ชาวอีดีเอ็มพร้อมลุย!! KULOV Present WARP Music Festival 2018 วันที่ 2-3 พ.ย. การกลับมาของงาน EDM ริมหาดอันดับ 1 ของไทย

Related Post SIWILAI Tour X The Avalanches เมื่อเทรนด์เปลี่ยน ช… Heineken® Presents Sensation Rise 2018 The Rebel by Khan Thaitanium ข่าวดีสำหรับสาวกอิเล็กทรอนิกดูโอ้อย่าง HONNE พวกเข… Staycation#1 ปาร์ตี้ให้สนุกแล้วจะต้องห่วงเรื่องขับ… Alternative Music เปิดประสบการณ์ทางดนตรีแบบไร้ขีดจ… 10 Greatest Bluffs in Pop Culture Volvo Ocean Race: ความท้าทายของการอยู่กลางทะเลนาน …

Related Post

SIWILAI Tour X The Avalanches เมื่อเทรนด์เปลี่ยน ช็อปจึงต้องขายมากกว่าเสื้อผ้า

Text: Patsaya Ch.

แม้ SIWILAI มีจุดกำเนิดจากการเป็นร้านจำหน่ายเสื้อผ้าและเครื่องประดับแบรด์ดังจากทั่วโลก แต่ด้วยพฤติกรรมการช้อปปิ้งที่เปลี่ยนไปของคนยุคนี้ การรอให้คนเข้าเดินเข้าห้างสรรพสินค้าเพื่อเลือกซื้อสินค้าในราวแขวนอาจไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ด้วยเหตุนี้เองเราจึงเห็นหลายแบรนด์เปลี่ยนทิศทางจากการเป็น selected shop คัดของเท่ๆ คูลๆ เข้ามาวางขายในร้าน ด้วยการสร้างแบรนดิ้งที่ครอบคลุมทั้งเสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์เพื่อดึงกลุ่มคนที่มีความชอบเดียวกันจนเกิดเป็น SIWILAI CITY CLUB หรือแหล่งแฮงเอาท์ของคนที่หลงใหลในดนตรี ศิลปะ และแฟชั่น ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 5 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

บริเวณด้านนอกของ SIWILAI CITY CLUB

 

 

หลังจากความสำเร็จของ SIWILAI CITY CLUB จึงต่อยอดเป็น SIWILAI Tour งานดนตรีร่วมสมัยที่แปลกและไม่เหมือนใคร ที่ผ่านมาพวกเขาได้ดึงเอาศิลปินระดับโลกมาแสดงบ่อยครั้ง เช่น A$AP Rocky, Hot Chip & Holy Ghost และ The Cool Kids ซึ่งล้วนเป็นสายแข็งทางดนตรีร่วมสมัย มาปีนี้ SIWILAI Tour ขอพรีเซ็นต์ DJ Set ของ Robbie Chater และ Tony Di Blasi ศิลปินและโปรดิวเซอร์ชื่อดังหรือที่รู้จักกันในนาม The Avalanches ซึ่งดังสุดๆ จากเพลง Since I Left You ในปี 2000 ล่าสุดในปีที่ผ่านมา พวกเขายังขึ้นเล่นในเทศกาลดนตรีระดับโลกอีกถึงสามรายการ อาทิ Coachella, Glastonbury และ St. Jerome’s Lane Way Festival

 

ดูโอ Robbie Chater และ Tony Di Blasi หรือ The Avalanches

 

Wildflower งานเพลงชิ้นที่ 2 ซึ่งออกมาในปี 2016

 

และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศเอาท์ดอร์ของ SIWILAI CITY CLUB ที่ตั้งอยู่บนชั้น 5 ธีมของงานนี้จึงยกความสนุกของ ‘ฟูลมูนปาร์ตี้’ มาไว้บนหาดทรายลอยฟ้า ที่ต่างจากการเล่นในคลับหรือสถานที่จัดคอนเสิร์ตอื่นๆภายในงานเราจะเห็นคนที่ตั้งใจมาฟังดนตรีจริงๆ เพราะความชอบส่วนตัว และกลุ่มคนที่มาเพราะเชื่อในเทสต์ของ SIWILAI ว่าพวกเขาเองก็น่าจะชอบฟังเพลงแนวนี้ได้เหมือนกัน และแม้แต่ละคนจะมาด้วยแรงกระตุ้นที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ SIWILAI สามารถหลอมทุกคนในงานให้สนุกกับปาร์ตี้ได้อย่างไร้พรมแดน ดังนั้นไม่ว่าคุณจะปลื้มวงหรือเป็นแฟนขาประจำของ SIWILAI ลองไปพิสูจน์ด้วยกันในวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม 2018 ใครสนใจเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://www.ticketmelon.com/siwilai/theavalanches

