11336604_6343199_322

กว่า 10 ปีแล้วที่ Riccardo Tisci ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของ Givenchy ทำให้เราจดจำเขาได้

The Iconic

เป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปีแล้วที่ Riccardo Tisci ครองบังลังก์ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของ Givenchy และหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เราจดจำเขาได้คือเหล่าสัญลักษณ์พิเศษที่เขาได้แอบซ่อนเอาในทุกคอลเลกชั่นราวกับเป็นอีสเตอร์เอ้กประจำตัว

img-the-look-riccardo-tisci_174704448734

ก่อนหน้าที่ Riccardo Tisci (ริคคาโด ทิชชี่) จะเข้านั่งตำแหน่งครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของ Givenchy (จีวองชี่) เราอาจมีภาพจำในภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างชุดสีดำเรียบโก้ คัตติ้งคมกริบที่อยู่บนเรือนร่างของ Audrey Hepburn (ออเดรย์ แฮบเบิร์น) ในฉากที่เป็นตำนานจากภาพยนตร์เรื่อง Breakfast at Tiffany’s ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของ Hebert de Givenchy (เอเบิร์ต เดอ จีวองชี่) และในยุคต่อๆ มาภายใต้การนำของทั้ง John Galliano (จอห์น กัลลิอาโน) Alexander McQueen (อเล็กซานเดอร์ แมคควีน) ไปจนถึง Julien MacDonald (จูเลียน แมคโดนัล) ล้วนแล้วแต่สร้างอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจนจวบจนถึงคิวของริคคาโด เราจึงได้เห็นภาพลักษณ์ของแบรนด์ในแบบที่ต่างออกไป เขาได้สร้างนิยามของความหรูหราในความหมายใหม่และได้นำเอาสัญลักษณ์ต่างๆ มาตีความผสมผสานกับดีเอ็นเอของแบรนด์จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่นิยามได้ว่า ‘Dark Romantic’ และกลายเป็นซิกเนเจอร์ประจำตัวของเขาที่ทำให้หลายต่อหลายคนหลงใหล

ในขณะที่แรงบันดาลใจอันมีนัยลึกซึ้งที่แฝงอยู่ตามชิ้นงานในยุคสมัยของเขาอย่าง ‘Givenchy Star’ ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ของความหวังของประเทศอเมริกาที่เป็นท่ีชื่นชอบโดยส่วนตัวของเขา เขาจึงนำเอาสัญลักษณ์รูปดาวมาเป็นจุดเด่นหลักในการสร้างสรรค์ผลงาน มีทั้งดาวเพียงหนึ่งหรือกลุ่มดาวที่จัดวางอย่างมีแบบแผน โดดเด่นบนชิ้นงานต่างๆ จนกลายเป็นสินค้าที่ทุกคนต้องมีและเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็น Givenchy ได้อย่างสมบูรณ์แบบหรือ ‘Animal Spirits’ ที่ได้กลายเป็นไอคอนที่ประสบความสำเร็จอย่างมากจากภาพของสุนัขพันธ์รอทท์ไวเลอร์ที่สื่อถึงความหมายผ่านรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเป็นสัตว์ที่ดุร้าย น่าเกรงขาม แต่เมื่อรักสิ่งใดแล้วก็จะมอบความซื่อสัตย์และพร้อมที่จะปกป้องอย่างไม่มีข้อแม้ ต่อมาริคคาโดได้ต่อยอดความสำเร็จด้วยการสร้างสรรค์สัญลักษณ์ใหม่ที่มีการผสมผสานความหมายที่ถูกตีความผ่านท่าทางการแสดงออกของ ‘ลิง’ (The Monkey Brothers) ในภาพของลิงพี่น้อง 2 ตัว โดยได้สื่อถึงความชาญฉลาดที่เป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นเป็นพิเศษ และความรักความผูกพันที่ต้องอยู่รวมกันเป็นฝูงเสมอ แต่ในอีกทางหนึ่งก็เป็นสัตว์ที่ซุกซน และเจ้าเล่ห์ตามสัญชาติญาณของลิงที่สามารถสะท้อนความเป็น ‘Dark Romantic’ ของตัวเขาได้อย่างชัดเจนและชาญฉลาด

ผลงานชิ้นไอคอนนิคต่างๆ ของริคคาโดถือเป็นการสะท้อนความสำเร็จตลอดมา สัญลักษณ์ที่มีความหมายเหล่านี้ได้ถูกนำมาจัดวางได้อย่างมีระบบแบบแผนอยู่บนเสื้อผ้า เครื่องหนัง รวมไปถึงรองเท้าที่มีให้เห็นในทุกๆ คอลเลกชั่น พร้อมกับเทคนิคต่างๆ ที่สามารถจับคู่เข้ากับในทุกลุคได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นเครื่องหมายสำคัญของ Givenchy ไปแล้วในทุกวันนี้

