บรรยากาศการเดินทาง L’Officiel Fashion Destination Presents Ashi กับ Etihad Airways

สำหรับทริป L’Officiel Fashion Destination Presents Ashi ในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณ Etihad Airways สายการบินแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งได้รับรางวัลมากมายที่สะท้อนความเป็นสายการบินระดับแนวหน้าของเรา รวมถึงรางวัลการท่องเที่ยวโลกที่มอบให้เราเป็น “สายการบินชั้นนำของโลก”

 

Related Post

ทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปะและรสชาติอาหารระดับมิชิลินสตาร์

Mugaritz Comes to Bangkok

อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้รักอาหารมิชิลินสตาร์ The House on Sathorn ร่วมมือกับน้ำดื่มระดับโลก San Pellegrino และ Acqua Panna พาเชฟระดับสองดาว Andoni Luis Adruiz บินตรงมาจากประเทศสเปน เพื่อเตรียมรังสรรค์คอร์สมื้อค่ำสุดพิเศษเป็นเวลาแค่ 2 ค่ำคืน 

ร้านอาหาร Mugaritz ของเชฟ Andoni ตั้งอยู่ในประเทศสเปน ได้รับมิชิลิน 2 ดาวและติดอันดับ 9 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลกประจำปีนี้

สำหรับแฟนๆ ชาวไทยที่รักการกินดื่ม เชฟจะรังสรรค์ดินเนอร์ 13 คอร์สในสไตล์ Techno-emotional Spanish ผสานต้นตำรับอาหารสเปนอันเลื่องลือ เข้ากับจินตนาการร่วมสมัย ประหนึ่งยกห้องอาหาร Mugaritz มาไว้ที่กรุงเทพมหานครกันเลยทีเดียว 

เชฟจะมาปรุงอาหาร ณ The House on Sathorn โรงแรม W Bangkok ในวันที่ 8-9 ธันวาคม พ.ศ. 2560 เวลา 19:30 ราคา 11,500++ บาท สำรองที่นั่งได้แล้ววันนี้ที่ http://bit.ly/mugaritz-online และ http://www.thehouseonsathorn.com/en/mugaritz (ที่นั่งมีจำนวนจำกัด)

Related Post

พาชมเบื้องหลังศิลปะที่งดงามประณีตที่สุดที่ชาวไทยจะทำให้พ่อหลวงของเราเป็นครั้งสุดท้าย

กาลเวลาเดินผ่านไปไม่หยุด และเราก็มาถึงช่วงสุดท้ายก่อนจะถึง งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ลอปติมัมจึงขอนำภาพบรรยากาศความร่วมมือเบื้องหลังกว่าจะมาเป็นราชรถและพระยานมาศอันงดงาม ณ โรงราชรถ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร รวมถึงนิทรรศการการจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจของคนไทยในการรังสรรค์ผลงานเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์

หนึ่งในศิลปะที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ก็คือราชรถและราชยานที่ทั้งเป็นการบูรณปฏิสังขรณ์และจัดสร้างขึ้นใหม่ ณ โรงราชรถของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร ซึ่งในวันที่ลอปติมัมได้มีโอกาสเข้าไปเก็บภาพ เราก็ได้เห็นความร่วมมือของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ รวมถึงประชาชนจิตอาสาทั่วไปที่พร้อมจะเรียนรู้ศิลปกรรมไทยด้านต่างๆ เพื่อร่วมเป็นส่วนเล็กๆ ของพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่นี้

 

และส่วนบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวงนั้นแบ่งออกเป็นส่วนๆ โดยส่วนของสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศรวมถึงประติมากรรมประดับพระเมรุมาศนั้น ณ วันที่ลอปติมัมได้มีโอกาสเข้าไปชมใกล้ๆได้เสร็จสมบูรณ์ไปกว่า 90% แล้ว ส่วนพื้นที่ที่เหลือนั้นได้ถูกดัดแปลงเป็นพื้นที่นิทรรศการพระราชประวัติและโครงการพระราชดำริของพ่อหลวงตลอดช่วงเวลาแห่งการครองราชย์ ได้แก่ แปลงนาข้าวพันธุ์จากโครงการหลวงที่จะพร้อมใจกันออกรวงเป็นสีทองในวันพระราชพิธีฯข้างกันมีบ่อแก้มลิง ฝายน้ำล้น แปลงหญ้าแฝก เครื่องกลเติมอากาศ และกังหันน้ำชัยพัฒนาที่ช่วยเกษตรกรชาวไทยมาตลอด นอกจากนั้น ยังมีนิทรรศการสัมผัสและจิตรกรรมฝาผนังบนพระที่นั่งทรงธรรมเล่าเรื่องโครงการพระราชดำริ ซึ่งนิทรรศการเหล่านี้จะเสร็จสมบูรณ์และงดงามที่สุดในงานพระราชพิธีฯ และจะเปิดต่อไปอีก 30 วันให้บุคคลทั่วไปได้มีโอกาสเข้ามารำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของท่านจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้

Related Post

เมื่ออดีตสำนักโมดิฟายจากสวีเดนปล่อยอาวุธมางัดกับ Tesla ในศึกพลังงานทางเลือก

A Tesla Killer

เมื่อแบรนด์รถยนต์ที่เคร่งขรึม ขายเรื่องความปลอดภัยอย่าง Volvo ได้เวลากลับมาสร้างความสดใหม่ ทิ้งภาพลักษณ์ดีไซน์รถทรงเหลี่ยมหน้าตาไม่เป็นมิตรไว้แค่ปลายยุค ’90s

