5 สิ่งที่คุณ (อาจจะยัง) ไม่รู้เกี่ยวกับ Liam Gallagher

เราไม่แน่ใจว่าเลียมเลิกปากหมาแล้วหรือยัง หรือยังคงแซะทุกคนไปเรื่อย แต่ที่แน่ๆ ยังมีอีกหลายสิ่งอย่างที่เราไม่เคยรู้เกี่ยวกับหมอนี่ ยกตัวอย่างเช่น โตจนป่านนี้แล้วยังว่ายน้ำไม่เป็น!

  1. เขาเป็นแฟนตัวยงของ The Beatles

นอกเหนือจากการพ่นไปทั่วแล้วว่าเพลงของ Oasis ได้รับอิทธิพลอย่างหนักมาจากสี่เต่าทองนี้ มีช่วงหนึ่งในชีวิตที่เลียมคุยโอ่ไปทั่วว่าตัวเองเป็น John Lennon กลับชาติมาเกิด และยืนยันให้เพื่อนร่วมวงเรียกเขาว่าจอห์น (จอห์นถูกลอบสังหารในค.ศ. 1980 ส่วนเลียมเกิดในค.ศ. 1972 อืม… คุณคิดว่าไงกัน?)

  1. แถมยังมีแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง

แบรนด์ Pretty Green เปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อค.ศ. 2006 เลียมบอกว่าสไตล์เสื้อผ้าของเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงของวง The Jam บวกกับสไตล์ความชอบของตัวเขาเอง

 

  1. หนังโปรดก็มีกับเขาเหมือนกัน

อังกฤษจ๋าขนาดนี้ หนังโปรดย่อมหนีไม่พ้น Quadrophenia ภาพยนตร์อินดี้สัญชาติอังกฤษที่กำกับโดย Franc Roddam ที่บอกเล่าเรื่องราวของร็อกเกอร์และความวุ่นวายในช่วงยุคเซเว่นตี้ส์ ซึ่งมีเค้าโครงเรื่องมาจากอัลบั้มชื่อเดียวกันของ The Who

 

  1. เขาว่ายน้ำไม่เป็น

เอาจริงๆ คือทั้งเขาและโนล (พี่ชายคู่กัด) ว่ายน้ำไม่เป็นทั้งคู่ เลียมเปิดเผยความลับนี้ตอนที่ไปปรากฏตัวในรายการเรียลลิตี้โชว์ Gogglebox ของประเทศอังกฤษ

 

 

  1. เลียมมาเมืองไทยแล้วสามครั้ง

รวมครั้งนี้ซึ่งเขาจะมาเปิดคอนเสิร์ตเป็นครั้งแรกในฐานะศิลปินเดี่ยวหลังจากที่วงแตกและเลิกใช้ชื่อใต้ชายคา Oasis โดยคอนเสิร์ตจะจัดขึ้นในวันที่ 12 มกราคมนี้ ที่ BITEC Bangna ฮอลล์ 106

ใครยังไม่มีตั๋ว ซื้อได้ที่: https://www.ticketmelon.com/event/liamgallagher

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: TicketMelon.com

Related Post

Feel the Difference สัมผัสใหม่ที่พัทยา

ข้อดีของพัทยาคือคุณสามารถไปได้บ่อยเท่าที่ต้องการเพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ขับรถไปไม่กี่อึดใจก็ถึง จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีโรงแรมหรือรีสอร์ตเปิดใหม่แทบทุกเดือน ตั้งแต่ราคาไม่กี่ร้อยไล่ไปจนถึงหลักหมื่น

วันนี้เราเลยขอนำเสนอที่พักแห่งใหม่ เซ็นทารา แกรนด์ พระตำหนัก ซึ่งตั้งอยู่บริเวณพัทยาใต้ใกล้กับเขาพระตำหนัก ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวหรือจุดถ่ายรูปยอดนิยมในพัทยา เพราะสามารถมองเห็นพัทยาได้อย่าง 360 องศา อยู่คั้นระหว่างหาดหอมเทียนกับพัทยาใต้ แถมยังอยู่ไม่ไกลจากเกาะล้าน เกาะที่ได้ชื่อว่าหาดทรายและน้ำทะเลยังคงใสสะอาด หลายคนมาเที่ยวพัทยาก็จริง แต่แทนที่จะเล่นน้ำหรือนอนอาบแดดริมหาดจอมเทียน กลับเลือกที่จะนั่งเรือไปเกาะล้านมากกว่า เพราะเหมือนเที่ยวทะเลอื่น

ห้องพัก Deluxe room 

 

Family Suite ห้องพักสำหรับมาเป็นหมู่คณะหรือครอบครัว

 

 

โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ย่านที่อยู่อาศัย ดังนั้นสภาพแวดล้อมจึงไม่อึกทึกคึกโครมเหมือนพัทยากลาง สะอาด สงบ มีทั้งหมด 163 ห้อง ตกแต่งอย่างสวยทันสมัย อุปกรณ์ภายในห้องครบครัน มีไฮไลท์เป็นสระว่ายน้ำซึ่งตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม นอกจากนั้นยังมีห้องฟิตเนส สปา SPA Cenvaree และบริการรถรับ-ส่งถึง Central Festival Shopping Centre

Centara Grand Phratamnak Pattaya

 

และถ้าใครเบื่อร้านอาหารเดิมๆ ในพัทยา หรืออยากพิเศษขึ้นมาหน่อย ที่นี่ก็มี Oceana ห้องอาหารที่แปลกใหม่ด้วยการตกแต่งสไตล์อควาเรียม (Aquarium) มีครัวเปิดเสิร์ฟทั้งอาหารไทยและอาหารฝรั่ง แต่ถ้าไม่อยากทางการมากนัก ลองอาหารกินง่ายที่ Ruffino Restaurent & Lounge ชั้นดาดฟ้าติดกับสระว่ายน้ำ หรือ Espresso คาเฟ่พร้อมให้บริการกาแฟหอมกรุ่นและเบเกอรีตลอดวัน

ให้ความรู้สึกเหมือนดินเนอร์อยู่ใต้ทะเล!

