตรีทอาร์ทนั้นอาจจะไม่นานนัก แต่ผลงานของเขาก็ได้รับการยอมรับในวงกว้าง เขาได้รับเชิญไปสร้างงานสตรีทอาร์ทมาแล้วมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เขาเฝ้ามองผู้ชมที่หลั่งไหลมาดูงานของเขาพร้อมตั้งคำถามถึงคุณค่าของงานสตรีทอาร์ท นอกเหนือไปจากความภาคภูมิใจส่วนตัวของตัวเอง ในที่สุดเขาก็ได้คำตอบ “คุณค่าของงานแบบนี้คือความเป็นสาธารณะ ไม่มีการตั้งกรอบว่างานสตรีทอาร์ตต้องเป็นอย่างไร ต้องใช้เทคนิคไหน ตัวงานจะสื่อสารอะไรหรือไม่สื่อสารอะไรเลยก็ได้ ผู้เสพผลงานจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าผลงานดังกล่าวสร้างผลกระทบอะไรบ้าง เพราะงานสตรีทอาร์ทเป็นการปะทะกันโดยตรงระหว่างผู้เสพกับผลงาน จินตนาการที่เกิดขึ้นนั้นก็ถือว่าเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งของคนทำงานศิลปะแล้ว” เขายังเสริมอีกว่า ธรรมชาติของเขานั้น เขาชอบงานที่มีโจทย์ ไม่ว่าจะเป็นงานที่สร้างสรรค์เองหรืองานที่ทำให้กับแบรนด์ต่างๆ เพราะเขาเชื่อว่าทุกแบรนด์ล้วนแล้วแต่มีเรื่องราวที่เขาสามารถหยิบจับมาเล่าได้ การได้ทำงานกับแบรนด์ใหม่ๆ ก็เหมือนการทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ นั่นทำให้เขาสนุกกับการผลิตงานตลอดเวลา

ผลงานล่าสุดของเขามีชื่อว่า Eagle ซึ่งมีคอนเซ็ปต์มาจากคำว่า ‘Trust in You’ เขาบอกว่าเขาตีความจากความทรงจำวัยเยาว์ “ผมชอบเล่าเรื่องผ่านภาพสัตว์ งานชิ้นนี้ผมตีความในเรื่องความซื่อสัตย์ และความไว้ใจซึ่งกันและกัน ซึ่งนั่นเป็นคุณสมบัติที่ถูกปลูกฝังมาตอนเรียนลูกเสือสมัยเด็กๆ เพราะนั่นคือการสอนให้ไว้ใจในตัวเพื่อน ผมจึงสื่อออกมาเป็นอินทรีที่ภายในเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ของลูกเสือ เพื่อสื่อถึงความทรงจำแรกๆ ในชีวิตที่มีเกี่ยวกับความเชื่อใจในกันและกัน” โดยงานของเขาไม่ว่าจะเป็นสเกลใหญ่หรือเล็ก เขาจะพิมพ์ออกมาเช็คงานทุกขั้นตอนตั้งแต่ดราฟต์ สเก็ตช์ และพรูฟ เพื่อเป็นการทดสอบก่อนผลิตผลงานจริง เขาเลือกที่จะพิมพ์ผลงานลงบนวัสดุที่ใกล้เคียงกับชิ้นงานจริง และด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ที่ก้าวหน้า ก็ทำให้งานของเขาง่ายขึ้นอีกมากทีเดียว

“แพชชั่นในการทำงานของผมคือการท้าทายตัวเองตลอดเวลา” เขาสรุป “สำหรับผม งานยิ่งหนัก เท่ากับได้ท้าทายตัวเองมากขึ้น มีกลัวจะทำไม่ได้บ้าง แต่ไม่เคยท้อเลยครับ ผมดีใจที่ความหลงใหลในงานของผมดึงดูดโอกาสต่างๆ เข้ามา และเมื่อได้โอกาสมากขึ้น ชีวิตก็ยิ่งท้าทายมากไปด้วย นั่นคือพลังงานที่ผมใช้ดำเนินชีวิตในแต่ละวัน”

ผลงานของรักกิจที่ถูกพิมพ์ผ่านพรินเตอร์ Epson SureColor SC-F6270 และ Epson SureColor
SC-F2000 ลงบนวัสดุที่เป็นผ้าหลากหลายประเภท

Related Post

เซฮุนกลับมากับบทบาทใหม่ในฐานะนักแสดงนำภาพยนตร์แนวแฟนตาซีไซไฟ

K-Pop super star + Charming Smile + Young Soul = Sehun

เราอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาเขาในฐานะหนึ่งในนักร้องนำของวง EXO ในวันนี้ Sehun (เซฮุน) กลับมากับบทบาทใหม่ในฐานะนักแสดงนำภาพยนตร์แนวแฟนตาซีไซไฟ Catman และในฐานะนายแบบบนปกลอปติมัม ไทยแลนด์ เรามาจับเข่าคุยกับเซฮุนถึงเรื่องผลงาน ตัวตนและความในใจต่อแฟนๆ ชาวไทย