เป็นเวลาอันเหมาะสมที่ผู้ผลิตรถจากสวีเดนจะพร้อมต่อกรกับ Tesla รถไฟฟ้าแบรนด์ที่ Elon Musk มหาเศรษฐีสร้างขึ้นบนพื้นฐานเดียวกันนี้ Volvo ได้นิยามว่าเป็นเสมือนแบรนด์ลูก ซึ่งชื่อนี้อาจจะเป็นที่คุ้นเคยเพราะ Volvo เคยใช้มาก่อนหน้าสำหรับรถสมรรถนะสูงเฉกเช่นเดียวกันกับที่ Mercedes Benz สร้าง AMG

ช่วงกลางปีที่ผ่านมา Volvo ได้ให้กำเนิด Polestar เพื่อเป็นแบรนด์รถพลังงานทางเลือกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งแบบรถยนต์ไฟฟ้าของแท้อย่าง EV และรถยนต์กึ่งไฟฟ้าแบบ Hybrid 

โดยล่าสุดเผยโฉมพี่คนโตอย่าง Polestar 1 รถสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู ที่ทั้งหรูหรา และเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะแรงขั้นสุดด้วยแรงม้ากว่า 600 ตัว พร้อมแรงบิดกว่า 1,000 นิวตันเมตร ภายใต้เครื่องยนต์แบบไฮบริด 4 สูบ ขนาด 2,000 ซีซี ที่มีหน้าที่ขับกำลังสู่ล้อคู่หน้า และได้เครื่องยนต์แบบมอเตอร์ไฟฟ้ามาทำหน้าที่ขับเคลื่อนกำลังสู่เพลาหลัง ซึ่งสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าขับได้ไกลถึง 150 กิโลเมตร (มากที่สุดในรถกลุ่มไฮบริดในตลาด) Polestar พร้อมขึ้นสายการผลิตในโรงงานใหม่ของ Volvo ที่เมืองเฉินตู ประเทศจีน ราวปีค.. 2019

ซึ่ง Volvo ไม่ได้หวังสร้าง Polestar มาเพื่อแย่งส่วนแบ่งการตลาดรถไฟฟ้าจาก Tesla เท่านั้น แต่ทางแบรนด์มองไกลไปขนาดที่หวังเจาะตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างประเทศจีน ที่ได้เริ่มสร้างโครงข่ายสถานีชาร์จสำหรับยานพาหนะพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว

ถึงแม้ว่าตัวถังของ Polestar จะยืมโครงสร้างตัวถังพื้นฐานมากจาก Volvo รุ่นใหม่ๆอย่าง XC90, S90 และ V90 มากว่าครึ่ง แต่ก็ถูกเสริมและแทนที่ด้วยคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อลดน้ำหนักและแรงโน้มถ่วงให้น้อยลงเพื่อการประหยัดพลังงาน

ดีไซน์ภายนอกมีเส้นสายคมสมกับเป็นรถแห่งอนาคต กระจังหน้ากริลใหญ่ให้ความดุดันแต่คงความหรูหราชวนมอง ไฟหน้าแบบ Daytime Running Light สไตล์เดียวกันกับ Volvo

รายละเอียดการออกแบบภายในยืมมาจากรถ Volvo ตัวปัจจุบันที่ทำได้ดีในแง่ของการใช้งานที่ใช้งานได้สะดวกมากทีเดียว แต่ก็ได้รับการเสริมหล่อในดูดุขึ้นด้วยชิ้นส่วนโครเมี่ยมมันวาว

แผนต่อไปของ Polestar ก็คือการปล่อย Polestar 2 เพื่อมาฟัดกับ Tesla Model 3 โดยตรง แล้วต่อด้วยรถแนว SUV ที่จะมาในชื่อ Polestar 3  ศึกรถพลังงานทางเลือกนี้ดูเหมือนจะมีคู่แข่งในสนามมากขึ้นเรื่อยๆ ลอปติมัมจะมาคอยทำหน้าที่อัพเดทให้คุณทุกสถานการณ์แน่นอน

Related Post

นิทรรศการศิลปกรรม “ร.๙ ในหลวงในดวงใจนิรันดร”

สมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติ แห่งประเทศไทย จับมือ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี จัดนิทรรศการศิลปกรรม “ร.๙ ในหลวงในดวงใจนิรันดร” แสดงผลงานศิลปะอันทรงคุณค่า พระบรมสาทิสลักษณ์ และผลงานที่ได้แรงบันดาลใจจากพระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจ รวมถึงภาพเชิงสัญลักษณ์ มากกว่า 50 ผลงาน โดย 50 ศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นแนวหน้าของไทยที่จรดปลายพู่กันสร้างสรรค์ด้วยหัวใจแห่งความจงรักภักดี แสนอาลัย ภายในงานนั้นสามารถบริจาคเพื่อรับสูจิบัตรที่ระลึกรวมภาพผลงาน เพื่อนำรายได้สมทบมูลนิธิชัยพัฒนา สามารถเข้าชมได้ ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ตั้งแต่วันนี้ถึง 5 พฤศจิกายน 2560 เวลา 10:00-22:00 น. ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม

Related Post

นิทรรศการ ‘พระราชาในดวงใจ’ ส่วนหนึ่งของโครงการ ‘น้อมรำลึกองค์อัครศิลปิน’

Always In My Hearts

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (bacc) จัดนิทรรศการ ‘พระราชาในดวงใจ’ โดยนิทรรศการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘น้อมรำลึกองค์อัครศิลปิน’ ที่จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในฐานะองค์อัครศิลปิน และพระมหากรุณาธิคุณในฐานะองค์อุปถัมภ์งานด้านศิลปวัฒนธรรมไทย โดยจัดแสดงผลงานศิลปกรรมทรงคุณค่าจากฝีมือศิลปินชั้นนำของประเทศ จากหลากหลายยุคสมัย รวมทั้งหมดกว่า 160 ผลงาน พร้อมส่วนรวบรวมพระบรมฉายาลักษณ์ที่หาชมได้ยากมาจัดแสดง ซึ่งหลายภาพไม่ปรากฏชื่อช่างภาพผู้ลั่นชัตเตอร์ และไม่สามารถระบุวันเวลาสถานที่ที่บันทึกภาพเหล่านั้นได้ ถือเป็นงานนิทรรศการที่ทรงคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง

นิทรรศการ ‘พระราชาในดวงใจ’ จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ – 26 พฤศจิกายน ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 8 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (ปิดทำการทุกวันจันทร์)

Related Post

เรื่องราวประทับใจในหนังสือ ๙ เพื่อเกล้า …จากโลซานน์ถึงลานพระเมรุ

ความใส่พระทัยที่ก่อกำเนิดโครงการในพระราชดำริหลายโครงกรเพื่อพสกนิกรของท่านคือความทรงจำที่เรามีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ที่ยังเด่นชัดอยู่ในใจคนไทยทุกคน แต่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าที่มาของพระราชดำริต่างๆ รวมถึงพระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ท่านส่วนหนึ่งนั้นมาจากช่วงชีวิตของพระองค์ท่านที่เมืองโลซานน์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ทรงประทับอยู่กับพระบิดาและพระชนนีเมื่อทรงพระเยาว์นั่นเอง

ลอปติมัมจึงขอแนะนำหนังสือที่มีชื่อว่า “๙ เหนือเกล้า..จากโลซานน์ถึงลานพระเมรุ ผลงานหนังสือภาพเล่าเรื่องที่เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของศูนย์ศิลปะฮอฟอาร์ตและบริษัท พญากากาศ จำกัด โดยมีอาจารย์เกริกบุระ ยมนาค อาจารย์และศิลปินนักวาดภาพสเก็ตช์ผู้ได้รับรางวัลจากผลงานภาพประกอบมาแล้วมากมาย มาวาดภาพแห่งความประทับใจจากสถานที่จริง และเล่าเรื่องจากภาพเหล่านั้นโดยสุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ หนึ่งในกรรมการสมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ที่ปัจจุบันเป็นนักเดินทางที่จับปากกาเขียนหนังสือท่องเที่ยวยอดที่นิยมหลายเล่ม

“อยากให้ทุกคนได้รู้จักกับเมืองโลซานน์ ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ สงบ ไม่หรูหราฟู่ฟ่า ในแง่ที่เป็นสถานที่บ่มเพาะพระมหากษัตริย์ไทยถึงสองพระองค์เพราะเมืองนี้เป็นที่ประทับและที่ศึกษาของท่านครับ” คุณสุพจน์เล่าให้ลอฟฟีเซียลฟังถึงความรู้สึก

อาจารย์เกริกบุระเองก็กล่าวว่า “ดีใจครับที่ได้วาดภาพประกอบหนังสือที่เก็บเรื่องราวสำคัญเอาไว้ อยากทำให้ท่าน โชคดีที่ได้คุณสุพจน์ที่ชำนาญในพื้นที่และภาษาที่ใช้สื่อสารวางแผนและนำทางพวกเราไปกัน” อาจารย์เกริกบุระเล่าให้เราฟัง “เราใช้เวลาเจ็ดวันที่เมืองโลซานน์เพื่อซึมซับบรรยากาศ ณ สถานที่ต่างๆ ตั้งแต่สถานีรถไฟโลซานน์ซึ่งเป็นที่แรกที่ท่านมาถึงเมื่อปีพ.ศ.2469 จนไปถึงสถานที่ท่านพระองค์ท่านเคยประทับ เคยศึกษาเล่าเรียน หรือเคยเสด็จไปและมีเรื่องราวความประทับใจแก่ผู้ที่ได้มีโอกาสรับเสด็จครับ” 

หนึ่งในความประทับใจที่ทั้งอาจารย์เกริกบุระและคุณสุพจน์ย้อนรำลึกระหว่างการเดินทางให้เราฟังก็คงเป็นเรื่อง “อย่างที่สถานีรถไฟปุยดูซ์-แชซบร์ (Puidoux-Chexbres) ที่ท่านเสด็จไปพร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เราได้สัมภาษณ์เมอร์ซิเออร์ดาเนียล โชแบรต์ที่เป็นนายสถานี ซึ่งเขาก็ตื่นเต้นมาก ในวันสัมภาษณ์นี่เขาบอกเลยว่าเสียดายที่ใส่ชุดเครื่องแบบไม่ได้แล้ว เลยขอใส่หมวกแดงและติดป้ายชื่อให้ใกล้เคียงกับตอนนั้นที่สุดครับ” คุณสุพจน์เล่าด้วยรอยยิ้ม

