GUCCI_Save The Date_MWRTW_FW17 copy

LIVESTREAM FASHION SHOW GUCCI FALL WINTER 2017 MEN’S & WOMEN’S

Related Post

_MG_9746

โพสต์รูปให้ได้เรื่อง: เรื่องราวของเด็กหนุ่มธรรมดาสู่นายแบบค่าตัวแรง

สังคมออนไลน์ที่ก่อตัวขึ้นตามการเติบโตของโลกดิจิตอล กลายเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสดงตัวตน เพียงหนึ่งคลิกก็อาจแพร่ข่าวจากเมืองเล็กไปสู่สายตาของสาธารณะชนทั่วโลก แน่นอนว่า วงการแฟชั่น ก็พากันใช้พื้นที่ออนไลน์เพื่อเผยแพร่ข่าวคราวของแบรนด์ ประกาศความร่วมมือต่างๆ ร่วมไปถึงนำเสนอแคมเปญใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นยอดขาย หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนวงการแฟชั่น คือ บรรดานายแบบนางแบบที่ถูกคัดสรรมาเพื่อรับบทเป็นตัวตนของแบรนด์ สวมใส่เสื้อผ้าที่ตัดเย็บอย่างประณีตเพื่อนำเสนอสู่สายตาคนทั่วโลก ความสะดวกของการเผยแพร่รูปภาพทั้งของตนหรือของคนอื่นในบัญชีผู้ใช้ออนไลน์ ทำให้เหล่าเอเจนซี่นายแบบนางแบบที่ต้องแข่งขันกันหาหน้าใหม่ๆ มากระตุ้นวงการแฟชั่น หันไปหาโลกออนไลน์ เพื่อเฟ้นหานายแบบนางแบบที่อาจซ่อนอยู่ในเมืองเล็กๆ และใช้ชีวิตไปโดยไม่ตระหนักถึงความร้อนแรงของตนที่อาจสร้างมูลค่ามหาศาล

_MG_0373

เมื่อปีค.ศ. 2014 กรมตำรวจแคลิฟอร์เนียโพสต์ภาพผู้ต้องหารายหนึ่งนามว่า Jeremy Meeks (เจเรมี่ มีกส์) บนเฟซบุคของกรม 
ตาสีฟ้าอ่อนและสันกรามเหลี่ยมชัดของเขาดันไปเตะตาโลกออนไลน์ ส่งผลให้มีคนกดไลค์ภาพเขาทะลุ 100,000 ไลค์ และมีคนแชร์กว่า 12,682 ครั้ง ภาพของเขาถูกแชร์ไปถึงผู้บริหารของสังกัดนายแบบ White Cross Management ที่จับเขาเซ็นสัญญา และเริ่มงาน ในฐานะนายแบบระดับโลกทันทีหลังพ้นโทษ ในปีเดียวกัน นักศึกษามหาวิทยาลัย University College London โพสต์รูปภาพอาจารย์สอนคณิตศาสตร์ของตนขณะกำลัง แก้โจทย์บนไวท์บอร์ด หลังจากพบว่า เขามีอาชีพเสริมเป็นนายแบบ โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ไปหลายร้อยครั้ง และมีคนเข้ามากดไลค์กว่า 2,000 คน ส่งผลให้อาจารย์คณิตศาสตร์ในรูป นามว่า Pietro Boselli (ปีเอโตร โบเซลลี) โด่งดังไปทั่วโลก เขาถูกจับเซ็นสัญญากับสังกัด Models 1 และกลายมาเป็นนายแบบหลักให้แบรนด์เสื้อผ้า Abercrombie & Fitch (อาเบอร์ครอมบี แอนด์ ฟิตช์) อิทธิพลของสังคมออนไลน์ดังที่ปรากฏชัดเจนในวงการแฟชั่น ทำให้เราดึงตัว Matthew Noszka (แมทธิว นอสซกา) มาขึ้นปกฉบับเดือนกุมภาพันธ์ และพูดคุยกับเขาในฐานะอีกหนึ่งความสำเร็จของโลกออนไลน์ในวงการแฟชั่น ชายหนุ่ม 24 ปีผู้นี้โด่งดังเป็นพลุแตกเมื่อเขาโพสต์ภาพในวันสบายๆ บนบัญชีผู้ใช้อินสตาแกรมของตน ที่ใช้ชื่อว่า Mathew_Noszka ภาพเขาถอดเสื้อยืนคู่กับพ่อ เพื่ออวดเฉลียงไม้ที่ต่อให้มารดาทำให้เขามีผู้ติดตามในอินสตาแกรมเพิ่มขึ้นเกือบ 200,000 คนภายในระยะเวลา 7 เดือน ความโด่งดังของเขาไปเข้าหูสังกัด Wilhelmina Models Agency จนได้เซ็นสัญญาและเริ่มงานแรกในฐานะนายแบบกับ Nike (ไนกี้) ในปีค.ศ. 2015 Ellen Degeneres (เอลเลน เดเจนเนอเรส) ยังเชิญเขาไปออกรายการเพื่อพูดคุยถึงชีวิตของเขาอีกด้วย ต่อจากนี้คือบทสัมภาษณ์ระหว่างเรากับเขา

_MG_0162

รู้สึกอย่างไรที่ได้ไปออกรายการโปรด (ใช่ เรากำลังพูดถึง Ellen)
ดีใจครับที่มีคนสนใจเรื่องราวของผมมากมาย มีความหมายสำหรับผมมากทีเดียว ต้องขอบคุณเอลเลนด้วย

_MG_0077

ความรู้สึกแรกเมื่อได้รับการติดต่อจากสังกัดนายแบบ Wilhelmina
ตอนแรกผมไม่รู้จักด้วยซ้ำ เลยไม่ได้คิดอะไร

_MG_9651

ครอบครัวรู้สึกอย่างไร เมื่อคุณตัดสินใจทิิ้งทุนมาเป็นนายแบบ
พวกเขาก็ไม่ค่อยแน่ใจเรื่องที่ผมทิ้งทุนการศึกษาและย้ายไปนิวยอร์กเพื่อเริ่มต้นใหม่ในฐานะนายแบบ แต่ผมรู้สึกอยู่ลึกๆ ว่า จะต้องเป็น
การตัดสินใจที่ถูกต้อง

ความโด่งดังส่งผลต่อชีวิตคุณแค่ไหน
ผมอยากมีชีวิตประจำวันแบบทั่วๆ ไปมากเลยครับ หมายถึง แต่ละวันชีวิตผมเปลี่ยนไปตลอด ต้องเดินทางตลอดเวลา