Cover Story 412

There’s Something about Sehun

-ชื่อเต็มของเขาคือ Oh Se-hun

-เกิดวันที่ 12 เมษายน ค.ศ. 1994 ที่ประเทศเกาหลีใต้

-จบจาก School of Performing Arts Seoul

-มีพี่ชายหนึ่งคน อายุห่างจากเขาสามปี

-อายุเพียง 12 ปีตอนที่ S.M. Entertainment มาทาบทาม

-เป็นสมาชิกคนที่ห้าของวง EXO

-ได้รับรางวัล Weibo Star Award เมื่อปีค.ศ. 2016

-ภาพยนตร์เรื่องแรกคือ Catman (2017)

-ซีรี่ส์เรื่องแรกของเขาคือ To the Beautiful You (2012)

-เคยเป็นแขกรับเชิญใน MV ของ Girls’ Generation

Cover Story 413

เล่าเรื่องภาพยนตร์ที่กำลังจะฉายหน่อย

เป็นภาพยนตร์ที่มีชื่อว่า Catman น่ะครับ ถ่ายทำเสร็จสิ้นไปแล้ว
มีกำหนดฉายในเดือนมีนาคมนี้แล้วครับ เนื้อเรื่องก็เกี่ยวกับ
ความสัมพันธ์ระหว่างแมวกับคน โดยที่ผมใช้ชีวิตแบบครึ่งคน
ครึ่งแมว เป็นภาพยนตร์แฟนตาซี แนวแฟนตาซีโรแมนติก
คอมเมดี้ครับ โดยในหนึ่งวัน ผมใช้เวลา 12 ชั่วโมงในร่างแมว
อีก 12 ชั่วโมงในร่างคน โดยที่ระหว่างนั้นก็มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น

Cover Story 414

ชอบบทบาทนักร้องหรือนักแสดงมากกว่า

ความรู้สึกแตกต่างกันนิดหน่อยครับ แต่ก็ชอบทั้งสองอย่างนะครับ ตอนที่เป็นนักร้องในฐานะ EXO ผมรู้สึกว่าได้ทำอะไรบางอย่าง
ไปด้วยกันทั้ง 9 คน แต่พอมาเป็นนักแสดง ผมต้องค่อยๆ ทำ
ทุกอย่างด้วยตัวเองคนเดียว รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบมากกว่าเดิม แน่นอนว่าตอนเป็นสมาชิกวง EXO ก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน แต่เพราะว่ามีเพื่อนๆ คนอื่นอีก 8 คนด้วย ผมเลยรู้สึกวางใจ สบายใจกว่า แต่ก็ชอบทั้งคู่ครับ

Cover Story 415

ชีวิตเปลี่ยนไปมากไหมหลังจากมีชื่อเสียงแล้ว

ถ้าถามว่าอะไรเปลี่ยนไปล่ะก็ … อืม … ถ้าจะพูดแบบขำๆ นะครับ คงเป็นบริการที่ร้านอาหารครับ (หัวเราะ) ตอนยังไม่ดังไม่ค่อยได้บริการเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ได้เยอะเลยล่ะครับ

Cover Story 416

เคยคิดไหมว่าจะมีชื่อเสียงมากขนาดนี้

ผมคิดว่าตอนนี้ยังถือว่าไม่ได้ดังมาก ผมคิดว่ายังต้องไปให้สูงกว่านี้อีก แต่พอมีเสียงตอบรับมากขนาดนี้ ผมก็ตกใจอยู่นะ

Cover Story 417

วันหนึ่งคุณทำงานกี่ชั่วโมง

แล้วแต่ครับ อาชีพที่เรียกว่าคนในวงการบันเทิงน่ะครับ ตอนที่ต้องทำงานก็ทำอัดๆ เข้าไป แต่พอได้พัก ก็พักกันยาวๆ เลย ตอนที่ทำเยอะๆ ก็แทบจะไม่ได้นอน คือแบ่ง 24 ชั่วโมงนี่เวลาทำงานเยอะกว่าเวลานอนหลายเท่าครับ

Cover Story 417

ถ้าไม่ได้เป็นนักร้อง คิดว่าจะทำอาชีพอะไร

ถ้าไม่ได้เป็นนักร้องเหรอครับ ยังไงก็น่าจะทำงานสายนี้อยู่ดีครับ

เวลาว่างทำอะไร

ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง ผมจะนั่งวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศครับ ถ้าว่างนานมากๆ ผมอยากไปอเมริกาครับ อยากไปสัมผัสอิสระของคนอเมริกัน รู้สึกว่าต้องไปรับความอิสระนั้นมาบ้าง เวลาเห็นคนอเมริกัน ผมรู้สึกได้ถึงความชิล อาจจะเป็นเพราะว่า พอเหนื่อยจากการทำงานที่เกาหลีมากๆ เลยรู้สึกว่าน่าจะต้องไปรับความรู้สึกแบบนั้นจากคนอเมริกันมาบ้างน่ะครับ แล้วก็อยากเรียนภาษาอังกฤษด้วยครับ แต่ก็นะ เวลาว่างยาวๆ นี่แทบไม่มีทางจะมีเลยครับ

Cover Story 418

ชอบสุนัขหรือแมว

ผมถ่ายหนังเกี่ยวกับแมวอยู่ก็ควรต้องตอบว่าชอบแมวนะครับ
แต่ผมเลี้ยงสุนัขพันธุ์บิชองอยู่ ผมว่าแมวดูน่ากลัวไปนิดนึง
น่ะครับ ชอบสุนัขมากกว่าแล้วกันครับ