Related Post

10 Greatest Bluffs in Pop Culture

ตามพจนานุกรม การบลัฟฟส์ (Bluffs) หมายถึงการหลอกให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้าใจผิดว่าตนถือไพ่แต้มสูง แต่ในชีวิตจริงเราไม่ได้ใช้แต่ในการเล่นโป๊กเกอร์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เมื่อเหล่าเซเลบฯ นักการเมืองสุดเพี้ยน หรือแม้แต่ผู้กำกับฯ ยังบลัฟฟ์กันออกสื่ออย่างไม่หวั่นเกรงต่อการตอบโต้ของอีกฝ่าย (ที่ถูกบลัฟฟส์) และเหล่านี้คือ 10 เหตุการณ์บลัฟฟส์ๆ ในแวดวงป๊อบคัลเจอร์ที่เรามองเป็นเรื่องขำขันประจำวัน 

 

Kanye West

เรื่องมีอยู่ว่า: การบลัฟฟส์ครั้งยิ่งใหญ่ในปีค.. 2016 นี้ทำให้คนทั้งโลกสนใจเขาขึ้นมาทันทีเพราะเขาทวีตติด ๆ กันว่าเขาติดหนี้ถึง 53 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว และเขาก็ทวีตขอเงินจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Mark Zuckerberg (มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก) ซีอีโอเฟซบุคเพื่อเป็นทุนสนับสนุนสิ่งที่เขาเรียกว่า ความคิดของคานเย เวสต์ เรื่องนี้ถ้าเกิดขึ้นจริงคงแปลกน่าดู เพราะดูจากช่องทางทำมาหากินแล้ว เขาน่าจะมีทรัพย์สินเกิน 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐด้วยซ้ำ จริง ๆ แล้วหนี้ก้อนที่คานเยพูดถึงน่าจะเป็นกำไรที่เขาได้จากการลงทุนในโปรเจ็กต์แฟชั่นต่าง ๆ มากว่า 13 ปีแล้วต่างหาก

ผลบลัฟฟ์: เปล่าประโยชน์ ข้อเสนอที่เขาได้รับหลังทวีตออกแบบนั้น (ไม่รวมข่าวลือและคำด่าสารพัด) คือข้อเสนอให้เป็นพนักงานส่งพิซซ่าจากบริษัท Pizza Hut ซึ่งเขาก็ปฏิเสธไปเรียบร้อย

 

Quentin Tarantino

เรื่องมีอยู่ว่า: ตอนอายุ 22 ปี เควนตินเกือบได้แจ้งเกิดเป็นนักแสดงเสียแล้ว เขาเขียนในเรซูเม่ว่า มีประสบการณ์การแสดงภาพยนตร์หลายเรื่อง แต่จริงๆ แล้วเขากุขึ้นมาทั้งหมดเพื่อให้ดูมีประสบการณ์ ผู้กำกับฯ จะได้เลือกเขา นอกจากนี้เควนตินยังโม้ไปอีกด้วยว่าเขาเคยร่วมแสดงในเรื่อง King Lear ของ Jean-Luc Godard (ฌองลุค โกดาร์ด) และหนังซอมบี้ของ George Romero (จอร์จ โรมิโร) โดยอาศัยว่ามีนักแสดงที่เล่นเป็นคนขับมอเตอร์ไซค์หน้าเหมือนเขาพอดี ที่ทำไปเพื่อเพิ่มเครดิตให้กับตัวเองล้วนๆ

ผลบลัฟฟ์: แทบจะเปล่าประโยชน์ เพราะเขาแจ้งเกิดในฐานะผู้กำกับเรื่อง Reservoir Dogs ที่ออกฉายในปีค.. 1992 แทนที่จะแจ้งเกิดในฐานะนักแสดง

 

Ricky Martin

เรื่องมีอยู่ว่า: ในยุค ’90s ถ้าจะนับศิลปินชายที่เปิดตัวว่าเป็นพวกรักร่วมเพศแล้วจะให้สาว ๆ ตามกรี๊ดต่อไปก็คงมีน้อยมากหรือแทบไม่มีเลยก็ว่าได้ ดังนั้น Ricky Martin (ริกกี้ มาร์ติน) จึงเลือกออกเดทกับซูเปอร์สตาร์สาวหลายคนเพื่อออกสื่อว่า เขาชอบผู้หญิง เขาคงกลัวว่าสื่ออาจจะประโคมข่าวของเขาเสียหายหากเขายอมรับเรื่องรสนิยมทางเพศ แต่ในปีค.. 2010 ที่ลูกแฝดของเขาที่เกิดจากการอุ้มบุญมีอายุครบ 2 ขวบพอดี ริกกี้ก็ถือโอกาสฤกษ์ดี ประกาศในเว็บไซต์ว่า ผมภูมิใจที่จะบอกว่าผมเป็นเกย์ที่แสนจะโชคดี

ระยะเวลาในการบลัฟฟ์: ตลอดระยะเวลา 10 ปี และก่อนที่เขาจะเปิดตัวก่อนหน้านั้นไม่ถึง 1 ปี เขาให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Rolling Stone ว่าถูกข่าวประโคมมาตลอดว่าเขาเป็นเกย์ ทั้งๆ ที่เขาชอบผู้หญิง

