Fashion Manual: LFWM 2018

ส่งท้ายสัปดาห์แฟชั่นผู้ชายแห่งกรุงลอนดอนด้วยอีกสองเทรนด์หลักที่ลอฟฟิเซียล ออมส์สังเกตเห็น

Labour Effect

ซ้าย: Cottweiler ขวา: Christopher Raeburn

การนำเอาเสื้อผ้ากรรมกรมาประยุกต์เป็นเสื้อผ้าบนรันเวย์ไม่ใช่เรื่องใหม่ ปีที่แล้วเราเห็นแรงบันดาลใจจากเสื้อผ้าคนงานบนรันเวย์ของ Alexander McQueen ปีนี้เสื้อผ้ากรรมกรยังคงอยู่ และปรากฏอยู่ในหลายแบรนด์ ดังที่เห็นจากลุคที่ 9 ของแบรนด์ Cottweiler ที่ส่งนายแบบออกมาในเสื้อยืดสีเทากับกางเกงวอร์ม พิเศษตรงเอวที่ห้อยเครื่องมือรุงรังเลียนแบบมาจากที่ห้อยอุปกรณ์ช่าง หรือโอเวอร์โค้ทจาก Christopher Raeburn ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาเต็มๆ จากสีส้มแบบนักผจญเพลิง รวมถึงเสื้อกางเกงเข้าชุดกันคล้ายจั๊มพ์สูทจาก Craig Green

 

Patch Work

ซ้าย: Chalayan ขวา: Pronounce

อีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางแฟชั่นที่มาแรงบนรันเวย์ ณ ลอนดอนคืองานปะแบบมีชั้นเชิงที่เพิ่มมิติให้เสื้อผ้า ทั้งเสื้อเชิ้ตและโค้ทตัวยาวจาก Chalayan ที่ตัดเย็บเสื้อแขนยาวลายทางอย่างแยบยลด้วยการต่อผ้าเป็นรายละเอียด สร้างมิติด้วยลายทางที่พาดขวางกันไปมา ส่วน Pronounce แบรนด์น้องใหม่ตัดเย็บเสื้อไหมแขนกุดสองเฉดสีในตัวเดียว แต่งานแพทช์ที่โดดเด่นที่สุดคงจะเป็นเทรนช์โค้ทแบบใหม่ที่มาพร้อมฮูดดี้จาก Craig Green ซึ่งโดดเด่นที่รายละเอียดงานปะทั้งตัว สร้างความยุ่งเหยิงให้ชุด

ซ้าย: Craig Green ขวา: A-Cold-Wall

แม้แฟชั่นวีคที่ลอนดอนจะจบลง แต่อย่าเพิ่งไปไหน! เราจะยังคงปักหลักรายงานอย่างต่อเนื่อง และเมืองต่อไป คือ มิลาน Stay Tuned!

Related Post

5 Red Carpet Protests to Remember

เหล่านักแสดงที่ร่วมเดินพรมแดงในงานประกาศผลรางวัลลูกโลกทองคำในปีนี้

 

ข่าวใหญ่ของวงการบันเทิง (และแฟชั่น) ในวันนี้คงจะหนีไม่พ้นปรากฏการณ์สวมชุดดำของดาราที่เข้าร่วมงานประกาศรางวัล Golden Globe สืบไปสืบมาก็ทราบว่า มีข่าวนัดแนะให้ดาราทุกคนสวมชุดสีดำตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อต่อต้านการคุกคามทางเพศในวงการฮอลลีวู้ด

แต่การใช้พรมแดงเป็นเวทีแสดงจุดยืนไม่ใช่เรื่องใหม่ ลอฟฟิเซียล ออมส์ ขอพาคุณย้อนเวลากลับไปดู 5 ปรากฏการณ์ที่เหล่าดาราและนักแสดงใช้พรมแดงแสดงจุดยืน!

 

Blue Ribbon

ย้อนไปออสการ์ปี ค.ศ. 2017 เหล่านักแสดงและผู้กำกับฯ ต่างติดริบบิ้นสีฟ้าอ่อนเพื่อสนับสนุนสหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน (ACLU) ที่ออกมาต่อต้านรัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ หลังออกกฏหมายห้ามพลเมือง 7 ประเทศเข้าสหรัฐ

 

Black Lives Matter

งาน VMA ปี ค.ศ. 2016 นักร้องสาวอย่างบียอนเซ่จูงมือแม่ชาวผิวสีผู้สูญเสียลูกชายไปในเหตุใช้ความรุนแรงโดยอาวุธปืน ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความเท่าเทียมกันในกระบวนการยุติธรรมของชาวผิวสีในสหรัฐอเมริกา

 

Barefoot

เทศกาลคานส์ปี ค.ศ. 2016 นักแสดงสาวชื่อดังอย่างจูเลีย โรเบิร์ต ออกโรงประท้วงกฏของพรมแดง ณ เมืองคานส์ที่ระบุว่า “ผู้หญิงที่เดินพรมแดงต้องสวมรองเท้าส้นสูง” จูเลีย โรเบิร์ต ผู้ซึ่งไม่เห็นด้วยจึงกลับปรากฏตัวในชุดราตรียาวสีดำ และเดินเท้าเปล่า!