ไอดอลของคุณ

ไม่มีใครเป็นพิเศษนะครับ เพราะผมคิดว่าจริงๆ แล้วเราสามารถเรียนรู้อะไรบางอย่างได้จากทุกคน ทุกคนเก่งไม่เหมือนกันครับ ผมสามารถเรียนรู้อะไรบางอย่างจากบางคนได้เสมอ เลยไม่มีไอดอลคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษครับ

Cover Story 419

ฝากอะไรถึงผู้อ่านชาวไทยหน่อย

ส่วนตัวแล้ว ผมชอบประเทศไทยมากนะครับ เมื่อก่อน EXO ได้ไปโปรโมตที่ประเทศไทยบ้าง แต่ช่วงนี้ไม่ได้ไปเลยครับ
เพราะอย่างนี้ การที่สามารถสื่อสารถึงแฟนๆ ชาวไทยได้แบบนี้ก็ดีมากเลยครับ ถ้ามีโอกาส ผมก็อยากจะทั้งให้สัมภาษณ์อันนี้
แล้วก็อยากทำอย่างอื่นที่ประเทศไทยด้วย และผมก็อยากไปหาแฟนๆ ที่ประเทศไทยให้เร็วที่สุดให้สมกับที่พวกคุณรอคอยครับ

<<ส่วนตัวแล้ว ผมชอบประเทศไทยมากนะครับ เมื่อก่อน EXO ได้ไปโปรโมตที่ประเทศไทยบ้าง แต่ช่วงนี้ไม่ได้ไปเลยครับ เพราะอย่างนี้ การที่สามารถสื่อสารถึงแฟนๆ ชาวไทยได้แบบนี้ก็ดีมากเลยครับ>>

Related Post

Chopard ได้สรรค์สร้างดาบเกียรติยศให้กับราชบัณฑิตคนใหม่ล่าสุด
ของ Academie francaise

The Sword of Honor

Andreï Makine reçu sous la Coupole de l’Institut de France. Il a été élu à l’Académie française, le 3 mars 2016, au fauteuil de d’Assia Djebar.

ล่าสุด Chopard (โชพาร์ด) ได้สรรค์สร้างดาบเกียรติยศให้กับราชบัณฑิตคนใหม่ล่าสุด
ของ Academie franaise เพื่อให้เขาได้ก้าวเข้าสู่หอเกียรติยศอย่างภาคภูมิสมเกียรติ

001 - Andrei Makine Sword - ∏JohannSauty-Chopard w1

ในประเทศที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่อย่างฝรั่งเศสนั้น มีองค์กรหนึ่งที่เกิดมาขึ้นเพื่อปกปักษ์รักษาสถาบันภาษาของประเทศไว้ องค์กรนั้นก็คือ Académie française ที่จะมี ราชบัณฑิต (Les Immortels) หรือสมาชิกที่ได้รับการคัดเลือกอยู่เพียง 40 คนทั่วประเทศ ซึ่งหากได้รับเกียรติเข้าร่วมองค์กรนี้แล้ว ก็จะคงสถานะของสมาชิกภาพไปจนกระทั่งสิ้นชีวิต จึงจะมีสมาชิกคนใหม่มาแทน ซึ่งในปีค.ศ. 2016 ที่ผ่านมา นักเขียนนวนิยายเชื้อสายฝรั่งเศส-รัสเซียคนสำคัญของประเทศอย่าง Andreï Makine (อ็องเดรอี มาคีน) เจ้าของบทประพันธ์ชื่อดังอย่าง Dreams of My Russian Summers นั้นก็ได้รับคัดเลือกเข้าสู่หอเกียรติยศ และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง แบรนด์นาฬิกาและจิวเวลรี่ชั้นสูงอย่าง Chopard (โชพาร์ด) นั้นก็ออกแบบดาบอัศวินให้เขาถือเข้ารับตำแหน่งอย่างสมเกียรติ

005 - The transfigured princess frog - close up ∏JohannSauty-Chopard w1

การออกแบบดาบเกียรติยศนั้น Chopard ได้สเก็ตช์ภาพร่างอย่างพิถีพิถัน โดยตัวดาบได้รับแรงบันดาลใจ
มาจากฤดูหนาว ซึ่งเป็นฤดูโปรดของเขา ปุ่มสีเงินบนด้ามจับทำเป็นลายเชือกรัดรอบเจ้าชายกบ ซึ่งเป็นตัวเอก
ในเรื่องเล่าจากนิทานปรัมปราของประเทศรัสเซียประดับอยู่ด้านบน ประดับมรกตเม็ดเล็กจำนวน 500 เม็ด และเพชรอีก 
11 เม็ด เพื่อสำแดงจุดยืน ‘Happy Diamonds’ ของแบรนด์ ส่วนด้ามสำแดงฝีมืออันละเอียดอ่อนของช่างเจียระไน
โดยการสลักแร่ควอตซ์สีขาวสดเป็นรูปนาฬิกาทรายและมีลูกบอลสีทองเล็กๆแสดงถึงกาลเวลาที่รั่วไหลและผันแปรไป 
ขนนกและกระดาษนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าแห่งความเป็นนักเขียน ส่วนปลอกดาบนั้นก็สื่อถึงน้ำแข็ง เปรียบเสมือนหัวใจของนักเขียนผู้ซึ่งโหยหาอยู่ในอดีตกาล