Philipp Plein

เรื่องมีอยู่ว่า: เจ้าตัวเป็นคนเล่าด้วยตัวเองในนิตยสารลอปติมัมประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนกันยายน 2014 ว่า ในปีค.. 2003 เขาตัดสินใจผันตัวเข้าสู่วงการออกแบบภายใน ผลงานชิ้นแรกของเขาคือ ห้องชุดสุดพิเศษที่ภายในมีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งเรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้เขาก็ถือโอกาสขายเครื่องประดับแฟชั่นไปด้วย เมื่อเขากำลังแสดงผลงานห้องชุดที่นิทรรศการศิลปะ Maison et Objet เขาได้แขวนแจ๊กเก็ตแนววินเทจ ลายทหารเยอรมันที่เขาซื้อมาตอนลดราคา และปักเพิ่มรายละเอียดรูปหัวกะโหลก พร้อมประดับด้วยคริสตัลลงไปบนชุดอีกที ใคร ๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็สะดุดตามัน จนมีชายคนหนึ่งเดินมาถามราคา ตอนแรกเขาก็ยืนยันไม่ขาย แต่เมื่อโดนตื๊อหนักเข้า เขาเลยตัดบทไปว่า 3,500 ยูโร เพื่อให้เลิกตื๊อ แต่ชายคนนั้นกลับควักเงินมาจ่ายทันที

ผลบลัฟฟ์: ปัจจุบัน ฟิลิปป์ ไพลน์ กลายเป็นแบรนด์แฟชั่น มีช็อปของตัวเองมากกว่า 100 แห่งทั่วโลก และโกยกำไรจากการขายสินค้าที่นิวยอร์กได้มากกว่าหนึ่งล้านยูโรในแต่ละซีซั่น

 

Lucas Severino

เรื่องมีอยู่ว่า: นักเตะดาวรุ่งชาวบราซิลคนนี้ที่ถูกสโมสรฟุตบอลแรนส์ซื้อตัวในปีค.. 2000 ด้วยราคา 150 ล้าน ฟรังก์ (มากกว่า 21 ล้านยูโร) ถือเป็นค่าตัวที่แพงที่สุดที่สโมสรเคยจ่ายเลยทีเดียว ตอนนั้นใคร ๆ ก็มองว่าเขาเป็นปลาตินี ดาวรุ่งคนต่อไปแน่ๆ แต่เมื่อลงสนามจริงแล้ว เซเวริโนก็โชว์ฟอร์มได้เก่งกว่าพวกโนเนมแค่นิดเดียว เห็นจากที่เขาลงแข่งทั้งหมด 72 แมตช์ แต่ยิงประตูได้แค่ 6 ลูกเท่านั้น

ผลบลัฟฟ์: แน่นอนว่าได้ผลสำหรับทุกคน ยกเว้นเซเวริโนเอง นิตยสาร So Foot เคยเขียนว่าสโมสรแรนส์เลือกซื้อตัวนักเตะผิดคน ถือเป็นความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่เลยทีเดียว เขาเลยมีสิทธิ์เล่นให้กับสโมสรแรนส์แค่สามฤดูกาลเท่ากัน 

 

Elon Musk

เรื่องมีอยู่ว่า: บริษัทรถยนต์ซึ่งอีลอน มัสก์เป็นผู้ก่อตั้งขาดทุนถึง 675 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มัสก์จึงหากลยุทธ์เพื่อที่จะทำให้ตัวเองแตกต่าง กลยุทธ์นั้นก็คือ เขาจะต้องเป็นผู้ปฏิวัติวงการเทคโนโลยีให้มีความทันสมัยล้ำยุค แต่เขาลืมคิดไปว่าในการผลิตจริง ๆ นั้นต้องใช้เวลา เห็นได้จากรุ่น Roadster ที่เปิดตัวช้ากว่ากำหนดการเดิมถึง 9 เดือน รุ่น Model S ที่เปิดตัวช้าไปอีก 6 เดือน และรุ่น Model X ที่เปิดตัวช้าไปอีกถึง 18 เดือนเลยทีเดียว

ผลบลัฟฟ์: แทบไม่ได้ผล บริษัทได้รับออร์เดอร์ให้ผลิตรถยนต์รุ่น Model 3 จำนวน 40,000 คัน ซึ่งลูกค้าจะต้องรอจนถึงปีค.. 2018 และอีลอนยังสัญญาว่า จะผลิตรถยนต์ทุกรุ่นออกมาให้ได้ 1 ล้านคันในปีค.. 2020

 

Donald Trump

เรื่องมีอยู่ว่า: เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2015  โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่า เขาจะลงสมัครตำแหน่งประธานาธิบดีใน ปี ค.. 2016 คงไม่มีใครลืมว่ามีฝูงชนจำนวนหนึ่งที่คอยมาปรบมือตอนฟังเขาพูด คลื่นมวลมนุษย์เหล่านั้นทำให้การประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนั้นดูดีมีมูลค่าเป็นอย่างมาก แต่ทว่าฝูงชนนั้นมาจากบริษัทแคสติ้งนักแสดงอย่าง Extra Mile ที่ทรัมป์จ้างมา !