 

ไม่ว่าจะชาหรือกาแฟ ที่นี่พร้อมเสิร์ฟ 

 

ด้วยความสะดวกสบายระดับห้าดาวที่บอกไปข้างต้น เซ็นทารา แกรนด์ พระตำหนัก จึงถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่กำลังมองหาความเงียบสงบ คนไม่พลุกพล่าน ให้ความรู้สึกที่มาพัทยาแต่เหมือนไม่ได้อยู่พัทยา

เซ็นทารา แกรนด์ พระตำหนัก พระตำหนักซอย 5 พัทยา 20150 โทร. 038-250-636 หรือ 092-247-0233 แฟ็กซ์ 038-250-790 อีเมล cgpx@chr.co.th เว็บไซต์ https://www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/cgpx/

Related Post

N.E.R.D กลับมาแล้วพร้อมหัวหอกอย่างฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์  

Text: Patsaya Ch.

บอกตามตรงว่าเราเป็นแฟนตัวยงของ N.E.R.D มากกว่างานเดี่ยวของฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์เองเสียอีก ทันทีที่เขาโพสหน้าปกอัลบั้มชุดใหม่ลงไอจีและทวิตเตอร์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทางเราก็ได้แต่ตั้งตารอคอยที่จะฟังซาวด์ดนตรีอันคุ้นเคย หลังห่างหายไปนานกว่า 7 ปี นับตั้งแต่อัลบั้มที่ออกมาตั้งแต่ปี 2007 อย่าง “Nothing”

No_One Ever Really Dies เป็นอัลบั้มชุดที่ 5 ของวงดนตรีสามนาย อันประกอบไปด้วย ฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์, ชัด ฮูโก้ และเชย์ ฮาเลย์ ทั้งสามเป็นอดีตคนทำงานเบื้องหลังที่หันมาทำเพลงของตัวเองจนโด่งดังเป็นพลุแตก ด้วยการผสมผสานแนวดนตรีที่พวกเขาชอบๆ อย่างแร็ป ร็อค ฟังก์ อาร์แอนด์บี เพลงของเนิร์ดจึงจะว่าฮิปฮอปก็ไม่ใช่ ร็อกก็ไม่เชิง เอาเป็นว่ามันคือซาวด์แบบเนิร์ดๆ ที่แปร่งหูแต่ฟังแล้วมัน (ส์) ดี


             N.E.R.D. แท้จริงแล้วได้มาจากชื่อของอัลบั้มชุดนี้ No_One Ever Really Dies    

 

แน่นอนว่าเมื่อหายไปสั่งสมประสบการณ์ บารมี และความเก๋า (โดยเฉพาะฟาร์เร็ลล์ที่พอโก mainstream ก็กลายเป็นขวัญใจสายสตรีทขึ้นมาทันทีเพราะมือขึ้นทั้งงานเพลงและแฟชั่น) เมื่อกลับมาหนทีจึงขนเอาเพื่อนศิลปินมาร่วมงานเพียบ แต่ละคนก็ไม่ใช่ระดับที่สามารถเรียกมาร่วมงานได้ง่ายๆ เริ่มตั้งแต่ Rihanna ที่มาพร้อมซิงเกิ้ลแรกในเพลง ‘Lemon’ นักร้องผิวหมึก Kendrick Lamar สาวแสบ M.I.A. ต่อด้วย Gucci Mane, Andr3000, Wale และ Ed Sheeran ที่น่าจะไปจีบมาตั้งแต่สมัยที่เคยทำเพลงให้

ถามว่าทำไมถึงตั้งชื่ออัลบั้มว่า No_One Ever Really Dies ? ถามได้ ก็นี่แหละคือชื่อเต็มของวง N.E.R.D หาอัลบั้มเต็มของพวกเขามาฟังได้แล้วที่ Spotify และ Apple Music ลองดูว่าจะชอบเหมือนเพลงเก่าๆ ของพวกเขาไหม

Related Post

คุยกับเลียม นีสัน ในวัย 65 ปีที่ยังคงบู๊ไม่เลิก

ไม่มีคำว่าแก่เกินสำหรับพระเอกบู๊ตลอดกาลอย่าง เลียม นีสัน แม้ครั้งหนึ่งเขาจะเคยร่ำๆ ว่าอายุอานามขนาดนี้จะให้บู๊ต่อไปคงไม่ไหว แต่สุดท้ายเลียมก็กลับมาอีกครั้งจนได้ในภาพยนต์แอ็คชั่นทริลเลอร์เรื่องล่าสุด ที่เขาเผยว่าเทียบเคียงกับผลงานสุดคลาสสิคของปรมาจารย์ฮิทช์ค็อกอย่าง Strangers on a Train หรือ North by Northwest

ตัวละครของคุณ ไมเคิล แม็คเคาเลย์ เขาเป็นใคร?

นีสัน:   ไมเคิล แม็คเคาเลย์ เป็นผู้จัดการระดับกลางของบริษัทประกันโนเนมแห่งหนึ่ง เขาอาศัยอยู่กับภรรยาและลูกชายที่เวสต์เชสเตอร์ในรัฐนิวยอร์ก เช่นเดียวกับแฟมิลี่แมนทำงานหนักทั่วไป เขากำลังเจอปัญหาด้านการเงิน ชักหน้าไม่ถึงหลัง ใช้ชีวิตเดือนต่อเดือน ลูกชายเขากำลังจะเข้ามหาลัยและภรรยาเขาไม่รู้เลยว่า ภาวะการเงินของครอบครัวกำลังถึงจุดวิกฤต