002 - Andrei Makine sword top part - 1 ∏JohannSauty-Chopard w1

Related Post

นวัตกรรมที่เกิดมาเพื่อเปลี่ยนโลกในธุรกิจแฟชั่นปัจจุบัน

The Denim Lab

เมื่อนวัตกรรมเปลี่ยนโลกไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในแวดวงวิทยาศาสตร์ แต่รวมถึงธุรกิจแฟชั่นด้วย 
‘Denim Innovation Center’ คือศูนย์วิจัยและพัฒนาเดนิมขึ้นที่ศูนย์กลางอุตสาหกรรม
การผลิตเดนิมของโลก ณ เมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

DENIM INNOVATION CENTER_008_Resize w1

โดยในองค์กรแห่งนี้อยู่ภายใต้ในเครือกลุ่มบริษัท Fast Retailing ที่มีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาความรู้ เพื่อที่จะร่วมพัฒนาเดนิมในการเป็นตัวต้นแบบสำหรับยีนส์ของ Uniqlo (ยูนิโคล) เพื่อสร้างสรรค์ผ้าเดนิมที่ดีที่สุด Denim Innovation Center จึงได้เลือกสถานที่ที่เป็นศูนย์กลางการผลิตเดนิมของโลกอย่างเมืองลอสแอนเจลิสเป็นแหล่งที่ตั้ง เพื่อที่จะสามารถเข้าถึงแก่นแท้และหัวใจในการสร้างสรรค์ รวมไปถึงยังมือเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในการผลิตไปจนถึงการใช้เทคนิคพิเศษต่างๆ และที่สำคัญที่สุดต้องไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

3 หลักการทำงานของ Denim Innovation Center

DENIM INNOVATION CENTER_015_Resize w1

Fabric: ด้วยที่ตั้งของ Denim Innovation Center อยู่ที่เมืองลอสแอนเจลิส แหล่งอุตสาหกรรมการผลิตเดนิมที่ใหญ่
ที่สุดของโลก ที่แห่งนี้จึงมีแหล่งวัตถุดิบที่หลากหลายเพื่อการผลิตและพัฒนายีนส์ในแต่ละแบบ นอกจากนั้น Uniqlo ยังเป็นพันธมิตรกับบริษัท ไคฮาระ คอร์ปอร์เรชั่น ผู้ผลิตผ้าเดนิมชั้นนำจากญี่ปุ่น

Fit: มีความร่วมมือกันระหว่างกลุ่มบริษัทในเครือ Fast Retailing ที่มีความเชี่ยวชาญต่างสาขาองค์ความรู้ จึงสามารถเพิ่ม
ขีดจำกัดความสามารถในการพัฒนายีนส์ของแต่ละแบรนด์ รวมไปถึงการวิเคราะห์ความต้องการของตลาดและลูกค้า การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โดยที่แห่งนี้จะรวบรวมข้อมูลความรู้ทั้งหมดและนำมาวิเคราะห์เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ดีที่สุด

Finishing: ขั้นตอนสุดท้ายคือการตกแต่งยีนส์ให้มีเอกลักษณ์โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญด้วยขั้นตอนและเทคโนโลยีล้ำสมัย ซึ่งถือว่าเป็นอีกขั้นตอนที่สำคัญที่จะส่งผลต่อรูปลักษณ์ของตัวสินค้าเพื่อที่จะเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ อย่างเช่นการฟอกยีนส์ หรือเฟดสียีนส์ 
รวมไปถึงการตกแต่งรายละเอียดต่างๆ โดยผู้ชำนาญที่ร่วมกันทำการทดลองเพื่อสร้างเอกลักษณ์ลงบนยีนส์ของ Uniqlo

DENIM INNOVATION CENTER_018_Resize w1

<<Denim Innovation Center คือศูนย์กลางวิจัยและเก็บข้อมูล ค้นคว้าองค์ความรู้ต่างๆ รวมถึงพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับผ้าฝ้ายเดนิม >>

Uniqlo

ถูกพัฒนาภายใต้
องค์การแห่งนี้นวัตกรรมใหม่ๆ ของ Uniqlo 
ส่วนหนึ่งมาจาก Denim Innovatio Center ที่ตั้งอยู่ ณ เมืองลอสแอนเจลิส 
รัฐแคลิฟอร์เนีย  สหรัฐอเมริกา

 

Related Post

นวัตกรรมรองเท้าคู่ล่าสุดจากแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Dr. Martens

