“Horse, Helen, Henri” SIRIVANNAVARI Spring / Summer 2018 coming soon

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงพร้อมเผยโฉมผลงานทรงออกแบบจากคอลเลคชั่นประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2018 ที่มีชื่อว่า Horse, Helen, Henri ภายใต้แบรนด์ “SIRIVANNAVARI”  และ “S’HOMME (เอส ออม)”

โดยทรงมีแรงบันดาลพระทัยมาจากเรื่องราวแห่งความรักระหว่างชายชาติทหารและสาวบ้านไร่ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 อันเป็นบทพระนิพนธ์ในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ซึ่ง คอลเลคชั่นทรงออกแบบล่าสุดนี้มีความโดดเด่นด้วยโครงสร้างเสื้อผ้าที่มีความเป็นเฟมินีน งานปักชั้นครู ไปจนถึงลายกราฟฟิกฝีพระหัตถ์อันเป็นเอกลักษณ์

 

สำหรับคอลเลคชั่นแฟชั่นทรงออกแบบประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2018 จะนำเสนอผลิตภัณฑ์อย่างครบครัน โดยมีตั้งแต่เสื้อผ้าสำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ เครื่องหนังที่มีทั้งกระเป๋า รองเท้าสำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ เครื่องประดับแฟชั่นแอคเซสซอรี่สำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ เครื่องประดับแฟชั่นจิวเวลรี่ของสุภาพสตรี และชุดว่ายน้ำสำหรับสุภาพสตรี

 

ทั้งนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์จะทรงนำคอลเลคชั่นทรงออกแบบจัดแสดงแฟชั่นโชว์ในวันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคมศกนี้ เวลา 19.00 น. ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

Related Post

ตามติดโชว์ฤดูหนาว 2018 จาก Givenchy ได้ที่นี่

แคลร์ เวต เคลเลอร์ (Clare Waight Keller) ดีไซเนอร์สาวจาก Givenchy พร้อมเปิดรันเวย์โชว์คอลเล็กชั่นฤดูหนาว 2018 ให้คุณชมถึงติดขอบรันเวย์   

             

Related Post

ทำความรู้จักกับ Ricardo Tisci

หลังจากวงการแฟชั่นสั่นสะเทือนเมื่อ Christopher Bailey โบกมืออำลาตำแหน่งใหญ่ใน Burberry พร้อมคอลเลกชั่นที่อุทิศให้เพศที่สามในยุค 80s จนเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลก รอบนี้ Burberry แบรนด์เจ้าของตำนานผู้คิดค้นเทรนช์โค้ท เก่าแก่คู่เกาะอังกฤษมาหลายร้อยปี ทำให้วงการต้องแตกตื่นอีกครั้งเมื่อประกาศแต่งตั้ง Ricardo Tisci เป็นหัวหน้าฝ่ายสร้างสรรค์คนใหม่!

But Who Is He?

ชื่อของ Ricardo Tisci เป็นที่รู้จักในวงกว้างเมื่อเขาทำให้ Givenchy กลับมาโด่งดังในฐานะแบรนด์ชั้นสูงแบรนด์แรกที่หันมาจับกระแสสตรีต ลวดลายโมทีฟอย่างดาว ลิง สุนัข เป็นที่นิยมของผู้บริโภค เราอาจเห็นสีแดง-ดำ อันเป็นเอกลักษณ์ของ Ricardo เต็มท้องถนนไปหมด

นักออกแบบชาวอิตาเลียนผู้นี้เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1974 เขาใช้ชีวิตวัยเด็กในบ้านเกิดก่อนจะย้ายมาศึกษาระดับปริญญาตรี ณ กรุงลอนดอน ในวิทยาลัยแฟชั่นชื่อดังอย่าง Central Saint Martins ความสำเร็จของ Ricardo ในวงการถือว่า แรงและก้าวกระโดด ทันทีที่เขาปล่อยคอลเลกชั่นส่วนตัวลำดับแรกเมื่อปี 2005 Givenchy ก็ยื่นข้อเสนอและจับเขาเซ็นสัญญาในฐานะหัวหน้าฝ่ายออกแบบเสื้อผ้าสตรี และมอบหมายให้ดูแลเสื้อผ้าบุรุษในอีก 3 ปีต่อมา