_MG_9380

สไตล์ส่วนตัวที่คุณชื่นชอบ
แล้วแต่โอกาสเลยครับ ผมใส่สูทได้ สบายๆ ก็ได้

ของชิ้นโปรด/ของสะสม
ผมคลั่งสนีกเกอร์มากครับ แฟนตัวยง

_MG_0674

ข้อดีและข้อเสียของการเป็นนายแบบ
เป็นนายแบบได้เดินทางเยอะ แถมรายได้ดีด้วย แต่ผมไม่ได้เจอเพื่อนกับครอบครัวเท่าไหร่เลยครับ

คุณคิดว่า จะทำอาชีพนายแบบไปอีกนานเท่าไหร่ มีระยะเวลาในใจไหม
น่าจะอีกไม่นานครับ

_MG_0579

เราได้ยินมาว่า คุณกำลังจะแสดงภาพยนตร์ด้วย เล่าให้เราฟังหน่อย
ใช่ครับ ผมกำลังจะแสดงหนัง แต่ผมบอกอะไรมากไม่ได้ แค่ตื่นเต้นมาก อยากให้ทุกคนรอดู

Related Post

SAINT_LAURENT_STORE_SIAM_PARAGON_HR_01

Saint Laurent โฉมใหม่ในสยามพารากอน

Saint Laurent (แซงต์ เลอรองต์) เปิดร้านแห่งใหม่ล่าสุดแห่งที่ 3 ในประเทศไทย ณ สยามพารากอน โดยภายในร้านผสมผสานความงดงามแบบฝรั่งเศสสมัยใหม่ เข้ากับองค์ประกอบจากยุคอาร์ต เดโค เพื่อสื่อถึงการตีความแบบแซงต์ เลอรองต์ที่จะนำเสนอแก่นแท้ของความเป็นฝรั่งเศสแต่ไม่จำเจ มีการใช้หินอ่อนและโลหะสีดำมาตกแต่งภายในร้าน รวมไปถึงกระจกใสและเก้าอี้โลหะ โดยในร้านจะมีเครื่องประดับ รองเท้า แว่นตากันและเครื่องแต่งกาย คงจะเป็นอีกหนึ่งก้าวที่น่าสนใจ นับจากที่ Anthony Vaccarello (แอนโธนี วัคคาเรลโล) ได้เข้ามาแทนที่นักออกแบบคนเก่าในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และทิศทางของ Saint Laurent จะไปทางไหนเราคงต้องตามดูกันไปแบบยาวๆ

Vaccarellospan-master768

Saint Laurent ตั้งอยู่ ชั้น M สยามพารากอน โทร. +60 3 21 13 0177 และอีก 2 สาขาที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซี และดิ เอ็มควอเทียร์

Related Post

W33

มาดูสนีกเกอร์สุดเจ๋งที่เพิ่งเปิดตัว และกำลังจะเปิดตัวในปีนี้กระตุ้นต่อมอยากกันดีกว่า

Newly Sneaked In

Nike Air Jordan 11 Night Maroon

5_AirJordan11_6

สีสันอันโดดเด่นอย่างแดงเข้ม (Night Maroon) ตกแต่งด้วยสีทองเมทัลลิกนี้ทำให้รองเท้าคู่นี้ละม้ายคล้ายรุ่นพี่อย่าง Air Jordan 1 แต่เพิ่มหนังนูบักเกรดพรีเมี่ยม และวัสดุกำมะหยี่ที่เข้ากันได้ดีกับเครื่องหมายการค้าของแบรนด์สีทองเมทัลลิก พื้นรองเท้าสีขาวและส้นรองเท้าใสสีแดงเข้มนั้นก็ยิ่งทำให้โดดเด่นหนักเข้าไปอีก เช่นเคยครับ เปิดตัวเบาๆ ไปเมื่อปลายปีที่แล้วด้วยสนนราคาที่ 220 ดอลลาร์สหรัฐ … ราคาค่าตัวโดดเด่นสมกับภาพลักษณ์จริงๆ

Nike Air Jordan 6 Black Cat

Nike Air Jordan 6 Black Cat

รองเท้าสุดเจ็บอย่าง Air Jordan 6 ปิดปีที่แล้วไปอย่างสวยงามโดยการออกคัลเลอร์เวย์รุ่นใหม่เอี่ยมอย่าง Black Cat มาในวันสุดท้ายของปี โดยเจ้าแมวดำนี้เป็นสนีกเกอร์หุ้มข้อหนังสีดำล้วน โดดเด่นด้วยรายละเอียดแบบสามมิติบริเวณเชือกรองเท้าและด้านข้าง นอกจากนั้นตรงส่วนหุ้มบริเวณข้อเท้า ด้านข้าง และส่วนปิดเท้าด้านหน้าก็เป็นหนังเจาะรูระบายอากาศ ส้นรองเท้าตรงกลางสีขาวพร้อมส้นสีดำแบบใสด้านหลังก็ยิ่งสร้างความโดดเด่นให้กับเจ้าแมวดำตัวนี้อีก สนนราคาเปิดตัวก็ไม่แรงเท่าไหร่ แค่ 190 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

Nike Air Jordan 8 Sequoia

Nike Air Jordan

สีเขียวตุ่นของเจ้า Sequoia นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรุ่นพี่
อย่าง Air Jordan 9 Olive โดย Air Jordan 8 รุ่นนี้เพิ่มสีส้มสดแป๊ดเข้าไปเพื่อความโดดเด่น นอกจากนั้นยังมีโครงสร้างที่ช่วยพยุงเท้า และเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ยางเทียมแบบผสมผสานในตัวรองเท้า ซึ่งทำให้รองเท้าเบาและสวมสบายมากขึ้น โดยรุ่นนี้ออกมาทั้งในรุ่นของผู้ใหญ่ไซส์ปกติ (ราคาเปิดตัวที่ 190 ดอลลาร์สหรัฐ) และรองเท้าสำหรับเด็ก (ราคาเปิดตัวที่ 140 ดอลลาร์สหรัฐ) แม้จะเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา คุณคงเดาได้ไม่ยากแล้วใช่ไหมว่า ณ ปัจจุบัน จะเหลือสต็อกอยู่อีกเท่าไหร่

Bape x  Adidas NMD

Bape x Adidas NMD

สนีกเกอร์ลิมิเต็ดอีดิชั่นคู่นี้ถูกปล่อยออกมาในทวีปยุโรปตะวันตกไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยเป็นความร่วมมือกัน ระหว่าง A Bathing Ape (อะ บาธทิ่ง เอป) และ Adidas Originals (อาดิดาส ออริจินัลส์) โดยโปรเจ็กต์นี้เปิดตัวไปตั้งแต่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่แล้ว โดยมีลายพิมพ์ลายพราง ABC เอกลักษณ์ของ Bape พิมพ์อยู่บนตัวรองเท้าบุนวม และก็แน่นอนว่า ราคาเปิดตัวแค่ 150 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ในปัจจุบันหาไม่ได้แล้ว … นอกจากในเว็บประมูลต่างๆ