Dr. Martens Evade DM’s Lite SS17

Dr. Martens เดิมขึ้นชื่อในเรื่องของรองเท้าอันเป็นเอกลักษณ์ที่กลายเป็นไอเท็มคู่ใจของเหล่าชาวพังค์ เป็นที่จดจำในฐานะรองเท้าส้นยางที่มีน้ำหนักมากพอดี วันนี้พร้อมเปลี่ยนภาพลักษณ์รองเท้าหนักและบึกบึนด้วยรุ่น Evade DM’s Lite ตัวรองเท้าทำด้วยวัสดุใยสังเคราะห์ทอเป็นตาข่าย น้ำหนักเบา อากาศถ่ายเทได้ดีเยี่ยม ส้นยางมีน้ำหนักในรุ่นก่อน ๆ ถูกปรับให้เป็นส้นยางน้ำหนักเบา แต่ยังคงความคงทนและยึดเกาะแน่น อีกสิ่งที่น่าสนใจคือเชือกผูกที่ออกแบบเพื่อรองเท้าคู่นี้โดยเฉพาะ รับรองว่าไม่หลุดระหว่างเดินอย่างแน่นอน ราคา 6,200 บาท มีจำหน่ายแล้ววันนี้ทุกสาขาทั่วประเทศ!

Related Post

LIVESTREAM FASHION SHOW GUCCI FALL WINTER 2017 MEN’S & WOMEN’S

Related Post

โพสต์รูปให้ได้เรื่อง: เรื่องราวของเด็กหนุ่มธรรมดาสู่นายแบบค่าตัวแรง

สังคมออนไลน์ที่ก่อตัวขึ้นตามการเติบโตของโลกดิจิตอล กลายเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสดงตัวตน เพียงหนึ่งคลิกก็อาจแพร่ข่าวจากเมืองเล็กไปสู่สายตาของสาธารณะชนทั่วโลก แน่นอนว่า วงการแฟชั่น ก็พากันใช้พื้นที่ออนไลน์เพื่อเผยแพร่ข่าวคราวของแบรนด์ ประกาศความร่วมมือต่างๆ ร่วมไปถึงนำเสนอแคมเปญใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นยอดขาย หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนวงการแฟชั่น คือ บรรดานายแบบนางแบบที่ถูกคัดสรรมาเพื่อรับบทเป็นตัวตนของแบรนด์ สวมใส่เสื้อผ้าที่ตัดเย็บอย่างประณีตเพื่อนำเสนอสู่สายตาคนทั่วโลก ความสะดวกของการเผยแพร่รูปภาพทั้งของตนหรือของคนอื่นในบัญชีผู้ใช้ออนไลน์ ทำให้เหล่าเอเจนซี่นายแบบนางแบบที่ต้องแข่งขันกันหาหน้าใหม่ๆ มากระตุ้นวงการแฟชั่น หันไปหาโลกออนไลน์ เพื่อเฟ้นหานายแบบนางแบบที่อาจซ่อนอยู่ในเมืองเล็กๆ และใช้ชีวิตไปโดยไม่ตระหนักถึงความร้อนแรงของตนที่อาจสร้างมูลค่ามหาศาล

_MG_0373

เมื่อปีค.ศ. 2014 กรมตำรวจแคลิฟอร์เนียโพสต์ภาพผู้ต้องหารายหนึ่งนามว่า Jeremy Meeks (เจเรมี่ มีกส์) บนเฟซบุคของกรม 
ตาสีฟ้าอ่อนและสันกรามเหลี่ยมชัดของเขาดันไปเตะตาโลกออนไลน์ ส่งผลให้มีคนกดไลค์ภาพเขาทะลุ 100,000 ไลค์ และมีคนแชร์กว่า 12,682 ครั้ง ภาพของเขาถูกแชร์ไปถึงผู้บริหารของสังกัดนายแบบ White Cross Management ที่จับเขาเซ็นสัญญา และเริ่มงาน ในฐานะนายแบบระดับโลกทันทีหลังพ้นโทษ ในปีเดียวกัน นักศึกษามหาวิทยาลัย University College London โพสต์รูปภาพอาจารย์สอนคณิตศาสตร์ของตนขณะกำลัง แก้โจทย์บนไวท์บอร์ด หลังจากพบว่า เขามีอาชีพเสริมเป็นนายแบบ โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ไปหลายร้อยครั้ง และมีคนเข้ามากดไลค์กว่า 2,000 คน ส่งผลให้อาจารย์คณิตศาสตร์ในรูป นามว่า Pietro Boselli (ปีเอโตร โบเซลลี) โด่งดังไปทั่วโลก เขาถูกจับเซ็นสัญญากับสังกัด Models 1 และกลายมาเป็นนายแบบหลักให้แบรนด์เสื้อผ้า Abercrombie & Fitch (อาเบอร์ครอมบี แอนด์ ฟิตช์) อิทธิพลของสังคมออนไลน์ดังที่ปรากฏชัดเจนในวงการแฟชั่น ทำให้เราดึงตัว Matthew Noszka (แมทธิว นอสซกา) มาขึ้นปกฉบับเดือนกุมภาพันธ์ และพูดคุยกับเขาในฐานะอีกหนึ่งความสำเร็จของโลกออนไลน์ในวงการแฟชั่น ชายหนุ่ม 24 ปีผู้นี้โด่งดังเป็นพลุแตกเมื่อเขาโพสต์ภาพในวันสบายๆ บนบัญชีผู้ใช้อินสตาแกรมของตน ที่ใช้ชื่อว่า Mathew_Noszka ภาพเขาถอดเสื้อยืนคู่กับพ่อ เพื่ออวดเฉลียงไม้ที่ต่อให้มารดาทำให้เขามีผู้ติดตามในอินสตาแกรมเพิ่มขึ้นเกือบ 200,000 คนภายในระยะเวลา 7 เดือน ความโด่งดังของเขาไปเข้าหูสังกัด Wilhelmina Models Agency จนได้เซ็นสัญญาและเริ่มงานแรกในฐานะนายแบบกับ Nike (ไนกี้) ในปีค.ศ. 2015 Ellen Degeneres (เอลเลน เดเจนเนอเรส) ยังเชิญเขาไปออกรายการเพื่อพูดคุยถึงชีวิตของเขาอีกด้วย ต่อจากนี้คือบทสัมภาษณ์ระหว่างเรากับเขา