Related Post

John-F-Kennedy-Jackie-Kennedy-NYC-Broadway-Ticker-Tape-Parade-1

10 ลุคสุดคลาสสิกที่จะทำให้คุณเข้าถึงสไตล์และตัวตนของ JFK และ

1. ชุดสูท Slim-Cut ในสไตล์ปี 1960

เป็นภาพคุ้นชินตาที่เราจะเห็นประธานาธิบดีสหรัฐนั่งสีหน้าเคร่งเครียดอยู่หลังโต๊ะทำงานภายในทำเนียบขาว แต่เชื่อเถอะว่าในยุคสมัยของ John F. Kennedy JFK นั้นเขาได้เปรียบทำเนียบขาวเป็นสังเวียนของแฟชั่นขนาดย่อมๆ เลยล่ะ ชุดสูทเข้ารูปในแบบสลิมคัท เน้นส่วนโค้งช่วงเอวทำให้บริเวณช่วงหัวไหล่ดูสง่าผ่าเผย ปกเสื้อที่ถูกทำให้แคบลงทำให้ดูทะมัดทะแมง ปกเชิ้ตแบบ Italian Spread รับกับเนกไทแบบพอดิบพอดี ทำให้เขานอกจากจะเป็นผู้นำประเทศแล้วยังเป็นผู้นำด้านแฟชั่นของสุภาพบุรุษในยุคนั้นอีกด้วย

2. ชุดสูทผ้าสักหลาดลายทางสีขาวกับเนกไทลายแทยง

นี่อาจจะเป็นลุคที่ทำให้ JFK เข้าถึงกองทัพได้ดีมากยิ่งขึ้นก็เป็นได้ ชุดสูทที่ทำจากเนื้อผ้าสักหลาดลายทางที่นอกเหนือจากผ้าขนสัตว์ที่หรูหราคงเข้ากับสภาวะหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ดีกว่าและต่อเนื่องกับยุคเริ่มสงครามเย็นอีกด้วย เราจึงได้เห็น JFK อยู่ในลุคนี้ได้บ่อยๆ จนทำให้เกิดเป็นสไตล์ที่โดดเด่นอีกลุคของเขา

3. กางเกงขาสั้นผ้าฝ้ายสีขาวกับเชิ้ตผ้าลินินสีขาว

เรียบง่าย หรูหรา และคลาสสิก สำหรับลุคไปพักผ่อนในวันหยุดของ JFK ในกางเกงขาสั้นเท่าเข่าสไตล์เทเลอร์เมดถูกจับคู่กับเชิ้ตแขนยาวผ้าลินินปลดกระดุมเม็ดบนและพับแขนเสื้อในแบบลวกๆ ช่างเป็นลุคที่ดูสบายและหรูหราในคราเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการไปล่องเรือใบกันแบบส่วนตัวกับสุภาพสตรีหมายเลข 1 หรือไปตกปลา เพราะนั้นคือทั้งหมดที่คุณต้องการสำหรับวันหยุดพักผ่อนจริงๆ

4. แจ๊กเก็ตผ้าทวีตจับคู่กับกางเกงชิโน

นี่คือคำจำกัดความของ ’Smart-Casual’ ที่สมบูรณ์แบบที่สุด คุณจะได้ลุคที่เป็นทางการและผ่อนคลายในคราวเดียวกัน โดยลุคนี้อยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความหรูหราและความสนุกสนาน ซึ่งเราจะได้เห็น JFK อยู่ในลุคนี้ได้บ่อยครั้งระหว่างในฉากหลังของบทสนทนามื้อกลางวันกับทีมงานของเขา

5. เสื้อคาร์ดิแกนถักนิตคอปกในสไตล์เนวีจับคู่กับเชิ้ตขาว

‘ในอารมณ์และความรู้สึกที่อบอุ่นและปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้รวมถึงทำให้รู้สึกเข้าถึงได้ง่ายและเป็นมิตร’ นี่คงเป็นอีกหนึ่งคีย์ลุคสำคัญของการเป็นผู้นำประเทศและหน้าที่ของการเป็นผู้นำครอบครัวในคราวเดียวกันของ JFK ที่ทำให้คนทั้งโลกตั้องจดจำเขาในแบบที่เขาเป็นของบทบาทการเป็นพ่อที่อ่อนโยนและสุภาพ

6. รองเท้าลอฟเฟอร์

แน่นอนว่าลุคในวันสบายๆ ของ JFK รองเท้ารองเท้าในทรงลอฟเฟอร์คือตัวเลือกแรกของเขา (ไม่ใช่รองเท้า Crocs ของ จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช) จับคู่เข้ากับกางเกงชิโนกับเหล่าบรรดาสมาชิกในครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาในระหว่างการทำกิจกรรมต่างๆ และใครจะรู้ว่า JFK นี่เองที่เป็นคนแรกๆ ที่สวมรองเท้าลอฟเฟอร์แบบไม่ใส่ถุงเท้าคู่กับชุดสูท จนกลายเป็นสไตล์ที่หลายคนชื่นชอบในปัจจุบัน

7. คัฟฟ์ลิ้งก์

แอ็กเซสเซอรี่เก่าแก่ของสุภาพบุรุษอย่างกระดุมกลัดแขนเสื้อหรือคัฟฟ์ลิ้งก์อาจจะเป็นกุญแจสำคัญของการเติมเต็มลุคที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณจับคู่เข้ากับเนกไทผ้าไหมทอลายแทยงในสไตล์ของ JFK ด้วยแล้ว ลองหลับตานึกภาพคุณกำลังจรดปากกาเซ็นเอกสารสำคัญแล้วข้อมือแขนโผล่ออกมาจากแขนเสื้อแจ๊กเก็ตพร้อมกับคัฟฟ์ลิ้งก์คู่สวย คุณจะสามารถสร้างความประทับใจให้กับคนที่เห็นมากแค่ไหน