Nike Air Max Zero Triple White

Nike Air Max Zero Triple White

ก็ไม่รู้ว่าเจ้าพ่อสปอร์ตแวร์อย่าง Nike (ไนกี้) รออะไรอยู่กว่าจะตัดสินใจปล่อยสนีกเกอร์สีขาวล้วนอย่าง ‘Triple White’ ของรุ่น Air Max Zero ออกมาสักทีในปีนี้ ในขณะที่คอนเซ็ปต์สนีกเกอร์สามสีกำลังได้รับการนิยมไปทั่วโลก ดูเหมือนว่าเวอร์ชั่นสีขาวสามเฉดนี้จะมีคอนเซ็ปต์ดั้งเดิมมาจากสเก็ตช์ของรองเท่ารุ่น Air Max 1 ซึ่งก็กว่าจะออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้ก็นะ … แต่อย่างว่า … มาช้ายังดีกว่าไม่มานะครับ ตอนนี้ของรุ่นนี้วางขายในช็อปทั่วโลกแล้วด้วยราคาที่ 150 ดอลลาร์สหรัฐ เปิดตัวเบาๆ แต่มาแรงนะครับ

Related Post

W24

ทำความรู้จักกับสตรีทแวร์ที่เป็นม้านอกสายตา แต่ทรงอิทธิพลต่อวงการแฟชั่นไม่แพ้แบรนด์ดังๆ

Under the Radar

1.2 Mr Completely slide1

ถ้าถามถึงสตรีทแวร์คนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงอยู่แค่ไม่กี่แบรนด์เท่านั้น อาจจะเป็นเพราะโลโก้ที่คุ้นตาที่เห็นดาราคนดังใส่ หรืออาจจะเป็นเพราะการผลิตแบบอุตสาหกรรมหนักนั่นเองที่ทำให้แบรนด์อย่าง Supreme (สุพรีม) และ Bape (เบ๊ป) โด่งดังและเป็นที่ต้องการของสาวกสตรีทแวร์ แต่ความจริงแล้ว นอกจากแบรนด์ที่คุ้นหูคุ้นตาเหล่านี้ ก็ยังมีแบรนด์ใหม่ๆ หลายแบรนด์ที่ถึงแม้จะไม่ได้โด่งดังในวงกว้าง แต่เป็นที่ยอมรับในวงการสตรีทแวร์เป็นอย่างมาก และเริ่มมีอิทธิพลต่อแบรนด์สตรีทแวร์หลายๆ แบรนด์และแบรนด์แฟชั่นชั้นสูงอีกด้วย เดือนนี้ลอปติมัมก็เลยจะมาแนะนำ 3 แบรนด์ ที่มีความโลว์โพรไฟล์อย่างจงใจ เป็นที่น่าจับตามองที่สุดในวงการสตรีทแวร์ในวันนี้ให้รู้จักกัน

MR COMPLETELY

1.3 Mr Completely slide4

แบรนด์นี้ถือว่ามีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใคร ได้การตอบรับอย่างล้นหลามจากดารานักร้องคนดังระดับแนวหน้าอย่าง The Weeknd แถมยังหาซื้อได้ยากมากๆ ในท้องตลาด เสื้อผ้าภายใต้แบรนด์ Mr Completely (มิสเตอร์คอมพลีทลี) มีการออกแบบที่ประณีตและตัดเย็บโดยใช้วัสดุคุณภาพสูง มีดีไซน์เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความดิบ ที่สำคัญมีฟังค์ชั่นที่ตรงกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ ก่อตั้งโดยเซเลบริตี้ดีไซเนอร์ Billy Walsh (บิลลี่ วอลช์) (หรือ Mr Completely นั่นเอง) มีแรงบันดาลใจมาจากการใช้ชีวิตในเมืองลอสแอนเจลิส บิลลี่เริ่มมีชื่อเสียงมาจากการทำรองเท้าผ้าใบแบบสั่งตัดสไตล์ Creeper ให้ริฮานน่า และหลังจากนั้นเขาก็ได้ร่วมกับแบรนด์ต่างๆ และค่อยๆ พัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ แบบโลว์โพรไฟล์

A COLD WALL

2.1 A COLD WALL 06-ACW-editorial

แบรนด์จากประเทศอังกฤษสไตล์หรูหรา ผสมสตรีทแวร์ที่ถูกขนานนามว่าเป็นแบรนด์แห่งโลกอนาคต มีความฟิวเจอริสติกด้วยดีไซน์ที่แปลกตาหลุดโลกและการคัดสรรวัสดุที่แปลกใหม่ในแต่ละคอลเลกชั่น มีความเป็นอวองการ์ดอย่างสูง โดยมีดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง Samuel Ross (ซามูเอล รอสส์) ที่เคยร่วมงานกับ Off-White และ Hood By Air อยู่เบื้องหลัง และจงใจนำเสนอแบรนด์แบบโลว์โพรไฟล์ให้มากที่สุด A Cold Wall ได้แรงบันดาลใจมาจากโลกที่เต็มไปด้วยการแบ่งแยกชนชั้น และเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ถูกนำมาบิดเบือนให้เป็นข้อถกเถียงในสังคม เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่น่าจับตามองมากที่สุดในปีนี้

MISBHV

3.2 MISBHV-SS17-Lookbook4

ก่อตั้งที่ประเทศโปแลนด์โดยดีไซเนอร์สาว Natalia Maczek (นาตาเลีย แม็คเซ็ก) เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
และปัจจุบันโด่งดังในวงการแฟชั่นพอๆ กับแบรนด์แนวหน้าอย่าง Vetements ก็ว่าได้ มีความท้าทายต่อขนบธรรมเนียมและประเพณีต่างๆ ผลิตเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยความหมายแอบแฝง จนเป็นที่สนใจจากดารานักร้องชื่อดังหลายคนทั้ง Rihanna (ริฮานน่า) Kylie Jenner (ไคลี่ เจนเนอร์) และ A$AP Rocky (เอแซบ ร็อคกี้) และมีสาวกเป็นแฟชั่นบล็อกเกอร์ชื่อดังหลายคนรวมไปถึง Aleali May (อาเลียลี่ เมย์) ด้วย ก่อนที่จะกลายมาเป็นแบรนด์แบบเต็มตัวในปัจจุบัน MISBHV เริ่มต้นด้วยการผลิตเสื้อยืดผ้ามัดย้อมแบบ DIY และค่อยๆ พัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ จนเป็นแบรนด์สตรีทแวร์ที่มีลักษณะเฉพาะตัวที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร

Related Post

W23

เบื้องหลังการปกปิดตัวตนของนักเขียน ศิลปิน ดีไซเนอร์ หรือแม้แต่นักธุรกิจ

Anonymously Well-Knowns

อะไรคือเหตุผลเบื้องลึกเบื้องหลังการปกปิดตัวตนของนักเขียน ศิลปิน ดีไซเนอร์ หรือแม้แต่นักธุรกิจ? เพื่อหลีกเลี่ยงอคติในการตัดสิน หรือเพื่อความปลอดภัยส่วนตัว? หรือทั้งสองอย่าง? แล้วเราในฐานะ ผู้เสพผลงาน และผู้บริโภคมีสิทธิแค่ไหนในการรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของพวกเขาเหล่านั้น? แล้วเหตุใดเราถึงต้องการที่จะสืบค้นตัวตนที่เขาไม่ต้องการเปิดเผยกันล่ะ?

FRANCE - JANUARY 01:  Photo of DAFT PUNK  (Photo by Mick Hutson/Redferns)

การปกปิดตัวตนของเหล่าศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานในหลายสาขานั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ ในยุคโบราณ นักเขียนส่วนใหญ่เลือกใช้นามปากกาในการประพันธ์เพื่อปกปิดตัวตน และลดข้อครหาว่านวนิยายที่พวกเขาแต่งนั้นอาจจะพาดพิงถึงบุคคลที่พวกเขารู้จักในชีวิตจริง หรือนักเขียนผู้หญิงบางคนก็เลือกใช้นามปากกาที่ฟังดูเหมือนชื่อผู้ชาย เพราะการยอมรับนักเขียนสตรีในบางยุคนั้นยังไม่แพร่หลาย (เรื่องนี้ไม่ต้องย้อนกลับไปไกลมากนักหรอก แม้กระทั่งปลายยุค ‘90s J.K. Rowling (เจ.เค. โรว์ลิ่ง) เองยังได้รับ “คำแนะนำ” จากบรรณาธิการต้นฉบับ Harry Potter and the Philosopher’s Stone ให้ใช้ชื่อย่อ J.K. แทนชื่อจริงของเธอ (Joanne Rowling) แถมก่อนหน้าที่เธอจะโด่งดังจากซีรีส์ชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ เธอก็เคยใช้นามปากกาว่า Robert Galbraith (โรเบิร์ต กัลเบรธ) มาแล้ว) และการปกปิดตัวตนนั้นก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงวงการวรรณกรรมเท่านั้น

แต่วงการเพลงก็มีนักดนตรีที่สวมหน้ากากตลอดเวลาอย่าง Daft Punk หรือใช้ตัวการ์ตูนแสดงตัวตนอย่าง Gorillaz ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขาคือนักดนตรีที่ทำเพลงหลากหลายแนว และต้องการนำเสนอตัวตนที่สอง (Alternated Self) ในเพลงอีกชุดหนึ่ง ซึ่งก็เป็นที่รู้กันในบรรดาแฟนเดนตายอยู่ดีว่าตัวจริงของพวกเขาคือใคร อาจจะเพราะพวกเขาไม่ได้ซีเรียสนักกับการปกปิดตัวตนอย่างแท้จริง

แต่ก็มีศิลปินและนักธุรกิจหลายคน (หรือหลายกลุ่ม) ได้อาศัยตัวตนที่สองในการสำแดงความคิดความอ่าน อย่างตรงไปตรงมา รวมไปถึงการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี และสร้างสรรค์ผลงานในสายงานตัวเองอย่างอิสระ เพราะการไม่มีตัวตนในโลกจริงนั้นเป็นการลดอคติในการตัดสินของผู้เสพงานสร้างสรรค์ไปได้หลายเปลาะ นอกจากนั้น การปกปิดตัวตนของศิลปินนั้นยังเป็นการป้องกันความปลอดภัยของตัวเองไม่ว่าจะในเรื่องการถูกคุกคามจากแฟนคลับ หรือการถูกลักพาตัว (ดูอย่างกรณีที่ John Hinckley Jr. (จอห์น ฮินเคิลลีย์ จูเนียร์) พยายามที่จะสังหาร Ronald Reagan (โรนัลด์ เรเกน) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเพื่อเรียกร้องความสนใจจาก Jodie Foster (โจดี้ ฟอสเตอร์) ซึ่งฟอสเตอร์ได้ให้สัมภาษณ์หลังจากนั้นว่า เธอรู้สึกว่า ‘ถูกคุกคามความเป็นส่วนตัวแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน’ หรือกรณีที่ Robert Pattinson (โรเบิร์ต แพททินสัน) ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่สามารถรับมือกับชื่อเสียงของเขาหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง Twilight ออกฉายได้ เพราะมีแฟนคลับเฝ้าติดตามเขาตลอดเวลา และมีแฟนคลับบางคนถึงขั้นแฮ็กเข้ามาในอีเมล์ส่วนตัวของเขา ทำให้เขาเลิกเล่นโซเชียลมีเดีย และสามารถติดต่อเขาได้ผ่านทางเอเจนซี่เท่านั้น) ถึงกระนั้น … เมื่อใครสักคนก้าวเข้ามาเป็นจุดสนใจแล้ว ก็ยากแล้วล่ะที่จะอยู่เงียบๆ โดยไม่เปิดเผยตัวตนได้ เรามาทำความรู้จักคนดังไร้ตัวตน และเหล่าแฟนคลับ (หรือแอนตี้แฟนคลับ) ที่พยายามเปิดเผยตัวตนของพวกเขากัน

Banksy

ถ้าพูดถึงประเด็นปกปิดตัวตนแบบนี้ แล้วไม่พูดถึงศิลปินสตรีทอาร์ทชื่อดังสัญชาติอังกฤษอย่าง Banksy บทความนี้ก็คงจะไม่สมบูรณ์อย่างแน่นอน ผลงานของ Banksy ปรากฏในรถไฟใต้ดินกรุงบริสตอล และกรุงลอนดอนตั้งแต่ช่วงต้นยุค ‘90s แต่เขาเริ่มเป็นที่รู้จักโด่งดังไปทั่วโลกจากผลงานชื่อ The Mild Mild West ช่วงปีค.ศ. 1999 และผลงานหลังจากนั้นของเขาก็เป็นภาพกราฟิตี้สไตล์ต่อต้านสงคราม ต่อต้านระบอบทุนนิยม รวมไปถึงต่อต้านระบอบต่างๆ ในสังคม ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหัวข้อเหล่านั้นทำให้โลกหันมาสนใจเขาอย่างจริงจัง และเขาก็กลายเป็นหนึ่งในศิลปินรุ่นใหม่คนสำคัญของโลก