วันหนึ่งสถานการณ์ของเขาต้องแย่ลงไปอีกเมื่อเขาโดนไล่ออก เขาไม่รู้ว่าจะบอกเมียยังไง แถมยังขาดส่งบ้านไปสองงวด หลังจากดื่มที่บาร์แถวบ้านร่วมกับเพื่อนเก่าตอนเป็นตำรวจ เขาตัดใจนั่งรถไฟกลับบ้านไปสารภาพกับเมียและลูกชายที่กำลังจะไปเรียนต่อว่าเขาไม่เหลือเงินอีกแล้ว ในขบวนรถไฟนั้นเองที่หญิงสาวปริศนานั่งตรงข้ามเขาถามเขาว่า ‘จะลองทำอะไรนิดหน่อยเพื่อเงินหนึ่งแสนเหรียญไหมล่ะ’

เขาไม่แน่ใจแต่ผู้คนนั้นก็จูงใจเขาด้วยการให้เขาไปหากระเป่าที่มีเงินสองหมื่นห้าพันเหรียญอัดอยู่ข้างใน ในที่สุดเขาก็เจอเงินซึ่งนั่นจุดชนวนทุกอย่างขึ้น”

The Commuter เป็นผลงานอันดับที่สี่ของคุณกับผู้กำกับฯ โจเม่ คอลเลต-เซอร์ร่า การทำงานกับเขาเป็นอย่างไรบ้าง?

นีสัน: ผมชอบทำงานกับโจเม่ ผมรู้จักเขามา 6-7 ปีแล้วตอนที่เล่น Unknown เราเข้ากันได้ดีทันที เราไม่ต้องวิเคราะห์บทลึกเกินไป เราแค่ทำงานเข้าขากันจนสนิทกันมากขึ้น เขาทำให้งานของผมง่ายขึ้นเยอะและเขาก็บอกว่าผมทำให้งานของเขาง่ายขึ้นเหมือนกัน ซึ่งผมถือเป็นคำชมที่น่าภูมิใจมากเลยนะ โจเม่เป็นนักทำหนังตัวจริง เขาคิดถึงภาพรวมของงานเสมอว่ามันจะมุ่งหน้าไปทางไหน เขากิน ดื่ม นอน เป็นหนัง เขารู้ดีว่าควรทำให้แต่ละซีนออกมายังไง เขาทำให้ผมนึกถึง สตีเว่น สปีลเบิร์ก ผมเชื่อใจเขา เขาเป็นคนที่พิเศษมากๆ

ช่วยพูดถึง เวร่า ฟาร์มิกา หน่อยในการที่เธอรับบทเป็น โจอันนา ผู้กุมปริศนาของเรื่องไว้

นีสัน: เวร่า เล่นเป็นตัวละครที่มีความลึกลับ เธอเองเป็นนักแสดงที่เก่งมาก คุณเดาไม่ออกเลยว่าเธอจะถ่ายทอดมันออกมายังไง เธอเป็นตำรวจ? เธอเป็นเอฟบีไอ? เป็นตัวร้ายหรือไม่? เธอเป็นนักแสดงหญิงที่ผมอยากร่วมงานด้วยมาตลอด

 

                                                                                                  เวร่า ฟาร์มิกา เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสก้าส์จาก Up in the Air และ The Conjuring

ได้ยินว่าทีมงานจำลองรถไฟขึ้นมาทั้งขบวนเพื่อใช้ถ่ายทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ มันเหมือนจริงแค่ไหน?

นีสัน: รถไฟในเรื่องวิ่งผ่านบ้านผมในตอนบนของนิวยอร์ก ผมเองเคยนั่งขบวนนี้หลายครั้งตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ฉากของเรามันมีความยาวแค่โบกี้ครึ่งเท่านั้น ทำให้การถ่ายทำทุกวันค่อนข้างซับซ้อน มันต้องใช้แทนทุกโบกี้ในรถไฟ ปรับเปลี่ยนไปตามที่ควรจะเป็น ฉากสถานีที่ต้องเปลี่ยนไปทุกครั้งที่รถไฟหยุด ผมคุ้นเคยกับมันมาก ผมไม่รู้ว่าพวกเขาทำได้ยังไง แต่ฝ่ายศิลป์ของเราทำงานได้สุดยอดมาก แม้แต่รายละเอียดเล็กๆ อย่างกล่องมันบดแม็คโดนัลด์ที่ล้นมาจากทั้งขยะ

 

แม้ว่าคุณจะอายุ 60 กว่าแล้ว แต่ลีลาการบู๊ของคุณไม่ได้จืดจางไปตามวัยเลย คุณมีวิธีเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

นีสัน: ผมชอบการต่อสู้นะ ผมซ้อมกับมาร์คและทีมสตั๊นท์ คุณต้องซ้อมนะ ไม่งั้นคุณอาจจะเจ็บตัวได้ มันสนุกจริงๆ นะ แต่มันต้องอาศัยความฟิตพอสมควรเลยทีเดียว ผมเข้ายิมออกกำลังกาย 45 นาทีทุกเช้าก่อนมากองถ่าย

        ผู้กำกับฯ เรื่องนี้ขึ้นชื่อเรื่องการทำหนังให้ระทึกแม้อยู่ในพื้นที่จำกัด จึงไม่น่าแปลกใจที่หนังทั้งเรื่องจะถ่ายทำแต่ในโบกี้รถไฟ 

Related Post

ทำไมการจิบชายามบ่ายจึงเป็นมากกว่าเรื่องของผู้หญิง

Text: Patsaya Ch. / Photo: The Okura Prestige Bangkok

แม้การดื่มชาจะเป็นกิจกรรมที่นิยมทำกันในหมู่หญิงสาว แต่หากคุณอยากเอ็นจอยกับการจิบชายามบ่าย เคล้าอาหารว่างอย่างขนมหวานหรือแซนด์วิซชิ้นเล็กๆ ก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายใดๆ เพราะปัจจุบันการจิบชายามบ่ายหรือ Afternoon Tea เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง หรือนัดประชุมงาน เนื่องจากไม่จริงจังเท่าอาหารเย็นและไม่เน้นเอาสะดวกเหมือนเวลานัดกันตามร้านกาแฟ จะว่าไปมันก็ไม่ต่างกันการตีกอล์ฟที่บางครั้งเราก็ไม่ได้ออกรอบเพื่อสุขภาพอะไรหรอก เพียงแต่อยากปิดดีลกับลูกค้าที่ยืดเยื้อมานาน