8. โบว์ไทผ้าไหมสีขาวแบบผูกเอง

ลืมโบว์ไทแบบสำเร็จไปได้เลย และเราได้แต่หวังเพียงว่าคุณจะไม่มีอยู่ในชั้นตู้เสื้อผ้า ในงานบอลหรืองานเลี้ยงกาล่าที่มีความเป็นทางการมากๆ คุณอาจคุ้นชินกับการใส่ชุดทักซิโดกับโบว์ไทสีดำ ลองเปลี่ยนมาเป็นโบว์ไทสีขาวผ้าไหมสีขาวสะอาดที่ดูกลืนไปกับเชิ้ตพร้อมกับพ็อกเก็ตสแควร์ในสีเดียวกันคุณก็จะได้ลุคออกงานในสไตล์ของ JFK

9. แว่นตากันแดดลายกระ

แว่นตากันแดดลายกระรูปทรงสแควร์สุดเรียบง่าย จาก Ray-Ban คือแว่นตากันแดดไม่กี่อันที่คุณจะพบเห็นมันอยู่บนหน้าของ JFK คุณสมบัติของลายกระสีน้ำตาลนี้เองจะช่วยลดโทนของใบหน้าและคาแร็กเตอร์ให้ดูเบาสบายลงและเป็นกันเองมากขึ้น โดยเข้ากันได้เกือบจะทุกรูปทรงของใบหน้า เพิ่มความโดดเด่นแบบไม่ดูพยายามจนเกินไปอีกด้วย

10. ลุคล่องเรือใบกับถุงเท้าสีน้ำเงิน

JFK ทำให้เราเรียนรู้อย่างนี้ว่า ’อย่าคิดเยอะ’ และใครจะคิดว่าถุงเท้าสีน้ำเงินสดคู่นี้จะเข้ากันได้ดีกับลุคล่องยอร์ชเรือใบในสไตล์ ’Nautical’ ในบรรยากาศของทะเลที่ยาวบรรจบกับขอบท้องฟ้า โดยไม่รบกวนบรรยายกาศของการพักผ่อนแต่อย่างใดแต่กลับได้สไตล์ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว

Related Post

TOPPA-UOMO_Sfilata_THAI

ชม Live Streaming สดจากมิลานของ Valentino Uomo แฟชั่นโชว์คอลเลกชั่น Fall/Winter 2017

Related Post

W43

แต่งตัวให้แมทช์กับการรับลมแรกในลอสแอนเจลิส

California Soul

ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการปล่อยตัวและหัวใจไปกับสายลมและแสงแดดแรกของปีในฉากหลังของเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย

Related Post

Brioni - Cutting phase

ประสบการณ์ที่คุณจะได้รับจากบริการสั่งตัดชุดสูทตามสั่งเฉพาะบุคคลจาก Brioni

Bespoke in 5 points

ประสบการณ์ที่คุณจะได้รับจากการสั่งสมความรู้และธรรมเนียมปฏิบัติจากบริการสั่งตัดชุดสูทตามสั่งเฉพาะบุคคลจาก Brioni

Brioni - Creation of an artisanal buttonhole

A long Standing Tradition for over 70 years

นับตั้งแต่ปีค.ศ. 1945 ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลีที่ Brioni (บริโอนี) ให้บริการสั่งตัดชุดสูทตามสั่งเฉพาะบุคคล โดยใช้กระบวนการตัดเย็บที่ใช้องค์ความรู้ และประสบการณ์ที่สั่งสมมาในการรังสรรค์ชุดสูทที่ไร้ที่ติตามแบบฉบับประเพณีนิยมเก่าแก่ของประเทศอิตาลี ไม่เพียงแต่ออกมาเป็นชุดสูทหรือเครื่องแต่งกายสำหรับสุภาพบุรุษเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการสืบทอดประเพณีปฏิบัติรวมถึงการใช้ศิลปะบวกกับนวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการและวิถีชีวิตของลูกค้าแต่ละคนอีกด้วย

Brioni - Cutting phase

An Atelier Housed by 1,000 Tailors

หัวใจสำคัญที่สุดในการผลิตชิ้นงานศิลปะของ Brioni คือ ‘คน’ และก่อนหน้าที่จะกลายมาเป็นศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน ช่างทุกคนจะต้องได้รับการฝึกฝนจากโรงเรียนสถาบันการตัดเย็บ ‘Scuola di Alta Sartoria’ โดยได้รับมอบหมายและแจกจ่ายงานในแผนกที่ตนมีความสามารถและชำนาญ จากขั้นตอนการตัดเย็บสูท 220 ขั้นตอนด้วยมือเท่านั้น เริ่มตั้งแต่การร่างโครงแบบ การตัดผ้า ขึ้นโครงชุด ไปจนถึงศิลปะในการรีดผ้า ด้วยความพิถีพิถันทุกตารางเซนติเมตรตามแบบฉบับของชาวอิตาเลียน