_MG_0162

รู้สึกอย่างไรที่ได้ไปออกรายการโปรด (ใช่ เรากำลังพูดถึง Ellen)
ดีใจครับที่มีคนสนใจเรื่องราวของผมมากมาย มีความหมายสำหรับผมมากทีเดียว ต้องขอบคุณเอลเลนด้วย

_MG_0077

ความรู้สึกแรกเมื่อได้รับการติดต่อจากสังกัดนายแบบ Wilhelmina
ตอนแรกผมไม่รู้จักด้วยซ้ำ เลยไม่ได้คิดอะไร

_MG_9651

ครอบครัวรู้สึกอย่างไร เมื่อคุณตัดสินใจทิิ้งทุนมาเป็นนายแบบ
พวกเขาก็ไม่ค่อยแน่ใจเรื่องที่ผมทิ้งทุนการศึกษาและย้ายไปนิวยอร์กเพื่อเริ่มต้นใหม่ในฐานะนายแบบ แต่ผมรู้สึกอยู่ลึกๆ ว่า จะต้องเป็น
การตัดสินใจที่ถูกต้อง

ความโด่งดังส่งผลต่อชีวิตคุณแค่ไหน
ผมอยากมีชีวิตประจำวันแบบทั่วๆ ไปมากเลยครับ หมายถึง แต่ละวันชีวิตผมเปลี่ยนไปตลอด ต้องเดินทางตลอดเวลา

_MG_9380

สไตล์ส่วนตัวที่คุณชื่นชอบ
แล้วแต่โอกาสเลยครับ ผมใส่สูทได้ สบายๆ ก็ได้

ของชิ้นโปรด/ของสะสม
ผมคลั่งสนีกเกอร์มากครับ แฟนตัวยง

_MG_0674

ข้อดีและข้อเสียของการเป็นนายแบบ
เป็นนายแบบได้เดินทางเยอะ แถมรายได้ดีด้วย แต่ผมไม่ได้เจอเพื่อนกับครอบครัวเท่าไหร่เลยครับ

คุณคิดว่า จะทำอาชีพนายแบบไปอีกนานเท่าไหร่ มีระยะเวลาในใจไหม
น่าจะอีกไม่นานครับ

_MG_0579

เราได้ยินมาว่า คุณกำลังจะแสดงภาพยนตร์ด้วย เล่าให้เราฟังหน่อย
ใช่ครับ ผมกำลังจะแสดงหนัง แต่ผมบอกอะไรมากไม่ได้ แค่ตื่นเต้นมาก อยากให้ทุกคนรอดู

Related Post

Saint Laurent โฉมใหม่ในสยามพารากอน

Saint Laurent (แซงต์ เลอรองต์) เปิดร้านแห่งใหม่ล่าสุดแห่งที่ 3 ในประเทศไทย ณ สยามพารากอน โดยภายในร้านผสมผสานความงดงามแบบฝรั่งเศสสมัยใหม่ เข้ากับองค์ประกอบจากยุคอาร์ต เดโค เพื่อสื่อถึงการตีความแบบแซงต์ เลอรองต์ที่จะนำเสนอแก่นแท้ของความเป็นฝรั่งเศสแต่ไม่จำเจ มีการใช้หินอ่อนและโลหะสีดำมาตกแต่งภายในร้าน รวมไปถึงกระจกใสและเก้าอี้โลหะ โดยในร้านจะมีเครื่องประดับ รองเท้า แว่นตากันและเครื่องแต่งกาย คงจะเป็นอีกหนึ่งก้าวที่น่าสนใจ นับจากที่ Anthony Vaccarello (แอนโธนี วัคคาเรลโล) ได้เข้ามาแทนที่นักออกแบบคนเก่าในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และทิศทางของ Saint Laurent จะไปทางไหนเราคงต้องตามดูกันไปแบบยาวๆ

Vaccarellospan-master768

Saint Laurent ตั้งอยู่ ชั้น M สยามพารากอน โทร. +60 3 21 13 0177 และอีก 2 สาขาที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซี และดิ เอ็มควอเทียร์

Related Post

มาดูสนีกเกอร์สุดเจ๋งที่เพิ่งเปิดตัว และกำลังจะเปิดตัวในปีนี้กระตุ้นต่อมอยากกันดีกว่า

