PEUGEOT ‘LE BISTRO DU LION’ FOOD TRUCK

Food Truck หรือรถขายอาหารแบบเคลื่อนที่นั้นหากว่ากันตามจริงอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ในสายตาของคนไทยอย่างเรานัก ด้วยภาพอันคุ้นชินกับรถกระบะขายอาหารในอดีต ทว่าวันนี้ภาพลักษณ์ของฟู้ด ทรัคกลับได้รับการแปลงโฉมเสียใหม่ เช่นเดียวกับเปอร์โย หนึ่งในบรรดาผู้ผลิตรถยนต์ที่เก่าแก่ในโลก เปิดตัวรถขายอาหารสุดล้ำโดยใช้ชื่อว่า ‘Le Bistro du Lion’

lopt food 1

สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกอาจดูเหมือนฟู้ด ทรัคธรรมดา เพราะเมื่อหาจุดปักหลักได้แล้วรถบรรทุกคันนี้จะแปลงร่างเป็นป็อปอัพขนาดเล็กที่มีความมหัศจรรย์ และพร้อมเสิร์ฟความบันเทิงอันหลากหลายมากกว่าแค่อาหาร!! แน่นอน ภาพเดียวไม่สามารถสื่อความหมายได้ทั้งหมด ไปสำรวจกันดีกว่า

lopt th food9

lopt th food10

lopt th food 3

ภายในห้องครัวประกอบด้วยเตาสำหรับปรุงอาหาร 4 เตา ตู้ทำความเย็นขนาด 350 ลิตร และเครื่องชง Rocket Espresso สุดหรู

lopt th food7

ภายนอก ฟู้ด ทรัคมีจอแสดงภาพขนาด 46 นิ้ว ถ่ายทอดสดการปรุงอาหารในห้องครัว นอกจากคุณจะได้กลิ่นของเครื่องเทศที่ลอยออกมาแตะจมูก ยังได้ชมภาพพร้อมเสียงดังฉ่า เมื่อเนื้อสีชมพูถูกวางลงบนเตา… สร้างความโหยเพิ่มอีกเป็นเท่าตัว

lopt th food9

อย่างที่กล่าวไปว่า Le Bistro du Lion พร้อมเสิร์ฟความบันเทิงทุกรูปแบบ เพราะคุณอาจคาดไม่ถึงว่ารถขายอาหารเคลื่อนที่จะมี บูธดีเจ สร้างความมัน(ส์)ให้การกินของคุณ แบบที่ว่า ‘กินไปโยกไป’

lopt th food6

lopt th food13

Le Bistro du Lion เป็นการร่วมมือกันระหว่าง Peugeot และ Euromag ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะจากฝรั่งเศส หากอยากสัมผัสกันแบบใกล้ชิดวันที่ 14 เมษายน 2015 นี้จะไปแสดงที่ Milan Design Week ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังงาน Expo Milano ที่ฝรั่งเศส

lopt th food15

lopt th food14

Photo by Gizmag

Related Post

The Polo Bar

Ralph-Lauren-Restaurant-Polo-New-York-1

พร้อมแล้วกับ Polo Bar ร้านอาหารแห่งใหม่และถือเป็นแห่งแรกเกิดขึ้น ณ มหานครนิวยอร์ก และยังเปิดอยู่ใกล้กับร้านใหญ่ของแบรนด์ Ralph Lauren บนถนน The Fifth Avenue และภายในร้านยังคงกลิ่นอายของแบรนด์ไว้อย่างเต็มเปี่ยม การเปิดตัวในนิวยอร์กคร้งนี้นั้นทางแบรนด์ต่อยอดมาจากความสำเร็จของร้านอาหารที่ ชิคาโก้ และ ปารีส อย่าง The RL Grill และ Ralph’s

Ralph Lauren thai lopt

polo-bar-dining loptimum thai

polo-bar-tables loptimum thai

ความโก้หรู เรียบง่าย เน้นการตกแต่งร้านด้วยไม้สีเข้มตั้งแต่งผนังเรื่อยไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ และแสงไฟสีเหลือง โดดเด่นด้วยเครื่องหนังสีน้ำตาลที่ตัดกับสีเขียวของผนัง ตกแต่งด้วยกรอบรูปที่เป็นความทรงจำเกี่ยวกับม้าและกีฬาโปโล ภายในร้านจึงให้ความรู้สึกอบอวลความมีเสน่ห์ของความคลาสสิกแบบดั้งเดิม

