L’Optimum Smart Fit : Stretch To The Point

การยืดกล้ามเนื้อบางทีก็อาจดูน่าเบื่อแต่ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ วันนี้เรามีคำแนะนำมาฝากสำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพกับ Fitness First คลับสุขภาพอันดับ 1 ของเมืองไทย

Related Post

7 น้ำหอมสำหรับสุภาพบุรุษ ที่จะทำให้ผู้ชายอย่างเราเซ็กซี่ขึ้นเป็นกอง

What Men Should Smell Like

7 น้ำหอมสำหรับสุภาพบุรุษ ที่แฝงความหอมหวานแบบฟลอรัลจากดอกไม้นานาพันธุ์ ความหวานแบบนี้แหละที่ทำให้ผู้ชายอย่างเราเซ็กซี่ขึ้นเป็นกอง

34 perfume

 

1.Killian Moonlight In Heaven

Top: เลมอน เกรพฟรุต

Middle: ข้าวเหนียว มะม่วง และกะทิ

Base: ถั่วทองกา

ปริมาณ 50 มิลลิลิตร ราคา 11,699 บาท

2.Dolce and Gabbana The One Royal Night

Top: กระวาน โหระพา

Middle: นัทแม็ค แพร์ป่า

Base: แอมเบอร์ ไม้จันทน์

ปริมาณ 100 มิลลิลิตร สอบถามราคาที่ร้าน

3.Creed Royal Mayfair

Top: มะนาว ลูกสน

Middle: กุหลาบวินด์เซอร์

Base: ส้ม ยูคาลิปตัส

ปริมาณ 75 มิลลิลิตร ราคา 9,700 บาท

4.John Varvatos Artisan Blu

Top: มะกรูด ลาเวนเดอร์

Middle: ดอกส้ม คลารี เสจ

Base: พิมเสน ลูกสน

ปริมาณ 75 มิลลิลิตร ราคา 2,570 บาท

5.Acca Kappa White Moss

Top: เลมอน มะกรูด

Middle: ลาเวนเดอร์ ไม้สน

Base: กระวาน ไม้จันทน์

ปริมาณ 50 มิลลิลิตร ราคา 1,800 บาท

6.Gucci Guilty Intense

Top: ลาเวนเดอร์ เลมอน

Middle: ดอกส้ม

Base: พิมเสน

ปริมาณ 90 มิลลิลิตร ราคา 2,990 บาท

7.Polo Ralph Lauren Supreme Leather

Top: กระวาน

Middle: หนังสัตว์

Base: น้ำผึ้ง

ปริมาณ 70 มิลลิลิตร สอบถามราคาที่ร้าน

Content by Ronnakorn Rotrattanadumrong, illustration by Kornpat K.

Related Post

ใครว่าเหล่านักกีฬาทั้งหญิงและชายจะมีเซ็กซ์กันก่อนการแข่งขันไม่ได้ มันอาจช่วยเพิ่มพลังให้คุณด้วยซ้ำ

sex is good, sport is great

ตั้งแต่สมัยกีฬาโอลิมปิกโบราณ นักปราชญ์อย่าง Plato (เพลโต) เคยเขียนข้อบังคับไว้ว่า ‘ให้นักกีฬาหลีกเลี่ยงการมีเซ็กซ์ก่อนแข่งขัน’ จนมาถึงช่วง

illustrate 1

ยุคต้นคริสตศักราช นักปราชญ์ Pliny (พลีนี) ที่พูดไว้ว่า “นักกีฬา ที่ดูเอื่อยเฉื่อยเนื่องมาจากการมีเซ็กซ์ก่อนแข่ง” เท่าที่ฟังมา การมีเซ็กซ์ก่อนเล่นกีฬาดูจะมีแต่ข้อเสีย แล้วในยุคที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้อย่างยุคนี้มีความคิดเห็นอย่างไร

ความเชื่อแบบโบราณพยายามบอกกลายๆ ว่าการมีเซ็กซ์  ก่อนแข่งกีฬาทำให้เสียพลังงานไปกับกิจกรรมเข้าจังหวะมากกว่า  การเล่นกีฬา Muhammad Ali (มูฮัมมัด อาลี) ยอมงดการมีเซ็กซ์ 1-2 อาทิตย์ก่อนขึ้นชก เพราะเชื่อว่าจะทำให้เขาเสียสมาธิระหว่างแข่ง ซึ่งวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ออกมาได้ว่า การงดมีเซ็กซ์นานถึง 4-6 อาทิตย์ จะทำให้ตัวนักกีฬามีความดุดัน ก้าวร้าว ซึ่งเหมาะกับกีฬาที่ต้องเข้าปะทะอยู่บ่อยครั้งเช่น มวยหรือฟุตบอล แต่กลับกันควอเตอร์แบ็คจากทีม นิวยอร์ก เจ็ต Joe Namath (โจ เนแม็ต) ซึ่งเป็นนักกีฬา Hall of Fame ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมมีเซ็กซ์นับครั้งไม่ถ้วนก่อนจะลงแข่ง” ซึ่งเขาก็ยังคงเล่นได้ดี นั่นแปลว่าถ้าหากมีเซ็กซ์ในปริมาณที่พอเหมาะและพักผ่อนเพียงพอ มันจะช่วยเร่งการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรง ซึ่งการมีหรือการงดเซ็กซ์  ก็ดูจะมีประโยชน์ที่แตกต่างกันไป