ผลบลัฟฟ์: ผลการเลือกตั้งคงบอกอยู่แล้วว่า การบลัฟฟส์ครั้งนี้ได้ผลดีขนาดไหน

 

Related Post

7 หนังรักน่าดูในคำ่คืน Valentine’s Day

ลอฟฟีเซียล ออมส์ ขอแนะนำ 7 ภาพยนตร์รักคุณภาพให้คุณซบกับแฟนดูบนโซฟาในวันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้

 

Call Me by Your Name

by Luca Guadagnino

ภาพยนตร์รักที่กำลังฮอตที่สุดในตอนนี้ บอกเล่าความรักระหว่างผู้ชาย ในเมืองเล็ก  แห่งหนึ่งในอิตาลี ในเรื่องคุณจะได้เห็นความสวยงามแบบวิถีชีวิตฤดูร้อน โบราณวัตถุและหนังสือเก่า ลูกพีชสดจากต้น แววตาโศกของ Timothée Chalament และการลำดับภาพเคลื่อนไหวที่ถ่ายด้วยฟิล์มทั้งเรื่อง!

 

In the Mood for Love

by Wong Kar Wai

ความรักไม่สมหวังที่เกิดขึ้นในยุค 60’s บนเกาะฮ่องกง บรรยากาศความมืดมนที่ตัดด้วยสีสันสดใสของกี่เพ้านางเอกแสนเย้ายวน ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นมากกว่าหนังรักทั่วไป หว่องกาไว เจ้าพ่อภาพยนตร์เหงาจะทำให้คุณหันมาเห็นค่าคนข้างกายมากขึ้น

 

Come Rain, Come Shine

by Lee Yoon-ki

เตือนไว้ก่อนว่าถ้าไม่ชอบก็เกลียดไปเลยสำหรับภาพยนตร์กวาดรางวัลจากเกาหลี ตลอดเรื่องมีบทพูดไม่ถึง 10 ประโยค เป็นช่วงเวลาสั้น  ของคู่รักที่เลิกกัน และกำลังเก็บของเพื่อย้ายออก นับเป็น 2 ชั่วโมงอันปวดใจ จากคนรักที่จะกลายเป็นเพียงคนเคยรัก

 

Funny Face

by Stanley Donen

ภาพยนตร์รักเบาสมอง สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1957 แสดงนำโดยนางเอกตลอดกาล ออเดรย์ เฮปเบิร์น ที่สวยงามตามแบบยุคทองของฮอลลีวูด มีเพลงเพราะๆ สอดแทรกตลอดเรื่องพร้อมชุดสวย  ของทั้งพระเอกและนางเอก

 

36

by Nawapol Thamrongrattanarit

ภาพยนตร์เรื่องยาวชิ้นแรกของเจ้าพ่อหนังเหงา เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ชื่อเรื่องนำมาจากจำนวนภาพ 36 ภาพสำหรับฟิล์มถ่ายภาพ 1 ม้วน ประโยคชวนคิดสำคัญคือ “อะไรที่เคยเกิดขึ้น ถ้าไม่มีอะไรบันทึกไว้ก็เหมือนไม่เคยเกิดขึ้นเลยนะ”

 

Pierrot le Fou

by Jean-Luc Godard

งานชิ้นโบว์แดงจากผู้กำกับฯ ระดับตำนาน หลังตามติดหนุ่มสาว คู่รักที่ออกผจญภัยไปตามความบ้าระห่ำของชีวิต แปลกตาทั้งเนื้อเรื่องและเสื้อผ้า จัดเป็นผลงานภาพยนตร์ฝรั่งเศสคลื่นลูกใหม่ (French New Wave) ที่มาพร้อมประโยคเด็ด “คุณตอบฉันด้วยคำพูด แต่ฉันมองคุณด้วยความรู้สึก

 

Ruby Sparks

by Jonathan Dayton & Valerie Faris

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณออกแบบความรักเองได้ ? เมื่อนักเขียนหนุ่มเขียนเรื่องคนรักในจินตนาการ แต่เธอกลับปรากฏตัวขึ้นในชีวิตของเขาจริง  ! ภาพยนตร์รักชวนฝัน เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน เป็นหนังรักฟีลกู๊ดที่รับรองว่า แฟนคุณจะต้องชอบ

 