 

Red Ribbon

ในช่วงปี ค.ศ. 1990 ริบบิ้นสีแดงถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้รณรงค์เรื่องโรคเอดส์ที่ระบาดอย่างหนักในเพศที่สามและบุคคลในอุตสาหกรรมบันเทิง เอลิซาเบธ เทเลอร์ ดาราตัวแม่จึงมักปรากฏกายในชุดที่ติดริบบิ้นสีแดงไว้อกซ้ายเสมอ

 

Black Suit

และเมื่องานออสการ์ปี ค.ศ. 1972 ดาราสาว เจน ฟอนดา ขึ้นรับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในชุดสูทเรียบ ๆ สีดำ โดยเธอให้เหตุผลว่า “ฉันไม่มีกะจิตกะใจจะซื้อชุดสวยๆ ใส่หรอก ถ้าสงครามเวียดนามยังดำเนินไปเช่นนี้”

Related Post

Fashion Manual: LFWM, What We Have Seen So Far

ย่างเข้าสู่วันที่ 3 ของ London Fashion Week: Men’s และนี่คือ 3 เทรนด์หลักที่เราเห็นตอนนี้

 

Colourful Winter

ซ้าย: LCFMA ขวา: Wood Wood

เปิดสัปดาห์แฟชั่นด้วยคอลเลกชั่นบัณฑิตจาก London College of Fashion สิ่งแรกที่ลอฟฟิเซียล ออมส์ สังเกตุเห็นคือสี สี สี และสี! โค้ทโอเวอร์ไซส์ตัวหนาตัดเย็บด้วยผ้าขนสัตว์หลากสี ผิดกับขนบเสื้อผ้าฤดูหนาวที่มักใช้สีเอิร์ธโทนหรือสีเข้มขรึม ในขณะที่แบรนด์อย่าง Tonsure x Woolmark ตอกย้ำเทรนด์นี้ด้วยบอมเบอร์แจ็กเก็ตไนลอนสีส้มสะท้อนแสง และโอเวอร์โค้ทสีเขียวไลท์กรีน

สีส้มและสีเขียวกลับมาอีกครั้งในคอลเลกชั่นของ Wood Wood รอบนี้ปรากฏบนปกเสื้อคลุมและดาวน์แจ็กเก็ต ส่วนคอมบิเนชั่นของสีที่ร้อนแรงที่สุดในสองวันแรกของ LFWM คงจะต้องยกให้ลุคที่ 3 จาก Band of Outsiders ที่เป็นเทรนช์โค้ทปกนอตช์สีเขียวหัวเป็ด สวมทับคอเต่าสีส้มสะท้อนแสง!

ซ้าย: Xander Zhou ขวา: Band of Outsiders

 

Everything Oversized

ซ้าย: Edward Crutchley ขวา: John Lawrence Sullivan

เห็นทีเราคงจะยังต้องเก็บกางเกงขาเดฟไว้ในตู้ เพราะปีนี้เสื้อผ้าโอเวอไซส์ยังคงอยู่และใหญ่ขึ้นกว่าเดิม!  Qasimi พานายแบบออกมาในกางเกงขาบานและบอมเบอร์แจ็กเก็ตที่ยาวคลุมหัวเข็มขัด ส่วน John Lawrence Sullivan ใช้สูทไหล่ตั้งแบบ 80s พร้อมกางเกงขาบานสีสด ตอกย้ำความโอเวอไซส์แบบซูเปอร์โอเวอไซส์โดย Edward Crutchley ที่นำเสนอแจ็กเก็ตที่ยาวจนเกือบคลุมเข่าเลยทีเดียว

ซ้าย: Qasimi ขวา: Tourne de Transmission

 

Hoodies

ซ้าย: Band of Outsiders ขวา: Edward Crutchley

ฮูดี้หรือเสื้อหนาวตัวหนาแบบมีหมวกคลุมในตัวคิดค้นขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1970 จากนั้นมันได้กลายมาเป็นเครื่องแบบประจำตัวของสาวกฮิปฮอปในยุคนั้น และแพร่หลายสู่กระแสหลักของวัยรุ่นอเมริกันในยุค 90s ยุคนี้มักใส่ฮูดี้แล้วสวมทับด้วยแจ็กเก็ตชั้นนอกอีกตัว (ถ้านึกไม่ออกให้เสิร์ชกูเกิ้ลว่า วงบอยสเก๊าท์) และในปี 2018 ฮูดี้กลับมาผงาดอีกครั้งในลอนดอนแฟชั่นวีค

ซ้าย: Tonsure x Woolmark ขวา: What We Wear

เหลืออีก 2 วันก่อนที่ LFWM จะจบลง เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่า จะมีเทรนด์ไหนโผล่มาอีก