ความสำเร็จของ Givenchy ภายใต้การนำของ Ricardo ไม่ใช่แค่ในแง่เสื้อผ้าที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสตรีตแบรนด์เท่านั้น ฝ่ายโอต์กูตูร์ของแบรนด์ที่เน้นรังสรรค์เสื้อผ้าชั้นสูงก็เติบโตขึ้นมากเช่นกัน เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า ตอนที่เขาเริ่มทำงานที่นี่ ฝ่ายโอต์ กูตูร์ “มีลูกค้าแค่ 5 คน แต่ปัจจุบันเรามี 29 คนแล้วล่ะ”

แม้ Ricardo จะออกจาก Givenchy ในปี ค.ศ. 2017 แต่ฝีมือของเขายังฝังเน้นอยู่ในดีเอ็นเอของแบรนด์ คงต้องรอดูกันว่า พลังความรุนแรงของ Ricardo จะพาเทรนช์โค้ทของ Burberry ไปสู่จุดใด

Related Post

ถอดรหัสลุคของหนุ่มๆ EXO ในพิธีปิดโอลิมปิคฤดูหนาว 2018

แม้อากาศจะหนาวเหน็บแต่ไม่อาจหยุดยั้งกระแสความฮอตของหนุ่มๆ วง EXO ไปได้ เมื่อวงบอยแบนด์แห่งชาติได้รับเกียรติให้แสดงโชว์ในพิธีปิดโอลิมปิกฤดูหนาว ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองพย็องชัง ประเทศเกาหลีใต้ ท่ามกลางสายตาคนนับล้านที่จับจ้องอยู่หน้าจอทีวีและสถานที่จัดงาน

นอกจากการแสดงของหนุ่มๆ ในพิธีปิดจะทำได้อย่างน่าประทับใจแล้ว สิ่งที่อดพูดถึงไม่ได้คือลุคสไตล์ preppy ของพวกเขา เพราะ EXO มาในชุดสูทสีขาวของ Gucci ที่ทำขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ด้านในสวมใส่เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสีดำ และรองเท้าหนังส้นหนา แน่นอนว่าสูท Gucci แม้มองเผินๆ อาจไม่ต่างกันเท่าไร แต่ถ้าเพ่งดูรายละเอียดดีๆ แล้วจะเห็นได้ว่าเหล่าสมาชิกแต่ละคนในวงแต่งตัวไม่เหมือนกันสักราย

 

 

เพราะสูทแต่ละชิ้นเล่นรายละเอียดด้วยสีแดงและน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีประจำชาติของเกาหลีใต้ ส่วนเชิ้ตด้านในบางตัวเป็นปกเล็ก เบิ้ลปก หรือปกสีน้ำเงินสลับแดง แล้วแต่ว่าใครเหมาะกับลุคไหน ในขณะที่เครื่องประดับเองก็ไม่ได้จำกัดไว้แค่เนคไท เพราะเราเห็นบางคนผูกเป็นโบว์ หรือใช้ผ้าพันคอแทนการสวมใส่เครื่องประดับอื่น

ไคในชุดฮันบ็อกที่เขาใส่สำหรับ Solo Performance ช่วงต้น

อันที่จริง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วงเค-ป๊อบชื่อดังหยิบ Gucci มาใส่เพื่อทำโปรเจ็กต์อะไรสักอย่าง เพราะก่อนหน้านี้ EXO เคยเป็นแบบให้ศิลปินชาวอเมริกัน Jesse Mockrin วาดภาพที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากยุคเรอเนสซองส์ ครั้งนั้นหนุ่มๆ จัดเต็มด้วยชุด Gucci จากคอลเล็กชั่นสปริง / ซัมเมอร์ 2017 ตั้งแต่หัวจรดเท้า

จากนี้ไปภาพของ EXO จึงไม่ได้จำกัดไว้เพียงวงบอยแบนด์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในวงการเพลง หากแต่ในแวดวงแฟชั่นเองต่างก็ยอมให้ในสไตล์อันจัดจ้านของหนุ่มๆ EXO เช่นกัน 

Related Post

How to play ‘Puzzle’

คงไม่มีใครที่ไม่เคยเล่นเจ้าเกมตัวต่อ Puzzle แบบนี้มาก่อนครั้งเมื่อยังเป็นเด็ก และเมื่อ Jonathan Anderson หยิบเอาเกมตัวต่อสุดคลาสสิกนี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบกระเป๋ารุ่นล่าสุด Puzzle Bag for Men ให้กับ Loewe ก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะไม่หามาไว้ในครอบครอง