Related Post

อวสาน mp3? แล้วเราจะฟังอะไร

ถือเป็นข่าวใหญ่แบบชวนสงสัยเมื่อ Fraunhofer Institute for Integrated Circuits ผู้ถือสิทธิบัตรของ MP3 ได้ประกาศยกเลิกการออกใบอนุญาตสิทธิบัตรอย่างถาวร คือชวนให้สงสัยว่า … อ้าวแล้วไงต่อล่ะ? ไฟล์ MP3 จำนวนมหาศาลในเครื่องเราที่อุตส่าห์ดาวน์โหลดมาสะสมไว้ ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายนี่จะประสบชะตากรรมอะไรต่อไป? แล้วเราจะฟังเพลงจากอะไรต่อไป? นี่สงสัยแบบเด็กยุคที่เกิดมาทันเทป ซีดี M4D MP3 ไปจนถึงสตรีมมิ่งในยุคปัจจุบันนะ

สาเหตุที่ประกาศยกเลิกสิทธิบัตร เอาจริงๆ เพราะความนิยมใน MP3 เริ่มลดถอยลงอย่างต่อเนื่อง และตัวบริษัทนี้เองก็ได้มีการร่วมพัฒนาไฟล์ตัวใหม่ที่ชื่อว่า ACC (Advanced Audio Coding) ที่ให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าในปริมาณบิทเรทที่ต่ำกว่า ไฟล์จึงมีขนาดเล็กกว่า เก็บได้ง่ายกว่า … ก็เรียกว่าเป็นตัวพัฒนาต่อจากไฟล์ MP3 ที่กลายเป็นคุณปู่ในวงการแล้วนั่นเอง

แต่อย่าตกใจไป การประกาศยกเลิกสิทธิบัตรนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับบรรดาไฟล์ MP3 ที่อยู่ในเครื่องเราหรอก เราสามารถใช้ไฟล์ MP3 ต่อไปได้เหมือนเดิม เพียงแต่เครื่องรุ่นใหม่ๆ ที่ออกมานั้นอาจจะไม่สามารถรองรับไฟล์ MP3 ได้ (อ้าว … แล้วบอกว่าไฟล์ MP3 จะใช้ได้ … เอ๊ะ ยังไง … อันนี้เราก็ยังแอบสงสัยอยู่นะ) แต่จะไปรองรับไฟล์ ACC และไฟล์สกุลอื่นได้

ขอยืนไว้อาลัยให้กับ MP3 หรือผู้ที่เข้ามาเปลี่ยนวงการการฟังเพลงทั่วโลกไปตลอดกาล จากเดิมทีที่ทุกคนต้องขวนขวายหาเทป หรือซีดีมาเพื่อฟังเพลง MP3 ทำให้ดนตรีเข้าถึงคนมากขึ้น แม้ว่าใครจะบอกว่ามันจะมาทำลายวงการเพลง แต่เรากลับมองว่ามันกลับมาสร้างสีสันให้กับวงการดนตรีเสียอีก จากเมื่อก่อนที่ค่ายเพลงทำตัวเป็นเสือนอนกินค่าซีดี ตอนนี้ก็ต้องมากระตือรือร้นในการทำมาหากินมากขึ้น ศิลปินเองจากที่เคยตีหัวคนฟังเพลงได้ด้วยการทำ One Hit Wonder แล้วคนต้องซื้อซีดีทั้งอัลบั้ม ก็ต้องใส่ใจในการทำเพลงให้มีคุณภาพมากขึ้น

เพราะโลกมันหมุนเร็วขึ้นไงล่ะ เราจะคิดถึงนายนะ ไฟล์ MP3

Source: https://www.iis.fraunhofer.de/en/ff/amm/prod/audiocodec/audiocodecs/mp3.html

Related Post

Victor Frankenstein ตำนานนิยายสยองขวัญที่จะกลับมาอีกครั้ง

Victor Frankenstein อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่เตรียมเข้าฉายปลายปีนี้ เป็นเรื่องราวของนิยายวิทยาศาสตร์แนวโกธิคสุดคลาสสิก ตั้งแต่เมื่อช่วงต้นคริตศตวรรษที่ 18

FHdgKeN

เป็นผลงานกำกับของ พอล แม็คกิวแกน ผู้กำกับชาวสก็อตแลนด์โดยได้ เจมส์ แม็ควอย มารับบท วิคเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ และ แดเนียล เรดคลิฟฟ์ มารับ อิกอร์ ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับนิตยสาร L’Optimum Thailand เล่มที่ 23 อย่างไร มาลองติดตามดูกันเร็วๆนี้