Brioni - Handmade stitching throughout every detail

Quality Ensured by 440 Expert Hands

สูททุกตัวที่รับบริการสั่งตัดพิเศษเฉพาะบุคคลจาก Brioni จะต้องผ่านมือของช่างผู้ชำนาญ 220 คู่ กับเวลาที่ใช้ไม่ต่ำกว่า 22 ชั่วโมง และใช้ฝีเข็มไม่น้อยกว่า 5,000 – 7,000 ฝีเข็มต่อแจ๊กเก็ต 1 ตัว โดย 90% เป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอกและจะซ่อนอยู่ภายตัวแจ๊กเก็ตเท่านั้น ด้วยความซับซ้อน ซึ่งเป็นศิลปะที่เป็นความลับแห่งความหรูหราที่ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของคนเดียวเท่านั้นที่จะได้สัมผัสกับมัน โดยผู้ที่ได้เป็นเจ้าของจะมั่นใจได้ว่าจะสวมใส่มันได้อย่างสง่างาม สมบูรณ์แบบและสะท้อนความเป็นตัวของตัวเอง

filename*=UTF-8''Brioni-TheBrionihandheartofBrionistailoringworkmanship

A Selection of Exclusive Fabrics

เบื้องหลังความสำเร็จของบริการสั่งตัดพิเศษเฉพาะบุคคลของ Brioni อีกประการคือความหลากหลายของเนื้อผ้าคุณภาพสูงสุดที่คุณจะได้เลือกทั้งแบบแฟชั่นตามฤดูกาลและแบบคลาสสิกที่มีตลอดทั้งปี คุณสามารถเลือกชนิดของเนื้อผ้าตามต้องการ ส่วนใหญ่เนื้อผ้าที่ Brioni มีให้เลือกจะสะท้อนถึงความเป็นตัวตน จารีตประเพณีทั้งลวดลายและสีสัน โดยทั้งหมดจะได้รับการันตรีว่าเป็น ‘Made-in-Italy’ เท่านั้น

Su-Misura-2_2069x1080

A Personalised Service All Over the World

คุณสามารถเข้ารับบริการสั่งตัดแบบพิเศษเฉพาะบุคคลได้ที่บูธีกของ Brioni ที่ตั้งอยู่ทั่วโลก แต่ถ้าคุณไม่สะดวก Brioni จะส่ง ‘The Master Tailors’ ไปให้บริการคุณในทุกมุมโลกที่คุณต้องการ โดยจะใช้เวลานัดหมายล่วงหน้าไม่เกิน 90 วัน โดยคุณจะได้รับบริการทั้งปรึกษาและช่วยเหลือในทุกเรื่อง เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่คุณพึงควรจะได้รับจาก Brioni

Related Post

161115-botanico-5

Loewe รวบรวมความเป็นมาของแบรนด์กว่า 170 ปี ลงในหนังสือที่ว่าด้วยเรื่องราวของอดีต ปัจจุบันและอนาคต

 

Past Present and Future

ถ้าหนังสือเล่มหนึ่งจะมีหน้าที่เป็นแหล่งเก็บรวบรวมคลังความรู้และข้อมูลในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หนังสือ ‘LOEWE’ เล่มนี้จะทำหน้าที่มากกว่านั้น กว่า 592 หน้าที่บรรจุรูปภาพและประวัติความเป็นมาของแบรนด์ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ที่สามารถย้อนกลับไปได้กว่า 170 ปีบนหน้าปกสีขาวสะอาดประทับตราสัญลักษณ์การค้าของแบรนด์ ภายใต้การดูแลทุกขั้นตอนการผลิตโดย Luis Venegas (ลูอิส เวเนกาส) ผู้เชี่ยวชาญทางด้านแฟชั่นและนิตยสารที่ได้รับความไว้วางใจมอบหมายให้รับผิดชอบจาก Jonathan Anderson (โจนาธาน แอนเดอร์สัน) ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ผู้ปลุกชีวิตให้กับ Loewe (โลเอเว่) คนล่าสุด โดยเขายังกล่าวไว้ว่า “ผมอยากให้ลูอิสได้เห็นภาพของเราที่เก็บไว้ทั้งหมด และช่วยกันตัดสินใจว่าภาพไหนที่สำคัญ ด้วยสายตาอันเฉียบคมและไม่เหมือนใครของเขา เขาได้เผยหลายสิ่งที่น่ามหัศจรรย์ให้เราได้เห็นว่าสิ่งที่ทางแบรนด์กำลังพยายามสื่อสารอยู่นี้เป็นสิ่งที่มีมาตลอดในจิตวิญญาณของแบรนด์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมพอใจมากและมันไม่ใช่เพียงหนังสือที่จะมานั่งเก็บรักษาไว้บนหิ้ง แต่เป็นกระดาษปึกใหญ่ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อการใช้งานและมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ทำหน้าที่จัดเก็บไว้ซึ่งจักรวาลทั้งหมดของแบรนด์ตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน บ่งบอกถึงจุดยืนในขณะปัจจุบันและทิศทางที่แบรนด์จะไปต่อในอนาคต”