แต่หากเรางดการมีเซ็กซ์นานเกินไป ผลเสียที่ตามมาอาจเป็นความก้าวร้าวที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพเวลาลงเล่น เช่นเข้าสกัดหนัก หรือทำฟาล์วบ่อย และการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ที่น้อยลงจนเกือบจะเท่าเด็กประถม ความจริงการมีเซ็กซ์แบบผู้ชายอย่างเราๆ ใช้แคลเลอรีเท่ากับการเดินขึ้นบันได 2 ชั้น (ประมาณ 100 แคลเลอรี) ทำให้ไม่น่าเป็นปัญหานัก สำหรับ การเล่นกีฬา แต่นักกีฬาอาชีพ สิ่งที่อาจมาพร้อมเซ็กซ์คืองานปาร์ตี้ การกินหรือดื่ม การพักผ่อนไม่เพียงพอ นั่นอาจเป็นเรื่องที่โค้ชและตัวนักกีฬาเองกังวลมากกว่า จึงขอให้ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงเสียดีกว่า และอีกเรื่องที่กลัวกันก็คือหากคุณเกิดทะเลาะกับคู่ของคุณขึ้นมา จิตใจของตัวนักกีฬาเองก็คงย่ำแย่ไปด้วย แต่เอาเข้าจริงๆ การมีเซ็กซ์ก็ดูจะมีประโยชน์มากกว่าโทษ เพราะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนออกมาอย่างปกติ อีกทั้งยังช่วยลดความเครียดก่อนแข่งจากการหลั่งสารเอนโดฟีนในสมอง และยังเป็นยานอนหลับแบบธรรมชาติช่วยให้เราหลับง่าย (เราเชื่อว่าผู้ชายทุกคนก็เป็น)

วิทยาศาสตร์สมัยนี้ยังช่วยไขความกระจ่างไปอีกขั้น ว่าการมีเซ็กซ์ก่อนแข่งกีฬาแทบไม่มีผลต่อกล้ามเนื้อเลย สิ่งที่สำคัญกว่าคือ Mind Set คือถ้าเราเชื่อว่าการมีเซ็กซ์ก่อนแข่งจะทำให้เราเล่นไม่ดี มันก็เล่นไม่ดี ถ้าเราคิดว่าต้องผูกเชือกรองเท้าสองทบและจะปั่นฟรีคิกแม่นขึ้น มันก็จะแม่นขึ้น ร่างกายของเราจะตอบสนองต่อจิตใต้สำนึกมากกว่าการมีปฏิสัมพันธ์ต่อร่างกาย เพราะฉะนั้น ถ้าอยากจะทำกิจกรรมเข้าจังหวะกันจริงๆ ควรจะทำกันตั้งแต่ตอนเย็น แล้วเข้านอนแต่หัวค่ำ แค่นี้ก็โอเคแล้ว แน่นอนว่าโค้ชบางคนในปัจจุบันก็ยังคงให้นักกีฬาของเขางดเซ็กซ์อยู่ เพราะจะควบคุมได้ยากหากคุมทีมเยาวชน เพราะเด็กๆ ที่ฮอร์โมนคุกรุ่นมักจะทำอะไรโดยไม่ทันยั้งคิด ส่งผลให้ตัวโค้ชนั้นปวดหัวไปตามๆ กัน ยิ่งเป็นกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ยิ่งควบคุมยาก เพราะไออุ่นใดก็คงไม่อุ่นเท่ากับไออุ่นที่มาจาก คู่ของเรา (ฮา)

แต่ดูท่าแล้ว นักกีฬาผู้หญิงน่าจะได้ประโยชน์จากเซ็กซ์ไปเต็มๆ (ก็แน่ล่ะ.. ถ้าเจ้าหล่อนจะนอนเฉยๆ ปล่อยเราทำกิจกรรม
เข้าจังหวะเพียงคนเดียว) เพราะกล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอดจะช่วยคลายความตึงของกล้ามเนื้อบริเวณขาและยังเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ อีกทั้งปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายๆ ครั้ง คนเดินเกมรุกก็คือฝ่ายชายทำให้ฝ่ายหญิงประหยัดแรงเข้าไปอีก การถึงจุดสุดยอด ของฝ่ายหญิงยังช่วยให้เจ้าหล่อนรู้สึกผ่อนคลาย เรียกได้ว่าทั้งประหยัดแรงและเป็นเหมือนยาแก้ปวดตามธรรมชาติไปในตัว

ถ้านอกเหนือจากนั้นบรรยากาศแห่งความยินดีก็ดูเหมือนจะช่วยให้กองเชียร์นั้นมีความสุขจนอยากจะมีเซ็กซ์เช่นกัน จากสถิติจากถุงยางยี่ห้อดังเปิดเผยว่าประเทศเกาหลีใต้ที่เป็นเจ้าภาพร่วมกับญี่ปุ่นในช่วงฟุตบอลโลกปีค.ศ. 2002 นั้นถุงยางขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

ดูแล้วการมีเซ็กซ์ก่อนเล่นกีฬาไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายในปัจจุบันตราบใดที่คุณไม่ไล่ทำประตูจนฟ้าเหลืองหรือเข่าอ่อนตั้งแต่หยั่งเท้าลงจากเตียงแล้วละก็… ไม่มีอะไรเสียหาย

Content by Kornpat K.