รูปประกอบจาก nowfashion.com

Related Post

Fashion Manual: The Absolute Guide to Men’s Fashion Week

 

ประวัติ ข้อมูลและความเปลี่ยนแปลงให้คุณทำความเข้าใจแฟชั่นวีคผู้ชาย ก่อนที่จะตามติดลอฟฟิเซียลออมส์ไปร่วมเปิดฤดูกาลแฟชั่นผู้ชาย Fall/Winter ประจำปี 2018 ที่จะจัดขึ้นเร็วนี้ ๆ

 

The 1st Fashion Show

แถวหน้าของแฟชั่นโชว์ Dior ในปี ค.ศ. 1965 (Photo by Philip Townsend)

แนวคิดการจัดแฟชั่นโชว์เริ่มต้นขึ้น ณ กรุงปารีสในช่วงปี ค.ศ. 1700 สมัยนั้นห้องเสื้อจะจ้างนางแบบมาสวมใส่เสื้อผ้าของตน และเดินเป็นขบวนในห้องเสื้อหรือสถานที่ที่จัดไว้ ในปัจจุบัน ฝรั่งเศสยังคงเรียกแฟชั่นโชว์ว่า “défilés de mode” หรือแปลเป็นไทยว่า “ขบวนแฟชั่น”

 

Fashion Season

ซ้าย: เสื้อผ้าจากฤดูกาล Fall/Winter ขวา: เสื้อผ้าจากฤดูกาล Spring/Summer

หากสรุปสั้น ๆ จะกล่าวได้ว่า ในหนึ่งปีแบรนด์จะจัดแสดงเสื้อผ้า 2 ครั้ง สำหรับ 2 ฤดูกาล แบ่งออกเป็น Fall/Winter (ฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว) และ Spring/Summer (ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน) เสื้อผ้าในแต่ละฤดูกาลจะตัดเย็บด้วยวัสดุที่เหมาะกับสภาพอากาศ เช่น ในช่วง Fall/Winter เป็นผ้าขนสัตว์กันความหนาวเย็นได้ดี ส่วนในช่วง Spring/Summer เป็นผ้าลินินที่ระบายอากาศได้เหมาะสม เป็นต้น โดยเสื้อผ้าแต่ละฤดูกาลจะเดินล่วงหน้าประมาณ 6-8 เดือนก่อนฤดูกาลจริง เพื่อให้เวลาในการผลิตและจัดซื้อ เช่น คอลเลกชั่น Fall/Winter จะเดินแฟชั่นช่วงมกราคม และวางจำหน่ายจริงในเดือนกันยายน

 

Fashion Week

โมเดลบอร์ดหลังเวทีแฟชั่นโชว์ ณ กรุงปารีส

เดิมที่ห้องเสื้อต่าง ๆ จะจัดแสดงเสื้อผ้าของตนตามซีซั่นในวันที่สะดวก แต่เมื่ออุตสาหกรรมแฟชั่นเติบโตขึ้น จึงเริ่มมีการจัดตั้งองค์กรหรือหน่วยงานเพื่อจัดระบบแฟชั่นโชว์เหล่านี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้บายเยอร์และลูกค้า และวิธีที่ง่ายที่สุดคือการรวบรวมโชว์ไว้ในสัปดาห์เดียวกัน นั่นจึงเป็นที่มาของคำว่า Fashion Week

 

Meet the Big 4

แนวคิดการจัดแฟชั่นวีคกระจายไปทั่วโลก แต่มีเพียงแฟชั่นโชว์ใน 4 เมืองจาก 4 ประเทศทั่วโลกเท่านั้นที่คนจับตามอง

1943 – New York

สภานักออกแบบเสื้อผ้าแห่งอเมริกา (CFDA) จัดแฟชั่นวีคขึ้นครั้งแรกในมหานครนิวยอร์กเมื่อปี ค.ศ. 1943 ยุคแรกใช้ชื่อว่า Press Week หรือสัปดาห์สื่อมวลชน เพราะจุดประสงค์ของโชว์หลักคือเพื่อแสดงศักยภาพของนักออกแบบชาวอเมริกันให้บรรดานักข่าวสายแฟชั่นเห็น ถือเป็นการชิงตลาดเสื้อผ้าจากฝั่งยุโรปที่ตกต่ำลงเพราะสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับนิวยอร์ก แฟชั่นวีคเพื่อเสื้อผ้าผู้ชายจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2015 โดยใช้ชื่อว่า “New York Fashion Week: Men’s” ส่วนปีนี้จะจัดขึ้นวันที่ 5-8 กุมภาพันธ์ ที่กำลังมาถึง

1958 – Milan

แฟชั่นวีคจัดขึ้น ณ เมืองมิลานในปี ค.ศ. 1958 โดยหอการค้าแห่งชาติเพื่อแฟชั่นอิตาเลียน (Camera Moda) โดยใช้ชื่อว่า Settimana della Moda สำหรับแฟชั่นวีคผู้ชายนั้นใช้ชื่อ Milano Moda Uomo ปีนี้งานจัดขึ้นในวันที่ 12-15 มกราคม 2561