ลูอิสได้ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการค้นหาข้อมูลของแบรนด์ ณ หอจดหมายเหตุของ Loewe ใกล้กับกรุงมาดริด ประเทศสเปน ค่อยๆ คัดเลือกภาพเป็นพันๆ อย่างละเอียดทีละภาพ เพื่อนำเสนอเอกลักษณ์และประวัติศาสตร์ของแบรนด์ออกมาตามจริงมากที่สุด ซึ่งเป็นด้านที่โลกไม่เคยได้รับรู้มาก่อน ภาพที่ได้รับการคัดเลือกมาแล้วประกอบไปด้วยบทความและภาพโฆษณาต่างๆ ทั้งเก่าและใหม่ ซึ่งได้ถูกนำมาถ่ายภาพใหม่อีกครั้ง รวมไปถึงชิ้นงานศิลป์ต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กับแบรนด์และรากฐานทางวัฒนธรรมสเปน นอกจากนั้น การนำเสนอที่ไม่เรียงภาพถ่ายตามช่วงระยะเวลา แต่ลูอิสเลือกที่จะลำดับภาพแบบสลับช่วงเวลาไปมา และตั้งใจเรียงภาพตามความสัมพันธ์ และแรงบันดาลใจในการทำงานของยุคปัจจุบันที่เรียงร้อยเข้ากับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของแบรนด์ที่ถูกหยิบยกขึ้นมา เขากล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “ผู้คนในปัจจุบันต่างตื่นเต้นกับ Loewe เพราะภาพลักษณ์ที่สดใหม่ คนสามารถรู้สึกได้ถึงความหลักแหลมที่อยู่ภายใต้ความใหม่นั้น ซึ่งก็คือพลังงานที่ผลักดันให้เกิดสิ่งที่น่าสนใจในตอนนี้ แต่หลังจากได้ค้นคว้าเพื่อทำหนังสือเล่มนี้ ผมค้นพบว่าสิ่งนั่นคือสิ่งที่ Loewe เป็นมาตลอด ผู้คนไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเกือบตลอดช่วงเวลาของประวัติศาสตร์แบรนด์ ในรูปแบบความเป็นสเปน Loewe ป็นแบรนด์ที่มีความทันสมัยมาตลอด จะว่าล้ำสมัยเลยด้วยซ้ำไป”

หนังสือเล่มนี้จะวางขายในร้าน Loewe เพียง 25 ร้านทั่วโลก รวมไปถึงร้านหนังสืออิสระคอนเซ็ปต์สโตร์ อีก 10 ร้าน ในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก และ www.loewe.com

Related Post

23

สตรีทสไตล์ไม่ได้จำกัดที่นิยาม ‘ใส่เดินบนถนนได้’ เท่านั้น

Style in the Street

แฟชั่นสตรีทสไตล์ในยุคปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่ที่นิยาม ‘ใส่เดินบนถนนได้’ เพียงเท่านั้น แต่ความหรูหราที่แฝงไว้ในความเป็นสตรีทแฟชั่นก็ทำให้หนุ่มๆ ดูดีขึ้นอีกมาก

 

Related Post

s05_096-rt

ทำความรู้จักกับสุภาพบุรุษจาก Cheq คอลเลกชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2016-17

Slick Men

เข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มตัว Cheq (เชค) เอาใจสุภาพบุรุษที่รักและชื่นชอบการแต่งกายในสไตล์หนุ่มแคชชวล ที่รักอิสระในการใช้ชีวิต สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวของตัวเอง ชัดเจนในทุกย่างก้าวเดิน ผ่านเชิ้ตแขนสั้นดีไซน์ใหม่ล่าสุดที่มีคัตติ้งพอดีตัวมากขึ้น ทำให้ผู้สวมใส่ดูอ่อนเยาว์ ผสานกับการเลือกใช้เนื้อผ้าหรูหราในสไตล์ของ Cheq และรวมไปถึงการใส่รายละเอียดพิเศษลงไปในตัวเชิ้ต อย่างเช่นเชิ้ตตัดต่อเนื้อผ้าโทนสีฟ้าไว้ใส่คู่กับยีนส์ตัวโปรด เชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวที่มีรายละเอียดอย่างการเดินเส้น ให้เกิดความรู้สึกคล่องแคล่วในสไตล์สปอร์ตตี้ สำหรับลุคของเดนิมในฤดูกาลนี้จะมาในแบบเรียบง่ายและละเอียดพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกผ้าเดนิมคุณภาพสูงที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นอย่าง Denim Spandex ที่ผ่านการฟอกสีเข้มไปจนถึงการตัดเย็บที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษของ Cheq บวกกับการเลือกเชิ้ตผ้าแชมเปร์โทนสี Indigo เพื่อจับคู่กับยีนส์ได้อย่างสมบูรณ์แบบและรองเท้าทรง Slip On เพื่อเพิ่มลุคสปอร์ตแวร์ ทำให้ดูสนุกชึ้น
ไม่เป็นทางการมากจนเกินไป

Related Post

velvet-1920

Viva Velvet ถึงเวลากลับมาครองรันเวย์อีกครั้งกับเนื้อผ้าประจำฤดูกาลอย่าง ‘กำมะหยี่’