Newly Sneaked In

Nike Air Jordan 11 Night Maroon

5_AirJordan11_6

สีสันอันโดดเด่นอย่างแดงเข้ม (Night Maroon) ตกแต่งด้วยสีทองเมทัลลิกนี้ทำให้รองเท้าคู่นี้ละม้ายคล้ายรุ่นพี่อย่าง Air Jordan 1 แต่เพิ่มหนังนูบักเกรดพรีเมี่ยม และวัสดุกำมะหยี่ที่เข้ากันได้ดีกับเครื่องหมายการค้าของแบรนด์สีทองเมทัลลิก พื้นรองเท้าสีขาวและส้นรองเท้าใสสีแดงเข้มนั้นก็ยิ่งทำให้โดดเด่นหนักเข้าไปอีก เช่นเคยครับ เปิดตัวเบาๆ ไปเมื่อปลายปีที่แล้วด้วยสนนราคาที่ 220 ดอลลาร์สหรัฐ … ราคาค่าตัวโดดเด่นสมกับภาพลักษณ์จริงๆ

Nike Air Jordan 6 Black Cat

Nike Air Jordan 6 Black Cat

รองเท้าสุดเจ็บอย่าง Air Jordan 6 ปิดปีที่แล้วไปอย่างสวยงามโดยการออกคัลเลอร์เวย์รุ่นใหม่เอี่ยมอย่าง Black Cat มาในวันสุดท้ายของปี โดยเจ้าแมวดำนี้เป็นสนีกเกอร์หุ้มข้อหนังสีดำล้วน โดดเด่นด้วยรายละเอียดแบบสามมิติบริเวณเชือกรองเท้าและด้านข้าง นอกจากนั้นตรงส่วนหุ้มบริเวณข้อเท้า ด้านข้าง และส่วนปิดเท้าด้านหน้าก็เป็นหนังเจาะรูระบายอากาศ ส้นรองเท้าตรงกลางสีขาวพร้อมส้นสีดำแบบใสด้านหลังก็ยิ่งสร้างความโดดเด่นให้กับเจ้าแมวดำตัวนี้อีก สนนราคาเปิดตัวก็ไม่แรงเท่าไหร่ แค่ 190 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

Nike Air Jordan 8 Sequoia

Nike Air Jordan

สีเขียวตุ่นของเจ้า Sequoia นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรุ่นพี่
อย่าง Air Jordan 9 Olive โดย Air Jordan 8 รุ่นนี้เพิ่มสีส้มสดแป๊ดเข้าไปเพื่อความโดดเด่น นอกจากนั้นยังมีโครงสร้างที่ช่วยพยุงเท้า และเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ยางเทียมแบบผสมผสานในตัวรองเท้า ซึ่งทำให้รองเท้าเบาและสวมสบายมากขึ้น โดยรุ่นนี้ออกมาทั้งในรุ่นของผู้ใหญ่ไซส์ปกติ (ราคาเปิดตัวที่ 190 ดอลลาร์สหรัฐ) และรองเท้าสำหรับเด็ก (ราคาเปิดตัวที่ 140 ดอลลาร์สหรัฐ) แม้จะเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา คุณคงเดาได้ไม่ยากแล้วใช่ไหมว่า ณ ปัจจุบัน จะเหลือสต็อกอยู่อีกเท่าไหร่

Bape x  Adidas NMD

Bape x Adidas NMD

สนีกเกอร์ลิมิเต็ดอีดิชั่นคู่นี้ถูกปล่อยออกมาในทวีปยุโรปตะวันตกไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยเป็นความร่วมมือกัน ระหว่าง A Bathing Ape (อะ บาธทิ่ง เอป) และ Adidas Originals (อาดิดาส ออริจินัลส์) โดยโปรเจ็กต์นี้เปิดตัวไปตั้งแต่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่แล้ว โดยมีลายพิมพ์ลายพราง ABC เอกลักษณ์ของ Bape พิมพ์อยู่บนตัวรองเท้าบุนวม และก็แน่นอนว่า ราคาเปิดตัวแค่ 150 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ในปัจจุบันหาไม่ได้แล้ว … นอกจากในเว็บประมูลต่างๆ

Nike Air Max Zero Triple White

Nike Air Max Zero Triple White

ก็ไม่รู้ว่าเจ้าพ่อสปอร์ตแวร์อย่าง Nike (ไนกี้) รออะไรอยู่กว่าจะตัดสินใจปล่อยสนีกเกอร์สีขาวล้วนอย่าง ‘Triple White’ ของรุ่น Air Max Zero ออกมาสักทีในปีนี้ ในขณะที่คอนเซ็ปต์สนีกเกอร์สามสีกำลังได้รับการนิยมไปทั่วโลก ดูเหมือนว่าเวอร์ชั่นสีขาวสามเฉดนี้จะมีคอนเซ็ปต์ดั้งเดิมมาจากสเก็ตช์ของรองเท่ารุ่น Air Max 1 ซึ่งก็กว่าจะออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้ก็นะ … แต่อย่างว่า … มาช้ายังดีกว่าไม่มานะครับ ตอนนี้ของรุ่นนี้วางขายในช็อปทั่วโลกแล้วด้วยราคาที่ 150 ดอลลาร์สหรัฐ เปิดตัวเบาๆ แต่มาแรงนะครับ

Related Post

ทำความรู้จักกับสตรีทแวร์ที่เป็นม้านอกสายตา แต่ทรงอิทธิพลต่อวงการแฟชั่นไม่แพ้แบรนด์ดังๆ