ติดตามภาพสวยๆ และเรื่องราวประทับใจได้อีกมากมายในหนังสือ ๙ เพื่อเกล้า …จากโลซานน์ถึงลานพระเมรุ โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสมทบททุนทุนมูลนิธิอานันทมหิดล และกองการศึกษา ของสมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนริวาสราชนครินทร์ต่อไป

Related Post

พักได้ไม่มีเบื่อ ณ X2 Chiang Mai Riverside Resort

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป X2 Chiang Mai Riverside Resort รีสอร์ตระดับ 5 ดาวที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง จังหวัดเชียงใหม่ จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ มีห้องพักแบบ Suite จำนวน 30 ห้องที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นแบบหรูหรา ในตึกห้าชั้นที่ออกแบบโดยผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมร่วมสมัยเข้ากับสถาปัตยกรรมล้านนาเข้ากันได้อย่างลงตัว ซึ่งโดดเด่นตั้งแต่บริเวณทางเข้ารีสอร์ตไปจนถึงล็อบบี้ด้วยผนังอิฐมอญที่ก่ออย่างประณีต

ตัวโรงแรมตั้งอยู่ท่ามกลางป่ามะขามอายุกว่าร้อยปี ที่เคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของช้างป่า แต่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก จึงทำให้การเข้าพักของคุณทั้งเงียบสงบและสะดวกสบาย

นอกเหนือไปจากกิจกรรมริมแม่น้ำอย่างการล่องเรือคายัก (บริการฟรีของโรงแรม) นั่งชิลริมแม่น้ำชมวิว หรือเข้าทำสปาที่ X2 Spa & Wellness ในคอนเซ็ปหรูหราตามสไตล์โรงแรมในเครือ X2 แล้ว ไฮไลต์สำคัญของที่นี่ได้แก่ร้านอาหารและบาร์ภายในรีสอร์ตที่มีให้ผู้เข้าพักเลือกถึง 3 แห่ง เรียกได้ว่าคุณไม่มีทางเบื่อกับอาหารภายในรีสอร์ตจนต้องออกไปหารับประทานข้างนอกอย่างแน่นอน

แต่ละร้านอาหารก็มีคอนเซ็ปต์ที่โดดเด่นและแตกต่างกัน และทางโรงแรมยังได้พาร์ทเนอร์เชฟอย่าง Nicolas Isnard เชฟมิชลินสตาร์ 1 ดาวจากประเทศฝรั่งเศสและทีมงานครบทีมมาร่วมรังสรรค์เมนูให้ห้องอาหาร Oxygen Dining Room พร้อมเสิร์ฟไวน์ชั้นดีนำเข้าจากทุกมุมโลก

ในขณะที่ H2O Water Bar & Tea Lounge พร้อมเสิร์ฟชา หรือค็อกเทลที่ใช้ส่วนผสมที่ดีที่สุดจากทั่วโลก จิบแกล้มทาปาสรสอร่อย และ Ozone Gym, Pool and Roofbar ที่ตั้งอยู่บนดาดฟ้าของโรงแรมนั้นมองเห็นวิวมุมบนของแม่น้ำ คุณสามารถดื่มด่ำกับแสงดาวยามค่ำคืน พร้อมบริการเครื่องดื่มหลากหลาย และห้องออกกำลังกายในบริเวณเดียวกัน

X2 Chiang Mai Riverside Resort เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป

ที่อยู่: 369/1 ถ.เจริญราษฎร์ ต.วัดเกตุ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 5000

สอบถามเพิ่มเติมและสำรองห้องพักได้ที่โทร. 053-931-999 หรืออีเมล์ book.cmr@x2resorts.com

Related Post

เวลามีใครสักคนเอ่ยถึง “รัสเซีย” เรามักนึกถึงอะไร?

Magical Days in Moscow
ประเทศมหาอำนาจคู่รักคู่แค้นกับสหรัฐอเมริกา ชื่อเสียงของความหนาวเย็นอันรุนแรงในไซบีเรีย หรือวอดก้าน้ำใสที่คุณสมบัติรุนแรงจนทำให้เราสามารถหัวทิ่มแบบนิ่มๆ ได้ หรือแม้แต่ประธานาธิบดีปูตินผู้เกิดมาเพื่อสร้างสีสันให้กับเวทีการเมืองโลก

แต่ไม่ว่าเราจะนึกถึงอะไร ใคร อย่างไร รัสเซียยังคงเป็นรัสเซียที่มีสถาปัตยกรรมที่ดูหนักแน่น มั่นคง ใหญ่โต โอ่โถงกว้างขวาง แข็งแรงแต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนช้อยงดงามด้วยการสอดแทรกจัดวางงานศิลปะลงไปบนวัสดุที่ทนทานต่อดินฟ้าอากาศได้อย่างลงตัวไม่ว่าจะอยู่ที่ใดบนพื้นดินที่แบ่งได้ถึง 11 Time Zone แผ่ยาวจากยุโรปถึงเอเชีย