หลังจากที่โจนาธาน เข้ามายกเครื่องใหม่ในฐานะครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ให้กับ Loewe แบรนด์เครื่องแต่งกายและเครื่องหนังสัญชาติสเปนในค.ศ. 2013 เราก็ได้เห็นมุมมองใหม่ๆของ Loewe ตั้งแต่โลโก้แบรนด์ ความสนุกสนานของเด็กหนุ่ม และอารมณ์ขัน และการสร้าง IT Bag ใหม่ๆอย่าง Puzzle Bag ที่ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของ Loewe ไปได้อย่างไม่มีใครปฏิเสธ เพราะตัวกระเป๋านั้นสะท้อนเอกลักษณ์และตัวตนของแบรนด์ที่ผ่านการสร้างสรรค์ออกมาอย่างสวยงาม ซับซ้อน และน่าค้นหาของโครงสร้างกระเป๋าที่ออกแบบและตัดเย็บอย่างแยบยล ใช้ได้จริงในหลากหลายสถานการณ์ชีวิตประจำวันของหนุ่มๆ

โดยกระเป๋า Puzzle Bag ใบหนึ่งประกอบไปด้วยชิ้นส่วนหนังมากกว่า 40 ชิ้น ใช้เทคนิคการตัดแผ่นหนังอันชำนาญของช่างฝีมือที่คำนวณด้วยความแม่นยำ และใช้เวลาในการตัดเย็บประกอบยาวนานกว่า 12 ชั่วโมง ก่อนจะออกมาเป็นกระเป๋าทรงลูกบาศก์ที่เป็นเอกลักษณ์แต่ละใบ และด้วยความพิเศษของคุณภาพหนังที่เลือกใช้ รวมกับการออกแบบและคำนวณการตัดเย็บมาเป็นอย่างดี ทำให้สามารถพับตัวกระเป๋าลงให้แบนได้ เหมาะสำหรับการพกติดไว้ในกระเป๋าเดินทาง สามารถคืนรูปได้โดยไม่เสียทรง Puzzle Bag จึงเป็นการรวมเอาเทคนิคการออกแบบสมัยใหม่ผนวกรวมเข้ากับเทคนิคของช่างฝีมือหนังเก่าแก่ที่สร้างชื่อเสียงมานานให้กับ Loewe ได้อย่างลงตัว

Puzzle Bag จึงเปรียบเสมือนตัวแทนของ Loewe ในยุคใหม่ ที่ไม่เพียงแต่สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ แต่ยังแสดงออกถึงตัวตนของผู้เป็นเจ้าของอีกด้วย โดย Puzzle Bag มีให้เลือกหลากหลายสีสันและวัสดุ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ Loewe Boutique ชั้น M สยามพารากอน โทร. 02-610-9825 และ ชั้น M ดิ เอ็มโพเรียม โทร 02-664-9902

 

Related Post

So bad it’s good! รวมไอเท็มสุดเจ๋งที่น่าเกลียดจนต้องหรี่ตามอง

ในยุคนี้เส้นกั้นระหว่างความสวยและความอัปลักษณ์ช่างเบาบางเหลือเกิน ไอ้การเสี่ยงตายที่จะเล่นกับรูปลักษณ์ประหลาดของธรรมชาติและถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้าเครื่องประดับราคาสูง คุณภาพเยี่ยม ดูจะเป็นงานอดิเรกและความท้าทายของดีไซเนอร์ทั่วโลก ในบทความนี้เราขอรวบรวมของแต่มันแย่เสียจนสวย ตามวลีฝรั่งที่ว่า “So bad it’s good!”