กำมะหยี่ คือหนึ่งในบรรดาเนื้อผ้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราชนิดหนึ่ง ที่นอกจากจะมีสัมผัสที่นุ่มนวล แวววาวและมีราคาแล้ว ผ้ากำมะหยี่ยังเป็นที่นิยมของบรรดาชนชั้นสูง ขุนนาง ไปจนถึงเหล่าบรรดากษัตริย์ในสมัยก่อนที่สามารถย้อนประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกไปได้ตั้งแต่ช่วง ค.ศ. 789 – 809 บริเวณแคว้นแคชเมียร์ไปจนถึงเอเชียตะวันออกกลางช่วงกรุงแบกแดก ในยุคของฮารุน ฮัล-ราชิด ผู้รวบรวมและปกครองอิรักยุคใหม่ ซึ่งผ้ากำมะหยี่นั้นยังเป็นที่หมายปองของเหล่านักดนตรี กวีเร่รอน และได้นำเอาไปเผยแพร่ในอัล-แอนดาลุส รัฐของมุสลิม ซึ่งปัจจุบันเป็นดินแดนที่กินพื้นที่ในสเปน โปรตุเกส และอันดอร์รา รวมถึงพื้นที่บางส่วนทางใต้ของฝรั่งเศส จนถึงในช่วงปีค.ศ. 1250-1517 กรุงไคโรของอียิปต์ก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางผู้ผลิตผ้ากำมะหยี่รายใหญ่ที่สุดของโลก และได้ส่งออกไปยังเมืองเวนิชในอิตาลี อัลดาลุส รวมถึงถึงอาณาจักรมาลีในช่วงระหว่างที่ผู้ปกครองของอาณาจักรมาลีเดินทางผ่านไปยังกรุงไคโร เพื่อไปแสวงบุญ ณ กรุงเมกกะ มีคณะผู้ทำผ้ากำมะหยี่ของอาหรับติดตามไปด้วย หลังจากนั้นมาผู้ปกครองของมาลีจึงใส่ชุดตัดด้วยผ้ากำมะหยี่ที่ผลิตในถิ่นของมาลีเองเพื่อใช้ในช่วงเทศกาลฉลองเรื่อยมา นอกจากนี้ยังมีการบันทึกอีกในช่วงปี ค.ศ. 1457 – 1481 ว่าในยุคของเมห์เหม็ดที่ 2 หรือสุลต่านแห่งจักรวรรดิออตโตมาน มีเหล่าบรรดาพ่อค้าที่ร่ำรวยและชนชั้นสูงนิยมแต่งกายด้วยผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินสดที่ผลิตในกรุงบุรซาของตุรกี ย้ายมายังฝั่งยุโรปตะวันตก มีการบันทึกว่าเริ่มมีการผลิตผ้ากำมะหยี่ด้วยตัวเองที่ ลุกกา เจนัว ฟลอเรนซ์ และเวนิซ ประเทศอิตาลี และเนื้อผ้าชนิดนี้เองยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงฐานะและฐานันดรของผู้สวมใส่ ถึงขนาดที่พระเจ้าริชาร์ดที่ 2 แห่งอังกฤษทรงมีพระราชพินัยกรรมในปี ค.ศ.1399 ว่าเมื่อพระองค์สวรรคตแล้วให้ฉลองพระองค์ด้วยชุดผ้ากำมะหยี่

สำหรับกรรมวิธีการผลิตผ้ากำมะหยี่นั้นในสมัยเริ่มแรกนั้น เริ่มจากการนำเส้นใยมาสับให้ได้มีความยาวที่เท่ากันตั้งแต่ขนาด 0.5 – 3 มิลลิเมตร ซึ่งเส้นใยที่ว่าจะได้มาจากหลากหลายชนิดเริ่มตั้งแต่เส้นใยจากธรรมชาติที่มีคุณค่าและราคาสูงอย่างเส้นใยขนสัตว์แบบดั้งเดิม เช่น โมแฮร์ ขนแกะ ไหม เป็นต้น รองลงมาเป็นเส้นใยจากพืช เช่น เส้นใยฝ้าย เส้นใยลินิน ซึ่งจะมีสัมผัสและความเงางามที่แตกต่างกันออกไป จนถึงผ้ากำมะหยี่ที่ทำจากเส้ยใยสังเคราะห์ล้วนหรือผสมกันระหว่างเส้นใยธรรมชาติและเส้นใยสังเคราะห์ เมื่อเตรียมเส้นใยและย้อมสีที่ต้องการเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ถึงวิธีการที่นำผ้ามาพ่นกาวจนทั่วทั้งผืน โดยนำเส้นใยกำมะหยี่ที่ถูกติดเข้ากับวัสดุโดยผ่านเครื่องทำไฟฟ้าสถิต จากนั้นแรงไฟฟ้าสถิตจะดึงดูดเส้นใยพุ่งมาปักเรียงเส้นที่ชิ้นงานหรือผ้าที่พ่นกาวเตรียมไว้ เพื่อให้ได้ผ้ากำมะหยี่ที่ขนเรียงกันหนานุ่มตามที่ต้องการ ผ้ากำมะหยี่ในสมัยก่อนนั้นจึงไม่นิยมซักทำความสะอาดบ่อย และเปลี่ยนมาใช้แปรงปัดเพื่อทำความสะอาดแทน