โดยเฉพาะที่เมืองหลวงอายุกว่า 800 ปีอย่างมอสโก ถนนหนทางกว้างใหญ่จนไม่กล้าจับเวลาการกึ่งวิ่งกึ่งเดินในยามต้องข้ามถนน แต่ผู้นำในอดีตล้วนมีวิสัยทัศน์ในการออกแบบวางผังเมืองสมกับความเป็นมหาอำนาจของโลกมาก่อนได้อย่างน่าสนใจ วิสัยทัศน์ที่ส่งต่อจากอดีตถึงปัจจุบันทำให้มอสโกยังคงเป็นเมืองหลวงที่แม้จะไม่ได้เต็มไปด้วยสีสันฉูดฉาดของบรรดาตึกรามบ้านช่องอย่างเมืองต่างๆ ในยุโรปตามที่เรามักเข้าใจว่ารัสเซียมีความเป็นยุโรปมากกว่าเอเชีย (ซึ่งพลอยทำให้เรามีมุมมองความเข้าใจต่อคนรัสเซียคลาดเคลื่อนตามไปด้วย) แต่มอสโกกลับมีความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ การเป็นศูนย์กลางของอำนาจที่น่าสนใจ สถาปัตยกรรมหิน บรอนซ์ การแกะสลักตามหน้าทางเข้าอาคารใหญ่ หรือแม้แต่ในสถานีรถไฟใต้ดินที่ทำให้เราสามารถเพลิดเพลินการกับแหงนหน้ามอง
เพดานได้ไม่รู้เบื่อ


มอสโกเป็นเมืองหลวงที่อาจไม่มีบรรดาชาวต่างชาติมาอาศัยอยู่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับมหานครของโลกอย่างนิวยอร์ก ลอนดอน หรือโตเกียว แต่ในทางกลับกัน มอสโกเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ไม่ใช่แค่การกระจุกตัวของสถาปัตยกรรมอันเป็นแลนด์มาร์กในตัวเมืองที่เราคุ้นเคยเท่านั้น ด้วยจำนวนประชากรกว่า 13 ล้านคนที่ขับเคลื่อนเมืองให้มีชีวิตชีวาร่วมกับบรรดานักท่องเที่ยวที่สลับสับเปลี่ยนกันมาเป็นสีสันให้
กับเมืองแห่งนี้ ประกอบกับการเตรียมการ “ยกเครื่อง” ระบบสาธารณูปโภค การจราจรของเมืองเพื่อเตรียมต้อนรับการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2018 ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะจัดขึ้นในเมืองอื่นๆ ด้วย เช่น เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เยคาเตรินบุร์ก คาซาน ฯลฯ ถนนหนทางถูกจัดให้มีทางเดินเท้าที่ให้ความสะดวกมากขึ้น รถไฟใต้ดินวงใหญ่ขยายเสร็จและเปิดใช้แล้วทำให้การเชื่อมต่อเมืองชั้นในกับวงนอกประชากรที่อยู่อาศัยนอกเมืองจึงใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องรถติดเหมือนเช่นเคย ป้ายบอกทางภายในสถานีรถไฟฟ้ามีเป็นภาษาอังกฤษแล้วในบางจุด โดยเฉพาะใจกลางเมืองมอสโก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่ปี รถไฟฟ้าใต้ดินนับเป็นยาขมของนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยแท้


ด้วยสายสัมพันธ์ที่มีรากฐานมานับร้อยปีระหว่างไทยกับรัสเซีย ความเป็น “ไทย” จึงทำให้คนรัสเซียชื่นชมไม่แพ้เบียร์สัญชาติไทย 
หรือสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอันดับหนึ่งอย่างพัทยาหรือภูเก็ต ที่ปัจจุบันมี
คนรัสเซียหนีหนาวมาฝังตัวตั้งรกรากทำมาหากินอยู่นับแสนคน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนยืนยันว่า ความนิยมไทยของคนรัสเซียนั้นอยู่ในระดับดีมาก การเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างคนสองประเทศจึงเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ภูมิอากาศหนาวติดลบของที่นี่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน–ปลายมีนาคม ทำให้คนรัสเซียนิยมหอบผ้าน้อยชิ้นไปรับแสงแดดอันอบอุ่นที่บ้านเรา ส่วนนักท่องเที่ยวคนไทยก็นิยมมาเยือนรัสเซียในเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ซึ่งจัดเป็นฤดูร้อน (ที่ไม่ร้อนสำหรับเรา) อุณหภูมิกำลังสบายๆ อยู่ที่ 10-16 องศาเซลเซียส ยิ่งตอนนี้การบินไทย สายการบินแห่งชาติของไทย กลับมาเปิดบริการกรุงเทพ-มอสโกอีกครั้ง ย่อมเป็นเครื่องยืนยันว่าแนวโน้มของโอกาสในการทำธุรกิจการค้าและการเดินทางระหว่างไทยกับรัสเซียนั้นมีลู่ทางสดใส

ที่มอสโกมีสนามบินหลัก 3 แห่งคือ Domodedovo (ดามาเดียดาวา), Sheremetyevo (เชอเรเมตเยวา) และ Vnukovo (วนุกกาวา) สายการบินไทยของเราบินไปลงที่สนามบินดามาเดียดาวา ดังนั้นเวลาเข้าเมืองสามารถใช้บริการ Airport Express ได้อย่างสบายๆ ค่าตั๋วรถไฟไม่เกิน 500 รูเบิล ตรงเวลา ใช้เวลาเข้าเมืองไม่เกิน 40 นาทีและไม่ต้องกังวลกับการจราจรที่ค่อนข้างสาหัสในช่วงเร่งด่วน เรามีประสบการณ์เกือบตกเครื่องบินมาแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมาเพราะติดอยู่บนถนนหลายชั่วโมง ลุ้นเกือบตาย