Related Post

Shaving Essentials จัดการหนวดเคราแบบมืออาชีพ

 

สำหรับสุภาพบุรุษ นอกจากการเลือกสรรเสื้อผ้า เครื่องประดับ น้ำหอม และการดูแลรูปร่างแล้ว การโกนหนวดยังเป็นกิจวัตรประจำวันที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องอาศัยความพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกอุปกรณ์ วิธีการโกน และการรักษาบำรุงสภาพผิวหลังโกนหนวด ถึงกระนั้น บางคราที่การโกนหนวดถูกละเลยและถูกมองเป็นของแถมในกิจวัตรประจำวันในห้องน้ำ ประหนึ่งการสั่งอาหารฟาสต์ฟูดแบบขอไปที โดยที่หารู้ไม่ว่าผลลัพธ์ที่ปรากฏออกมาไม่น่าดูยิ่ง

Barber sharpening razor blade on leather strip, close-up of hands

ลอปติมัมขอนำเสนอความสำคัญของการโกนหนวดผ่านการเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสม ขั้นตอนการโกนที่ effective ตลอดจนวิธีการห้ามเลือดในกรณีที่ถูกใบมีดโกนบาดอีกด้วย

เริ่มจากอุปกรณ์ที่จำเป็น นอกเหนือจากมีดโกนหนวดที่มีหลายชนิดเช่น มีดโกนใบมีดตรง (Straight Razor) และแบบเปลี่ยนใบมีดแล้ว ยังมีแปรงโกนหนวดสำหรับตีโฟม โฟมหรือครีมสำหรับโกนหนวดเพื่อความไหลลื่นและป้องกันจากการถูกใบมีดบาด และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและรูขุมขนหลังจากโกนหนวด (After Shave) อีกด้วย

สำหรับขั้นตอนในการโกน ควรล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเพื่อเปิดรูขุมขนและทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนใบหน้าเสียก่อน ทั้งนี้อาจใช้ผ้าขนหนูแช่น้ำร้อนบิดหมาดๆมาประคบ ตามแบบ Hot Shaving ทำให้เส้นหนวดอ่อนนุ่มและโกนได้ง่าย

หลังจากประคบน้ำอุ่นบริเวณหนวดเคราแล้ว ขั้นต่อไปคือการลงโฟมหรือครีมโกนหนวดที่ตีด้วยแปรงจนเป็นฟองบนใบหน้า เพื่อป้องกันมีดโกนบาด สำหรับตัวมีด หากเป็นแบบเปลี่ยนใบมีด ไม่ควรใช้เกินสอง – สามครั้ง เพราะใบมีดจะไม่คมทำให้ต้องโกนซ้ำๆ และเกิดความระคายเคืองได้ เช่นเดียวกันหากเป็นใบมีดตรง ควรลับมีดด้วยสายหนังลับมีดเสียก่อน

detail of man shaving

เริ่มโกนจากแก้มด้านขวาโดยโกนตามแนวเดียวกับขน ต่อด้วยแก้มด้านซ้าย บริเวณใต้คาง จบด้วยเหนือริมฝีปากและบริเวณคาง

ทิ้งความเชื่อเก่าๆ ที่แนะนำให้คุณล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหลังโกนหนวดไปเสีย ปรับอุณหภูมิเป็นน้ำเย็นแทน เพื่อปิดรูขุมขนและลดอาการระคายเคืองของผิวหนังที่สัมผัสกับใบมีด ตรวจดูว่ามีบาดแผลเลือดไหลหรือไม่บนใบหน้า กระดาษทิชชูเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการห้ามเลือดในกรณีที่ไม่มีดินสอห้ามเลือด (Styptic Pencils) ซึ่งหาซื้อได้ยากพอสมควร (การใช้ปิโตรเลียมเจลก็สามารถห้ามเลือดได้เช่นกัน) หลังจากโกนหนวดเสร็จ ควรลงผลิตภัณฑ์บำรุง (After Shave) เพื่อฟื้นฟูสภาพผิวหน้าและรูขุมขนของเรา

การโกนหนวดไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่ายิ่งการโกนด้วยใบมีดโกนแบบตรง ดังนั้น มีดโกนหนวดแบบเปลี่ยนใบมีดหรือแม้กระทั่งเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าจึงเป็นเพื่อนที่น่ารักของเหล่าสุภาพบุรุษในห้องน้ำ

Have a nice shaving day!

Content by Suwicha, Image From http://www.ticoshaving.com/

Related Post

10 น้ำหอมที่จะช่วยจบปัญหากลิ่นเหงื่อ จากการกรำศึก(นั่งเชียร์)ฟุตบอลยูโร 2016

Nose Hitters

หนึ่งปัญหาหลักของนักกีฬาคือกลิ่นเหงื่อที่เป็นร่องรอยของการกรำศึกหนักในสนามแข่ง นี่คือน้ำหอม 10 ขวดที่จะช่วยแก้ปัญหานั้น

Perfum 33

  1. Jo Malone Nashi Blossom Cologne ขนาด 30 มิลลิลิตร ราคา 2,650 บาท
  2. EAU DE LACOSTE L.12.12 ENERGIZED ขนาด 100 มิลลิลิตร ราคา 3,950 บาท
  3. Armani Code PROFUMO ขนาด 60 มิลลิลิตร ราคา 4,200 บาท
  4. ETERNITY summer Calvin Klein for men ขนาด 100 มิลลิลตร ราคา 3,000 บาท
  5. Yves Saint Laurent La Nuit de l’Homme ขนาด 100 มิลลิลิตร สอบถามราคาที่ร้าน
  6. DKNY Original Men Summer Limited Edition ขนาด 100 มิลลิลิตร ราคา 2,600 บาท
  7. DAVIDOFF HORIZON ขนาด 125 มิลลิลิตร ราคา 3,900 บาท
  8. Diptyque Do Son ขนาด 100 มิลลิลิตร ราคา 4,700 บาท
  9. BOSS BOTTLED UNLIMITED ขนาด 100 มิลลิลิตร ราคา 4,250 บาท
  10. BVLGARI Eau Parfumée au thé noir ขนาด 75 มิลลิลิตร สอบถามราคาที่ร้าน