Tabi Boot เผยโฉมครั้งแรกในรันเวย์ของ Maison Martin Margiela เมื่อปี ค.ศ. 1989 ได้แรงบันดาลใจมาจากถุงเท้าทาบิของญี่ปุ่น มาร์แตงให้สัมภาษณ์ว่า “ต้องการทำรองเท้าที่ไม่ทิ้งรอยเท้าเอาไว้”

 

Shopping Bag กระแสการเอาถุงช็อปปิ้งมาเปลี่ยนวัสดุแล้วทำเป็นกระเป๋านั้นไม่ได้มีแค่แบรนด์เดียว แต่โด่งดังที่สุดเห็นจะเป็นของ Balenciaga

 

Dad Sneaker รองเท้ากีฬารุ่นพ่อที่เรารังเกียจกำลังกลับมาครองทุกเวที ตั้งแต่ Gucci, Dior Homme ไปจนถึง Chanel

 

Belt Bag หรือที่เราเรียกกันขำ ๆ ว่า Fanny pack คือกระเป๋าคาดเอวที่แม่ค้าโบ๊เบ๊ใช้เก็บสตางค์ หลายแบรนด์ผลิตออกมาและที่สำคัญมันสหเพศ คือใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

 

Narrow Sunglasses แว่นบรรณารักษ์กลับมาผงาดอีกครั้ง เห็นจากโมเดล Cobalt 02 ของ Gentle Monster ที่ขายดีเหมือนแจกฟรี หรือจะเป็นแว่นกันแดดทรงประหลาดล้ำจาก Gucci ที่ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ใส่ไปย่ำปารีสแฟชั่นวีคเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ยิ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า ต่อให้ของไม่สวย (ในสายตาคนหมู่มาก) แต่ถ้า attitude จัดเต็ม ใส่อย่างไรก็รอด

Related Post

แบรนด์คนคู่ สปอร์ตแวร์จากอิตาลี

ทำความรู้จักกับการฟื้นคืนชีพของ Kappa แบรนด์สปอร์ตแวร์สัญชาติอิตาเลียนท่ามกลางกระแสแฟชั่นสปอร์ตวินเทจ

ช่วงที่เทรนด์แนวสปอร์ตกำลังถึงจุดที่ร้อนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกแฟชั่นแบบนี้ แบรนด์กีฬาชื่อดังในตำนานหลายแบรนด์ก็ต่างพยายามกลับมาทวงบัลลังก์กันอย่างดุเดือด และในปีที่ผ่านมา Kappa หนึ่งในแบรนด์เหล่านั้นก็สามารถเข้ามาพิสูจน์ตัวเองในวงการแฟชั่นจนประสบผลสำเร็จ 

Kappa ก่อตั้งเมื่อปี ค.. 1950 เริ่มต้นมาจากบริษัท Maglificio Calzificio Torinese ในเมืองตูริน ประเทศอิตาลี ที่เป็นบริษัทผลิตถุงเท้าและเสื้อผ้ากีฬาที่มีชื่อเสียงในช่วงเวลานั้น ก่อนก้าวเข้าสู่ธุรกิจฟุตบอลอย่างเต็มรูปแบบในช่วงยุค ’70s และได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากสโมสรฟุตบอลชั้นนำในยุโรปอย่าง Juventus และ Barcelona รวมไปถึงทีมชาติอิตาลี ซึ่งมีโลโก้ติดตาวงการเสื้อผ้ากีฬามาตั้งแต่ไหนแต่ไร นั่นคือ ‘Omini’ ที่แปลว่าผู้ชายในภาษาอิตาเลียน และเป็นรูปโครงร่างผู้ชายและผู้หญิงสองคนนั่งหันหลังชนกัน

Kappa กลับมาอีกครั้งในช่วงต้นปีที่แล้ว โดยค่อยๆ เขยิบเข้ามาในวงการแฟชั่นด้วยการร่วมมือกับดีไซเนอร์ชื่อดังหลายคน เป้าหมายคือต้องการนำเรื่องราวของโลกกีฬาผ่านมุมมองของแบรนด์ ก่อนนำมาผสมผสานกับโลกแฟชั่นปัจจุบัน พวกเขาเริ่มจากการร่วมงานกับ Gosha Rubchinskiy ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวรัสเซียในคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนของปีที่แล้ว

นอกจากนั้น Kappa ยังปล่อยคอลเล็กชั่นพิเศษ ซึ่งเป็นไลน์เสื้อผ้าลำลองแนวสปอร์ตวินเทจที่มีชื่อว่า ‘Kappa Kontroll’ ออกมายั่วเงินในกระเป๋าเหล่าสาวก โดยตั้งใจนำกลิ่นอายความคลาสสิกของสไตล์สปอร์ตแบบยุโรป กลับมา โดยมีแรงบันดาลใจจากเสื้อผ้ากีฬารุ่นแรกๆ ที่ Kappa ได้ออกแบบให้ทีมสโมสรกีฬาสมัยก่อนนั่นเอง