GLASTONBURY, ENGLAND - JUNE 24:  Art work said to be by underground artist Banksy is seen on the fence at the Glastonbury Festival site at Worthy Farm, Pilton on June 24, 2010 in Glastonbury, England. The gates opened yesterday to what has become Europe's largest music festival and is celebrating its 40th anniversary. (Photo by Matt Cardy/Getty Images)

เมื่อมีชื่อเสียง ก็มีคนอยากจะขุดคุ้ยประวัติส่วนตัวของเขา แต่ Banksy ก็ปฏิเสธที่จะเปิดเผยตัวตนอย่างเป็นทางการไม่ว่าจะกับสื่อใดๆ ก็ตาม มีทฤษฎีหลากหลายที่พยายามจะสืบเสาะค้นหาว่าเขาเป็นใคร ในปีค.ศ. 2014 มีเว็บไซต์หนึ่งอ้างว่าง Paul Horner (พอล ฮอร์เนอร์) ชายหนุ่มวัย 35 ปีจากเมืองลิเวอร์พูลที่ถูกกลุ่ม  Anti-Graffiti Task Force ตามจับในข้อหาทำลายทรัพย์สินสาธารณะคือ Banksy ตัวจริง แต่ต่อมา Jo Brooks (โจ บรูกส์) เอเจนซี่ของ Banksy ก็ได้ออกมาปฏิเสธว่า Banksy ยังอยู่ดีมีสุขไม่ได้ถูกจับไปไหน ขอให้บรรดาแฟนๆ สบายใจได้

CHELTENHAM, ENGLAND - APRIL 14:  A piece of new graffiti street art, claimed to be by the secretive underground guerilla artist Banksy, which appeared on the side of a house in Cheltenham this weekend, is seen on April 14, 2014 in Gloucestershire, England. The artwork, which shows three stencil figures listening into a conversation in an existing telephone box, is just a few miles away from Government Communications Headquaters (GCHQ), which is responsible for providing intelligence and information assurance to the British Government and Armed Forces. (Photo by Matt Cardy/Getty Images)

ปีถัดมา Richard Pfeiffer (ริชาร์ด ไฟเฟอร์) ถูกจับข้อหาทำลายทรัพย์สินสาธารณะ ซึ่งภาพนั้นเป็นภาพที่สร้างสรรค์โดย Banksy ในย่านแมนฮัตตัน แต่จริงๆ แล้ว เขาและคู่หมั้นเพียงแค่เดินผ่านและชื่นชมผลงานชิ้นนั้นอยู่เท่านั้น แต่เขาก็ถูกจับอยู่ดี และ ข่าวก็แพร่ไปไกลแล้วว่าเขาคือผู้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นนั้น แต่หกเดือนถัดมา เขาก็หลุดพ้นข้อกล่าวหา และออกมาปฏิเสธอย่างเป็นทางการด้วยตัวเองว่าเขาไม่ใช่ Banksy

RAMALLAH, WEST BANK - AUGUST 6. A graffiti made by the British, guerrilla, graffiti artist Banksy is seen on Israel's highly controversial West Bank barrier in Ramallah on August 6, 2005. Banksy has made a name for himself with provocative images stencilled around the streets of London. On his recent trip to the Palestinian territories he has created nine of his images on Israel's highly controversial West Bank barrier. (Photo by Marco Di Lauro/Getty Images)

ต่อมาไม่นานนัก HBO ได้ผลิตสารคดีเรื่อง Banksy Does  New York ที่ Chris Healey (คริส ฮีลลีย์) ศิลปินชาวแคนาดาได้ยืนยันว่า Banksy เป็นกลุ่มศิลปินจำนวน 7 ชีวิตที่มีผู้หญิงเป็นหัวหน้า โดยผู้หญิงคนนั้นปรากฏตัวในสตูดิโอของ Banksy ที่เปิดเผยในสารคดีเรื่อง Exit Through the Gift Shop ซึ่งทฤษฎีนี้ก็ยัง ไม่มีเอเจนซี่ของ Banksy ออกมาปฏิเสธเป็นทางการ แต่ทฤษฎีนี้กลับไม่ได้รับการยอมรับทั่วไปในหมู่แฟนๆ Banksy เพราะไม่มีใครเชื่อว่าผลงานของเขาเป็นงานกลุ่มนั่นเอง

WESTON-SUPER-MARE, ENGLAND - SEPTEMBER 10:  A mermaid sculpture in front of a castle at Banksy's Dismaland on September 10, 2015 in Weston-Super-Mare, England.  (Photo by Matthew Baker/Getty Images)

ในปีค.ศ. 2008 ได้มีนักสืบแบบโพรไฟล์ลิ่งจาก Queen Mary University กรุงลอนดอนได้นำเทคนิคการโพรไฟล์ลิ่งแบบถิ่นที่อยู่มาตามหาตัว Banksy และสรุปว่าเขาคือ Robin Gunningham (โรบิน กันนิ่งแฮม) ศิลปินท้องถิ่นในเมืองบริสตอล ซึ่งต่อมาในปีค.ศ. 2015 โรบินก็ได้ปรากฏตัวในโปรเจ็กต์ Dismaland ของ Banksy ในฐานะเด็กโบกรถ ซึ่งแฟนๆ ก็จำเขาได้ จึงมีการสรุปอย่างจริงจังว่าแท้จริงแล้วโรบินเองนั่นล่ะคือ Banksy

BETHLEHEM, WEST BANK - DECEMBER 05:  A Palestinian labourer works under a large wall painting by elusive British graffiti artist Banksy December 5, 2007 on a building wall in the biblical city of Bethlehem in the West Bank. The Bristol-born artist has adorned Israel's West Bank separation barrier and Bethlehem walls with new images, including one of a dove wearing a flak jacket and a soldier being frisked by a young girl. His works, along with those of other international artists, are part of an exhibition called Santa's Ghetto.  (Photo by David Silverman/Getty Images)

และก็ยังมีนักข่าวอย่าง Craig Williams (เครก วิลเลียมส์) ที่นำเสนอความเกี่ยวข้องกับผลงาน Banksy กับ Robert Del Naja(โรเบิร์ต เดล นายา) ฟรอนท์แมนวง Massive Attack ซึ่งเขายืนยันว่า ทุกครั้งวงนี้ไปเล่นที่เมืองใดๆ ก็ตาม จะต้องมีผลงานของ Banksy ปรากฏตามมาเสมอ แต่ก็นะ ไม่มีการตอบรับหรือปฏิเสธจากเอเจนซี่ของ Banksy ก็สรุปว่ายังไม่สรุปอยู่ดีว่า Banksy คือใครกันแน่