1973 – Paris

แม้ฝรั่งเศสจะมีการแสดงแฟชั่นโชว์มาหลายร้อยปี แต่รูปแบบที่รวบรวมหลากแบรนด์ไว้ในสัปดาห์เดียวกันเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1973 ณ พระราชวังแวร์ซายส์ ใต้การนำของสหพันธ์แฟชั่นฝรั่งเศส ที่รวบรวมเอาทั้งแฟชั่นโชว์ของโอต์ กูตูร์ (แฟชั่นชั้นสูง) เสื้อผ้าผู้หญิงและเสื้อผ้าผู้ชายไว้ในสัปดาห์ต่อเนื่องกัน แฟชั่นวีคผู้ชายปีนี้จัดขึ้นวันที่ 17-21 มกราคม 2561

1983 – London

สภาแฟชั่นแห่งสหราชอาณาจักร (BFC) จัดแฟชั่นวีคครั้งแรกในปี ค.ศ. 1983 โดยสภาเปิดสถานที่แสดงโชว์ให้แบรนด์ต่าง ๆ โดยเฉพาะ ต่อมาในปี 2012 จึงจัด London Collections: Men เพื่อแฟชั่นผู้ชายขึ้นเป็นครั้งแรก โดยที่ในปีนี้จะจัดขึ้นวันที่ 6-8 มกราคม 2561

 

The Future of Fashion Week

ซ้าย: Christopher Bailey ขวา: Tom Ford ทั้งคู่ทดลองใช้โมเดล See Now, Buy Now ในคอลเลกชั่นของตน

แต่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคย่อมส่งผลต่อแนวทางการจัดแฟชั่นวีคแบบดั้งเดิม ซึ่งแบ่งออกเป็นสองปัจจัย ดังนี้

1. ตลาดเอเชียที่กลายเป็นกำลังซื้อสำคัญมีฤดูกาลแตกต่างจากฝั่งตะวันตก การจัดแฟชั่นวีคตามฤดูกาล Fall/Winter และ Spring/Summer จึงไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป หลายแบรนด์เริ่มหันมาจัดแฟชั่นวีคตามวันเวลาที่เป็นอิสระมากขึ้น

2. การเดินแฟชั่นโชว์ล่วงหน้า 6-8 เดือนอาจใช้เวลามากไป ไม่ทันความต้องการของลูกค้า และช้าไปสำหรับโลกออนไลน์ หลายแบรนด์จึงหันมาใช้แนวคิด See Now, Buy Now คือหลังจากโชว์จบก็สามารถซื้อสินค้าได้เลย เช่น แบรนด์ดังอย่าง Burberry  และ Tom Ford เป็นต้น

ด้วยปัจจัยที่ยกตัวอย่างเหล่านี้จะเห็นได้ว่าผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปกำลังเปลี่ยนแนวทาง (หรือลดทอนความสำคัญ) ของแฟชั่นวีคทั่วโลก ซึ่งต่อจากนี้เราต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าในปี 2018 แฟชั่นวีคจะเบนเข็มไปอย่างไร หรือยังคงเป็นแฟชั่นวีคที่เรารู้จักเหมือนเช่นเคย

Related Post

FREITAG ในประเทศไทยที่มาพร้อมกับบรรยากาศที่คึกคักและลูกเล่นที่ไม่เหมือนใคร

เฮ…กันถ้วนหน้ากับ FREITAG 2 ทั้งสาขาในประเทศไทยทำการเปิดตัวเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับลูกเล่นในร้านและบรรยากาศคึกคักไม่เหมือนที่ใดในโลก

ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน ที่กระเป๋าจาก Freitag ยังคงมีวางขายเพียงแค่ในพื้นที่เล็กๆ มุมหนึ่งในร้าน Pronto เท่านั้น แต่ด้วยเสียงตอบรับที่ดีมาตลอด ประกอบกับการสนับสนุนจากกลุ่มลูกค้าอย่างต่อ เนื่อง ร้าน Freitag Official Store อย่างเต็มตัวในประเทศไทยจึงได้เกิดขึ้น โดยที่ผ่านมาก็ได้มีการจัด งานเปิดตัวทั้ง 2 สาขา ที่เชียงใหม่และกรุงเทพฯ เป็นที่เรียบร้อย กับร้าน Freitag Store สาขากรุงเทพฯ ก็จัดงานเปิดตัวขึ้นที่สยามสแควร์ซอย 7 เมื่อไม่ที่วันที่ผ่านมาซึ่งที่นี่นับว่าเป็นคลังกระเป๋าที่ใหญ่ที่สุด มีสินค้าให้เลือกซื้อมากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย พร้อมบรรยากาศร้านสุดคูลแบบมีเอกลักษณ์ชัดเจน