ด้วยกรรมวิธีการสร้างสรรค์ผ้ากำมะหยี่ที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนในทุกขั้นตอนนี่เอง ผ้ากำมะหยี่จึงเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของความหรูหราสำหรับผู้ที่ต้องการแสดงถึงฐานะในสมัยก่อน ไม่เพียงแต่สัมผัสที่นุ่มนวลและความเงางามที่ต้องใจใครหลายคนเท่านั้น ผ้ากำมะหยี่ยังมีคุณสมบัติเด่นที่แอบซ้อนอยู่อีกอย่างหนึ่งคือ ‘การดูดซับกลิ่น’ ผ้ากำมะหยี่จึงเป็นเนื้อผ้าที่นิยมสำหรับสุภาพบุรุษนำไปตัดเป็น ‘สโมกกิ้ง แจ๊กเก็ต’ ที่ใช้สำหรับหลังโอกาสการรับประทานอาหารค่ำที่หรูหราและเป็นทางการ เพราะประเพณีนิยมปฏิบัติของสุภาพบุรุษเมื่อสมัยก่อนนั้น ค่ำคืนหลังจากที่รับประทานอาหารค่ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหล่าสุภาพบุรุษจะนิยมพากันออกไปสูบซิการ์ที่เตรียมมาพร้อมจิบชาร้อน พูดคุยโอ้อวดกันตามประสาในฐานะเจ้าจักรวาล และเจ้าสโมกกิ้ง แจ๊กเก็ตนี่เองจะทำหน้าที่ดูดซับกลิ่นใบยาสูบจากซิการ์ราคาแพงจากหลากหลายแหล่งผลิต โดยกลิ่นของใบยาสูบนี่จะมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่สามารถบ่งบอกถึงมูลค่าของซิการ์ได้ ทำให้ใครก็ตามที่ได้กลิ่นใบยาสูบจากสโมกกิ้ง แจ๊กเก็ตก็จะสามารถทราบได้ถึงฐานะของผู้สวมใส่ได้นั่นเอง

Related Post

su-misura-2_2069x1080-w2

ที่สุดแห่งเครื่องแต่งกายชายคือชุดสูทสั่งตัดจากแบรนด์ชั้นนำที่มอบประสบการณ์พิเศษ
จากช่างเทเลอร์ผู้ชำนาญงาน

Made To Measure

เส้นใยคุณภาพที่คุณสามารถเลือกหาได้เฉพาะกับ
ชุดสูทสั่งตัดพิเศษซึ่งมีหลากหลายชื่อตั้งแต่ Made-to-measure ในภาษาอังกฤษ 
Su Misura ในภาษาอิตาเลียน และ Savoir Faire ในภาษาฝรั่งเศส

Canali

ประสบการณ์ Su Misura จาก Canali (คานาลี) โดยผู้เชี่ยวชาญในการตัดสูท
จากอิตาลีเปรียบเสมือนวาทยากรผู้กำกับวง
ออร์เคสตร้าที่ผสานความสัมพันธ์ของเข็ม ด้าย และผ้า เพื่อสร้างวงซิมโฟนีที่สมบูรณ์แบบในการตัดเย็บชุดสูทสำหรับคุณ เริ่มต้นตั้งแต่การวัดตัวและสร้างแพทเทิร์นกระดาษ
ตามแบบที่คุณจินตนาการจากความคิดสร้างสรรค์ พร้อมเนื้อผ้ากว่า 500 ชนิด
ที่ทอขึ้นพิเศษ กระดุมและผ้าซับในที่คุณสามารถใส่ความคิดสร้างสรรค์ตามใจปรารถนาได้ที่ Canali

นัดหมายเพื่อเข้ารับประสบการณ์ Su Misura จาก Canali ได้ที่ชั้น 1 ดิ เอ็มโพเรียม 
โทร. 02-664-7279

500 ชนิดของเนื้อผ้าที่ทอขึ้นชนิดพิเศษ

<<Michael Douglas และ Woody Allen 
คือแฟนตัวยงของ Canali>>

Dior Homme

ภายในห้องทำงานของช่างเทเลอร์ชั้นสูง
ที่อยู่ไม่ไกลจากบูติกบนถนน Avernue Montaigne ห้องตัดเย็บที่อยู่ภายใต้ห้องทำงานของ Kris Van Assche (คริส 
วาน อาร์ช) ที่เหล่าช่างเทเลอร์เรียบเรียงเส้นด้ายสร้างสรรค์ผลงานชุดสูทสำหรับสุภาพบุรุษชิ้นต่อชิ้นจากผลงานที่ถูกสร้างขึ้นบนกระดาษแพทเทิร์นจากการวัดตัวโดยละเอียดของคุณ สร้างสรรค์ชุดสูทที่สามารถปรับรูปร่างของคุณให้กลายเป็นหนุ่ม
ลุคเนี้ยบทันสมัยจาก Dior Homme (ดิออร์ ออมม์)

สอบถามบริการ Savoir-Faire จาก Dior Homme ได้ที่ชั้น M ดิ เอ็มโพเรียม 
โทร. 02-664-8773

Monsieur Dior คือชื่อที่ใช้มาก่อนที่เปลี่ยนเป็น Dior Homme

Aap Rocky, Larry Clark, Rod Paradot, Dylan Roques คือเหล่าบรรดาคนดังจากวงการต่างๆ ที่ได้รับเลือกเป็นนายแบบ โฆษณาแคมเปญประจำฤดูหนาว 2016-17 จาก Dior Homme

Tom Ford

วิสัยทัศน์ด้านแฟชั่นอันเฉียบคมของ Tom Ford (ทอม ฟอร์ด) สะท้อนไว้ในบริการ Made-to-Measure สั่งตัดเฉพาะบุคคลประกอบไปด้วย
คอลเลกชั่นเครื่องแต่งกายตั้งแต่เชิ้ตไปจนถึงชุดสูทอันหรูหราที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องแต่งกายของสุภาพบุรุษอังกฤษในอดีต (Savile Row) ผสาน
รายละเอียดของเครื่องแต่งกายที่สร้างสรรค์โดย
ช่างฝีมือชาวอิตาเลียนที่สามารถมอบเครื่องแต่งกายที่บ่งบอกถึง ‘ตัวตน’ ของผู้สวมใส่ได้อย่างภูมิฐาน ชุดสูทที่เจมส์ บอนด์สวมใส่ในภาค Spectre 
ที่ Tom Ford สร้างสรรค์คือตัวอย่างที่ดีที่สุด!