สำหรับเราแล้วการเดินทางมารัสเซียนั้นจัดว่าปีละ 1-2 ครั้งเป็นอย่างน้อยด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน คราวนี้ภารกิจหลักคือการแวะ
มาพบเพื่อนสาวชาวรัสเซียที่เคยร่วมเดินทางด้วยกันในไซบีเรียเมื่อปี 2013 ก่อนจะบินไปเมือง Irkutsk (เอียคุสต์) เมืองสำคัญในไซบีเรีย เพื่อมุ่งหน้าไปทะเลสาบ Baikal (ไบคาล) คุณ Irina Kharseeva ทำงานด้าน PR ให้กับสำนักข่าวใหญ่ของรัฐบาล Russia Today มาหลายปีแล้ว คุณอิริน่านั้นจบการศึกษาด้านอักษรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมอสโก เป็นนักเดินทางตัวยง แน่นอนว่าเธอตกหลุมรักเมืองไทยกับบรรดาเพื่อนชาวไทยที่ดูเหมือนว่าเป็นคนยิ้มง่าย สบายๆ ซึ่งแตกต่างจากบุคลิกภายนอกของคนรัสเซีย ดังนั้นการสนทนาพร้อมดื่มด่ำไวน์จากจอร์เจียกับเธอในร้านอาหารจอร์เจียน “Jon Joli” บนถนน Tverskaya จึงทำให้เราตระหนักว่าคนรุ่นใหม่อย่างเธอนั้นมีความตั้งใจในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมให้ก้าวหน้าขึ้นไปด้วยการทำงานในอาชีพหรือหน้าที่ที่เธอรับผิดชอบรวมไปถึงการรวมกลุ่มจัดตั้ง Spanish Club กับเพื่อนๆ เริ่มต้นจากงานอดิเรกที่มีอนาคตทางธุรกิจยาวไกล พร้อมไปกับโอกาส
ในการเดินทางที่เปิดกว้างมากขึ้นกว่าคนรุ่นพ่อรุ่นแม่หรือปู่ย่าตายายของเธอที่การเดินทางออกนอกประเทศเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ
จนดูเหมือนแทบจะเป็นไปไม่ได้เอาเสียเลย


หากมีเวลาสักสองสามวันในมอสโกตามแผน การเดินทางไปศึกษาชื่นชมความยิ่งใหญ่ในอดีตกาลของชาวรัสเซีย แน่นอนว่า แลนด์มาร์กหลักสำคัญ เช่น พระราชวังเครมลิน จัตุรัสแดง วิหารเซนต์เบซิล วิหารเซนต์ เดอ ซาร์เวีย ล้วนไม่ควรพลาด สิ่งที่เราจะเห็นควบคู่กันไปคือแฟชั่น
เมืองหนาวบนถนนกันไปเพลินๆ
สายของวันที่สองเราเดินเฉียดจัตุรัสแดงวันที่อุณหภูมิติดลบถึง 14 องศาเซลเซียส เพื่อไปลงรถไฟใต้ดินมุ่งหน้าไปสถานี Partizanskaya ด้วยเป้าหมายการไปเดินตลาด Izamailovsky แนะนำว่านักท่องเที่ยวที่อยากหาซื้อสินค้าของฝากจำพวกตุ๊กตาแม่ลูกดก หมวกและผ้าขนสัตว์ ผ้าทอพื้นบ้าน งานปัก นาฬิการัสเซียที่เราอาจไม่เคยรู้จักยี่ห้อมาก่อนแต่ดูแข็งแรงทนทาน งานเซรามิกจากบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน งานแกะไม้สน ฯลฯ นับว่าการเดินฝ่าหิมะจากสถานีรถไฟไปยังตลาดนั้นคุ้มค่ามาก เราได้ของที่ตั้งใจไว้กลับมาบ้าน


เมื่อกลับเข้ามาในเมืองควรหาเวลาแวะไปทานอาหารสักมื้อที่ Cafe Pushin ที่นี่เปิดบริการมานานกว่า 18 ปีตั้งอยู่บนเลขที่ 26-A 
ถนน Tverskoy เป็นคาเฟ่ที่สะท้อนความหรูหรา ด้วยอาหารรสชาติอร่อย ราคาค่อนข้างสูงแต่คุ้มค่ากับการบริการและความคิดสร้างสรรค์ของเชฟ แนะนำว่าขนมปังกับเนยนั้นเนียนนุ่มขั้นเทพ ควรค่าแก่การมาลอง ที่นี่เปิดบริการ 24 ชั่วโมงมานาน 15 ปีแล้ว น่าสนใจว่าใครหนอจะเดินฝ่าความหนาวเย็นมารับประทานอาหารกันทั้งวันทั้งคืน เท่าที่ถามไถ่มีส่วนที่เป็นบาร์ด้านบนมีดนตรีบรรเลงแสนไพเราะด้วย หากทานเสร็จแล้วสามารถเดินไปทานของหวานกับชาหรือกาแฟจากอาร์มาเนียได้ รสชาติดีราคาไม่สะเทือนกระเป๋าสตางค์