โดยสถาปนิกมากคามสามารถ MR.Corsin Zarn (Freitag Holistic Designer) ที่ตั้งใจให้ลูกค้าที่เข้ามาในร้านได้รับประสบการณ์ของFreitagอย่างแท้จริง และร้าน Freitag สาขาเชียงใหม่ ณ ศูนย์การค้า One Nimman ซึ่งวันเปิดร้านแฟนๆ ต่างก็ตื่นตาตื่นใจไปกับชั้นวางสินค้า “Freitag Wall” ที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งลูกค้าต้องอาศัยบันไดเดินขึ้นไปเพื่อเลือกชมสินค้าที่วางอยู่ในชั้นบนๆ และด้วยความสูงที่วัดจากพื้นจนถึงเพดานได้ทั้งหมด 4 เมตรนี้ จึงนับว่า “Freitag Wall” ที่ร้านสาขาเชียงใหม่ดังกล่าวเป็นชั้นวางกระเป๋า Freitag ที่สูงที่สุดในโลก

Related Post

ปกป้องและคุ้มครองน้องชายสุดที่รักของคุณอย่างมีสไตล์ไปกับกางเกงชั้นใน จาก Polo Ralph Lauren

Polo Ralph Lauren UNDERWEAR 

1.กางเกงชั้นในผ้าฝ้ายสีน้ำเงินพิมพ์ลายทางสีเขียว ขอบตัวอักษรสีส้ม จาก Polo Ralph Lauren

2. กางเกงชั้นในผ้าฝ้ายสีแดงพิมพ์ตราสัญลักษณ์ ขอบตัวอักษรสีขาว จาก Polo Ralph Lauren

3. กางเกงชั้นในผ้าฝ้ายสีส้มพิมพ์ลายใบไม้สีดำ ขอบตัวอักษรสีขาว จาก Polo Ralph Lauren

4. กางเกงชั้นในผ้าฝ้ายลายทางสลับสีขาว-น้ำเงิน ขอบตัวอักษรสีแดง จาก Polo Ralph Lauren

Related Post

ส่งต่อจิตวิญญาณของ Rene Lacoste สู่คอลเลกชั่น Circuit 27 ประจำฤดูหนาว ในปี 2017 จาก Lacoste

Lacoste spirit

เพื่อสร้างสรรค์ให้เกิดความสง่างามในสไตล์มินิมอล ถึงจะเป็นสไตล์เรียบง่ายแต่ก็ทำให้ดูสง่างามได้อย่างลงตัว

Circuit 27 

ด้วยความหลงไหลและความชื่นชอบต่อความเร็วบนสนามแข่งรถที่ผู้เป็นบิดาของ René Lacoste ส่งผ่านต่อไปยังผู้เป็นลูกสาว จนก่อเกิดมาเป็นแรงบันดาลใจในคอลเลกชั่น Circuit 27 ที่เป็นการรวบรวมเอาความสง่างามในสไตล์สปอร์ตของ Lacoste ผสมผสานเข้ากับพลังงานและความความแม่นยำในจิตวิญญาณแห่งการแข่งรถ ถ่ายทอดออกมาเพื่อตอบสนองความยืดหยุ่นตามสรีระร่างกาย โดยการเลือกใช้เส้นใยธรรมชาติและเนื้อผ้านวัตกรรมล่าสุดเพื่อได้เสื้อผ้าที่เข้ากับรูปร่างได้อย่างพอดีและลงตัว ทั้งยังมีการเลือกใช้โทนสีกลางผสานเข้ากับลายทางสีสันสดใสที่ชวนให้นึกถึงความแข็งแกร่งและความเร็วบนสนามแข่งเหมาะกับความสง่างามในสไตล์คนเมืองร่วมสมัย

สีสัน โทนสีสว่างก่อให้เกิดพลังงานขับเคลื่อนและเน้นลายตารางซึ่งเป็นจุดเด่นในคอลเลกชั่น Circuit 27 โดยใช้ลายเส้นสีแดงเชอร์รี่ สีส้มเม็กซิโก สีเขียว Acid Green ผสมผสานการใช้เทคนิคสีตัดกับในสไตล์คัลเลอร์บล็อคด้วยสีน้ำเงินเข้มและสีขาวบริสุทธิ์

เนื้อผ้า เลือกใช้เนื้อผ้าแบบดั้งเดิมอย่างผ้ากาบาร์ดีนและแฟลนเนลมาผสมผสานกับใยผ้าสังเคราะห์เพื่อให้ได้เนื้อผ้าที่สวมใส่สบายใช้งานได้จริง

กราฟิก ลายเส้นสีขาวหรือสีสว่างสร้างให้เกิดลวดลายอันซับซ้อนและช่วยขับเน้นลายพิมพ์บนเนื้อผ้า โดยลายเส้นจะถูกทำให้เบาบางลงในบางแพทเทิร์น เช่น ลายที่แสดงความเร็วของรถแข่ง เป็นต้น ลายเส้นสีสดถูกวางตัดกับปกเสื้อของเสื้อโปโลเพื่อแสดงให้เห็นถึงกลิ่นอายแห่งแฟชั่นแนวสปอร์ต