ดังนั้นปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะจิบชายามบ่ายไปเพื่ออะไร? แต่อยู่ที่คุณจะไปจิบชาที่ไหนต่างหาก

Afternoon Tea ที่ไม่ได้มีแค่สโคนกับแซนด์วิซไส้แตงกวา

อย่างที่บอกว่าประเพณีจิบชายามบ่ายกลายเป็นวาระระดับโลก ไม่ใช่แค่คนอังกฤษที่นิยมจิบชา หากแต่คนญี่ปุ่นก็ชื่นชอบกิจกรรมนี้เช่นกัน ล่าสุด โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ณ อัพ แอนด์ อะบัฟ บาร์ นำเสนอชุดน้ำชายามบ่าย ซึบากิ ที่หัวหน้าพ่อครัวขนมหวาน เชฟ เซบาสเตียน ฮูแกแวร์ฟ นำแรงบันดาลใจจากดอกซึบากิ (Tsubaki) หรือ ดอกคามิเลีย (Camellia) ที่บานเฉพาะช่วงหน้าหนาวของญี่ปุ่นมาออกแบบชุดน้ำชายามบ่าย อันประกอบไปด้วย เค้กกลิ่นชาดอกซึบากิ เค้กมองบลังก์กลิ่นดอกซึบากิสอดไส้เยลลี่รสแบล็คเคอร์แรนท์ มาการองพิมพ์ลายดอกซึบากิ ควบคู่กับขนมหวานอื่นๆ (แน่นอนว่าที่ขาดไม่ได้คือสโคน)

 

   

 

ส่วนอาหารคาวได้แก่ ขนมปังกรอบหน้าปลาแซลมอนรมควันโรยชีสริคอตต้าและอะโวคาโด้ ขนมปังบริยอชไส้เนื้อเป็ดตุ๋นและแครนเบอร์รี่ เป็นต้น อาหารว่างเหล่านี้สามารถเลือกเสิร์ฟกับชามาคิยาจ แฟรส์ (Mariage Frères) ชาฝรั่งเศสอย่างชาซาโร (saro) ชาดอกบัวเลิศรส หรือกาแฟหอมกรุ่น รวมถึงเครื่องดื่มที่ทำให้บรรยากาศคึกคักขึ้นมาหน่อยอย่าง สปาร์คกลิ้งสาเก ไวน์โพรเซคโค หรือแชมเปญ

 

   

 

 

จะเห็นได้ว่าสมัยนี้อาหารว่างหรือเครื่องดื่มก็ไม่ได้ยึดติดตามประเพณีเก่าแก่ หากแต่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ไม่ได้มีถูกหรือผิด ไม่ต้องถึงขั้นปีนบันไดจิบ อาหารต่างๆ เสิร์ฟมาในชิ้นพอดี ‘มือหยิบ’ (ดังนั้นไม่ต้องเขินกับการใช้มือหยิบอาหาร) แต่ขออย่างเดียวอย่ากระดกนิ้วก้อยชี้ขึ้นขณะถือแก้วชาเป็นพอ เพราะนอกจากจะผิดแล้วยังดูไม่ใช่แบบสุดๆ

 

ปัจจุบัน แม้ชุดน้ำชายามบ่ายจะมีหลากสัญชาติ แต่ช่วงเวลาเสิร์ฟไม่หนีจากกันเท่าไร ที่นี่เริ่มเวลา 14.00-17.00 นาฬิกา แต่สำหรับชุดน้ำชายามบ่ายซึบากิมีเฉพาะวันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคม 2561 ราคาชุดละ 1190++ บาท รวมเครื่องดื่มชาหรือกาแฟสำหรับสองท่าน แต่หากเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ราคาจะต่างออกไป สนใจสอบถามรายละเอียดและโทรจองได้ที่ 02-687-9000 หรือ upandabove@okurabagkok.com

 

 

Related Post

Fireworks: ความบอบบางของชีวิต ความรัก และดอกไม้ไฟ

เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ บริษัท M Pictures ผู้จัดซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ต่างประเทศมาจัดจำหน่ายในประเทศประกาศร่ำๆ ว่า ‘อาจจะ’ ยุติการนำเข้าภาพยนตร์เอเชียภายในปีหน้า เพราะกระแสตอบรับที่ไม่เปรี้ยงปร้างในประเทศไทยเท่าใดนัก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บริษัทจะพิจารณาวาระนั้นจากรายได้และกระแสตอบรับของภาพยนตร์ญี่ปุ่นสองเรื่องสุดท้ายส่งท้ายปีอย่าง ‘AJIN คนไม่รู้จักตาย” และ “Fireworks ระหว่างเราและดอกไม้ไฟ”

เราเคยได้พูดถึง AJIN ไปแล้วว่าเราเชียร์สุดตัว เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ดูเพลิน เดินเรื่องสนุก และมีปริศนาชีวิตให้ขบคิดทั้งเรื่องความเป็นความตาย และความชั่วร้ายในจิตใจมนุษย์ ซึ่งเราก็ได้แต่เอาใจช่วยว่า M Pictures น่าจะปัดวาระนี้ตกไป

แอนิเมะที่ไม่ใสอย่างที่คิด

ในส่วนของภาพยนตร์แอนิเมะ “Fireworks ระหว่างเราและดอกไม้ไฟ” ที่ชูจุดขายยิ่งใหญ่เป็นสตูดิโอและผู้อำนวยการสร้างแอนิเมะที่โด่งดังเปรี้ยงปร้างทั่วโลกอย่าง “Your Name” มาก่อนหน้านี้แล้วนั้น เราเริ่มจะสงสัยเสียแล้วว่าวาระนี้จะถูกนำมาพิจารณาอย่างเข้มข้นภายในบริษัทอีกหรือไม่