Ralph_restaurant_steak loptimum thai

polo-bar-burger-loptimum thai

โปโล บาร์แห่งนี้ นำเสนอเมนูอาหารที่หลากหลาย ทั้ง Corn Beef Sandwiches, Crab Cakes, Rib Eye Steak และอาหารรังสรรค์มาโดยเฉพาะกับ Signature Polo Bar Burger ล้างปากด้วยของหวานที่ไม่ควรพลาดกับ Ralph’s Coffee Ice Cream ซึ่งเป็นกาแฟพิเศษของ ราล์ฟ ลอเรนเอง

Related Post

Siam Winery first launched The Famous Spanish wine ‘FINCA de MALPICA’ in Thailand

สยามไวเนอรี่เปิดตัวไวน์สมาชิกใหม่ภายใต้ชื่อ ‘ฟินคา เดอ มัลปิคา’ ให้คอไวน์ชาวไทยได้สัมผัสรสชาติไวน์ยอดนิยมจากสเปน
โดย The Eventist
dHFu9Sk0iCkw9Hpp+HDoeO54sWhLmpwZw=
ไวน์สักแก้วไหมครับ? นี่อาจจะเป็นคำถามที่คุณอาจจะได้ยินบ่อยมากขึ้นนับจากนี้ เพราะด้วยวิสัยทัศน์ของสยามไวเนอรี่ บริษัทผู้ผลิตไวน์และนำเข้าไวน์คุณภาพเยี่ยมจากทั่วโลก ที่สานต่อวัฒนธรรมการดื่มไวน์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง จะทำให้การดื่มไวน์สักขวดไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ล่าสุดสำหรับงานเปิดตัวสุดเอ็กคลูซีฟ พร้อมต้อนรับน้องใหม่ภายใต้ชื่อ ‘ฟินคา เดอ มัลปิคา’ โดยเป็นความร่วมมือกันระหว่างสยามไวเนอรี่ และบริษัทออสบอร์นกรุ๊ป ผู้ผลิตไวน์จากองุ่นสายพันธุ์ดีที่ปลูกอยู่ในไร้องุ่นมัลปิคา ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองโตเลโดทางภาคกลางของสเปน การันตีคุณภาพด้วยความรู้และประสบการณ์ในการผลิตไวน์ที่สั่งสมมากว่า 200 ปี
L_UuaTSIOC0zSDB0cW71KTSLkpQRw=
‘ฟินคา เดอ มัลปิคา’ ได้รับการรังสรรค์ออกมาเป็นรสชาติ 3 รูปแบบ ได้แก่ ไวน์ฟินคา เดอ มัลปิคา เฟรชไวท์ ไวน์ขาวที่ให้ความนุ่มนวล เหมาะสำหรับดื่มคู่กับอาหารทะเล หรือจะเป็นฟินคา เดอ มัลปิคา สมูทเรด ไวน์แดงบอดี้ปานกลาง เหมาะสมหรับอาหารจานปิ้งย่าง และฟินคา เดอ มัลปิคา ฟูลเรด ไวน์แดงหนักแน่น นุ่มลึก เข้ากันได้ดีกับอาหารหลายชนิด โดยเฉพาะเนื้อและพาสต้า
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่นิยมการดื่มไวน์ หรือกำลังหาไวน์ดีๆสักขวดเพื่อหาเคียงคู่กับอาหารจานพิเศษของคุณ ‘ฟินคา เดอ มัลปิคา’ คงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในลิสต์ของคุณอย่างแน่นอน

Related Post

BLACK & TIE : Signature Cocktail in L’Optimum cool boys’ club by Belvedere Vodka

1375710_703850772975595_1170269909_n

BLACK & TIE

ส่วนผสมหลัก :

45 ml Belvedere Vodka

45 ml Apple juice

10 Mint leaves

15 ml Lime juice

20 ml Blackberry syrup

 

วิธีผสมนั้นไม่ยาก เพียงคุณเททุกอย่างรวมกันในเชคเกอร์ เติมน้ำแข็งเพื่อความเย็นเสียหน่อย จากนั้นคุณก็เริ่มเขย่าและเขย่า!(พร้อมโชว์ลีลาควงแก้วให้สาวๆได้ฮือฮากัน) เสร็จสรรพพอให้ทุกส่วนผสมเข้าที่ รินค๊อกเทลชั้นดีที่ผสมลงในแก้วทรงสูงพร้อมแต่งหน้าด้วยใบมิ้นต์ มะนาวฝานและผลเบอรี่ที่เสียบก้านอย่างสวยงาม เอาให้สาวๆได้ ‘รูด’ ทานแก้เขินระหว่างพูดคุย

1379755_704473199580019_1048345858_n

1377540_704473209580018_136535376_n

 

Related Post

‘amBar’ The Rooftop Steakhouse : Where The Land Meet The Sea.

