ชวนชิมอาหารจีนจากเชฟ 2 ดาวมิชลินจากสิงคโปร์

ตั้งแต่วันที่ 6 ถึง 12 มิถุนายนนี้ ห้องอาหารจีนแชงพาเลซ  โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ พร้อมเสิร์ฟสุดยอดอาหารจีนโดยฝีมือเชฟมิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว เชฟม๊ก กิ๊ด คว่อง จากสิงคโปร์

อาหารจีนที่ได้รับการรับรองจากมิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว ไม่ได้มีมาก แต่อาหารจีนก็เป็นอาหารที่ดูจะถูกปากคนไทย และรสชาติอาหารจีนจากเชฟที่ได้ 2 ดาวมิชลินนั้นจะเป็นเช่นไรย่อมน่าลิ้มลอง เชฟม๊ก กิ๊ด คว่อง มีประสบการณ์มากกว่า 35 ปี เขามีโอกาสแสดงฝีมือการปรุงอาหารถวายแด่กษัตริย์แห่งโมร็อกโก ประธานาธิบดีแห่งรัสเซีย นายกรัฐมนตรีแห่งสิงคโปร์ รวมถึงบุคคลสำคัญและมีชื่อเสียงทั่วโลก

เขาเชี่ยวชาญด้านการผสมผสานศิลปะและกลิ่นอายความทันสมัยเข้าไปในขั้นตอนการตกแต่งอาหาร เชฟม๊กยังได้รังสรรค์เมนูแปลกใหม่ด้วยรสชาติที่กลมกล่อมกว่า 20 เมนู

คุณสามารถลิ้มลองอาหารจานเด่นของเชฟมิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว อาทิ ปลาคอดอบไข่ขาวและกังป๋วย เป๋าฮื้อออสเตรเลียเจี๋ยนน้ำแดง หมูแดงเลิศรส ปลิงทะเลยัดไส้กุ้ง ตับห่านราดด้วยซอสเป๋าฮื้อ ซุปไก่ตุ๋นรังนกพิเศษ และขานกกระทาทอดกระเทียมกรอบ ฯลฯ ราคาเริ่มต้นที่จานละ 380++บาท ถึง 8,880++บาท

เชฟม๊ก กิ๊ด คว่อง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองโต๊ะได้ที่ฝ่ายสำรองที่นั่งห้องอาหารของโรงแรมฯ โทร.0 2236 7777  หรือ 0 2236 9952 หรือ www.shangri-la.com/bangkok

Related Post

White Pearl & Black Pearl หอยนางรม และคาเวียร์

 

สำหรับวงการอาหาร ถ้าพูดถึงไข่มุกและไข่มุกดำแล้วคนจะต้องนึกถึงเนื้อหอยนางรมขาวๆ สดๆ และคาเวียร์ เครื่องปรุงทั้งสองชนิดนี้เสมือนความหรูหราในมื้ออาหาร ถ้าตัดภาพลักษณ์หรูหราที่เรามอบให้กับอาหารสองชนิดนี้ ก็ต้องยอมรับว่ารสชาตินั้นสุดยอดของการนำเอาสิ่งที่ดีที่สุดของท้องทะเลมารวมรสเข้าไว้ด้วยกัน

ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ ได้นำเอาเครื่องปรุงที่เป็นสุดยอดจากท้องทะเล 2 สิ่งนี้มารังสรรค์เป็นเมนูต่างๆ โดยคัดสรรหอยนางรมชั้นดีจากฟาร์ม หอยนางรมคุณภาพระดับพรีเมี่ยมจากฟาร์มเดวิด แฮร์เว (David Herve farm) คาเวียร์จากคาเวียรี่ (Kaviari) จากปารีส และ แชมเปญระดับตำนานจาก หลุย โรเดอเรอ (Louis Roederer)