Related Post

เบอร์เบอรี่เปิดบทใหม่ของตำนานเทรนช์โคทสุดคลาสสิกด้วยน้ำหอม Mr. Burberry

Mr. Burberry, The New Scent of Gentleman

เบอร์เบอรี่เปิดบทใหม่ของตำนานเทรนช์โคทสุดคลาสสิกด้วยน้ำหอม Mr. Buberry กลิ่นที่จะสร้างความหมายใหม่ให้กับสุภาพบุรุษ

MR_BURBERRY_CREATIVE_PACKSHOT

ต้นกำเนิดของเทรนช์ โคท เอกลักษณ์ของเบอร์เบอรี่ซึ่งเป็นที่กล่าวขานถึงทั้งในแง่ของความดั้งเดิม ความสวยงาม และการใช้งานที่คล่องตัวทนทาน เห็นจะต้องย้อนกลับไปยังปี ค.ศ. 1856 เมื่อโธมัส เบอร์เบอรี่ ก่อตั้งแบรนด์ขึ้นพร้อมกับเนื้อผ้าชนิดใหม่ที่กันฝน นำมาตัดเย็บเป็นเทรนช์ โคท ซึ่งโด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน

ในปีนี้ เบอร์เบอรี่เปิดตัว Mr. Burberry น้ำหอมที่ผนวกเอาความทันสมัยและคลาสสิกไว้ด้วยกันภายใต้กลิ่นอายของมหานครลอนดอน เพื่อตอกย้ำตำนานเทรนช์โคทอันโด่งดัง ราวกับจะประกาศว่า สุภาพบุรุษมีสไตล์แบบเบอร์เบอรี่ นอกจากจะสวมใส่เสื้อผ้าชั้นดีตัดเย็บประณีตแล้ว ยังดูแลตัวเองถึงภายใน ตั้งแต่หัวจรดเท้า เรียกได้ว่า คงความทันสมัยแต่ไม่ทิ้งรากแบบลอนดอนไว้ครบทุกกระเบียดนิ้ว

เพื่อสื่อถึงแนวคิดอันซับซ้อนนี้ คริสโตเฟอร์ เบลี่ย์ นักออกแบบและผู้บริหารของเบอร์เบอรี่ได้จับมือกับ สตีฟ แมคควีน ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ จัดทำภาพยนตร์โฆษณา โดยดึงเอาชาวอังกฤษรุ่นใหม่อย่าง จอช ไวท์เฮ้าส์ และแอมเบอร์ แอนเดอร์สัน มาร่วมแสดง ผ่านภาพและองค์ประกอบศิลป์อันดุดันแต่เย้ายวน สตีฟถ่ายทอดบรรยากาศของกรุงลอนดอนผ่านทัศนียภาพและนัยน์ตาสื่อความหมายจากสองนักแสดงที่รับบทเป็นคู่รัก (ชั่วคราว ? )

เตรียมครอบครองความเป็นสุภาพบุรุษแบบลอนดอนได้ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน 2559 เป็นต้นไป

ปริมาณ 150 มิลลิลิตร ราคา 4,700 บาท

ปริมาณ 100 มิลลิลิตร ราคา 3,900 บาท

ปริมาณ 50 มิลลิลิตร ราคา 2,700 บาท

 Content by Ronnakorn R.

Related Post

รสชาติอาหารที่คุณทานเข้าไปนั้น สามารถบอกอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด

4 รสชาติอาหารที่บ่งบอกถึงตัวคุณ

ในชีวิตประจำวัน มนุษย์เราทุกคนต้องรับประทานอาหารในการดำรงชีวิต ไม่ว่าอาหารที่คุณรับประทานนั้นจะมีหน้าตาหรือรสชาติยังไง แต่คุณทราบหรือไม่ว่า รสชาติอาหารที่คุณได้ลิ้มรสไปนั้นมันได้บอกอะไรในตัวของคุณบ้าง

1.รสหวาน สำหรับผู้ที่ชอบในรสหวานนั้น เป็นคนที่จิตใจดี ใจบุญ ทั้งยังมีความร่าเริงสดใส แต่ในบางครั้งก็ดูเวอร์เกินไปเสียหน่อย โดยมีความชอบส่วนตัวในเรื่องกีฬาและเสียงเพลง และในส่วนของเรื่องความรักนั้น ก็เป็นคนที่รักคนง่ายหน่ายเร็ว แต่ถ้าได้รักใครจริงจังแล้วก็จะรักจริงและยังเป็นคนที่ขี้หึงมากๆ และที่สำคัญเป็นคนที่โลเล ไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวเองขาดความมั่นใจ

2.รสเค็ม สำหรับคนที่ชื่นชอบรสชาตินี้ มักจะเป็นคนที่ขี้เหนียว อยากได้อะไรที่ไม่ต้องลงทุน หรือถ้าหากได้ไปทานอาหารกับคนที่ชอบรสชาติที่เค็มเหมือนกันก็พูดได้เลยว่า มื้อนี้อย่างหวังว่าเราจะจ่าย ส่วนเรื่องนิสัยส่วนตัวก็เป็นคนที่ ขยันขันแข็ง เก่งทำงาน เก่งเก็บเงิน แต่งตัวธรรมดาแต่งตัวแบบเดิมๆซ้ำๆ เพราะเป็นคนที่ไม่ค่อยแคร์สื่อหรือรูปลักษณ์ภายนอกสักเท่าไหร่ และยังมีนิสัยที่ไม่กล้าแสดงออกมีบ้างปากแข้งไม่กล้าที่จะพูดออกไป แต่คนที่ชอบรสชาติเค็มนั้นก็เป็นคนที่รับความสงบไม่ยุ่งหรือสุงสิงกับใคร