‘ไปไหนดี?’คำถามที่มักเกิดขึ้นเมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์เวียนมาอีกครั้ง วันแห่งการพักผ่อนหลังจากการทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์ แน่นอนว่าบรรยากาศ อาหารและเสียงเพลงเป็นส่วนสำคัญ ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการพูดคุยในหมู่เพื่อน ในช่วงเวลาปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ คงไม่มีที่ไหนเหมาะไปกว่า ร้านอาหารบนชั้นดาดฟ้า ที่การนั่งรับลมและลิ้มลองอาหารที่ดี จะเป็นไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป

 

แอมบาร์(amBar) ร้านอาหารบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมFour Point by Sheraton Bangkokที่เอาใจคนรักสเต็กเพราะคัดสรรเนื้ิอ’ริบ อาย’คุณภาพดี ผ่านการปรุงโดยเชฟมืออาชีพ ความฉ่ำของชิ้นเนื้อ จะทำให้ลิ้นของคุณ สัมผัสถึงความนุ่มในทุกคำของการเคี้ยว หรือหากเป็นชิ้นเนื้อก้อนโต ยังไม่ใช่แนวทางของคุณแล้วล่ะก็ ที่นี่ยังมีอาหารทะเล ที่ส่งตรงจากเกาะภูเก็ตโดยเฉพาะกุ้งล็อบสเตอร์ที่เนื้อแน่น สดใหม่ทุกวัน

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

สเตฟาโน แมกกันโญ(Stefano Maccahno)ผู้ดูแลเรื่องอาหารและเครื่องดื่มของที่นี่ การันตีได้เลยว่า ทุกจานของร้านแอมบาร์จะสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับทุกท่านที่มาเยือน เพราะคุณภาพของอาหารและรสชาติที่ลงตัว จะมัดใจคุณได้อย่างอยู่หมัดแน่นอน

แอมมาร์(amBar)เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 18.30-10.30 นาฬิกา ตั้งอยู่บนชั้น 8  โรงแรม Four Points by Sheraton Bangkok ซอยสุขุมวิท 15

Related Post

Food is Art event at The Okura Prestige Bangkok‏

การปรุงอาหารเป็นศิลปะขั้นสูงที่ต้องอาศัยความตั้งใจ แรงบันดาลใจ ทักษะฝีมือ อารมณ์และความรู้สึก และสำหรับเชฟดาวมิชลิน โทมัส คาไมย์เยอร์ (Thomas Kammeier) เจ้าของร้านอาหาร Hugos ประจำกรุงเบอร์ลิน การทำอาหารยังเป็นทั้งความสุขและการผ่อนคลายสำหรับเขาและผู้ที่มารับประทานด้วย

Okura dinner _ 119

Okura dinner _ 82

ล่าสุด เชฟคาไมย์เยอร์ ได้มาแสดงฝีมือการปรุงอาหารชั้นสูงกับเมนูที่เขาคิดค้นขึ้นพิเศษสำหรับกิจกรรม Food Is Art ของห้องอาหาร Elements โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน และบางเดือน ยังได้เชื้อเชิญเชฟชื่อกดังจากต่างประเทศมาแสดงฝีมือสร้างสรรค์ดินเนอร์สุดพิเศษด้วย

Okura dinner _ 132

Okura dinner _ 102

Okura dinner _ 49

สำหรับเมนูที่เชฟ คาไมย์เยอร์สร้างสรรค์เพื่อกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบด้วยอาหารกลางวัน 4 คอร์สและเมนูสำหรับมื้อค่ำ 6 คอร์ส ( เช่น ฟัวกราส์มะม่วงเชอร์เบ็ต เนื้อเป็ดชื่อดังจากเมืองนองต์ส่งตรงจากฝรั่งเศส) และทุกเมนูยังสามารถนำเสนอรสชาติอันหลากหลายและเข้มข้นของวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมและนำเสนอออกมาอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเราสามารถชมลีลาการปรุงของเขาได้ผ่านครัวแบบเปิด นอกจากนี้ แต่ละเมนูยังจับคู่กับไวน์รสเลิที่คัดสรรมาเป็นพิเศษโดยมาร์ค บิทเนอร์ หนุ่มหล่อผู้เชี่ยมชาญด้านไวน์ประจำโรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ด้วย

Okura dinner _ 69

Okura dinner _ 147

หากใครอยากลิ้มรสอาหารเลิศรสท่ามกลางบรรยากาศแสนเก๋เช่นนี้บ้าง กิจกรรม Food Is Art โดยเชฟคาไมย์เยอร์ประจำเดือนนี้จะจัดไปจนถึงวันที่ 19 ตุลาคมนี้เท่านั้น โดยเมนูมื้อกลางวัน ราคา 2,200 บาท และเมนูมื้อค่ำ ราคา 4,500 บาท สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2687-9000 หรือ elements@okurabangkok.com