โดยห้องอาหารต่างๆ ของโรงแรมก็นำเครื่องปรุงสุดพิเศษ 2 ชนิดนี้มาปรุงเป็นอาหารจานเด็ด โดยฝีมือ Executive chef Dominique Martinez อาทิ หอยนางรม Rounce นำมาปรุงสไตล์นิวออร์ลีน ฉ่ำไปด้วยเนย สมุนไพรและพาร์สลีย์สับนำไปอบและเผาให้ผิวของอาหารกรอบมีความหอม แต่เนื้อหอยนางรมยังสดชุ่มคงรสแท้ไว้อย่างเต็มเปี่ยม หอยนางรม Royale นำมาปรุงด้วยซอสแชมเปญซาบายอง หอยนางรม Boudeuse นำมาจับคู่กับหน่อไม้ฝรั่งสดปรุงให้สุดแต่คงรสกรอบหวานไว้ราดด้วยซอสเวลูเต โรยด้วยเนยแข็งพาร์มีซานฝานเป็นแผ่นบางๆ นี่เป็นแค่ตัวอย่างอาหารบางจาน ส่วน Chinese Cuisine Executive Chef Ball Yau จากห้องอาหารจีนเหม่ยเจียง นำหอยนางรมมาผัดกับไข่เค็มแสนอร่อยและเข้าได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ แน่นอนว่าอาหารรสเลิศอีกหลายชนิดที่ปรุงจากหอยนางรมจะมีคาเวียร์เป็นส่วนหนึ่งด้วย

แต่ต้องไม่ลืมที่จะสัมผัสรสชาติแท้ๆ ของคาเวียร์ชั้นเลิศของ Kaviari หลังจากมีกฏหมายคุ้มครองปลาสเตอร์เจียน คาเวียร์จึงถูกผลิตจากปลาชนิดนี้ที่เลี้ยงในฟาร์มและนำไข่มาทำเป็นคาเวียร์  ไม่ว่าจะเป็น Oscietra Prestige caviar, Beluga caviar และ Caviar premium white sturgeon เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงอย่างแผ่นแป้งเล็กๆ  blinis ไข่ต้มส้บ ต้นหอมฝรั่งสับ ฯลฯ แต่วิธีที่จะลองลิ้มชิมรสคาเวียร์แบบคนรัสเซียแท้ๆ นั้นคือ เช็ดหรือล้างหน้ามือระหว่างนิ้วชี้และนิ้วโป้ง ตักคาเวียร์วางลงไป และนำเข้าปาก ตามด้วยพรายฟองที่หอมละมุนของ Louis Roederer champagnes ที่มีทั้งโรเซ่, Blanc de Blancs 2010, Louis Roederer Cristal Brut 2009 ฯลฯ มาครบความเลิศหรูของแชมเปญตระกูลนี้

Related Post

ฉลองครบรอบ 12 ปี การเป็นพันธมิตรกลุ่มโรงแรมเลอบัว โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท

กลุ่มโรงแรม เลอบัว โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จัดงานฉลองครบรอบ 12 ปีการเป็นพันธมิตรกับ เพอร์นอต ริคาร์ด ประเทศไทย โดยมี  เคว็นติน จ็อบ กรรมการผู้จัดการ, กฤษดา กมลวรินทิพย์  ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ร่วมกับ กลุ่มโรงแรมเลอบัว โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท นำโดย นราวดี บัว ประธานบริษัท, มร. ดีภัค โอหริ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และชวภณ สวิระสฤษดิ์ จัดงานฉลองครบรอบ 12 ปี แห่งความสำเร็จการเป็นพันธมิตรธุรกิจระหว่างเพอร์นอต ริคาร์ด ประเทศไทย และกลุ่มโรงแรมเลอบัว โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท โดยมีแขกวีไอพีร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ เดอะโดม แอท เลอบัว