หากมีเวลาเหลือเฟืออยากแนะนำให้ไปชมงานศิลปะระดับโลกที่ The Pushkin State Museum of Fine Arts คราวนี้เราแวะไปชมนิทรรศการหมุนเวียนด้านหน้าโถงทางเข้า Main Hall ภัณฑารักษ์เลือกงานระดับโลกจำนวน 8 ชิ้น เช่น ปิกัสโซ่ โกแกง ฯลฯ จัดทำขึ้นเพื่อ
ผู้พิการทางสายตาให้ได้มีโอกาสชื่นชมงานศิลปะระดับโลกด้วยเทคนิคขึ้นรูปด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติเป็นครั้งแรก พร้อมกับเปิดโอกาสให้คน
ที่มาเยี่ยมชมใส่แว่นตาสีดำทึบแสงและทดลองสัมผัส เป็นความรู้สึกพิเศษมากเมื่อเราจินตนาการถึงรูปสัมผัสที่นูนมีทั้งเรียบลื่น สาก ฯลฯ 
งานนิทรรศการนี้ได้รับความนิยมจากผู้มาเยี่ยมเยือนพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นอย่างมาก และถ้าจะต่อด้วย The State Tretyakov Gallery รับรองว่าเมื่อคุณเดินดูงานไปเรื่อยๆ คุณจะเข้าใจได้อีกขั้นหนึ่งว่าทำไมชาวรัสเซียถึงได้ภาคภูมิใจกับความยิ่งใหญ่ของเขามากและความหลงใหลในงานศิลปะได้หลอมรวมอยู่ในสายเลือดของคนที่นี่ไปแล้ว แต่ถ้าเวลาไม่พอ
ให้เลือกที่ใดที่หนึ่งรับรองคุ้มกับเวลาที่ใช้ไปแน่นอน หรือจะเดินชมสถานีรถไฟใต้ดินที่มีความหรูหรา อลังการ งานประติมากรรมที่มีเรื่องราวที่สะท้อนความเป็นโซเวียตในยุคคอมมิวนิสต์เข้มแข็งได้เป็นอย่างดี


จะว่าไปแล้วการแวะมาเดินเล่นที่มอสโกในช่วงเวลาสั้นๆ ได้พบปะผู้คนที่น่าสนใจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับน้องพี (พีรภูมิ วรสัตยาภรณ์) นักศึกษาแพทย์ในมหาวิทยาลัย Moscow State Medical and Dental ที่ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่แห่งนี้กว่า 5 ปีแล้ว ช่วยทำให้เราเข้าใจว่าในช่วงเวลาดังกล่าวเมืองที่เขาอยู่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เป็นมิตรต่อชาวเมืองและนักท่องเที่ยวด้วยการมีป้ายบอกทางเป็นภาษาอังกฤษมากขึ้น ชาวรัสเซียในเมืองแห่งนี้สื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้มากขึ้น และอีกหลายสัญญาณในทางบวก แม้ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจของรัสเซียเข้าขั้นตกสะเก็ดจนทำให้ผู้คนทั้งเริ่มท้อและชินชา แต่ลึกๆ แล้วก็ยังคงฝากความหวังไว้กับท่านปูตินต่อไป

การกลับมาเยือนมอสโกแม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ในฤดูหนาวอันยาวนานที่อุณหภูมิระดับติดลบเลขสองตัว มุมมองที่เราเคยมีต่อมอสโกคราวนี้กลับรู้สึกพิเศษยิ่งขึ้น การเดินฝ่าหิมะและลมไปพร้อมๆ กับชมการประดับประดาตกแต่งต้นคริสต์มาส ตึกรามบ้านช่องประดับประดาไปด้วยไฟกระพริบ ร้านรวงต่างตกแต่งกันอย่างเต็มที่ช่วยทำให้คืนและวันอันหนาวเหน็บดูอบอุ่นใจอย่างประหลาด
ขอขอบคุณ: พ’รภูม‘ วรสัตย“ภรณ์

Related Post

มาดูกันว่าดาราเด็กในภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่องในอดีตนั้น ปัจจุบันพวกเขาทำอะไรกันอยู่

Then and Now

1.Macaulay Culkin 

Home Alone (1990)

AGE THEN: 10

AGE NOW: 37

เขาติดอันดับสองในลิสต์ 100 Greatest Kid-Stars ไม่มีใครไม่รู้จักเขาจากบทบาทเด็กแสบที่ถูกทิ้งไว้ที่บ้านคนเดียวระหว่างวันหยุดยาว และต้องต่อกรกับสองวายร้าย ซึ่ง Home Alone ก็กลายมาเป็นหนึ่งในไอค่อนภาพยนตร์สำหรับครอบครัวคลาสสิกไปแล้ว ในช่วงวัยเด็กเขาแสดงภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง จนกระทั่งเข้าสู่วัยรุ่น และหายจากวงการไปจนกระทั่งปีค.ศ. 2000 ที่เขาปรากฏตัวในฐานะนักแสดงละครเวทีที่กรุงลอนดอน หลังจากนั้น เขาก็ก่อตั้งร็อกแบรนด์ชื่อ The Pizza Underground ร่วมกับเพื่อน และเพิ่งจะประกาศยุบวงไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

2.Jonathan Lipnicki

Jerry MaGuire (1996)