สำหรับปีนี้โลโก้ ‘Omini’ กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง เพราะถูกใช้เป็นลูกเล่นสำคัญบนเสื้อผ้า ชุดกีฬา และแทร็กสูทที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของแบรนด์ ล่าสุดพวกเขาเพิ่งประกาศร่วมมือกับ Danilo Paura แบรนด์สตรีทแวร์สัญชาติอิตาเลียนอีกหนึ่งเจ้า เชื่อได้เลยว่า นี่จะต้องเป็นอีกปีที่น่าตื่นเต้นของแบรนด์ในตำนานนี้อย่างแน่นอน

Related Post

กว่าจะมาเป็นรองเท้า Gucci อันแสนโด่งดังในวันนี้

Gucci ก่อนที่จะมาเป็นแบรนด์ใหญ่ยักษ์ที่ผลิตทั้งเสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋า เดิมทีเป็นแบรนด์ท้องถิ่นของอิตาลีที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องหนัง ก่อตั้งโดย Guccio Gucci นักออกแบบและนักธุรกิจหนุ่มแห่งเมืองฟลอเรนซ์ ผู้ตั้งใจไว้ว่า ของทุกชิ้นในร้านต้องผลิตด้วยหนังจากแคว้นทัสคานีอันโด่งดัง

ต่อมา Aldo Gucci ลูกชายคนโตชื่นชอบการขี่ม้ามากเป็นพิเศษ ในปี ค.ศ. 1953 เขาจึงออกแบบรองเท้ามอคคาซินที่ได้แรงบันดาลใจจากโลกของการขี่ม้า ส่วนรายละเอียดสุดเจ๋งได้แก่ ห่วงรัดปากม้าที่ติดอยู่ด้านหน้าของตัวรองเท้า ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ที่ทำให้คนจดจำแบรนด์จากเมืองฟลอเรนซ์นี้ ทั้งยังเป็นรายละเอียดที่มีความสำคัญขนาดกลายเป็นสิ่งที่สุดฮิปของแบรนด์ในปัจจุบัน

ในยุคที่ Alessandro Michele เข้ามามีบทบาทเมื่อปี ค.ศ. 2015 เขาปรับให้รองเท้ามีขนาดยาวขึ้น มีความละเมียดละไม มีการเปลี่ยนชื่อรุ่นบ้าง หรือบางครั้งก็ออกแบบให้บางรุ่นเปิดส้นรองเท้าด้วย ซึ่งช่วยปรับโฉมรองเท้าสุดคลาสสิกให้ผิดแผกไปจากธรรมเนียมเดิมแต่ยังคงความโก้และความแพงไว้ได้อยู่

แม้จะเป็นยุคสนีกเกอร์ครองเมือง แต่ลอฟฟีเซียล ออมส์ เชื่อว่า รองเท้าไอคอนิกคู่นี้จะยังคงอยู่ เราคงต้องติดตามดูกันต่อไปว่า จากนี้อีก 10 ปี มอคคาซินคู่นี้จะหน้าตาเป็นอย่างไร

Related Post

สงครามทวีดระหว่าง 2 ศิลปินจากฝั่งอเมริกาและเอเซีย !

Chanel เป็นสัญลักษณ์อิสรภาพทางแฟชั่นของผู้หญิงทั่วโลกมานานนับศตวรรษ และเป็นเบอร์ 1 ทางธุรกิจแฟชั่นที่แข็งแกร่ง ชิ้นไหนออกมาก็ขายหมด นี่ยังไม่พูดถึงกระเป๋ารุ่นคลาสสิกที่เป็นเบสิกไอเท็มของผู้หญิงทุกวัย ทั่วโลก ในยุคนี้อุตสาหกรรมแฟชั่นผู้ชายเฟื่องฟู อันเป็นผลจากยอดจับจ่ายใช้สอยของสุภาพบุรุษที่หันมาลงทุนกับแบรนด์หรูหรามากขึ้น เมื่อตลาดเริ่มโตมีหรือชาแนลจะอยู่เฉย ระยะหลังเราเริ่มเห็นเสื้อผ้าผู้ชายบนรันเวย์ ชาแนลมากขึ้น แถมกระเป๋าบางรุ่นก็ออกแบบมาให้มีความเป็นสหเพศมากขึ้น หากจะกล่าวถึงก้าวสำคัญของชาแนลสู่ตลาดผู้ชายเห็นจะเป็นการเชิญศิลปินชายชื่อดังมาร่วมงานแฟชั่นโชว์ และดึงมาเป็น Friend of Chanel ในหลายวาระโอกาส ที่เห็นคุ้นกันก็มีซูเปอร์สตาร์ฝากฝั่งเอเซียอย่าง G Dragon และศิลปินจากอเมริกา Pharrell Williams