Related Post

5 Best Places To Drink Whisky On Earth

จะจิบ จะดื่ม วิสกี้ชั้นดีก็ต้องมีบรรยากาศชวนสุนทรีย์กันบ้าง นิตยสาร ลอปติมัม จึงขอแนะนำ ‘สุดยอด 5 สถานที่ซึ่งสร้างอารมร์สุนทรีย์กับ วิสกี้ชั้นดี ที่มีรสนิยม’

loptimumthailand-wisky-best-1

1. ดื่มอะไร: 12 Year Yamakazi Single Malt

         ที่ไหน: Osaka Castle, Osaka, Japan

                     จิบวิสกี้จากแดนอาทิตย์อุทัยทั้งทีจะมีที่ไหนดีกว่าการค่อยๆได้ละเลียดลิ้มรสวิสกี้ที่บ่มนานกว่า12ปี พร้อมชมความงามของปราสาทโอซาก้าอันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองซึ่งอยู่ห่างจากโรงกลั่นของแบรนด์นี้ไม่ถึงชั่วโมง

loptimumthailand-wisky-best-2

2.ดื่มอะไร:Woodford Reserve

ที่ไหน:Churchill Downs, Louisville, Kentucky

                    เป็นที่รู้กันดีว่าหากไปรัฐ เคนตักกี้ สิ่งที่ควรไม่พลาดคงเป็นวิสกี้และการแข่งม้า รู้แบบนี้เห็นทีต้องที่สนามแข่งม้าประจำเมืองแล้วหละ แต่ก็ใช่ว่าวิสกี้ที่ว่าจะถูกเสียเมื่อไหร่ (ราคาพรีเมียมอยู่ที่ประมาณ $ 1,000 เลยทีเดียว )เราแนะนำว่างั้นลองเลือกเมนูจิบเบาๆ(ที่ไม่น่าจะเบา)แบบ on the rock จะดีเสียกว่าเผลอๆอาจเหลือเงินเล็กๆน้อยๆไปเสี่ยงโชคกับม้าที่แข่งอยู่ก็เป็นได้

loptimumthailand-wisky-best-3

3.ดื่มอะไร:Redbreast Single Pot

ที่ไหน:The Hemingway Bar at The Ritz, Paris

อยากรู้ อยากจิบ อยากตามรอยนักเขียนชื่อก้องโลกอย่าง  Hemingway เราขอแนะนำคลับเลาจน์สุดหรูใน Luxe Ritz Hotel  โรงแรมดังกลางกรุงปารีสและอย่าลืมสั่งเมนูดังกล่าว พร้อมดื่มด่ำไอริชวิสกี้ชั้นดี รู้แบบนี้เหล่าสาวก Papa Hemingway ควรตามไปเช็คอินกันโดยด่วน

loptimumthailand-wisky-best-4

4.ดื่มอะไร:Bushmills Black Bush

ที่ไหน: The Giant’s Causeway, County Antrim, Northern Ireland

แค่การระเบิดของหินภูเขาไฟเมื่อ60ล้านปีแต่ชาวไอริชกลับมีเรื่องเล่ายาวๆถึงตำนานยักษ์ ฟินน์แม็คคูลที่ต่อสู้กับชาวสก็อตจนได้เรื่อง แต่ทั้งหมดฟังดูอาจไม่ใช่ประเด็นที่มีอะไรมากกว่าการลองไปนั่งจิบบนโขดหินที่ว่ากันแบบ’ออน เดอะ ร๊อค ‘ของจริง

loptimumthailand-wisky-best-5

5.ดื่มอะไร: The Macallan Fine Oak 10

        ที่ไหน: The Craigellachie Bridge, Aberlour, Moray, Scotland

กลัวว่าสายวิสกี้ชาวสก็อตจะน้อยใจ สุดท้ายเลยต้องยกให้ไปลองกันที่สะพานเหล็กชื่อดังนาม Craigellachie ซึ่งสามารถเดินชิวๆได้จากโรงกลั่น Macallan สก็อตแลนด์ในตำนานพร้อมชมวิวริมแม่น้ำสุดคดเคี้ยวได้อย่างสุนทรีย์

Related Post

4DINNERS 4DATES

loptimumthailand-FB        loptimumthailand-amontre1loptimumthailand-amontre2loptimumthailand-SHUFFLE2loptimumthailand-SHUFFLE1loptimumthailand-Quince1loptimumthailand-Quince2loptimumthailand-HOLA1loptimumthailand-HOLA2

Related Post