3.รสเปรี้ยว และสำหรับคนที่ชอบทานอาหารที่มีรสเปรี้ยวนั้นก็บอกได้เลยว่า เป็นคนที่เข้าสังคมได้ง่ายคบได้กับคนทุกระดับ และด้วยความที่ชื่นชอบออกงานและเข้าสังคมง่ายจึงทำให้คนที่ชอบรสชาติเปรี้ยวนั้นเป็นคนที่พูดเก่งเป็นคนช่างพูด และเป็นคนที่หาเงินเก่งแต่ก็ใช้เงินเก่งไม่แพ้กัน แต่ก็ยังพอที่จะเก็บเงินได้ในบางส่วน และข้อเสียของคนที่ชอบรสเปรี้ยวนั้นก็คือ ชอบทำงานหลายๆอย่างในเวลาเดียวกันจึงไม่ค่อยได้งานที่เป็นชิ้นเป็นอันสักเท่าไหร่ และงานที่ชอบนั้นก็ไม่ออกแรงเยอะ เพราะรสชาตินี้เป็นคนที่รักความสบาย

4.รสเผ็ด และมาถึงรสชาติสุดท้ายคือ รสเผ็ด คนที่ชอบรสชาตินี้เป็นคนที่ มีอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย โกรธง่ายหายเร็ว ปากร้ายใจดี และเป็นคนที่มีการตัดสินใจที่เด็ดขาดคำไหนคำนั้น ยังเป็นคนที่ฉลาดรู้ทันคน ข้อดีของคนที่ชอบรสชาตินี้ ก็คือมีความอดทนมานะสูง  มีความเพียรพยายามตั้งใจทำสิ่งไหนก็จะมุ่งมั่นทำให้สำเร็จ และรสชาติยังเป็นคนรักอิสระ ไม่ชอบอยู่ใต้การบังคับของใคร เรื่องความรักนั้นถ้าได้รักใครแล้วก็จะทุ่มเท่สุดหัวใจกันเลยทีเดียว

Content by Thachakorn Meeprasert

Related Post

Kilian Hennessy สุภาพบุรุษชาวฝรั่งเศสผู้หลงใหลในกลิ่นหอมและเป็นเจ้าน้ำหอม Kilian

The Scent of Luxury

เป็นเวลาประมาณ 4 โมงเย็น และกองบรรณาธิการลอปติมัมก็เดินทางมาถึงโรมแรม เดอะ เพนนินซูล่า กรุงเทพ เพื่อพูดคุยกับคิลเลี่ยน เฮนเนสซี (Kilian Hennessy) สุภาพบุรุษชาวฝรั่งเศสวัย 44 ปี ผู้หลงใหลในกลิ่นหอมและเป็นเจ้าของแบรนด์น้ำหอม คิลเลี่ยน (Kilian) ที่สร้างชื่อด้วยกลิ่นอันซับซ้อนมีเอกลักษณ์ และบรรจุภัณฑ์ที่หรูหรา

0184 w1

จากนามสกุลเดาได้ไม่ยากว่า สุภาพบุรุษคนนี้เป็นทายาทของตระกูลเฮนเนสซี เจ้าของคอนยัคเลื่องชื่อจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของเครือ LVMH ซึ่งประกอบไปด้วยหลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) ดิออร์ (Dior) โมเอต์ แอนด์ แชนดอน (Moët & Chandon) เฮนเนสซี (Hennessy) บูลการี (Bvlgari) ฯลฯ แม้จะคุ้นเคยกับความหรูหราของน้ำหอมดิออร์ที่บิดาและมารดาใช้เป็นประจำ แต่ก้าวแรกสู่โลกน้ำหอมของคิลเลี่ยนเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขากำลังศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยซอร์บอน ณ กรุงปารีส  คิลเลี่ยนใช้เวลาหลายเดือนศึกษาเรื่องราวในโลกของกลิ่น   อันพิถีพิถันเพื่อประกอบการทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “สัญญะ  ของกลิ่น” ภายหลังจบการศึกษาคิลเลี่ยนเข้าฝึกงานกับช่าง  ทำน้ำหอมชื่อดังตามห้องเสื้อชั้นนำอย่างจอร์จิโอ อาร์มานี (Giorgio Armani) อเล็กซานเดอร์ แมคควีน (Alexander Mcqueen) เป็นต้น จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2007 คิลเลี่ยน  เปิดตัวน้ำหอมคอลเลกชั่นแรกในร้านของตัวเอง ณ กรุงปารีส