G Dragon

ศิลปินชาวเกาหลี สมาชิกวง Big Bang สไตล์อันโดดเด่นของเขาทำให้ G Dragon ก้าวข้ามบทบาทแรพเพอร์มาสู่การเป็นแฟชั่นไอคอนที่ทั่วโลกจับตามอง ไม่เว้นแม้แต่ Karl Lagerfeld หัวเรือใหญ่ของชาแนลที่ดึงตัว G Dragon มาเป็นมิวส์คนสำคัญของแบรนด์ ซึ่ง G Dragon เลือกไอเท็มชิ้นคลาสสิกของแบรนด์อย่างทวีดแจ็กเก็ตมาถ่ายทอดความเป็นตัวเองได้อย่างน่าสนใจ

Pharrell Williams 

แรพเพอร์ไอคอนฝั่งตะวันตกที่กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของ Chanel ในปัจจุบัน นอกจากเรียนเชิญมาร่วมแฟชั่นโชว์แล้ว Pharrell ยังปรากฏตัวในหนังสั้นของชาแนล แถมออกคอลเลกชั่นพิเศษที่ร่วมมือกันระหว่าง Chanel, Adidas และ Colette  อีกด้วย การที่แรพเพอร์ผู้มีความมาโชสูงอย่าง Pharrell มาสวมเสื้อผ้าจากแบรนด์ที่เป็นสัญลักษณ์ของสตรีนั้นทำให้มุมมองของคนรักแฟชั่นที่มีต่อชาแนลเปลี่ยนไปมากทีเดียว

แม้ทั้งคู่จะสวมใส่ชาแนลเหมือนกัน แต่กลับมีสไตล์แตกต่างกันอย่างชัดเจน ลอฟฟีเซียล ออมส์ ได้รวบรวมภาพของทั้งคู่ที่สวมใส่ชาแนลในแต่ละวาระโอกาส ให้คุณตัดสินกันเอาเองว่า Who wore it better?!

ซ้าย: G Dragon กับกระเป๋าสะพายแล่งจาก Chanel แบบ More is more ขวา: Pharrell Williams ใส่ทวีดแจ็กเก็ตกับกางเกงยีนส์ขาสั้น

 

ซ้าย: G Dragon สวมแจ็กเก็ตและกางเกงเข้าชุดกันจาก Chanel ขวา: Pharrell Williams ในโค้ทตัวยาวผ้าทวีดจาก Chanel

 

ซ้าย: G Dragon สวมทวีดแจ็กเก็ตสีขาวพร้อมเครื่องประดับจัดเต็มทั้งกำไลและสร้อย ขวา: Pharrell Williams สวมชุดทักซีโด้สีดำสนิท พร้อมสร้อยคอจัดเต็มจาก Chanel

 

ซ้าย: G Dragon ลุคสบาย ๆ กับทวีดแจ็กเก็ตสีแดงแซมขาว ขวา: Pharrell Williams กับโอเวอร์โค้ทสีแดงดำที่ไม่บอกไม่รู้ว่า เป็น Chanel

 

แล้วสไตล์คุณล่ะ จะเป็นแบบไหน ?

Related Post

จุดเปลี่ยนของ Rimowa กระเป๋าเดินทางที่มีอายุยาวนานกว่า 120 ปี

Text: Patsaya Ch.