_D3S7384.NEF

_D3S7384.NEF

Related Post

11 ข้อของ Harry Potter ที่คุณอาจจะไม่รู้มาก่อน

ขณะนี้ลอปติมัมไทยแลนด์ของเรานั้นกำลังจะวางแผงเล่มที่ 23 เราเลยนำเสนอ 11 ข้อที่น่าสนใจข้อเกี่ยวกับภาพยนตร์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่คุณอาจจะไม่รู้มาก่อน เพราะหลังจากที่หนังจบไปแล้วบรรดานักแสดงที่คุณชื่นชอบนั้นก็ต่างโตขึ้นและคุณเองก็คงจะคิดถึงกันอยู่ไม่ด้วยเลยทีเดียว

hogwards-hogwarts-potter-gaara-flag-coat-of-arms-hogvrtsa-harry-potter

1.722 ตัวละครที่ถูกพูดถึงในภาพยนตร์ แฮรรี่ พอตเตอร์
2.โรงเรียนฮอกวอตส์ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 993
3.แฮร์รี่ พอตเตอร์เป็นพ่อมดเพียงคนเดียวที่โดนคำสาปโทษผิดสถานเดียวทั้ง 3 คำสาปแล้วยังมีชีวิตรอดมาได้
900c10fc-775b-4dce-9df7-c76174ad9965
4.แฮร์รี่ พอตเตอร์ในหนังมีดวงตาสีฟ้าเนื่องจาก แดเนียล เรดคลิฟแพ้คอนแทคเลนส์
5.มีเด็กกว่า 16,000 คนที่แคสท์บทแฮร์รี่ พอตเตอร์
6.หนังสือ 4 ภาคสุดท้ายในชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ได้รับการบันทึกว่าขายได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์
ron-weasley,-harry-potter-139180
7.แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟินิกซ์เป็นภาคที่เวอร์ชั่นหนังสือยาวที่สุดแต่หนังกลับสั้นที่สุด
8.ในปราสาทฮอกวอตส์มีบันไดทั้งสิ้น 142 แห่ง
9.การตายของนกฮูกเฮ็ดวิกถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการสูญเสียความไร้เดียงสา และก้าวเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวของแฮร์รี่
gryffindor,-hermione-granger,-ron-weasley,-harry-potter-140753
10.เกือบตลอดการถ่ายทำหนังชุดนี้ แดเนียลมักจะสวมแว่นกรอบกลมที่ไม่มีเลนส์
11.หมายเลขตู้นิรภัยของซิเรียส (711) เป็นหมายเลขหน้าที่มีฉากซิเรียสตายในฉบับอังกฤษของแฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟินิกส์

Related Post

THE LAST WITCH HUNTER (เพชฌฆาตแม่มด)

The Last Witch Hunter ทีได้ วิน ดีเซล จาก Fast and Furious และ xXx มารับบทเป็นนักล่าแม่มดคนสุดท้ายในโลก ที่เขาจะต้องหยุดยั้งเหล่า แม่มดสุดโหด และ พ่อมด ผู้เฒ่า ทั้งหลาย ที่เตรียมจะมา ยึดครองโลกชนิดที่ว่านรกแตกโดยยึดเอามหานครนิวยอร์กเป็นขุมกำลัง

LWH_D05_01945.CR2

ยังมีความลับดำมืดมากมายที่ซ่อนเร้นในโลกใบนี้ และหนึ่งในความลับที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด นั่นคือ เผ่าพันธุ์ “แม่มด” ยังคงใช้ชีวิตปะปนอยู่กับเราทุกคน และรอคอยที่จะปลดปล่อยพลังคำสาปมนตร์มรณะทำลายล้างโลก ความหวังเดียวของมนุษยชาติอยู่ที่ “เพชฌฆาตแม่มด” แห่งภราดรแอ็กซ์+ครอสผู้มีชีวิตอมตะนามว่า “คาลเดอร์” (วิน ดีเซล) แม้เขาจะสามารถสยบ “ราชินีแม่มด” ลงได้เมื่อหลายศตวรรษก่อน แต่กลับต้องแลกด้วยการถูกสาปให้ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวไปตลอดกาล

CE7A5277.cr2

และเมื่อถึงเวลาที่โลกปัจจุบัน มีผู้คิดแผนการชั่วร้าย หวังจะปลุกราชินีแม่มดให้ฟื้นคืนอีกครั้งใจกลางมหานครของโลกอย่างนิวยอร์ก คาลเดอร์พร้อมด้วยพันธมิตรแห่งแอ็กซ์+ครอสทั้งนักบุญผู้ทรงเวทย์ “โดแลนที่ 37” (เอไลจาห์ วู้ด) และแม่มดสาวนักผจญฝัน “โคลเอ้” (โรส เลสลี่) จะรวมพลังแห่งศาสตราวุธ เวทมนตร์ และความหวังของมวลมนุษย์ หยุดยั้งกำเนิดใหม่ของราชินีแม่มดให้จงได้