AGE THEN: 5

AGE NOW: 26

เด็กน้อยหน้ากลม ผมตั้ง ใส่แว่นตากลม รอยยิ้มน่าเอ็นดูที่ปรากฏตัวเคียงคู่กับทอม ครูซนั้นถือเป็นภาพติดตาของดาราเด็กอนาคตไกลในยุคนั้น เขาแสดงภาพยนตร์อีกหลายเรื่องด้วยลุคเด็กน้อยน่ารักทั้ง Stuart Little และ The Little Vampire และเมื่อเขาเติบโตขึ้น เขาก็ห่างหายจากวงการไปจนกระทั่งตอนนี้ ที่เขากำลังเทรนด์อย่างหนักเพื่อเตรียมตัวเป็นนักกีฬา MMA: Mixed Martial Arts อย่างเต็มตัว นอกจากนั้นเขายังทำงานการกุศลโดยเป็นสปีกเกอร์ให้กับ Breast Cancer Research Foundation และโครงการเพื่อสังคมอื่นๆ

3.Haley Joel Osment

The Sixth Sense (1999)

AGE THEN: 11

AGE NOW: 29

คงไม่มีใครลืมเขาได้จากบท “เด็กเห็นผี” อันลือลั่นจากภาพยนตร์เรื่อง The Sixth Sense ฮาลีย์เป็นนักแสดงเด็กที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ทันทีที่ปรากฏตัวบนจอภาพยนตร์ เขาเป็นนักแสดงอายุน้อยเป็นอันดับที่สองที่ได้เสนอเข้าชิงบทนี้ และนั่นอาจจะทำให้การแสดงเรื่องต่อๆ มาของเขาแผ่วลงๆ จนกระทั่งเขาหายไปจากวงการฮอลลีวูดเมื่อเติบโตขึ้น โอเค … เขาก็มีผลงานบ้างประปราย และเขาก็เป็นนักแสดงละครบรอดเวย์อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้โด่งดังเปรี้ยงปร้างเท่าสมัยยังเด็กอีกแล้ว อาจจะบอกได้ว่าความสำเร็จมาเร็วเกินไปสำหรับเขา

4.Jake Lloyd

Star Wars: Episode I (1999)

AGE THEN: 10

AGE NOW: 29

เจคเป็นอีกหนึ่งในดาราเด็กที่ไร้ซึ่งวัยเด็ก หลังภาพยนตร์เรื่อง Star Wars เขาก็ถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อนในโรงเรียน และความเครียดจากการที่จะต้องให้สัมภาษณ์นักข่าวเรื่องเดิมซ้ำๆ ทำให้เขาตัดสินใจหันหลังให้กับวงการอย่างถาวรในปีค.ศ.2001 แต่นั่นก็ยังไม่จบ เขามีปัญหาอย่างต่อเนื่องเนื่องจากอาการป่วยทางจิตที่เรียกว่าโรคสองบุคลิก (Schizophrenia) ซึ่งทำให้เขาประสบทั้งอุบัติเหตุทางรถยนต์และมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเมื่อต้นปีนี้เองที่เขาถูกนำตัวเข้าสู่สถานบำบัดทางจิตอย่างเต็มรูปแบบเพื่อรักษาอาการดังกล่าวอย่างจริงจัง

5.Jamie Bell

Billy Elliot (2000)

AGE THEN: 14

AGE NOW: 31

เจมี่เข้าร่วมคัดตัวกับเด็กชายรุ่นราวคราวเดียวกันกว่า 2,000 คนเพื่อรับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง Billy Elliot ซึ่งนั่นก็เป็นใบเบิกทางสำคัญที่นำเขาเข้าสู่วงการฮอลลีวูด เราแอบเสียดายเล็กๆ ที่เจมี่แทบจะไม่ได้มีโอกาสแสดงฝีมือทางการเต้นของเขาในภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ อีกเลย เขามีผลงานภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง แม้จะได้รับบทเล็กๆ แต่ก็ถือว่าสม่ำเสมอสำหรับดาราอังกฤษในแวดวงฮอลลีวูด แต่เราแอบสะดุดตาเขาจากมิวสิกวิดีโอเพลง Wake Me Up When September Ends ของ Green Day และ … ภาพของเขาบนปกเรานี่เอง

6.Daniel Radcliffe

Harry Potter Series (2001 – 2011)

AGE THEN: 12 – 22

AGE NOW: 28

แดเนียลเป็นตัวอย่างที่ดีของดาราเด็กที่ได้รับ “ภาพจำ” จากบทบาทเดิมๆ จนไม่สามารถสลัดภาพจำดังกล่าวออกไปจากสายตาของมวลชนได้ แม้กระทั่งตัวเขาเองก็ยังชอบเล่นมุกจิกกัดตัวเองว่า ไม่ว่าเขาจะแสดงภาพยนตร์กี่เรื่องต่อกี่เรื่อง ทุกคนก็ยังคงเรียกเขาว่าแฮร์รี่ (แต่เราแอบแนะนำให้คุณลองไปดูภาพยนตร์เรื่อง Imperium (2016) ที่เขาแสดงดูนะ อาจจะสลัดภาพจำออกไปได้สักนิดหน่อย) แต่แดเนียลก็พยายามพิสูจน์ตัวเองอย่างต่อเนื่องทั้งการแสดงละครเวที และเลือกรับบทที่หลากหลายทั้งโรแมนติก ตลก และดราม่า

Related Post