เสื้อผ้าชิ้นเด่นประจำคอลเลกชั่น

สเวตเชิ้ตพิมพ์ลายตัดเย็บจากเนื้อผ้าสังเคราะห์เพื่อให้สวมใส่สบายยิ่งขึ้นและสามารถใช้งานได้จริง กางเกงกีฬาผ้าเจอร์ซี่แบบอัลตร้าดรายให้ลุคสง่างามทั้งในและนอกสนาม สำหรับเสื้อโปโลก็ทำให้วันฝนตกกลายเป็นวันที่สดใสได้ด้วยปกเสื้อหลากสีสัน

ลาคอสท์แบรนด์เสื้อผ้าสปอร์ตพรีเมี่ยม สัญชาติฝรั่งเศส ที่ได้รับความนิยมในหลายๆประเทศทั่วโลก ครั้งนี้ได้เปิดตัว
Fall /Winter Collection ประจำปี 2017-2018 สำหรับคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง ที่ชื่นชอบแฟชั่นและ
การ Mix & Match ในสไตล์ของตัวเองได้ อย่างลงตัว สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LACOSTE Flagship Store,
ชั้น 2 เซ็นทรัลเวิลด์ โทร. 082-4862382, 095-370-2539 และ Facebook Lacostethailand, #LacosteTH

Related Post

แอร์เมสจัดนิทรรศการ “Hermès à tire-d’aile – Les mondes de Leïla Menchari” ณ Grand Palais ปารีส ประเทศฝรั่งเศส

“Draw me your dreams” หรือ “ลองบรรจงวาดความฝันของเธอ” Annie Beaumel หัวหน้าแผนกวินโดว์ ดิสเพลย์ ของแอร์เมสในขณะนั้น ตั้งคำถามไว้กับ Leïla Menchari เมื่อเธอก้าวเข้ามที่ 24 Faubourg Saint-Honoré ในปี 1961 ซึ่งในขณะนั้น Leïla Menchari กำลังจบการศึกษาจากหลักสูตรที่โรงเรียนสอนศิลปะ Beaux-Arts School ในกรุงปารีส หลังจากจบการศึกษาด้านวิจิตรศิลป์จากเมืองตูนิสเมืองที่เธอเติบโตขึ้นนับเป็นก้าวแรกกับการทำงารกับแอร์เมส ตั้งแต่ปี1978 – 2013 เธอสร้างสรรค์จินตนาการ และออกแบบวินโดว์ ดิสเพลย์ ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่กำกับดูแล Silk Colours Comittee

ในระหว่างห้องจัดแสดงนิทรรศการที่ได้มีการจัดสเตจโดย Nathalie Crinière ผู้เข้าชมสามารถพบเจอกับ ถ้อยคำอันแสนวิเศษของ Leïla Menchari

ในขณะที่ศิลปินเลือกใช้ในการนำเสนอคือเส้นด้ายนับเป็นตัวละครเอกของนิทรรศการ ที่ช่วยปลุกเสน่ห์แห่งศิลปะของศิลปินทุกท่าน โดยแต่ละฉาก แต่ละชิ้นบอกเล่าเรื่องราวของ Leïla Menchari เธอคือนักเล่าเรื่องตัวยง เธอเล่าขานถึงความฝัน และผลงานการังสรรค์ของเธอไปพร้อมกับศิลปิน และช่างฝีมือ รวมไปถึงการเล่าเรื่องของเธอจากเมืองตูนิส และการเดินทางไปในที่ต่างๆของเธอที่เธอรับมาเป็นแรงบันดาลใจจากการเดินทาง จิตรกร ประติมากร และช่างทำเครื่องหนัง ช่างถักสาน ศิลปินโมเสก ช่างตัดหิน และศิลปินเป่าแก้ว เป็นเพียงตัวอย่างกลุ่มหนึ่งของช่างฝีมือชั้นยอด ที่ต่างพากันร่วมมือกับบรรดาศิลปินเพื่อร่วมกันรังสรรค์วัตถุ และฉากอันน่าประทับใจ และวินโดว์ ดิสเพลย์อันงดงามประณีต

“ฉันต้องการให้ชิ้นงานของฉันออกมาอย่างจริงใจและแสดงถึงเนื้อแท้ เธออธิบาย “ฉันมักเป็นที่รู้จักในการสร้างสรรค์ผลงานแบบเหนือจริง ซึ่งฉันก็รักมัน แต่ฉันจะสร้างผลงานด้วยของจริงเสมอ ที่ผู้คนจะจดจำมันได้ และต้องเป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมาย ของที่นำความตื่นตาตื่นใจและสร้างเซอรไพรซ์ให้ผู้คน และที่สำคัญต้องทำให้ผู้ที่เดินผ่านไปมารู้สึกประหลาดใจเสมอ”