แอนิเมะเรื่องนี้ไม่ใช่ภาพยนตร์รักใสๆ วัยรุ่นชอบทั่วไป แม้ว่ามันจะสร้างมาเพื่อตอบสนองความเพ้อฝันของเด็กชายวัยกระเตาะ แต่เมื่อคุณนั่งดูมันจนจบเรื่อง คุณอาจจะสตันท์ และหันกลับมาตั้งคำถามขบคิดกับอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่าง ในสไตล์ของชุนจิ อิวาอิ มือเขียนบทสุดล้ำลึกและสุดงงจาก All About Lily Chou-Chou

 

เมื่อได้เห็นถึงความ ‘ย่อยยาก’ ของแอนิเมะเรื่องนี้ บวกกับกระแสภาพยนตร์เอเชียที่ค่อนข้างแผ่ว เรียกได้ว่า ‘ขายได้’ เฉพาะตามหัวเมืองใหญ่ๆ ในประเทศเท่านั้น เราคงจะต้องดูทิศทางการดำเนินงานของ M Pictures ในวาระนี้ต่อไปในปีหน้า

ได้แต่แอบหวังว่าวาระนี้จะถูกปัดตกไป เพราะในฐานะคนดูหนังตาดำๆ อย่างพวกเรา เราก็อยากจะมีภาพยนตร์ทางเลือกให้เรา ‘เลือก’ ดู นอกเหนือไปจากภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ฟอร์มยักษ์ และภาพยนตร์ไทยประเภทผี และตลกโปกฮาเท่านั้น

Fireworks ระหว่างเราและดอกไม้ไฟ เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป

Related Post

5 เหตุผลที่คุณไม่ควรพลาดภาพยนตร์แอนิเมชั่น Loving Vincent

ถ้าคุณหวังจะได้ดื่มด่ำกับงานศิลปะสวยๆ คุณก็จะสมหวัง แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าคุณคิดว่าคุณจะเบื่อ เพราะหนังแบบนี้ไม่น่าจะมีเนื้อเรื่องอะไรน่าสนใจ (ยังไม่รวมข้อเท็จจริงที่ว่า มันก็เล่าเรื่องที่เราๆ รู้กันอยู่แล้วอีกล่ะ) แต่คุณคิดผิดล่ะ เราบอกเลย ลอปติมัมบอกเหตุผลสำคัญห้าประการที่คุณไม่ควรพลาดภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องแรกของโลกที่สร้างจากภาพสีน้ำมันล้วนๆ เรื่องนี้

1. แอนิเมชั่นดำเนินเรื่องด้วยภาพสีน้ำมันทั้งเรื่อง

เอาตรงๆ คือ เข้าไปดูความถึกของทีมที่ทำก็ฟินได้ง่ายๆ แล้ว โดยศิลปินมากกว่า 100 คนมาช่วยกันละเลงภาพวาดสไตล์แวนโก๊ะมาใช้ในหนัง รวมๆ แล้วมากกว่า 65,000 เฟรม (เสียสีน้ำมันไปกว่า 3,000 ลิตร และแคนวาสมากกว่า 1,000 ผืน) เรียกได้ว่าถ้าเนื้อเรื่องไม่ดี แค่ไปดูเทคนิคการถ่ายทำก็ตระการตาแล้วจริงๆ สมแล้วที่เสียเวลาในการสร้างไปถึงเจ็ดปีเต็ม

2. เนื้อเรื่องสุดระทึก

พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าคุณไม่รู้เรื่องราวชีวิตของจิตรกรคนนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้คุณลุ้นระทึกแบบนั่งไม่ติดเก้าอี้ได้เลยทีเดียว แม้ว่ามันจะเล่าเรื่องในช่วงเวลาสั้นๆ หลังจากการเสียชีวิตของเขา แต่การเลือกเล่าเรื่องผ่านสายตาของตัวละครหลัก (ที่จริงๆ แล้วไม่ใช่ตัวละครสำคัญในชีวิตของเขา) นั้นทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนสุดระทึกที่มีพล็อตน่าติดตามที่สุดในปีนี้ก็ว่าได้ (พูดได้เต็มปาก หลังจากที่เราอกหักยับเยินกับ Murdur on the Orient Express มาแล้ว)

3. ภาพอ้างอิงอันงดงาม

ถ้าคุณเป็น ‘ติ่ง’ ของจิตรกรคนนี้อยู่เป็นทุนเดิมแล้ว เรารับประกันได้เลยว่า ทุกครั้งที่มีฉากเปิด คุณจะต้องถอนหายใจด้วยความตื่นเต้นอย่างแน่นอน เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้เก็บรายละเอียดของภาพ และฉากต่างๆ ได้อย่างถึงแก่น ทำให้คนรักศิลปะเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเอิบอาบซาบซ่าน ส่วนคนที่ไม่ได้สนใจงานศิลป์มากนัก… เราเชื่อว่าคุณน่าจะออกไปค้นหาภาพวาดออริจินัลของเขาเพิ่มขึ้นหลังดูจบอย่างแน่นอน

4. การแสดงเบื้องหลังแอนิเมชั่น

อันนี้ก็ต้องยกเครดิตให้ทีมนักแสดงที่อยู่เบื้องหลังภาพวาดสีน้ำมันต่างๆ เรียกได้ว่าเหมือนภาพวาดต้นฉบับแบบลอกกันมา แต่เราก็ยังเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนว่าตัวละครแต่ละคนแสดงโดยใคร ถือเป็นการผสมผสานระหว่างสองศาสตร์ได้อย่างลงตัวที่สุดเท่าที่เราเคยเห็นมาทีเดียว

5. โลกนี้ควรจะมีแอนิเมชั่นอื่นนอกเหนือไปจาก Disney และ Pixar บ้างแล้ว

คุณว่าไหม?