วาระนี้ได้การฉลองความสำเร็จของห้องอาหารเมซซาลูนาจากการได้รับการจัดอันดับมิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาวเมื่อไม่นานมานี้ ภายในงานประกอบด้วยงานสังสรรค์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟหลายรายการ อาทิ งานเลี้ยงช่วงเย็นที่ Flûte A Perrier-Jouët Bar ดื่มด่ำแชมเปญรุ่นเอ็กซ์คลูซีฟโดย แพริเอ จูเอ่ท์ รวมถึงการฉลองครบรอบ 1 ปีของ Alfresco 64 – A Chives Bar บาร์วิสกี้กลางแจ้งที่สูงที่สุดในโลกและการสร้างสรรค์ Chivas Regal Exclusive lebua Blend และงานพรีวิวร้านอาหารญี่ปุ่นแนวใหม่ที่จะมาเสริมความยิ่งใหญ่ของเดอะโดม แอท เลอบัว อันได้แก่ Sukai Omakase (สุไค โอมากาเสะ) และ Bar Sukai (บาร์ สุไค)

งานฉลองครั้งยิ่งใหญ่นี้นำแขกผู้มีเกียรติร่วมเดินทางไปสัมผัสกับรสชาติแห่งความสำเร็จของเดอะโดม แอท เลอบัว และรื่นรมย์กับงานสังสรรค์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟตลอดค่ำคืน ปิดท้ายด้วยงานเลี้ยงฉลองสุดตระการตาภายในสเตท รูม ชั้น 67 ซึ่งจะเป็นที่ตั้งของห้องอาหารและบาร์สไตล์ญี่ปุ่นแห่งใหม่ของโรงแรมเลอบัว

 

Related Post

อยากกินกุ้งแม่น้ำเหรอ ? ทำไมต้องไปไกลถึงอยุธยา

ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ (Up & Above restaurant) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) เชิญชวนมาลิ้มรสเมนูพิเศษปรุงจากกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ๆ เนื้อหวานแน่น ให้บริการตั้งแต่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2561

เชฟ เจษฎณรงค์ ทักษาปกรณ์ ผู้ช่วยหัวหน้าพ่อครัวใหญ่ประจำโรงแรมฯ คัดสรรแต่กุ้งแม่น้ำ สด ๆ ตัวใหญ่ ๆ เนื้อแน่น นำมาปรุงเป็นเมนูพิเศษหลากหลายรายการ เพื่อให้ทุกท่านได้ลิ้มรส ได้แก่ กุ้งแม่น้ำฉู่ฉี่ ปรุงรสชาติแบบต้นตำรับ หอมกลิ่นเครื่องแกง กุ้งแม่น้ำนึ่งซีอิ๊ว รสชาติกลมกล่อมหวานเค็ม รับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ กุ้งแม่น้ำทอดกระเทียม ที่ทอดสุกกำลังพอดีหอมกระเทียมทอดกรอบ และต้มยำกุ้งแม่น้ำ เมนูยอดนิยมของชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่เชฟคัดกุ้งตัวโต ทำเป็นต้มยำที่รสชาติจัดจ้านเข้มข้นถึงเครื่องต้มยำและสมุนไพรหลากหลายชนิด

เมนูพิเศษปรุงจากกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ มีให้บริการเป็นอาหารจานเดี่ยว ที่ห้องอาหาร อัพแอนด์อะบัฟ ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 22.30 น. ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2561 ราคาเริ่มต้นที่ 780++ บาทต่อจาน

ห้องอาหาร อัพแอนด์อะบัฟ ตั้งอยู่ที่ชั้น 24 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง กรุณาติดต่อ 02 687 9000 หรือ upandabove@okurabangkok.com

ราคาทั้งหมดยังไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7%

Related Post

The Joy of Hua Hin #หัวหินถิ่นนี้จอย

ร้อนๆ อย่างนี้หลายคนคงอยากไปอยู่ริมทะเล  เมื่อนึกถึงทะเลก็ต้องนึกถึงหัวหิน เพราะมีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นที่หัวหินในช่วงปีหลังๆ นี้ โดยเฉพาะร้านกิน ร้านนั่งชิลเก๋ๆ ที่เราเข้าไปดูที่  #SansiriSummerVibes ซึ่งเป็นแคมเปญไลฟ์สไตล์ ลีฟวิ่ง คอมมิวนิตี้ (Lifestyle Living Community) สุดเก๋บนไอจีด้วยการแนะนำร้านอาหาร ร้านคาเฟ่และขนมหวานชื่อดังของหัวหิน ร้านอาหารสตรีทฟู้ด ชื่อดังมากมายกว่า 60 ร้าน และสถานที่แฮงเอ้าท์ไลฟ์สไตล์ไม่ซ้ำใคร เช่น บาร์เก๋ๆ เปรียบเสมือนเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยกันอย่างดี รวมถึงร้าน Hidden gem