Elena Ferrante

เอเลนน่าเป็นนามปากกาของนักเขียนนวนิยายชาวอิตาเลียน เธอมี
ผลงานเขียนเล่มแรก Troubling Love ตั้งแต่ปีค.ศ. 1992 และโด่งดังไปทั่วโลกตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ผลงานที่สร้างชื่อเสียงที่สุดคือซีรีส์นวนิยายสี่ตอนจบชุด Neapolitan Novels ที่ตีพิมพ์ไปเมื่อปีค.ศ. 2011 ในปีค.ศ. 2016 เธอได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 บุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกใบนี้โดยนิตยสาร Time แม้ว่าเธอจะเป็นที่รู้จักในระดับโลก แต่เธอก็ยืนยันที่จะปกปิดตัวตนที่แท้จริงของเธอไว้อย่างเงียบเชียบ และก็เป็นดังที่เขาว่า ยิ่งไม่อนุญาต ยิ่งอยากจะรู้ จึงมีหลากหลายทฤษฎีว่าด้วยเรื่องตัวตนที่แท้จริงของเธอ โดยเป็นการจับแพะชนแกะของบทสัมภาษณ์ที่เธอเคยให้สัมภาษณ์ไว้ตามสื่อต่างๆ

ต่อมาในปีค.ศ. 2003 เธอตีพิมพ์หนังสือเรื่อง The Act of Falling Apart เป็นจดหมายที่เธอโต้ตอบกับบรรดาบรรณาธิการของเธอ ซึ่งก็เปิดเผยตัวตนของเธอออกมาได้นิดหน่อยว่าเธอเติบโตที่เมืองเนเปิล และออกไปใช้ชีวิตนอกประเทศอิตาลีมาได้สักระยะหนึ่ง เธอถือปริญญาวรรณกรรมคลาสสิก มีลูก แต่ไม่ได้แต่งงานแล้ว
ซึ่งนั่นก็เป็นเพียงข้อมูลพื้นฐานเท่านั้น

Word-of-mouth Wonders

ปีค.ศ. 2016 Marco Santagata (มาร์โก้ ซานตากาต้า) นักเขียนนวนิยายและศาสตราจารย์ที่ University of Pisa ได้ตีพิมพ์บทความว่าด้วยการระบุตัวตนของเอเลนน่าโดยวิเคราะห์จากสไตล์งานเขียนของเอเลน่าอย่างใกล้ชิด ในตอนที่เธอบรรยายภาพเมืองปิซ่า และเขียนถึงเรื่องการเมืองอิตาลียุคใหม่ และรวบรวมข้อมูลเหล่านั้นมาสรุปได้ว่า เอเลนน่าเคยอาศัยอยู่ในเมืองปิซ่า แต่ออกจากเมืองไปในช่วงปีค.ศ. 1966 เธอจึงเสนอทฤษฎีว่าเอเลน่าอาจจะเป็นศาสตราจารย์ชาวเนเปิล Marcella Marmo (มาร์เซลลา มาร์โม) ที่มาเรียนที่เมืองปิซ่าในช่วงค.ศ. 1964 – 1966 แต่ทั้งมาร์เซลลาและเอเจนซี่ของเอเลนน่าก็ออกมาปฏิเสธทฤษฎีนี้กันอย่างพร้อมเพรียง

ช่วงปลายปีค.ศ. 2016 ก็เกิดข่าวครึกโครมไปทั่วโลกเมื่อ Claudio Gatti (เคลาดิโอ กัตติ) ตีพิมพ์บทความเกี่ยวข้องกับธุรกรรมการเงินของ Anita Raja (แอนิตา ราย่า) นักแปลในกรุงโรมว่าเธอนั่นเองที่เป็นเอเลนน่าตัวจริง โดยในบทความนั้นมีข้อมูลเรื่องการเงิน และการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของแอนิตาแบบโจ๋งครึ่ม และบทความนี้          ก็กลายเป็นหัวข้อถกเถียงกันอย่างกว้างขวางบนโลกวรรณกรรมถึงการคุกคามเรื่องส่วนตัวของนักเขียนและขอบเขตของการเข้าถึงข้อมูลลับต่างๆ โดย Matt Haig (แมตต์ เฮก) นักเขียนนวนิยายชาวอังกฤษถึงกับทวีตข้อความว่า “ความพยายามในการหาตัวเอเลนน่า เฟอร์รันเต้ตัวจริงนั้นเป็นเรื่องที่น่าอดสูและไม่มีค่าใดๆ ทั้งสิ้น เพราะตัวตนที่จริงที่สุดของนักเขียนก็คือหนังสือที่พวกเขาเขียนนั่นเอง” แต่อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีของเคลาดิโอนั้นก็ดูจะเป็นจริงมากที่สุด และยังไร้ซึ่งการปฏิเสธจากเอเจนซี่และสำนักพิมพ์ ก็คงสรุปไปแล้วแบบฉาวโฉ่สินะ เราว่า

Satoshi Nakamoto

เขาเป็นผู้ออกแบบ Bitcoin หรือเงินสกุลดิจิตอลสกุลแรกของโลกที่ต่อมาใช้เป็นฐานในการพัฒนาดาต้าเบสอย่าง Blockchain ที่จะเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลก ให้เราทำงานและติดต่อสื่อสารกับทุกคน ได้อย่างอิสระเสรีไร้ซึ่งพรมแดนของประเทศอย่างแท้จริง คุณซาโตชิ นากาโมโต ผู้คิดค้นเทคโนโลยีนี้ บอกว่าเขาอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น เกิดราวๆ ปีค.ศ. 1975 และนั่นก็เป็นเพียงข้อมูลเดียวที่ออกมาจากตัวเขา (หรือตัวพวกเขา เพราะก็ไม่มีใครแน่ใจว่าคุณซาโตชินั้นเป็นคน หรือกลุ่มบุคคลกันแน่) และด้วยความรวยของคุณซาโตชิ (ปีค.ศ. 2016 เขาเป็นเจ้าของบิทคอยน์อยู่ หนึ่งล้านหน่วย ซึ่งก็เทียบเป็นเงินได้ราวๆ 760 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เท่านั้นเอง) ก็ย่อมมีคนสงสัยอยู่แล้วว่าเขาเป็นใคร และก็มีทฤษฎีหลากหลายแตกต่างกันออกไป และส่วนมากทฤษฎีเหล่านั้นก็มุ่งเป้าไปว่าคุณซาโตชิไม่ใช่คนเอเชีย และอาศัยอยู่ที่ประเทศอเมริกาและทวีปยุโรป (แหมนะ … มีแค่เผ่าพันธุ์คอร์เคซอยเท่านั้นสินะที่สามารถคิดค้นอะไรอัจฉริยะเปลี่ยนโลกได้ขนาดนี้)