ภาพยนตร์เรื่อง Loving Vincent เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคมเป็นต้นไป

Related Post

เสาร์อาทิตย์นี้ไปไหนดี? What’s Up This Weekend?

Winter Market Fest #5

กลับมาอีกครั้งกลับตลาดแห่งความสุขที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยและบทเพลงขับกล่อมส่งท้ายปี Winter Market Fest ครั้งที่ 5 จะจัดขึ้นที่ T77 คอมมิวนิตี้มอลล์แห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร ปีนี้มาในแนวคิด มหัศจรรย์เมืองคริสต์มาส T77 ภายในงานแบ่งออกเป็น 7 โซน ได้แก่ โซน Market จำหน่ายอาหารรถเลิศพร้อมกระบวน Food Truck ส่งตรงความอร่อยจากทั่วกรุงเทพมหานคร โซน Santa Factory จำลองโรงงานของขวัญของซานตา โซน Zoolumination จำลองบรรยากาศป่าเมืองหนาว โซน Playful Ground พร้อมเครื่องเล่นสำหรับทุกคนในครอบครัว โซน Dog Pavilion สำหรับสัตว์เลี้ยงแสนรู้ โซน Workshop Spaces อัดแน่นกิจกรรม DIY และโซน Music & Show

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 ธันวาคมนี้ เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป

Chang Sensory Trails

ลานกิจกรรมรับลมหนาวโฉมใหม่จากเบียร์ช้าง เนรมิตลานพาร์ค พารากอน ให้เป็นแหล่งรวมความอร่อยและผ่อนคลาย การแสดงสไตล์อาร์ต อินสตอลเลชั่นมาให้คุณนั่งจิบเครื่องดื่มรสเลิศ พร้อมอาหารจานเด็ดจากร้านอาหารชื่อดังในกรุงเทพฯ ที่พลาดไม่ได้คือศิลปินชื่อดังที่มาร่วมแสดงอย่างคับคั่ง อาทิ Scrubb ดา เอ็นโดรฟิน แพรว คณิตกุล ปาล์มมี่ พาราด็อกซ์

งานจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้จนถึง 7 มกราคม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/Changworld/

Wonderfruit 

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลดนตรีสายฮิปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เริ่มต้นจากแนวคิดที่อยากผสานเสียงเพลงและความสนุกเข้ากลับวัฒนธรรมและความยั่งยืน Wonderfruit ที่เทศกาลดนตรีที่มีมากกว่าเสียงดนตรี นอกจากเซ็ตลิสต์สุดเจ๋งที่ระดมดีเจและนักร้องจากทั่วโลกแล้ว ภายในงานยังมี กิจกรรมที่เกิดขึ้นจากแนวคิดสุดเจ๋ง อาทิ Sustainability Pavillion นิทรรศการศิลปะจากศิลปินชื่อดัง ที่สรรค์สร้างโดยใช้วัสดุที่มีความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Straight Outta Thonglor แคมป์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแนวเพลงฮิปฮอป พร้อมร้านอาหารที่ส่งตรงมาจากทองหล่อ อาทิ Peppina, Surface ฯลฯ

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-17 ธันวาคนี้ ณ สยามคันทรีคลับ พัทยา บัตรสำหรับ 4 วัน ราคา 6,000 บาท

Related Post

7 โรงแรมที่นำเสนอห้องพักราคาสุดพิเศษสำหรับเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึงนี้

พื่อเป็นการฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีที่กำลังจะมาถึงนี้ โรงแรมในเครือ Centara Hotels & Resorts ออกโปรโมชั่นสุดพิเศษ เพียงกดจองโรงแรมในเครือที่ร่วมรายการภายในวันที่ 24 ธันวาคม 2560 เพื่อเข้าพักระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2560 – 5 มกราคม 2561 สิทธิพิเศษนี้เริ่มต้นเพียง 1,190++ ต่อคืนเท่านั้น

รายละเอียดการจองดูได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/featured-packages/festive-season-offers/

และมาทำความรู้จักกับ 7 โรงแรมสุดพิเศษที่เรานำเสนอเพื่อเทศกาลแห่งความสุขของคุณโดยเฉพาะ

Centara Grand Mirage Beach Resort Pattaya

โรงแรมสุดหรูริมทะเล พร้อมห้องวิวทะเลและกิจกรรมครบครันสำหรับครอบครัว เป็นโรงแรมแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนทั้งครอบครัวด้วยโลเคชั่นที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครมากนัก

ราคาเริ่มต้นที่ 4,320++ ต่อคืน

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/cmbr/

Centara Chaan Talay Resort & Villas Trat

หากคุณต้องการวันพักผ่อนอันแสนสงบ เป็นส่วนตัว เงียบๆแล้ว รีสอร์ทริมทะเลอันสงบเงียบของจังหวัดตราดแห่งนี้ตอบได้ทุกโจทย์ วิลล่าและห้องสูทแต่ละห้องนำเสนอความเป็นส่วนตัว และยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณอีกด้วย

ราคาเริ่มต้นที่ 1,600++ ต่อคืน

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.centarahotelsresorts.com/centara/cct/

Centara Q Resort Rayong

ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศแบบสปา ริมทะเลอันสงบเงียบสุดๆของจังหวัดระยอง เรียกได้ว่าคุณจะมีพื้นที่ส่วนตัวแบบสุดๆได้ภายในโรงแรมแห่งนี้ เหมาะสำหรับวันพักผ่อนและการปลีกวิเวกอันสมบูรณ์แบบ

ราคาเริ่มต้นที่ 2,070++ ต่อคืน

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.centarahotelsresorts.com/centara/crr/