หมูปิ้งลุงแต @ตลาดเช้าหัวหิน

เห็นคิวคนที่ต่อแถวซื้อหมูปิ้งร้านนี้รับรองได้ว่าเด็ดแน่ ทั้งคนหัวหินเองและนักท่องเที่ยว หมูปิ้งที่หมักอย่างดี ปิ้งบนเตาถ่านส่งกลิ่นหอมกรุ่น แอบกระซิบว่า เมนูหมูปิ้งของลุงแต่นี้เป็นเมนูที่เข้าวังมาแล้วเชียว

The Tea House (เต ที เฮ้าส์) @Flynow outlet

ร้านน้ำชาในบรรยากาศเก๋ๆเหมาะจิบชายามบ่าย ตกแต่งอย่างสวยงามในบรรยากาศความเป็นฝรั่งเศส ทั้งชาที่เลือกสรรมาอย่างดีที่สุดรวมทั้งขนมอบแสนอร่อยสไตล์ฝรั่งเศส

โสภาซีฟู้ด

มาหัวหินก็ต้องรับประทานอาหารทะเลให้สะใจ ร้านนี้มีชื่อเสียงเรื่องรสชาติที่จัดจ้านและเป็นรสแบบท้องถิ่นแท้ๆ ใครต้องการชิมอาหารทะเลที่ได้มาสดๆ ปรุงเป็นอาหารรสจัดต้องมาที่นี่

ป้ารวยปูเป็น

แค่ชื่อร้านก็เชื่อได้ว่ารสแซบแท้แน่นอน ไม่ใช่แค่ปูสดๆ แต่อาหารทะเลอื่นๆ ก็สดเช่นกัน นำมาปรุงเป็นอาหารรสจัดจ้านต่างๆ นอกจากนี้ยังมีร้านแนะนำเช่น เฮียชัยเป็ดย่าง ร้านอาหาร  Red Coral Restaurant โรงแรมเอสเคปหัวหิน คาเฟ่ วิไลวรรณ Together Café, INU Café, Velo Café สตรีทฟู้ด ขนมจีนเจ้รุ่ง ลอดช่องลุงดำ สาลี่กะปิสูตรโบราณ Socialize Space@Seen SpaceDer, Tanya’s, Sundance, Umikaze, Oasia, Burning Day Light Tamarind Market Pizza Art, PRASITA RIBS, กุ้งถัง และอีกมากมาย

โดยมีคอนเซ็ปต์ “เปลี่ยนทั้งย่านให้เป็นบ้านหลังใหญ่ของเรา” เปิดบ้านหลังใหม่ในโลเคชั่นล่าสุดที่ “หัวหิน” ของแสนสิริ ที่จะชวนทุกคนมาสนุกพักผ่อนกับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆเฉลิมฉลองความเป็นเพื่อนบ้าน พร้อมมอบพริวิเลจสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเหล่าร้านค้าที่เป็นเพื่อนบ้านในย่านนี้มากมายกว่า 60 ร้านค้า ผ่านแฮชแท็ก #SansiriSummerVibes เอาใจเหล่า แสนสิริ แฟมิลี่ ได้มาจอยกันครบจบในที่เดียวตลอดซัมเมอร์ ง่ายๆเพียงแค่แจ้งรับสิทธิ์ผ่าน IG direct message หรือสแกนบาร์โค้ดรับสิทธิ์ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. นี้


Related Post

ชิลล์อย่างหรูที่ Park Hyatt Seoul ใครไปห้ามพลาด !