FU7A0994 w1

กลิ่นแบบ Kilian

กลิ่นน้ำหอมที่คุณเลือกใช้สะท้อนตัวตนของคุณ ถ้าคุณเลือกใช้น้ำหอมจากห้องเสื้อใหญ่ๆ อย่าง Dior หรือ Chanel คุณก็อาจปลอดภัยหน่อย ผมหมายถึง คิดดูสิ ถ้าคนถามว่า คุณใช้น้ำหอม อะไรแล้วคุณตอบว่า Chanel ก็ถือว่าผ่าน ชั้นยอดอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณใช้ Kilian คนอาจจะถามกลับว่า ‘คิลเลี่ยนอะไรนะ?’ แต่ก็นั่นแหละครับ Kilian มีน้ำหอมกว่า 30 กลิ่นซึ่งขวดเหมือนกันหมด เมื่อคุณไปที่ร้านของเราพนักงานอาจถามว่า คุณอยาก ได้กลิ่นแบบไหน และพยายามเลือกมา 2-3 กลิ่นให้คุณลอง และถ้าคุณชอบ มันก็จะกลายเป็นกลิ่นประจำตัวของคุณ Kilian ในแบบของคุณ น้ำหอมส่วนใหญ่ขายผ่านตัวแทนจำหน่าย เช่น เซโฟร่า (Sephora) คุณเดินไปในร้าน มองหาชั้นที่เขียนว่า ‘New’ แต่ละแบรนด์จึงต้องทำน้ำหอมที่เข้าใจง่ายที่สุด ให้คุณติดใจอย่างรวดเร็ว เพราะลูกค้าคงไม่อยากยืนบื้ออยู่หน้าชั้นเป็นเวลานาน แต่คิลเลี่ยนไม่ใช่แบบนั้น น้ำหอมของเรามีความซับซ้อน ซึ่งเป็นผลจากวัตถุดิบมากมายที่เราปรุงรวมกันอย่างสอดคล้อง เป็นกลิ่นที่ต้องใช้เวลาเข้าใจมันพอสมควร

น้ำหอมของคุณซับซ้อน แต่ชื่อกลับเข้าใจง่าย

ใช่ครับ เข้าใจง่าย แต่ไม่ได้เรียบง่ายเลย น้ำหอม 2 ตัวล่าสุดจาก Chanel ขวดหนึ่งชื่อ แบล็ค (Black) อีกขวดชื่อ บลู (Blue) เห็นไหมครับ แต่ก็นั่นแหละ ที่ชื่อของน้ำหอม Kilian เข้าใจง่ายก็เพราะผมเชื่อว่า น้ำหอมเป็นเรื่องของอารมณ์ ผมจึงต้องการชื่อที่เมื่อได้ยินแล้วก็อาจเกิดความรู้สึกต่างๆ นานา เช่น Good Girl Gone Bad เป็นต้น

คอลเลกชั่นต่าง ๆ

น้ำหอมคอลเลกชั่นแรกของผมคือ L’Œuvre Noire ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากวรรณคดีและกวีนิพนธ์ฝรั่งเศส พอมาคอลเลกชั่นที่สอง Arabian Nights ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวรรณคดีอาหรับ มีอยู่วันหนึ่ง มีลูกค้าเดินเข้ามาในร้านและ ถามหาน้ำหอมที่สดชื่นและเบาบาง ซึ่งไม่ใช่สไตล์ของเราเลย จากนั้นผมเริ่มคิดว่า เราควรพัฒนาน้ำหอมที่สดชื่นและเบาบาง และผมก็นึกถึงเอเซีย เพราะเมื่อคุณพูดถึงเอเซีย คุณจะนึกถึงความสงบ สมดุล บริสุทธิ์ และนั่นก็เป็นที่มาของ Asian Tales ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากนิทานพื้นบ้านของญี่ปุ่น ขวดล่าสุดซึ่งจะวางขายเดือนมิถุนายนคุณจะต้องสนใจ เพราะได้แรงบันดาลใจมาจากข้าวเหนียวมะม่วงของประเทศไทย

แม้น้ำหอมเบาบางอย่าง Asian Tales ก็ซับซ้อน?

ถ้าผมจะตอบว่าไม่ก็อาจไม่ถูกต้องนัก ไลท์เพอร์ฟูม (Light Perfume) น้ำหอมเบาบางอาจไม่ซับซ้อน บางประเภทอาจจะไม่มี ดรายดาวน์ (Dry-Down) หรือกลิ่นที่จะค้างอยู่ แต่น้ำหอม เบาบางของเราจะมีดรายดาวน์อย่างหญ้าแฝกหรือไม้กฤษณาซึ่งจะเพิ่มความซับซ้อนได้อย่างดี

ความแตกต่างระหว่างวัตถุดิบสังเคราะห์และวัตถุดิบธรรมชาติ

ก่อนอื่นเลยคุณจะต้องเข้าใจว่า ไม่มีน้ำหอมขวดไหนทำจากวัตถุดิบธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนที่สองที่คุณจะต้องรู้คือ ส่วนผสมธรรมชาติอาจเป็นจุดกำเนิดของน้ำหอม แต่หลังศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา น้ำหอมชื่อดังล้วนต้องขอบคุณกลิ่นสังเคราะห์ ถ้าไม่มีกลิ่นสังเคราะห์เราก็ไม่มีกลิ่นชาลิมาร์ (Shalimar) จาก เกอร์แลง (Guerlain) ชาลิมาร์เป็นขวดแรก ที่ใช้กลิ่นวานิลลาสังเคราะห์ ชาแนล นัมเบอร์ไฟว์ (Chanel No. 5) ใช้กลิ่นสังเคราะห์ที่ให้กลิ่นคล้ายสบู่ ซึ่งช่วยหนุนกลิ่นดอกไม้ มันไม่ใช่ว่า น้ำหอมกลิ่นสังเคราะห์จะมีคุณภาพด้อย แต่หากคุณใช้น้ำหอมที่มีแต่ส่วนผสมจากธรรมชาติ น้ำหอมของคุณจะมีคุณภาพต่ำ เพราะกลิ่นธรรมชาติอาจไม่คงทน และเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเจอสภาพอากาศหรือปัจจัยอื่น ทุกวันนี้ เรามีนวัตกรรมอย่างเฮดสเปซ (Headspace) เป็นเครื่องที่สามารถดักจับกลิ่นและแปรออกมาเป็นสูตรได้