เคยคิดไหมหากคุณเป็นเจ้าของสินค้าสักชิ้น คุณอยากให้สินค้าของคุณคงรูปแบบและหน้าตาเดิมๆ ไว้ได้นานแค่ไหน หากว่ามันยังคงขายได้อยู่ คำตอบนี้ของคุณอาจตรงหรือต่างกับ  Co-CEO อย่าง Alexandre Arnault และ Chief Brand Officer Hector Muelas จากแบรนด์กระเป๋าเดินทาง Rimowa เมื่อ Rimowa ใช้เวลากว่า 120 ปีในการเปลี่ยนอัตลักษณ์ของตัวเองใหม่หมด หลังจากก่อตั้งในปี 1898 Rimowa เวลานั้นวางตัวเป็นผู้นำระดับโลกด้านกระเป๋าเดินทางแบบพรีเมี่ยม ค่อยๆ เจาะตลาดแบบเงียบๆ  และใช้เวลากว่า 39 ปีในการผลิตกระเป๋าเดินทางที่ใช้วัสดุอลูมิเนียมขึ้นในปี 1937 ถัดจากนั้นอีก 63 ปี กระเป๋าเดินทางที่ทำจากโพลีคาร์บอแนตใบแรกจึงถือกำเนิดขึ้นในปี 2000 ซึ่งปัจจุบันกระเป๋าเดินทางทั้งสองรุ่นได้กลายเป็นสิ่ง must-have ในมวลหมู่นักเดินทาง เทรนด์เซ็ตเตอร์ รวมถึงลูกค้ากระเป๋าหนักที่เข้าใจและพร้อมจะจ่ายให้กับสินค้าที่ลงตัวทั้งการออกแบบและการใช้งาน

จากนั้นในปี 2017 เมื่อ Rimowa ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม LVMH การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญได้เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อพวกเขาประกาศปรับอัตลักษณ์ของแบรนด์ใหม่หมดเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 120 ปีของแบรนด์ที่กำลังมาถึง โดยร่วมมือกับ Bureau Borsche สตูดิโอออกแบบแบรนด์ดิ้งและกราฟิคดีไซน์จาก Munich และ Commission Studio ดีไซน์สตูดิโอและที่ปรึกษาด้านการออกแบบและแบรนด์ดิ้งจาก London เพื่อยกระดับแบรนด์เก่าแก่ให้ร่วมสมัยขึ้น แต่ยังไม่ทิ้งจุดเด่นของแบรนด์ที่ลูกค้าชื่นชอบ

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ได้แก่ การพัฒนาโลโก้ของแบรนด์ขึ้นมาใหม่ โดยปรับแต่งและลดทอนรูปแบบตัวอักษร ซึ่งจะเห็นได้ว่าตัวอักษรใหม่มีความเรียบและสะอาดตายิ่งขึ้น

 

ส่วนชุดสีคลาสสิคอย่างขาว ดำ เทา ถูกนำมาใช้เพื่อตอกย้ำการออกแบบที่น้อยแต่มากของแบรนด์ อย่าลืมว่ากระเป๋าเดินทางแบรนด์นี้ไม่มีลวดลายกราฟฟิคใดๆ นอกจากร่องคลื่นที่กลายมาเป็นซิกเนเจอร์ประจำแบรนด์ นอกจากนี้ลายสัญลักษณ์หรือโมโนแกรม ภาพวิชัลต่างๆ และชุดบรรจุภัณฑ์หรือ Packaing suite ก็ถูกปรับใหม่เช่นกัน

 

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ส่งผลต่อการออกแบบในอนาคต เพราะงานดีไซน์และงานด้านวิศวกรรมของกระเป๋าทุกใบต้องล้อไปกับอัตลักษณ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสี วัสดุ กลไกลต่างๆ เรื่อยไปจนถึงการจัดวางคู่มือการใช้งานและแท็กกระเป๋าเดินทาง เรียกได้ว่าทุกสิ่งที่จะถึงมือลูกค้าต่างผ่านกระบวนการคิดมาแล้วอย่างถี่ถ้วน

อันที่จริงโฉมใหม่ของ Rimowa เริ่มทยอยให้เห็นตั้งแต่ต้นปี แต่จะชัดเจนขึ้นเมื่อผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Rimowa ทั้งหมดลงช็อปในช่วงปลายปีนี้ และนั่นหมายความว่ากระเป๋า Rimowa ที่คุณกำลังครอบครองอยู่ตอนนี้กำลังกลายเป็นของหายาก แต่ในขณะเดียวกัน เราเองก็เสียใจที่จะต้องบอกคุณว่ามันตกรุ่นไปแล้วเช่นเดียวกัน

 

 

Related Post