Centara Blue Marine Resort & Spa Phuket

สถานที่พักผ่อนริมทะเลภูเก็ตที่ราคาไม่แรงมาก แต่คงความหรูหรา เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว พร้อม Kid’s Club และสระน้ำส่วนตัวริมชายหาด ให้พ่อแม่ได้พักผ่อนในขณะที่ลูกๆมีพื้นที่เล่นสนุกสนานได้พร้อมกัน

ราคาเริ่มต้นที่ 1,760++ ต่อคืน

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.centarahotelsresorts.com/centara/cmp/

Centara Grand Beach Resort Samui

ที่พักสุดหรูริมหาด เหมาะสำหรับทุกวันพักผ่อนของครอบครัว นำเสนอทั้งกิจกรรมกีฬาทางน้ำสำหรับผู้ใหญ่ และกิจกรรมสนุกสนานสำหรับเด็กๆ เพื่อให้วันพักผ่อนของทุกคนสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ราคาเริ่มต้นที่ 4,230++ ต่อคืน

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/csbr/

Centara Mae Sot Hill Resort

รีสอร์ทเล็กๆที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของจังหวัดตาก ที่จะช่วยให้คุณเข้าถึงกิจกรรมเดินป่า และกิจกรรมผจญภัยต่างๆ และยังเดินทางไปประเทศพม่าได้ง่ายดายอีกด้วย

ราคาเริ่มต้นที่ 977++ ต่อคืน

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.centarahotelsresorts.com/centara/cms/

Centara Hotel & Convention Centre Udon Thani

ที่พักสุดหรูใกล้แหล่งช็อปปิ้งสำคัญของจังหวัดอุดรธานี พร้อมห้องพักสารพัดแบบให้เลือกพัก โดดเด่นด้วยสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ และสปาที่จะทำให้คุณแทบไม่อยากจะออกนอกโรงแรมไปไหน

ราคาเริ่มต้นที่ 1,089++ ต่อคืน

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.centarahotelsresorts.com/centara/cud/

Related Post

เรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Volkswagen Group

The History Started from The Beetle

เรื่องราวของ Volkswagen Group นั้นถือเป็นประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นการเดินทางของแบรนด์ที่ต้องเจออุปสรรคต่างๆ มากมาย ตั้งแต่ดราม่าเบื้องหลังการสร้างรถคันแรกช่วงสงคราม ผันจากโศกนาฏกรรมมาเกี่ยวพันกับการเมืองการปกครอง ทั้งเรื่องการชิงดีชิงเด่นด้านอำนาจ เงินตรา ตราบาปแห่งการเมือง ไปจนถึงศึกสายเลือด เรียกได้ว่าซับซ้อนยังน้อยไป

ประวัติศาสตร์นี้เกิดขึ้น เมื่อ Ferdinand Porsche (เฟอร์ดินานด์ ปอร์เช่) บิดาผู้ให้กำเนิดรถสปอร์ตแบรนด์สำคัญของประเทศเยอรมนีพร้อมสัญลักษณ์ม้าคะนองแห่งเมืองสตุทการ์ทในงานมอเตอร์โชว์ปี 1937 ซึ่งยุคนั้นก็มีแนวคิดที่จะผลิตโครงการอะไรหลายอย่าง

เพื่อเป็นประโยชน์ต่อชาวเยอรมันอยู่แล้ว จึงเกิดโครงการ ‘รถแห่งประชาชน’ หรือ ‘Volkswagen’ ขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง นอกจากนั้นปอร์เช่ยังได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พัฒนาระบบยานยนต์สำคัญของกองทัพอีกด้วย แต่เรื่องราวก็ขมวดซับซ้อนไปกว่านั้นเมื่อมีการค้นพบข้อมูลสำคัญที่แย้งว่า โครงการ ‘รถแห่งประชาชน’ นั้น จริงๆ แล้วมีจุดเริ่มต้นก่อนหน้านั้นไปอีก

ในปี 1923 ขณะที่รถ Fiat กำลังทดสอบอยู่บนสนามดาดฟ้า  ของโรงงาน Lingotto ในประเทศอิตาลี ประเทศเยอรมนีก็มีนักศึกษาชาวยิว Josef Ganz (โจเซฟ กันซ์) กำลังออกแบบโครงสร้างตัวรถขนาดเล็กใช้ชื่อโปรเจ็กต์ว่า ‘Volkswagen’ หรือ ‘รถแห่งประชาชน’   ซึ่งแนวคิดรถของนักศึกษาทุนน้อยนี้ก็เหมือนกับโครงการของรัฐบาลเป๊ะๆ นั่นคือ รถดังกล่าวจะต้องมีที่นั่งสำหรับผู้ใหญ่ 2 คนด้านหน้า และสำหรับเด็ก 2 คนด้านหลัง ความซับซ้อนจึงเกิดขึ้นเมื่อไม่สามารถฟันธงไปได้แบบจังๆ ว่าใครเป็นผู้คิดค้นรูปแบบของรถนี้ขึ้นมากันแน่

แต่สิ่งที่แน่คือ เครื่องยนต์ของเจ้ารถต้นแบบที่ปอร์เช่สร้างขึ้นตาม คำสั่งของรัฐบาลนั้นเป็นเครื่องยนต์ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศ ประเภทสูบนอนที่เขาถนัด เขาพัฒนาจนกระทั่งสามารถผลิตออกมาเป็นรถแห่งประชาชนที่ราคาย่อมเยาว์เทียบเท่ากับราคามอเตอร์ไซค์ ทำให้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เมื่อรถสามารถผลิตออกมาเพื่อจำหน่ายได้แล้ว ในปี 1938 จึงมีการสร้างโรงงานขึ้นที่เมืองโวล์ฟบวร์ก เพื่อเดินหน้าผลิตรถรุ่นนี้ออกมารองรับผู้ที่สั่งซื้อรถจำนวนถึง 336,000 คัน โรงงานเร่งเดินสายพานการผลิตอย่างเต็มที่ แต่เป็นที่น่าเศร้าว่าประเทศเยอรมนีนั้นตกอยู่ในภาวะสงคราม ทำให้รถที่ผลิตออกมาเสร็จเรียบร้อยนั้นไม่สามารถถูกส่งไปให้ลูกค้าได้ เมื่อสถานการณ์พลิกเช่นนี้ ปีถัดมา กองทัพเยอรมันจึงออกคำสั่งให้โรงงานเปลี่ยนกำลังการผลิตเป็นผลิตรถยนต์เพื่อป้อนเข้าสู่กองทัพ ปอร์เช่จึงกุมตำแหน่งทั้งผู้ออกแบบและควบคุมการผลิตรถแห่งประชาชนและวิศวกรของกองทัพไปโดยปริยาย