Leïla Menchari “ราชินิแห่งมนต์เสน่ห์” จะได้รับการตีพิมพ์ร่วมกับ Actes Sud ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ ที่มักร่วมงานกับแอร์เมสเนื้อหาโดย Michèle Gazier จำนวน 432 หน้า รวมทั้งรูปภาพประกอบ   รูป ปกแข็ง

Hermès à tire-d’aile – Les mondes de Leïla Menchari” นิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2017  ณ Grand Palais – Galerie Sud เวลาทำการ 10.00-20.00 น. ทุกวันศุกร์ และเสาร์เปิดถึง 22.00 น

Related Post

คู่หูนักออกแบบชื่อดังชาวฝรั่งเศสรับหน้าที่ออกแบบคอลเลกชั่นฤดูใบ้ไม้ผลิให้ Lacoste

Mathias Augustyniak และ Michael Amzalag, หรือที่รู้จักกันในนามว่า M/M paris คู่หูนักออกแบบชาวฝรั่งเศสที่ได้รับรางวัลมากมาย ได้สร้างสรรค์ตัวอักษรภาษาอังกฤษเป็นรูปทรงต่างๆโดยใช้สองสีสลับกัน เพื่อสื่อถึงตัวจระเข้ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกตัวนี้ Felipe Oliveira Baptista, Creative Director ของ Lacoste ฝันอยากเห็นงานออกแบบตัวจระเข้จากพรสวรรค์และความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินทั้งคู่มานานมากแล้ว

เขากล่าวว่า “ผมชื่นชอบงานของทั้งคู่ ซึ่งมีความจัดจาน เป็นเอกลักษณ์ โดนใจ ผมชอบการผสานที่ลงตัวของอิสระทางความคิดในเรื่องการใช้โทนสีกับความเฉพาะของชิ้นงานที่ทั้งคู่สร้างสรรค์ออกมา

ในช่วงสามศตวรรษที่ผ่านมา M/M paris สามารถถ่ายทอดอัตลักษณ์ของแบรนด์ทั้งหลายผ่านภาพและองค์ประกอบต่างๆได้อย่างยอดเยี่ยม ในบรรดาดีไซเนอร์ที่สร้างสรรค์งานล้ำๆในรุ่นเดียวกันกันนั้น ทั้งคู่ได้สร้างปรากฎการณ์ให้กับวงการ ด้วยชิ้นงานที่มีความลึกซึ้งและมีนัยยะทางการเมือง

สิ่งที่ทำให้ทั้งคู่โดดเด่นก็คือ การไม่ตีกรอบให้ตัวเองต้องทำงานกับสื่อใดสื่อหนึ่ง จึงทำให้ Mathias กับ Michael ได้ทำงานสร้างสรรค์ผลงานทั้งทางด้านแฟชั่น วงการเพลง โดยมีทั้งศิลปะร่วมสมัย งานละครเวที รวมทั้งงานตกแต่ง ไปจนถึงการรังสรรค์น้ำหอม

ทั้งคู่ได้ร่วมกันสร้าง Yohji Yamamoto ให้เป็นที่รู้จัก และได้ร่วมกันกับ Nicolas Ghesquière สร้างลุคแบบเรอเนซองค์ให้กับแบรนด์ Balenciaga นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังสร้างสรรค์ผลงานในหลากหลายรูปแบบให้กับแบรนด์ Loewe และ JW Anderson โดยทำงานร่วมกับ Jonathan Anderson

ทั้งคู่เป็นดีไซน์เนอร์หลักที่ออกแบบงานกราฟฟิคให้กับ Björk, Benjamin Biolay, Etienne Daho, Jean-Louis Murat และยังร่วมงานกับหลากหลายศิลปิน เช่น Dominique Gonzalez-Foerster Pierre Huyghe และ Philippe Parreno รวมทั้งออกแบบโปสเตอร์ให้กับสถาบันและองค์กรชั้นนำอาทิ Lorient theatre, the Dijon Consortiumและ  Fiac นับตั้งแต่ปี 2005

การได้ทำงานให้กับลูกค้าที่มีความแตกต่างและหลากหลายนับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสร้างสรรค์ชิ้นงานที่มีความซับซ้อนและลึกซึ้ง ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็ช่วยเติมเต็มซึ่งกันและกันเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน เราจึงเชิญทั้งคู่มาทำงานชิ้นนี้

รายละเอียดของคอลเลคชั่น

การออกแบบตัวอักษรนั้น เป็นความถนัดและชื่นชอบของ Mathias Augustyniak และ Michael Amzalag อยู่แล้ว ทั้งคู่สนุกกับการจัดเรียงรูปร่างของจระเข้โดยใช้ตัวอักษรตามลำดับ A – Z โดยปรับรูปทรงของตัวอักษร เพื่อสะกดเป็นชื่อของ      แบรนด์ และสร้างความโดดเด่นให้กับหางจระเข้ด้วยตัว L และใช้ตัว E เพื่อสื่อถึงปากที่อ้ากว้างอยู่

สินค้าต่างๆในคอลเลคชั่นนี้มีจำนวนจำกัด และมีเอกลักษณ์โดดเด่นตามตัวศิลปินผู้ออกแบบ