Nakamoto Named as Bitcoin Father Denies Involvement

ในปีค.ศ. 2013 Skye Grey (สกาย เกรย์) บล็อกเกอร์ออนไลน์ได้นำเสนอว่า Nick Szabo (นิก ซาโบ) นั้นอาจจะเป็นคุณซาโตชิตัวจริง เขาเป็นนักค้าการเงินผู้โด่งดังและเป็นเจ้าของบทความบน Bit Gold หลายอัน ซึ่งอ่านๆ แล้วก็มโนได้ไม่ยากว่าเขาเองเป็นคนที่ริเริ่มเรื่องบิทคอยน์เป็นคนแรกๆ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีการพิสูจน์อย่างชัดเจนว่าเขาคือคุณซาโตชิตัวจริง ปีถัดมา นิตยสาร Newsweek ได้ยืนยันว่า Dorian Nakamoto (ดอเรียน นากาโมโต้) ชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนีย (เขามีชื่อจริงว่าซาโตชิ นากาโมโต้) นั้นเป็นคุณซาโตชิ นอกเหนือจากชื่อเดียวกันแล้ว ดอเรียนยังมีโพรไฟล์ที่ชวนให้คล้อยตามว่าเขามีความสามารถมากพอที่จะคิดค้นบิทคอยน์ขึ้นมาจริงๆ แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากที่บทความถูกตีพิมพ์ออกไป บ้านของดอเรียนก็ถูกบุกโดยกองทัพสื่อ และเขาก็ปฏิเสธอย่างเต็มปากเต็มคำว่าเขาไม่รู้จักเงินสกุลนี้ด้วยซ้ำ ต่อมา P2P Foundation ของคุณซาโตชิก็โพสต์ข้อความเป็นครั้งแรกในรอบห้าปีตบหน้าสื่อดังฉาดว่า “ผมไม่ใช่ดอเรียน นากาโมโต้นะ” โอเค จบไป

ตัวเลือกถัดมาคือ Hal Finney (ฮัล ฟินนีย์) หน่วยกล้าตายคนแรกๆ ที่เริ่มใช้เงินบิทคอยน์ และเป็นยูสเซอร์ที่มีการโต้ตอบกับดาต้าเบสตลอดเวลา เขาอาศัยอยู่ไม่ไกลจากดอเรียนด้วยซ้ำ นักข่าวจากนิตยสาร Forbes เคยนำลายมือของเขาไปตรวจเทียบกับลายมือของคุณซาโตชิ ซึ่งก็ดูเหมือนกันในหลายจุดแบบไม่น่าเชื่อ แต่ก็มีทฤษฎีว่าเขาอาจจะแค่เป็นโกสต์ไรเตอร์ให้กับคุณซาโตชิก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามฟินนีย์ปฏิเสธเสียงแข็งว่าเขาเป็นเพียงยูสเซอร์เท่านั้น

Utah Software Engineer Mints Physical Bitcoins

คนที่อื้อฉาวที่สุดเห็นจะเป็น Craig Steven Wright (เครก สตีเฟ่น ไรท์) เพราะนิตยสาร Wired ได้เขียนว่าเครกนั้นคือคนที่คิดค้นบิทคอยน์ หรือไม่ก็พวกลวงโลกที่ชอบทำให้โลกคิดว่าเขาคิดค้นนั่นล่ะ แต่เครกเองกลับ
ปิดแอ็คเคาน์ทวิตเตอร์ของตัวเองและปิดปากเงียบ ไม่ออกสื่อ ในวันเดียวกันนั้นเอง Gizmodo ก็ตีพิมพ์หลักฐานที่แฮ็กได้จากอีเมล์ของเครกยืนยันว่าคุณซาโตชิคือเครกกับ David Kleiman (เดวิด คลีแมน) นักวิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสียชีวิตไปเมื่อปีค.ศ. 2013 แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บิทคอยน์ส่วนใหญ่ปฏิเสธที่จะเชื่อถือข้อมูลดังกล่าว และบ้านของเครกก็ถูกตำรวจบุกค้นหาเรื่องเอกสารทางภาษีต่างๆ แต่ก็เงียบไป

จนในที่สุด กลางปีค.ศ. 2016 เครกก็ได้โพสต์ขึ้นบล็อกตัวเองว่า เขาคือคุณซาโตชิตัวจริง แต่อย่างไรก็ตาม Peter Todd (ปีเตอร์ ทอดด์) เดเวลลอปเปอร์ของบิทคอยน์ได้ออกมาปฏิเสธการโพสต์ดังกล่าวโดยให้เหตุผลว่าการโพสต์นั้นไม่น่าเชื่อถือและไม่มีที่มา และได้ปฏิเสธเรื่องนี้ลงไปในทวิตเตอร์หลักของบิทคอยน์เองเลยทีเดียว หนึ่งเดือนถัดมา London Review of Books ได้ตีพิมพ์บทความว่าด้วยเรื่องของเครกและสงครามบิทคอยน์ โดยอ้างว่ามีบริษัทของประเทศแคนาดาอยู่เบื้องหลังความพยายามที่จะเปิดเผยตัวของเขา ซึ่งก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทฤษฎีสมคบคิดที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ ก็สรุปอีกครั้งว่ายังไม่สรุปอยู่ดี

Bitcoin Value Soars And Drops

การตามหาตัวตนของคนที่เราชื่นชม เพื่อทำความรู้จักและนำกลับไปมโนให้ชุ่มชื่นหัวใจนั้นก็คงไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไรมากนัก หากพฤติกรรมนั้นไม่ไปรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของคนผู้นั้นทั้งในโลกจริงหรือโลกเสมือน พึงระลึกไว้เสมอว่าเราทุกคนล้วนต้องการที่ว่างส่วนตัวกันทั้งนั้น บรรดาคนดังก็ไม่ยกเว้นหรอก จริงๆ นะ

Related Post

Brioni

ว่ากันว่าการใส่รองเท้าดีดีมักพาเราไปที่ที่ดีดีเสมอ

อัพเดทเทรนด์รองเท้าสีดำที่ไม่ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรก็จะคงความคลาสสิคไว้ได้เสมอ