ทาสและเชลยสงครามจากละแวกใกล้เคียงกว่า 15,000 ชีวิตถูกเกณฑ์มาทำงานโรงงานในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองระหว่างปี 1939 – 1945 ด้วยไฟสงครามที่ปะทุอยู่ตลอดเวลา ทำให้โรงงานแห่งนี้กลายเป็นเป้าสายตา และถูกทิ้งระเบิดทำลาย แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้ทำให้เป็นจุดยุติ ทหารอังกฤษเข้ามาควบคุมโรงงาน และเปลี่ยนหน้าที่มันให้เป็นโรงซ่อมยานพาหนะของกองทัพแห่งสหราชอาณาจักร หลังจากนั้น ประเทศอังกฤษก็สั่งผลิตรถออกมาจำนวน 20,000 คัน ซึ่งมีเพียง 1,000 คัน เท่านั้นที่สามารถผลิตแล้วเสร็จก่อนสงครามจบ

ต่อมาในปี 1946 สงครามสงบลง จากที่เคยอยู่ในรูปแบบของสหภาพการค้าพรรคการเมือง บริษัทก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Volkswagen อย่างเป็นทางการ กลายเป็นบริษัทที่เป็นเอกเทศ ไม่ขึ้นตรงกับพรรค การเมือง และสามารถดำเนินธุรกิจเองต่อไปได้ อีกสองปีถัดมา กองทัพอังกฤษเสนอให้ประเทศอื่นๆ ที่เป็นพันธมิตรมาช่วยกันอุ้มชูดูแลกิจการบริษัทนี้ต่อไป โดยประเทศที่ถูกเสนอนั้นก็ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส หรือแม้แต่ประเทศอังกฤษเองก็ดี ต่างก็ไม่มีใครต้องการแบกภาระนี้ไว้ ระหว่างนี้เองปอร์เช่เองก็ตีตัวออกไปสร้างรถปอร์เช่เป็นกิจการของครอบครัวเองคู่ขนานกันไปด้วย จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นว่าเครื่องยนต์  จากปอร์เช่เป็นเครื่องยนต์ที่ใช้รูปแบบเดียวกับเครื่องของบีเทิลคือใช้ เครื่องสูบนอนและระบายความร้อนด้วยอากาศ ทำให้เครือข่ายการสร้างรถแห่งประชาชนหรือว่าเจ้าบีเทิลนั้นขยายตัวออกไป เวลาล่วงผ่านไปถึงช่วงเวลาของสงครามแบ่งแยกประเทศเยอรมนีตะวันออกและตะวันตก ตามมา เจ้าเต่าทองคันน้อยก็ถูกผลิตออกมาอย่างต่อเนื่องจนถึงหนึ่งล้านคัน นับตั้งแต่เริ่มโครงการมาถึงปี 1995

กิจการที่เจริญอู้ฟู่นี้ทำให้ Volkswagen ขยายตัวออกไปอีก โดยเริ่มจากการซื้อ Auto Union เจ้าของแบรนด์ Audi (ออดี้) มาไว้ในอ้อมกอด  ของบริษัทในปี 1964 หลังจากนั้นก็ซื้อ NSU Motorenwerke หรือที่รู้จักกันในนาม Prinz (พรินซ์) และเอาสองบริษัทนี้มารวมกันเพื่อสร้างแบรนด์ Audi เสียใหม่และยกระดับให้กลายมาเป็นแบรนด์รถหรู การพัฒนาของกลุ่มบริษัทนี้ก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้รถ Volkswagen พัฒนาเปลี่ยนรูปแบบเครื่องยนต์ออกไปอีกมากมาย และจากการเลือกใช้น้ำระบายความร้อนของเครื่องยนต์ในปี 1973 ทำให้ Volkswagen มีรุ่นที่ตีตลาดและโดดเด่นมาจนถึงทุกวันนี้อย่าง Golf, Polo, Passat และ Scirocco ช่วงนี้ Volkswagen Group เริ่มหยุดขยายตัวไปบ้าง แต่ปี 1982  Volkswagen Group ก็ยังไม่วายที่จะไปลงนามตกลงร่วมผลิตกับ Seat (ซีท) ค่ายรถยนต์จากประเทศสเปน 9 ปีถัดมาก็ใช้วิธีนี้กับรถจากสาธารณะรัฐเช็ก อย่าง Skoda (สโกด้า) ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของ Volkswagen Group นั้นพุ่งกระฉูด นอกจากนั้นยังไปกวาดเอา Bentley (เบนท์ลีย์) จากประเทศอังกฤษ Bugati (บูกาตี) จากประเทศฝรั่งเศส และ Lambroghini (ลัมโบร์กินี) จากประเทศอิตาลีมาครอบครองในปี 1988

ตำนานจากประเทศเยอรมนีที่เริ่มต้นอย่างเผด็จการ ทำให้มีเรื่องราว  ที่ซับซ้อนสืบเนื่องต่อกันมายาวนานเป็นประวัติศาสตร์ เส้นทางของรถยนต์แห่งประชาชนกลายเป็นกลุ่มบริษัทที่มีประวัติอันซับซ้อนและครอบคลุมเกือบทุกเรื่องในวงการรถยนต์

Related Post