Headspace

เฮดสเปซพัฒนาขึ้นเมื่อประมาณปี 1980 เป็นเครื่องที่ใช้ดักจับกลิ่นและคำนวณเป็นสูตรให้ช่างทำน้ำหอมสามารถปรุงกลิ่นขึ้นใหม่ตามสูตร เครื่องเฮดสเปซมีลักษณะเป็นแก้วยอดกลม ใช้ครอบวัตถุที่ส่งกลิ่น เช่น ดอกไม้ อาหาร ฯลฯ จากนั้นเครื่อง ก็จะดูดกลิ่นและผ่านกรรมวิธีดักจับต่างๆ ให้ผลลัพธ์เป็นสูตรเพื่อนำไปสร้างกลิ่นได้ใหม่ตามกลิ่นเดิม ปัจจุบันโรงงานน้ำหอม ล้วนใช้เครื่องนี้เป็นส่วนสำคัญในการผลิตกลิ่น

น้ำหอมมีเพศไหม

โชคร้ายที่ผมถูกฝึกมาว่า กลิ่นกุหลาบสำหรับผู้หญิง กลิ่นลาเวนเดอร์สำหรับผู้ชาย กลิ่นการ์ดีเนียสำหรับผู้หญิง กลิ่นไม้ สำหรับผู้ชาย ซึ่งผิดทั้งหมดเวลาผมสร้างกลิ่นใหม่ผมจึงพยายาม ที่จะไม่คิดถึงเรื่องเหล่านี้ ผมจะเพียงคิดว่า ต้องปรุงน้ำหอมที่สวยงามที่สุด ที่สร้างสรรค์ที่สุด หรูหราที่สุด ถ้าผลลัพธ์สุดท้าย กลิ่นจะออกไปทางผู้หญิงหรือทางผู้ชายก็สุดแท้แต่ตัวมันการไม่คิดถึงเรื่องเพศช่วยให้คุณคิดได้อย่างเป็นอิสระ

ความหรูหรา

ความหรูหราในความหมายของผมประกอบไปด้วยสองคุณลักษณะหนึ่งคือความคงทน คือคุณภาพของสิ่งของ ผมเชื่อว่า ความหรูหราเกิดขึ้นเมื่อคุณสามารถส่งต่อวัตถุนี้ไปให้รุ่นต่อๆ ไปได้ กลายเป็นมรดก ซึ่งการที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งจะเป็นมรดก  จะต้องอยู่คงทนด้วย อีกประการคือความเฉพาะของมัน   กล่าวคือ ของสิ่งนี้มีเฉพาะกลุ่มนี้เท่านั้นที่ใช้ หาได้เฉพาะ    ที่นี่ ถ้าคุณมีในครอบครอง คุณก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม เฉพาะกลุ่มนี้ สองประการนี้ประกอบกันเป็นความหรูหรา

แนวคิดเรื่อง Eco-Luxe

เลยเป็นที่มาของอีโค-ลุกซ์ (Eco-Luxe) เป็นแนวคิดที่พัฒนาขึ้นมาตามความต้องการให้น้ำหอมของเราอยู่คงทนไปตลอด เริ่มจากขวด ขวดน้ำหอมของผมสามารถนำมาเติมได้ เพราะฉนั้น คุณจะไม่ต้องเปลี่ยนขวดเลยหากไม่เปลี่ยนกลิ่น ส่วนกล่องนั้นทำอย่างดี คุณสามารถใช้เป็นกระเป๋า กล่องใส่บุหรี่ หรือกล่องใส่เครื่องเพชร ได้ทั้งนั้น คือทุกสิ่งของ Kilian อยู่คงทนและนำไป ใช้ในรูปแบบที่คุณต้องการได้หมด

คุณคิดว่า ความหรูหราเป็นภาระที่คุณต้องแบกรับในฐานะทายาทเครือธุรกิจลักชัวรี่หรือไม่

ไม่เลยครับ ไม่เลย เป็นความชอบของผมอย่างเดียว

Related Post

10 ประเภทของกาแฟ ที่สามารถบอกถึงนิสัยของคนคอกาแฟที่ชอบดื่มได้เป็นอย่างดี

   กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก บางคนถึงกับติดกาแฟจนต้องดื่มทุกวัน ถ้าวันไหนไม่ได้ดื่มจะมีอาการหงุดหงิด ปวดหัวกันเลยทีเดียว กาแฟนั้นมีให้คุณได้เลือกดื่มมากมายหลากหลายรสชาติ แต่จะมีสักกี่คนที่ดื่มกาแฟนแล้วรู้ว่ากาแฟที่คุณดื่มทุกวันนั้นมันบ่งบอกอะไรในความเป็นตัวคุณบ้าง

shutterstock_74233393

1.เอสเพรสโซ่ มีรสชาติเบาบางของกาแฟ และได้สัมผัสกลิ่นที่หวามหวาน บ่งบอกว่าคุณคนที่อัธยาสัยดีปรับตัวเข้ากับสถานการณ์รอบข้างได้เก่ง

2.ดับเบิลเอสเพรสโซ่  กาแฟรสชาติเข้มข้น ที่บอกลักษณะของคุณว่าคุณเป็นคนประเภทเอาจริงเอาจัง ขยัน ชอบทำงานและแข็งแกร่งต่อปัญหาและอุปสรรคทุกอย่าง

3.ทริปเปิลเอสเพรสโซ่ มีรสชาติที่เข้มข้นเป็นพิเศษ กาแฟแก้วนี้จะบอกถึงความกระตือรือร้น และเป็นคนย้ำคิดย้ำทำตื่นตัวตลอดเวลา