L’Officiel Hommes Thailand ขอแนะนำสองสถานที่นั่งชิลล์อย่างหรูหราเมื่อคุณไปเยือนกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

The Lounge: Korean Tea House

ตั้งอยู่ ณ ชั้นที่ 24 โรงแรม Park Hyatt Seoul นำเสนอประสบการณ์การดื่มชาแบบเกาหลีแท้ๆ ทีเฮ้าส์นี้ออกแบบโดยบริษัท Super Potato ที่ให้อารมณ์ของประเทศญี่ปุ่นโดยไม่ละทิ้งกลิ่นอายของเกาหลีแบบดั้งเดิม สามารถมองออกไปเห็นวิวอันโอ่อ่างดงามของเมืองยามจิบชา ถือว่าเป็นจุดที่โรแมนติกที่สุดจุดหนึ่งของเมืองนี้ คุณสามารถเลือกจิบชาเขียวสารพัดประเภทที่ปลูกในคาบสมุทรเกาหลี ในส่วนของของหวานนั้น ก็มีให้เลือกมากมายตามฤดูกาล ทำให้ทั้งวันของคุณทั้งสวยงามและอิ่มอร่อย

The Timber House: Vinyl Music Bar

ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของโรงแรม Park Hyatt Seoul ถือเป็นไวนิลบาร์และร้านอาหารแห่งแรกในทวีปเอเชีย ออกแบบโดย Super Potato เพื่อให้ระบบเสียงภายในมีคุณภาพสูงสุด แต่ละคืนจะมีดีเจทั้งหมด 6 ชีวิตมาสับเปลี่ยนเล่นเพลงขับกล่อมทุกคน นอกจากนั้นภายในบาร์ยังมีคอลเลกชั่นแผ่นเสียงโชว์เคสอยู่กว่า 2,000 แผ่นอีกด้วย นอกจากดนตรีสุดเหวี่ยงแล้ว อาหารและเครื่องดื่มก็ไม่แพ้กัน มีเสิร์ฟแอลกอฮอล์ระดับพรีเมี่ยมอิมพอร์ตจากทั่วโลก และมีเมนูสไตล์อิซากายะแบบญี่ปุ่นมาในจานเล็ก เป็นกับแกล้มน่ารัก และอาหารเกาหลีพื้นเมืองให้เลือกอีกมากมาย

ทั้งสองตั้งอยู่ที่โรงแรม Park Hyatt Seoul

www.parkhyattseoul.com

 

Related Post

SIWILAI Tour X The Avalanches เมื่อเทรนด์เปลี่ยน ช็อปจึงต้องขายมากกว่าเสื้อผ้า

Text: Patsaya Ch.

แม้ SIWILAI มีจุดกำเนิดจากการเป็นร้านจำหน่ายเสื้อผ้าและเครื่องประดับแบรด์ดังจากทั่วโลก แต่ด้วยพฤติกรรมการช้อปปิ้งที่เปลี่ยนไปของคนยุคนี้ การรอให้คนเข้าเดินเข้าห้างสรรพสินค้าเพื่อเลือกซื้อสินค้าในราวแขวนอาจไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ด้วยเหตุนี้เองเราจึงเห็นหลายแบรนด์เปลี่ยนทิศทางจากการเป็น selected shop คัดของเท่ๆ คูลๆ เข้ามาวางขายในร้าน ด้วยการสร้างแบรนดิ้งที่ครอบคลุมทั้งเสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์เพื่อดึงกลุ่มคนที่มีความชอบเดียวกันจนเกิดเป็น SIWILAI CITY CLUB หรือแหล่งแฮงเอาท์ของคนที่หลงใหลในดนตรี ศิลปะ และแฟชั่น ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 5 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

บริเวณด้านนอกของ SIWILAI CITY CLUB

 

 