Derby
จุดเด่นของ Derby คือ กระดุมรูร้อยเชือกจะถูกเย็บติดไว้กับตัวลิ้นรองเท้าให้สามารถมองเห็นได้จากด้านบน แต่เดิมนั้นนิยมใส่เดินป่าและล่าสัตว์ ส่วนใหญ่จะมีลักษณะช่วงหัวรองเท้าที่เป็นแบบหนังชิ้นเดียว ทำให้รองเท้า Derby มีสไตล์ที่เรียบร้อยเหมาะสำหรับการใช้งานที่เป็นทางการและสุภาพเป็นส่วนใหญ่

Brioni

Oxford
สาเหตุที่เรียกว่า Oxford ก็เพราะเหล่านักศึกษาจากมหาวิยาลัย Oxford นิยมใส่กันนั่นเอง จุดสังเกตของรองเท้าชนิดนี้คือ กระดุมรูร้อยเชือกจะถูกเย็บติดไว้ข้างใต้แผ่นหนังด้านบนของรองเท้า ซึ่งมองไม่เห็นจากด้านบน มีถิ่นกำเนิดในประเทศสก็อตแลนด์และไอร์แลนด์เหนือโดยมีทั้งสไตล์ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ

Gucci

Loafer
Loafer หรือ Penny Loafer เป็นรองเท้าแบบสวมไม่มีการผูกเชือก จุดเริ่มต้นเกิดมาจากช่วงยุค 1950s เด็กนักเรียนนิยมนำเหรียญ Penny มาเก็บไว้ในช่องที่ด้านหน้าของรองเท้า สำหรับโทรศัพท์หรือขึ้นรถบัสกลับบ้าน ต่อมา John F. Kennedy (จอห์น เอฟ. เคนเนดี้) ได้สวมรองเท้า Loafer แบบไม่สวมถุงเท้ากับชุดสูท ทำให้เกิดความนิยมแพร่หลายขึ้นมา

Jimmy_Choo

Monk Strap
บางแหล่งอาจจะเรียกว่า ‘Monk Shoes’ ซึ่งก็แปลได้ตรงตัวว่าเป็นรองเท้าที่บาทหลวงนิยมใส่กัน ลักษณะเด่นของรองเท้าชนิดนี้คือ บริเวณด้านบนเป็นแถบหนังคาดมีตัวล็อกห้วเข็มขัด 2 ชิ้น ไม่มีเชือกผูก ต่อมาจึงได้แพร่หลายและเป็นที่นิยมของคนทั่วไปมีทั้งแบบหนังที่ให้ลุคทางการและแบบหนังกลับที่ให้สไตล์แคชชวล

Salvatore_Ferragamo

Brogue
คลาสสิกเหนือกาลเวลาต้องยกให้รองเท้า Brogue ที่มีต้นกำเนิดในประเทศสก็อตแลนด์ โดยมีจุดเด่นที่ลวดลายฉลุบนตัวรองเท้าที่ในสมัยก่อนนั้นมีประโยชน์ไว้เพื่อระบายนำ้หรือแอ่งโคลนและความชื้นตามบนชทที่คุณอาจต้องเดินลุยมันไป หัวรองเท้ามีลายเย็บแบบ ‘W’ หรือลายปีกนก รอยฉลุปัจจุบันจะหลงเหลือไว้เพื่อเอกลักษณ์นั่นเอง

Tod_s

Boat Shoes
สามารถเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า ‘Deck Shoes’ ซึ่งชื่อเรียกก็มาตามที่มา เพราะรองเท้าชนิดนี้ถูกผลิตออกมาเพื่อใส่บนเรือ รูปทรงและพื้นรองเท้าจึงถูกออกแบบมาให้ยึดติดกับพื้นเรือ หนังที่ใช้จะถูกเคลือบสารกันน้ำ โดยมีจุดเด่นคือเชือกหนังที่ถูกร้อยไว้รอบตัวรองเท้าและเชื่อมกับด้านบน เหมาะกับสไตล์แคชชวลสำหรับวันหยุดพักผ่อนของคุณ

Valentino

Slippers
แต่ก่อนนั้นรองเท้า Slippers ถูกผลิตมาไว้สำหรับใส่ภายในบ้านของบรรดาเหล่าผู้ลากมากดี มักจะทำจากผ้ากำมะหยี่เป้นส่วนใหญ่ โดยด้านหน้าของรองเท้านั้นมักนิยมปักตราสัญลักษณ์ประจำตระกูล โดยในปัจจุบันได้พัฒนาและนิยมนำมาใส่กับชุดสูทหรือทักซิโด้แบบไม่สวมถุงเท้า เพื่อเพิ่มสไตล์ที่โดดเด่นและลดความเป็นทางการลง

Versace

Desert Boots
ถูกผลิตขึ้นมาครั้งแรกสำหรับทหารที่ออกไปรบในตะวันออกกลาง มีลักษณะเด่นคือเป็นรองเท้าบู๊ตหุ้มข้อที่ไม่สูงมาก พื้นรองเท้าทำจากยางพาราเพื่อสะดวกในการเดินย่ำบนทะเลทราย ปัจจุบันนิยมนำมาใส่อย่างแพร่หลายและมักจะจับคู่รองเท้าประเภทนี้กับเครื่องแต่งการแบบ Workwears

Boss

Chelsea Boots
เป็นรองเท้าอีกชนิดหนึ่งที่มีต้นกำเนิดมาอย่างยาวนานค้นเจอได้ในช่วงยุคสมัยวิตอเรียน โดยจุดประสงค์ที่ผลิตขึ้นมาคือมีไว้เพื่อใส่สำหรับขี่ม้า จุดสังเกตและลักษณะที่โดดเด่นอยู่ที่เป็นรองเท้าบู๊ต แบบสวมไม่มีเชือกผูก ด้านข้างมีการเย็บตัดต่อผืนหนังกับผ้าไว้สำหรับช่วยให้ยืดหยุ่นเวลาสวมใส่ทำให้กระชับกับเท้าและไม่ต้องกังวลกับเชือกผูก

Related Post

hermes-live2017

ติดตามแฟชั่นโชว์ Fall/Winter 2017 จากHermes ได้ที่นี่

http://player.freecaster.com/embed/1162702?autoplay

หรือ

http://manifeste.hermes.com/en_WW/

 

Related Post

Livestream_ Press w logo

ชมแฟชั่นโชว์ Givenchy FW2017 Men Ready To Wear สดตรงจากรันเวย์ได้ที่นี่

Related Post

W33

หนุ่มลอปติมัมได้เวลาเตรียมตัวสนุกไปกับคอลเลกชั่น Cruise 2017 จาก Gucci

Quintessentially Cool

คอลเลกชั่น Cruise 2017 ล่าสุดจาก Gucci

Related Post