CE7A7534.cr2

Related Post

IT’S MOTHER ISSUE : ตามดูหนังแม่แม่…แบบทางเลือก

Mother-3-20150812-224143288

ถ้าให้พูดถึงเดือนสิงหาคม นอกจากสภาพฟ้าฝนคะนองอันหนาวเหน็บเปียกปอน สิ่งแรกที่ทุกคนมักจะนึกถึงในทุกๆ เดือนแปดของแต่ละปีคือบรรยากาศอบอุ่นสวนทางดินฟ้าอากาศของ “วันแม่แห่งชาติ” สำหรับคอภาพยนตร์เดนตายอย่างเรา เพื่อให้เข้ากับกลิ่นอายบรรยากาศของ “วันแม่แห่งชาติ” ภาพยนตร์ที่เราควรเลือกชมในช่วงนี้ก็น่าจะเกี่ยวกับกับเรื่อง “แม่” อยู่บ้าง แต่ถ้าจะให้เราพูดแนะนำภาพยนตร์เชิดชู “พระคุณแม่” กันแบบโต้งๆ ในแบบที่นั่งดูกับบุพการีแล้วมีน้ำตาซึม  ก็ฟังดูน่าเบื่อเกินไปสำหรับคนแนวๆ อย่างเรา ด้วยเหตุนี้เราเลยนึกถึงภาพยนตร์ที่น่าสนใจและมาพร้อมกับชื่อเรื่องที่แปลว่า “แม่” จากสองฝั่งฟากโลกมาฝากให้เลือกชมกันแบบสองเรื่องควบ ส่วนจะเหมาะเอาไว้นั่งดูกับแม่ที่บ้านหรือเปล่า…ก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละท่านจะพิจารณาเอาก็แล้วกัน

Mother-4-20150812-224155562

สำหรับภาพยนตร์ “วันแม่” เรื่องแรกที่เราอยากยกมานำเสนอนั้น มาจากประเทศเกาหลีใต้และเป็นผลงานภาพยนตร์โดยผู้กำกับตัวท็อปของวงการภาพยนตร์เกาหลีอย่างบองจุนโฮ หลังจากที่ภาพยนตร์สัตว์ประหลาดฟอร์มยักษ์อย่าง “The Host” (2006) ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามทั้งในแง่ของรายได้และคำวิจารณ์ด้วยประเด็นวิพากษ์สังคมเกาหลีใต้ยุคหลังอาณานิคมผ่านมุมมองแบบตลกร้ายได้อย่างเผ็ดร้อน ต่อมาในปี 2009 บองจุนโฮก็ปล่อยผลงานเรื่อง “Mother” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ขนาดยาวลำดับที่สี่สู่สายตาผู้ชม โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคัดเลือกให้ร่วมฉายที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 62 (ปี 2009) ในสายประกวด Un Certain Regard ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่มีรางวัลติดมือมาจากเทศกาล แต่สองนักแสดงนำในบทแม่ลูกอย่างคิมเฮจาและวอนบินก็ ก็ได้รับคำชมอย่างล้นหลามเลยทีเดียว

ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของแม่ม่ายนิรนามฐานะยากจน ผู้หาเลี้ยงชีพตัวเองและลูกชายสติไม่สมประกอบด้วยการเก็บสมุนไพรมาขายและรับจ้างฝังเข็มรักษาโรค อยู่มาวันหนึ่งเกิดเหตุฆาตกรรมนักเรียนสาวในเมืองที่ทั้งสองอาศัยอยู่ ลูกชายของเธอตกเป็นผู้ต้องสงสัย ด้วยความรักของความเป็นแม่ ทำให้ตัวเธอเองต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้กับลูกชาย เรื่องราวฟังดูเหมือนจะเป็นภาพยนตร์ดราม่าซาบซึ้งซึ่งเชิดชูความสัมพันธ์อันสวยงามระหว่างแม่ผู้จริงจังกับลูกชายอันเป็นที่รัก แต่กับ “Mother” บองจุนโฮเลือกนำเสนอประเด็นนั้นผ่านการดำเนินเรื่องราวตามแบบฉบับภาพยนตร์สืบสวน “ใครเป็นคนทำ” (Whodunit) เช่นเดียวกับภาพยนตร์สืบสวนรื่องก่อนหน้าของผู้กำกับเองอย่าง “Memories of Murder” (2003) ที่มีเส้นเรื่องของการสืบหาความจริงอันสุดแสนจะดำมืด นอกจากนั้นบองจุนโฮก็ยังบ่งบอกความเป็นตัวของเขาเองในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยการใส่ความเป็นตลกร้ายให้เราได้เห็นอยู่ตลอด เพราะนอกจากจะใช้เสียดสีเหน็บแนมประเด็นร่วมสมัยต่างๆ ได้อย่างแยบคายแล้ว องค์ประกอบ “ชวนเหวอ” เหล่านี้ยังทำหน้าที่สร้างระยะให้ผู้ชมได้ถอยตัวเองออกไปจากเรื่องราวภาพยนตร์เป็นระยะๆ เพื่อตรึกตรองกับตัวเองถึงคำถามในเรื่องความเหมาะสมและขีดจำกัดของ “ความเป็นแม่” ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหมัดฮุคกระแทกใจที่ทางผู้กำกับตั้งใจโยนทิ้งไว้ให้ผู้ชมได้ครุ่นคิดกันต่อไปหลังจากได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้