หลังจากความสำเร็จของ SIWILAI CITY CLUB จึงต่อยอดเป็น SIWILAI Tour งานดนตรีร่วมสมัยที่แปลกและไม่เหมือนใคร ที่ผ่านมาพวกเขาได้ดึงเอาศิลปินระดับโลกมาแสดงบ่อยครั้ง เช่น A$AP Rocky, Hot Chip & Holy Ghost และ The Cool Kids ซึ่งล้วนเป็นสายแข็งทางดนตรีร่วมสมัย มาปีนี้ SIWILAI Tour ขอพรีเซ็นต์ DJ Set ของ Robbie Chater และ Tony Di Blasi ศิลปินและโปรดิวเซอร์ชื่อดังหรือที่รู้จักกันในนาม The Avalanches ซึ่งดังสุดๆ จากเพลง Since I Left You ในปี 2000 ล่าสุดในปีที่ผ่านมา พวกเขายังขึ้นเล่นในเทศกาลดนตรีระดับโลกอีกถึงสามรายการ อาทิ Coachella, Glastonbury และ St. Jerome’s Lane Way Festival

 

ดูโอ Robbie Chater และ Tony Di Blasi หรือ The Avalanches

 

Wildflower งานเพลงชิ้นที่ 2 ซึ่งออกมาในปี 2016

 

และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศเอาท์ดอร์ของ SIWILAI CITY CLUB ที่ตั้งอยู่บนชั้น 5 ธีมของงานนี้จึงยกความสนุกของ ‘ฟูลมูนปาร์ตี้’ มาไว้บนหาดทรายลอยฟ้า ที่ต่างจากการเล่นในคลับหรือสถานที่จัดคอนเสิร์ตอื่นๆภายในงานเราจะเห็นคนที่ตั้งใจมาฟังดนตรีจริงๆ เพราะความชอบส่วนตัว และกลุ่มคนที่มาเพราะเชื่อในเทสต์ของ SIWILAI ว่าพวกเขาเองก็น่าจะชอบฟังเพลงแนวนี้ได้เหมือนกัน และแม้แต่ละคนจะมาด้วยแรงกระตุ้นที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ SIWILAI สามารถหลอมทุกคนในงานให้สนุกกับปาร์ตี้ได้อย่างไร้พรมแดน ดังนั้นไม่ว่าคุณจะปลื้มวงหรือเป็นแฟนขาประจำของ SIWILAI ลองไปพิสูจน์ด้วยกันในวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม 2018 ใครสนใจเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://www.ticketmelon.com/siwilai/theavalanches

Related Post

Feel the Difference สัมผัสใหม่ที่พัทยา

ข้อดีของพัทยาคือคุณสามารถไปได้บ่อยเท่าที่ต้องการเพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ขับรถไปไม่กี่อึดใจก็ถึง จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีโรงแรมหรือรีสอร์ตเปิดใหม่แทบทุกเดือน ตั้งแต่ราคาไม่กี่ร้อยไล่ไปจนถึงหลักหมื่น

วันนี้เราเลยขอนำเสนอที่พักแห่งใหม่ เซ็นทารา แกรนด์ พระตำหนัก ซึ่งตั้งอยู่บริเวณพัทยาใต้ใกล้กับเขาพระตำหนัก ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวหรือจุดถ่ายรูปยอดนิยมในพัทยา เพราะสามารถมองเห็นพัทยาได้อย่าง 360 องศา อยู่คั้นระหว่างหาดหอมเทียนกับพัทยาใต้ แถมยังอยู่ไม่ไกลจากเกาะล้าน เกาะที่ได้ชื่อว่าหาดทรายและน้ำทะเลยังคงใสสะอาด หลายคนมาเที่ยวพัทยาก็จริง แต่แทนที่จะเล่นน้ำหรือนอนอาบแดดริมหาดจอมเทียน กลับเลือกที่จะนั่งเรือไปเกาะล้านมากกว่า เพราะเหมือนเที่ยวทะเลอื่น

ห้องพัก Deluxe room 

 

Family Suite ห้องพักสำหรับมาเป็นหมู่คณะหรือครอบครัว

 