พบกับประสบการณ์ Made-to-Measure จาก Tom Ford ได้ที่ ชั้น G เซ็นทรัล เอ็มบาสซี โทร. 02-160-5860

Spectre คือภาคที่เจมส์บอนด์
สวมสูท จาก Tom Ford

Ralph Lauren

สิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของ
สุภาพบุรุษจาก Ralph Lauren (ราล์ฟ ลอเรน) คือความหรูหราบวกกับไลฟ์สไตล์แบบอเมริกันที่
ดูสุขุมลุ่มลึก และเพิ่มเอกลักษณ์พิเศษขึ้นไปอีกขั้นด้วยการนำเสนอบริการชุดสั่งตัดพิเศษเพื่อคุณ 
เริ่มจากการวัดตัว และคุณสามารถเลือกผสมรูปแบบและแพรพรรณที่มีให้เลือกมากมายได้ดั่งใจฝันแล้วจึงถูกส่งไปยังห้องทำงานพิเศษ
ที่ประเทศอิตาลี

สอบถามบริการชุดสั่งตัดพิเศษได้ที่ Ralph Lauren Boutique ชั้น G เซ็นทรัล เอ็มบาสซี โทร. 02-160-5720

1967 คือปีกำเนิดของ Ralph Lauren

เมื่อต้องปรากฎกายท่ามกลางพรมแดงเหล่าคนดัง Matt Bomer, Eddie Redmayne, Andy Cohen, Creed จนถึง David Beckham ก็มักเลือกใช้บริการจาก Ralph Lauren

Prada

Prada (พราด้า) นำเสนอบริการชุดสั่งตัดพิเศษตั้งแต่ชุดสูท (2 รูปทรง ได้แก่ คลาสสิกฟิตและสลิมฟิต) โค้ต แจ๊กเก็ต และเชิ้ต (ปกเสื้อ 8 รูปแบบและข้อมือ 
7 รูปแบบ) ด้วยเนื้อผ้าที่มีให้เลือกสรรสำหรับชุดสูทกว่า 300 ชนิด ผ้าสำหรับโค้ตกว่า 30 ชนิดรวมถึงผ้าชั้นสูงอย่างแคชเมียร์ วิคูน่า และผ้าสำหรับตัดเชิ้ตกว่า 230 ชนิดและยังสามารถสร้างสรรค์ลายปักโมโนแกรมได้อีก 6 สี

สอบถามบริการ Made-to-Measure ได้ที่ Prada Boutique ชั้น 1 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี โทร. 02-160-5744

300 ชนิดของผ้าทอ
ขนสัตว์ที่มีให้เลือก

Brioni

ด้วยประสบการณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานเครื่องแต่งกายชายที่มีจุดเริ่มต้นที่กรุงโรม Brioni (บริโอนี) มอบบริการ Su Misura ที่ยังคงปรัชญาทั้ง 5 ของแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วนตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อปีค.ศ. 1945 
การพัฒนาและคงคุณค่าของ
การตัดเย็บเทเลอร์ชั้นสูงที่มีจำนวน
ช่างฝีมือมากกว่า 1,000 คนร่วมกันสร้างสรรค์ชุดสูทจากแพรพรรณ
คุณภาพพรีเมี่ยม เพื่อให้คุณได้เลือกสรรที่ Brioni Boutique 
ทุกสาขาทั่วโลก

นัดเพื่อรับบริการ Su Misura ได้ที่ Brioni Boutique ชั้น G เกษรพลาซ่า โทร. 02- 656-1115

1945 คือปีที่กำเนิด Brioni

Ermenegildo Zegna

จากผ้าขนสัตว์ที่ได้เพาะเลี้ยงและพัฒนาจากฟาร์มเฉพาะเพื่อผลิตเส้นใยที่ใช้ในการสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายสั่งตัดพิเศษที่มี
ให้เลือกมากกว่า 400 ชนิดพร้อมทั้งทีมงานช่างผู้ชำนาญงานมอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับชุดสั่งตัดพิเศษนี้ทำให้บริการ 
Su Misura จาก Ermenegildo Zegna (เออร์เมเนจิลโด 
เซนญา) นั้นพิเศษเฉพาะเหนือใคร

สัมผัสประสบการณ์ครั้งนี้ได้ที่ Ermenegildo Zegna ชั้น M สยาม พารากอน  โทร. 02-610-9355

400 ชนิดของผ้าที่มีให้เลือก

<<คนดังรุ่นเก่าอย่าง Kevin Costner และ 
Ethan Hawke ต่างเป็นลูกค้าประจำของ Zegna>>

Related Post