4.มอลค่า แม้จะไม่ค่อยมีคนชอบในรสชาติสักเท่าไหร่ แต่มันก็ยังบ่งบอกว่าคุณเป็นคนรักความสนุก และมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดี

5.ลาเต้ ได้ว่าว่าคุณนั้นเป็นคนช่างคิด แต่ไม่มีความเด็ดขาดในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย คุณจะไม่ค่อยกล้าที่จะตัดสินใจสักเท่าไหร่ เป็นคนประเภทปลอดภัยไว้ก่อน

6.คาปูชิโน่ กาแฟนแก้วนี้ได้ทายว่า คุณเป็นคนอบอุ่น แต่ไม่ค่อยระมัดระวังตัว เป็นคนโก๊ะๆที่แบบต้องคอยมีเพื่อนเตือนตลอดให้เช็ดครีมที่เลอะปากหลังจากดื่มกาแฟทุกครั้ง

7.มัคคิอาโต คุณเป็นคนค่อนข้างหัวโบราณและรักนวลสงวนตัว และเวลาดื่มกาแฟมัคคิอาโตนั้นก็จะมีฟองนมติดบริเวณริมฝีปากเหมือนหนวดดีๆนี่เอง

8.กาแฟเย็น แก้วนี้ที่คุณหลงใหลในการดูดกาแฟผ่านหลอดนั้นบอกว่าคุณเป็นคนเปิดเผยจริงใจ กล้าแสดงออก และรักความเป็นอิสระสุดๆ

9.อเมริกาโน่ คุณเป็นคนใจเย็นและค่อนข้างมีเหตุผลชอบใช้ชีวิตง่ายๆสบายๆไม่เรื่องมาก

10.เฟรปปูชิโน่ ชี้ว่าคุณเป็นคนที่อารมณ์ดี และค่อนข้างมีพลังในชีวิต

      ทั้งหมดนี้เป็นกาแฟที่ได้รับความนิยมดื่มกันในชีวิตประจำวัน สำหรับคอกาแฟตัวจริงที่ได้ลองอ่านมาลองดูกันว่ากาแฟแต่ละรสชาติบอกนิสัยได้ตรงกับชีวิตของคุณขนาดไหน

Content by Thachakorn Meeprasert

Related Post

วันนี้เรามีวิธีทำพิซซ่าภายใน 15 นาที แล้วคุณจะรู่ว่าไม่ใช่เรื่องยากเลยจริงๆ

15 minutes pizzaria

พิซซ่าใครว่าทำยาก? วันนี้เรามีเคล็ดลับแสนง่ายแต่ได้ผลจริงจัง จะทำกินเองเวลาไม่อยากออกจากบ้านก็สะดวก จะทำเลี้ยงเพื่อนๆ เป็นของว่างก็ไม่เลว

1200

พิซซ่าเป็นหนึ่งในอาหารที่นิยมบริโภคที่สุดในโลกก็ว่าได้ เมื่อปีที่แล้วเพิ่งกำเนิดเทรนด์ ‘เดินกินพิซซ่า’ ขึ้นในนิวยอร์กโดยเหล่านิวยอร์กเกอร์จะเดินถือพิซซ่าชิ้นโตในจานกระดาษด้วยความเร่งรีบไปทำงาน นอกจากนั้นพิซซ่ายังหาทานง่าย ราคาไม่แพง รสชาติถูกปาก เป็นแหล่งคุณค่าทางอาหารมีทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน (ถ้าคุณไม่ปฏิเสธให้ใส่ผักในพิซซ่า) ครบถ้วน ซึ่งคนหลายคนมักคิดว่าการทำพิซซ่าเป็นเรื่องยุ่งยาก นอกจากจะไม่มีเตาถ่านแล้ว ความสามารถทางด้านการร่อนแป้งก็เตี้ยติดดิน เราอยากจะบอกคุณว่า “ไม่เป็นไร” เพราะวันนี้ เราจะนำเสนอวิธีการทำพิซซ่าอย่างง่ายชนิดที่คนที่ทำเป็นแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังทำได้ และใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น!

วัตถุดิบ

• พาสลีย์สับ 1 ช้อนโต๊ะ

• กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ

• น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ

• มะเขือเทศบดละเอียด 1/4 ถ้วย

• ซอสมะเขือเทศ 1/4 ถ้วย

• เกลือ 1/8 ช้อนชา

• พริกไทยป่น 1/8 ช้อนชา

• ออริกาโน 1/8 ช้อนชา • น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ

• แผ่นตอติยา 3-4 แผ่น

• มอสซาเลลาชีส 100 กรัม

• พาเมซานหรือเชดด้าชีส 50 กรัม

• มะเขือเทศ ร็อคเก็ต และ ปาร์มาแฮมตามใจชอบ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

วิธีทำซอส

• ตั้งเตาโดยใช้ไฟปานกลาง ผัดกระเทียม จนเหลืองหอมใส่มะเขือเทศบดละเอียดและ ซอสมะเขือเทศลงไป ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยป่น ออริกาโน และเติมน้ำเปล่า เล็กน้อย ปิดไฟ เสร็จแล้วพักใว้ วิธีการทำพิซซ่า

• แป้งตอติยา 1 แผ่น จากนั้นทาให้ทั่วด้วย ซอสพิซซ่า โรยชีสที่เตรียมใว้ ตามด้วย ปาร์มาแฮมและมะเขือเทศฝานนำเข้าเตาอบ
โดยใช้ความร้อน 210 องศาเซลเซียส ประมาณ 6 นาที นำออกจากเตาอบ โรยร็อคเก็ต พร้อมเสิร์ฟ

Related Post