 

โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ย่านที่อยู่อาศัย ดังนั้นสภาพแวดล้อมจึงไม่อึกทึกคึกโครมเหมือนพัทยากลาง สะอาด สงบ มีทั้งหมด 163 ห้อง ตกแต่งอย่างสวยทันสมัย อุปกรณ์ภายในห้องครบครัน มีไฮไลท์เป็นสระว่ายน้ำซึ่งตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม นอกจากนั้นยังมีห้องฟิตเนส สปา SPA Cenvaree และบริการรถรับ-ส่งถึง Central Festival Shopping Centre

Centara Grand Phratamnak Pattaya

 

และถ้าใครเบื่อร้านอาหารเดิมๆ ในพัทยา หรืออยากพิเศษขึ้นมาหน่อย ที่นี่ก็มี Oceana ห้องอาหารที่แปลกใหม่ด้วยการตกแต่งสไตล์อควาเรียม (Aquarium) มีครัวเปิดเสิร์ฟทั้งอาหารไทยและอาหารฝรั่ง แต่ถ้าไม่อยากทางการมากนัก ลองอาหารกินง่ายที่ Ruffino Restaurent & Lounge ชั้นดาดฟ้าติดกับสระว่ายน้ำ หรือ Espresso คาเฟ่พร้อมให้บริการกาแฟหอมกรุ่นและเบเกอรีตลอดวัน

ให้ความรู้สึกเหมือนดินเนอร์อยู่ใต้ทะเล!

 

ไม่ว่าจะชาหรือกาแฟ ที่นี่พร้อมเสิร์ฟ 

 

ด้วยความสะดวกสบายระดับห้าดาวที่บอกไปข้างต้น เซ็นทารา แกรนด์ พระตำหนัก จึงถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่กำลังมองหาความเงียบสงบ คนไม่พลุกพล่าน ให้ความรู้สึกที่มาพัทยาแต่เหมือนไม่ได้อยู่พัทยา

เซ็นทารา แกรนด์ พระตำหนัก พระตำหนักซอย 5 พัทยา 20150 โทร. 038-250-636 หรือ 092-247-0233 แฟ็กซ์ 038-250-790 อีเมล cgpx@chr.co.th เว็บไซต์ https://www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/cgpx/

Related Post

ทำไมการจิบชายามบ่ายจึงเป็นมากกว่าเรื่องของผู้หญิง

Text: Patsaya Ch. / Photo: The Okura Prestige Bangkok

แม้การดื่มชาจะเป็นกิจกรรมที่นิยมทำกันในหมู่หญิงสาว แต่หากคุณอยากเอ็นจอยกับการจิบชายามบ่าย เคล้าอาหารว่างอย่างขนมหวานหรือแซนด์วิซชิ้นเล็กๆ ก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายใดๆ เพราะปัจจุบันการจิบชายามบ่ายหรือ Afternoon Tea เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง หรือนัดประชุมงาน เนื่องจากไม่จริงจังเท่าอาหารเย็นและไม่เน้นเอาสะดวกเหมือนเวลานัดกันตามร้านกาแฟ จะว่าไปมันก็ไม่ต่างกันการตีกอล์ฟที่บางครั้งเราก็ไม่ได้ออกรอบเพื่อสุขภาพอะไรหรอก เพียงแต่อยากปิดดีลกับลูกค้าที่ยืดเยื้อมานาน

ดังนั้นปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะจิบชายามบ่ายไปเพื่ออะไร? แต่อยู่ที่คุณจะไปจิบชาที่ไหนต่างหาก