Under the Radar

1.2 Mr Completely slide1

ถ้าถามถึงสตรีทแวร์คนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงอยู่แค่ไม่กี่แบรนด์เท่านั้น อาจจะเป็นเพราะโลโก้ที่คุ้นตาที่เห็นดาราคนดังใส่ หรืออาจจะเป็นเพราะการผลิตแบบอุตสาหกรรมหนักนั่นเองที่ทำให้แบรนด์อย่าง Supreme (สุพรีม) และ Bape (เบ๊ป) โด่งดังและเป็นที่ต้องการของสาวกสตรีทแวร์ แต่ความจริงแล้ว นอกจากแบรนด์ที่คุ้นหูคุ้นตาเหล่านี้ ก็ยังมีแบรนด์ใหม่ๆ หลายแบรนด์ที่ถึงแม้จะไม่ได้โด่งดังในวงกว้าง แต่เป็นที่ยอมรับในวงการสตรีทแวร์เป็นอย่างมาก และเริ่มมีอิทธิพลต่อแบรนด์สตรีทแวร์หลายๆ แบรนด์และแบรนด์แฟชั่นชั้นสูงอีกด้วย เดือนนี้ลอปติมัมก็เลยจะมาแนะนำ 3 แบรนด์ ที่มีความโลว์โพรไฟล์อย่างจงใจ เป็นที่น่าจับตามองที่สุดในวงการสตรีทแวร์ในวันนี้ให้รู้จักกัน

MR COMPLETELY

1.3 Mr Completely slide4

แบรนด์นี้ถือว่ามีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใคร ได้การตอบรับอย่างล้นหลามจากดารานักร้องคนดังระดับแนวหน้าอย่าง The Weeknd แถมยังหาซื้อได้ยากมากๆ ในท้องตลาด เสื้อผ้าภายใต้แบรนด์ Mr Completely (มิสเตอร์คอมพลีทลี) มีการออกแบบที่ประณีตและตัดเย็บโดยใช้วัสดุคุณภาพสูง มีดีไซน์เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความดิบ ที่สำคัญมีฟังค์ชั่นที่ตรงกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ ก่อตั้งโดยเซเลบริตี้ดีไซเนอร์ Billy Walsh (บิลลี่ วอลช์) (หรือ Mr Completely นั่นเอง) มีแรงบันดาลใจมาจากการใช้ชีวิตในเมืองลอสแอนเจลิส บิลลี่เริ่มมีชื่อเสียงมาจากการทำรองเท้าผ้าใบแบบสั่งตัดสไตล์ Creeper ให้ริฮานน่า และหลังจากนั้นเขาก็ได้ร่วมกับแบรนด์ต่างๆ และค่อยๆ พัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ แบบโลว์โพรไฟล์

A COLD WALL

2.1 A COLD WALL 06-ACW-editorial

แบรนด์จากประเทศอังกฤษสไตล์หรูหรา ผสมสตรีทแวร์ที่ถูกขนานนามว่าเป็นแบรนด์แห่งโลกอนาคต มีความฟิวเจอริสติกด้วยดีไซน์ที่แปลกตาหลุดโลกและการคัดสรรวัสดุที่แปลกใหม่ในแต่ละคอลเลกชั่น มีความเป็นอวองการ์ดอย่างสูง โดยมีดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง Samuel Ross (ซามูเอล รอสส์) ที่เคยร่วมงานกับ Off-White และ Hood By Air อยู่เบื้องหลัง และจงใจนำเสนอแบรนด์แบบโลว์โพรไฟล์ให้มากที่สุด A Cold Wall ได้แรงบันดาลใจมาจากโลกที่เต็มไปด้วยการแบ่งแยกชนชั้น และเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ถูกนำมาบิดเบือนให้เป็นข้อถกเถียงในสังคม เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่น่าจับตามองมากที่สุดในปีนี้

MISBHV

3.2 MISBHV-SS17-Lookbook4

ก่อตั้งที่ประเทศโปแลนด์โดยดีไซเนอร์สาว Natalia Maczek (นาตาเลีย แม็คเซ็ก) เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
และปัจจุบันโด่งดังในวงการแฟชั่นพอๆ กับแบรนด์แนวหน้าอย่าง Vetements ก็ว่าได้ มีความท้าทายต่อขนบธรรมเนียมและประเพณีต่างๆ ผลิตเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยความหมายแอบแฝง จนเป็นที่สนใจจากดารานักร้องชื่อดังหลายคนทั้ง Rihanna (ริฮานน่า) Kylie Jenner (ไคลี่ เจนเนอร์) และ A$AP Rocky (เอแซบ ร็อคกี้) และมีสาวกเป็นแฟชั่นบล็อกเกอร์ชื่อดังหลายคนรวมไปถึง Aleali May (อาเลียลี่ เมย์) ด้วย ก่อนที่จะกลายมาเป็นแบรนด์แบบเต็มตัวในปัจจุบัน MISBHV เริ่มต้นด้วยการผลิตเสื้อยืดผ้ามัดย้อมแบบ DIY และค่อยๆ พัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ จนเป็นแบรนด์สตรีทแวร์ที่มีลักษณะเฉพาะตัวที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร

Related Post