โดยจะมีสีขาว น้ำเงิน แดง และฟ้า และชมพูอมส้มของ LACOSTE และจะมีงานปักคำว่า LACOSTE สีเขียวและแดงสลับกัน โดยงานปักชิ้นนี้จะมาแทนตัวจระเข้ที่อยู่บนเสื้อโปโลแขนสั้น ในขณะที่บนเสื้อยืดสำหรับชายและหญิง จะมีตัวอักษรทั้งหมด  26 ตัว และจะลงสีเฉพาะตัวที่สะกดเป็นคำว่า LACOSTE งานกราฟฟิคนี้จะไปอยู่ตรงด้านหน้าของกระเป๋า Anna ที่สามารถใช้ได้ทั้งสองด้าน ในขณะที่อีกด้านจะเป็นรูปโลโก้ M/M (Paris)ที่ทุกคนรู้จักันดี รวมไปถึงคอลเลคชั่นรองเท้า ที่มีความพิเศษด้วยงานปักบนด้านข้างของรองเท้าทั้งสองด้านและใต้พื้นรองเท้าทำจากวัสดุใสสามารถมองเห็นลวดลายกราฟฟิกของ M/M ได้อย่างพิเศษ สร้างสรรค์และลงตัว LACOSTE X M/M รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นนี้ สามารถเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ Lacoste Flagship Store @Central World ชั้น2, Facebook.com/lacostethailand

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 095-3702539, 082-4862382

Related Post

ERDEM X H&M ความร่วมมือทางแฟชั่นที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้

เพื่อเป็นการต้อนรับคอลเลกชั่นใหม่สุดพิเศษจากความร่วมมือระหว่าง H&M และแบรนด์ดังจากเกาะอังกฤษอย่าง Erdem ลอปติมัมยกหูหา Erdem Moralioglu ดีไซเนอร์ เพื่อถามไถ่ถึงเบื้องหลังความร่วมมือระดับโลกครั้งนี้

นี่เป็นคอลเลกชั่นผู้ชายคอลเลกชั่นแรกของ Erdem ทำไมคุณถึงเลือก H&M

ผมร่ำเรียนมาทางด้านเสื้อสตรีครับ พอมาเปิดห้องเสื้อของตัวเองก็เลยพุ่งความสนใจไปที่เสื้อผ้าสตรีเป็นหลัก แต่เสื้อผ้าผู้ชายก็น่าสนใจมากทีเดียว คอลเลกชั่นผู้ชายลำดับแรกของผมจึงเลือกที่จะร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง H&M

ได้แรงบันดาลใจจากอะไร

ก็จะคล้ายๆกับของผู้หญิงครับ ผมนึกจินตนาการถึงกลุ่มเพื่อนที่ไปร่วมตัวกัน ณ บ้านชนบทหลังใหญ่ เล่นสนุกกับเสื้อผ้าที่พวกเขาเจอในบ้าน บางชิ้นก็ได้แรงบันดาลใจจากเสื้อผ้าชิ้นโปรดของผมในวัยเด็ก อย่างเช่นเสื้อถักไหมพรมจากนอร์เวย์

คอลเลกชั่นผู้ชายจะใช้ลวดลายดอกไม้หรือไหม มีชิ้นไหนน่าสนใจบ้าง

ผมอยากทดลองใช้ลายดอกไม้กับผู้ชายครับ เช่น เสื้อนอนลายดอกไม้ ซึ่งเราดึงลวดลายดอกไม้มาจากวอลเปเปอร์เก่ายุคสามศูนย์ ผมชอบลายดอกไม้ที่สะท้อนถึงความเป็นอังกฤษ ผมว่า มันเป็นอมตะ

ความท้าทายล่ะ

ผมว่าสนุกมากกว่าท้าทายนะครับ ต้องยาวแค่ไหน สั้นแค่ไหน เพิ่มรายละเอียดอะไร ควรลดรายละเอียดตรงไหน ผมพอใจกับผลลัพธ์มากครับ

ลุคที่คุณชอบที่สุด

ผมคงเลือกเสื้อแจ๊กเก็ตผ้าทวีดกับกางเกงเข้าชุดกัน มันได้แรงบันดาลใจมาจากภาพถ่ายของพ่อผมกำลังสวมชุดแบบนี้ ตั้งแต่สมัยยุคหกศูนย์ ในภาพพ่อดูทันสมัยมากทีเดียว และผมชอบที่แจ๊กเก็ตเหมาะกับทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะใส่เดินเล่นในชนบทของอังกฤษ หรือจะใส่ทุกวันเวลาทำงาน

ฟังเบื้องหลังแล้วก็ยิ่งตื่นเต้น สำหรับใครที่สนใจจะเป็นเจ้าของ Erdem x H&M ให้เตรียมแสตนด์บาย ณ สาขา สยาม พารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ และดิ เอ็มควอเทียร์ ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป

Related Post