Afternoon Tea ที่ไม่ได้มีแค่สโคนกับแซนด์วิซไส้แตงกวา

อย่างที่บอกว่าประเพณีจิบชายามบ่ายกลายเป็นวาระระดับโลก ไม่ใช่แค่คนอังกฤษที่นิยมจิบชา หากแต่คนญี่ปุ่นก็ชื่นชอบกิจกรรมนี้เช่นกัน ล่าสุด โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ณ อัพ แอนด์ อะบัฟ บาร์ นำเสนอชุดน้ำชายามบ่าย ซึบากิ ที่หัวหน้าพ่อครัวขนมหวาน เชฟ เซบาสเตียน ฮูแกแวร์ฟ นำแรงบันดาลใจจากดอกซึบากิ (Tsubaki) หรือ ดอกคามิเลีย (Camellia) ที่บานเฉพาะช่วงหน้าหนาวของญี่ปุ่นมาออกแบบชุดน้ำชายามบ่าย อันประกอบไปด้วย เค้กกลิ่นชาดอกซึบากิ เค้กมองบลังก์กลิ่นดอกซึบากิสอดไส้เยลลี่รสแบล็คเคอร์แรนท์ มาการองพิมพ์ลายดอกซึบากิ ควบคู่กับขนมหวานอื่นๆ (แน่นอนว่าที่ขาดไม่ได้คือสโคน)

 

   

 

ส่วนอาหารคาวได้แก่ ขนมปังกรอบหน้าปลาแซลมอนรมควันโรยชีสริคอตต้าและอะโวคาโด้ ขนมปังบริยอชไส้เนื้อเป็ดตุ๋นและแครนเบอร์รี่ เป็นต้น อาหารว่างเหล่านี้สามารถเลือกเสิร์ฟกับชามาคิยาจ แฟรส์ (Mariage Frères) ชาฝรั่งเศสอย่างชาซาโร (saro) ชาดอกบัวเลิศรส หรือกาแฟหอมกรุ่น รวมถึงเครื่องดื่มที่ทำให้บรรยากาศคึกคักขึ้นมาหน่อยอย่าง สปาร์คกลิ้งสาเก ไวน์โพรเซคโค หรือแชมเปญ

 

   

 

 

จะเห็นได้ว่าสมัยนี้อาหารว่างหรือเครื่องดื่มก็ไม่ได้ยึดติดตามประเพณีเก่าแก่ หากแต่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ไม่ได้มีถูกหรือผิด ไม่ต้องถึงขั้นปีนบันไดจิบ อาหารต่างๆ เสิร์ฟมาในชิ้นพอดี ‘มือหยิบ’ (ดังนั้นไม่ต้องเขินกับการใช้มือหยิบอาหาร) แต่ขออย่างเดียวอย่ากระดกนิ้วก้อยชี้ขึ้นขณะถือแก้วชาเป็นพอ เพราะนอกจากจะผิดแล้วยังดูไม่ใช่แบบสุดๆ

 

ปัจจุบัน แม้ชุดน้ำชายามบ่ายจะมีหลากสัญชาติ แต่ช่วงเวลาเสิร์ฟไม่หนีจากกันเท่าไร ที่นี่เริ่มเวลา 14.00-17.00 นาฬิกา แต่สำหรับชุดน้ำชายามบ่ายซึบากิมีเฉพาะวันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคม 2561 ราคาชุดละ 1190++ บาท รวมเครื่องดื่มชาหรือกาแฟสำหรับสองท่าน แต่หากเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ราคาจะต่างออกไป สนใจสอบถามรายละเอียดและโทรจองได้ที่ 02-687-9000 หรือ upandabove@okurabagkok.com

 

 

Related Post

L’Optimum Look & Learn : Boy’s Night Beef Barbecue

Beef Barbecue

ถึงคิวที่เพื่อนๆ จะมารวมตัวกันดูบอลที่บ้านเครื่องดื่มหลักอย่างเป็นทางการที่จะซดกันทั้งคืนย่อมหนีไม่พ้นเบียร์ แต่ถ้าจับคู่กับบาร์บีคิวล่ะรับประกันว่าแมทช์นี้ลุ้นกันมันอย่างแน่นอน แต่ก็ต้องย้ำอีกหน่อยว่าเคล็ดลับความอร่อยนั้นอยู่ที่วัตถุดิบสดใหม่อีกด้วย

Related Post