ภาพยนตร์ชื่อ “แม่” อีกเรื่องที่เราอยากพูดถึงคือ “Mommy” ผลงานของซาวิเยร์ โดลองที่ออกฉายในปี 2014 ด้วยวัยเพียงแค่ 26 ปี แฟ้มสะสมผลงานของผู้กำกับหนุ่มที่ผันตัวจากการเป็นนักแสดงผู้นี้ค่อนข้างสวยหรูเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ที่ผลงานของเขาได้รับคัดเลือกให้ร่วมฉายมาแล้วในทุกระดับ พ่วงด้วยตำแหน่งคณะกรรมการตัดสินของสายประกวดหลักเทศกาลเมื่อต้นปี 2015 นี้ไปหมาดๆ ทั้งหมดนี้ทำให้ซาวิเยร์ โดลองกลายเป็นอีกหนึ่งผู้กำกับหน้าใหม่ไฟแรงที่น่าจับตามองแห่งยุคที่โดดเด่นในด้านการหยิบยกประเด็น “ความสัมพันธ์ในครอบครัว” มานำเสนอและสไตล์การเล่าเรื่องอันแสนฉูดฉาดแต่หนักแน่น ชวนให้นึกถึงผลงาน “กลิ่นอายแบบยุโรป” ของผู้กำกับรุ่นลายครามอย่างมิคาเอล ฮาเนอเกอ อย่างที่ทราบกันดีว่า “Mommy” เป็นภาพยนตร์เจ้าของรางวัล Jury Prize จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 64 ร่วมกับภาพยนตร์ “Goodbye to Language” ของผู้กำกับชั้นครูฌอง ลุค โกดาร์ด นอกจากนั้นยังเป็นตัวแทนภาพยนตร์จากประเทศแคนาดาเพื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศครั้งล่าสุดด้วยแต่หลุดโผโค้งสุดท้ายไปอย่างน่าเสียดาย

“Mommy” ทำให้เรานึกถึงภาพยนตร์เรื่องแรกอย่าง “I Killed My Mother” ซึ่งได้รับคัดเลือกให้ร่วมฉายในสาย Directors’ Fortnight ของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ประจำปี 2009 หลังจากที่หันไปเล่นกับประเด็นเพศทางเลือกในภาพยนตร์ช่วงหลังๆ นับได้ว่า “Mommy” คือการหวนคืนมากำกับภาพยนตร์ที่มีประเด็นหลักเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง ”แม่กับลูก” อีกครั้งหนึ่งของซาวิเยร์ โดลอง โดยภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวของดีอาน (ที่ใครๆ เรียกว่า “ดี” ในเรื่อง) แม่ม่ายที่ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูสตีฟ ลูกชายวัยรุ่นของเธอผู้มีอาการสมาธิสั้นขั้นรุนแรง ซึ่งไม่ว่าอาการของสตีฟจะรุนแรงหนักหนาสักแค่ไหน คนเป็นแม่ก็พร้อมที่จะยอมรับและห่วงใยดูแลเขาอยู่เสมอ ด้วยเรื่องราวสุดแสนจะลึกซึ้งตรึงใจแบบเรียบง่ายตรงไปตรงมา (และที่สำคัญคือไม่พยายามขยี้อารมณ์ผู้ชมจนเกินไป) ขับเคลื่อนด้วยการแสดงอันทรงพลังของนักแสดงนำ พ่วงด้วยสไตล์แอบเก๋กับการเลือกใช้ภาพอัตราส่วน 1:1 ซึ่งเป็นการแหวกขนบการถ่ายภาพยนตร์ที่ส่วนใหญ่จะเป็นอัตราส่วนภาพ 1.85:1 (หรือ 2.35:1) ทำให้ภาพออกมาเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัสแทนที่จะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบที่เราคุ้นกัน โดยผู้กำกับเองอธิบายว่ามุมมองแบบนี้ทำให้ไม่มีอะไรมารบกวนสมาธิให้ผู้ชมวอกแวกไปกับสิ่งที่อาจปรากฎทางซ้ายหรือทางขวาของจอภาพยนตร์และทำให้สามารถมองเห็นและสัมผัสตัวละครได้ตรงตามจริงที่สุด ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ยิ่งทำให้ผลงานชิ้นล่าสุดของซาวิเยร์ โดลองเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ประเด็นความสัมพันธ์แม่ลูกธรรมดาที่ “ล้ำ” และ “ลึก” เกินธรรมดาและน่าจะเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ “วันแม่” ทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจประจำปีนี้

 

 

Related Post

MTV Fandom Awards

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสีสันของงาน ‘San Diego Comic-Con’ (ซานดิเอโก้ คอมมิค คอน) เลยก็ว่าได้ สำหรับงานประกาศผลรางวัล ‘MTV Fandom Awards’ (เอ็มทีวี แฟนด้อม อวอร์ด) ประจำปี 2015 ซึ่งก็ได้ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลทั้งหมดออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วwilla-shields-1436527570โดยภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่เคยสร้างปรากฏการณ์มาแล้วทั่วโลกอย่าง ‘The Hunger Games : Mockingjay’ (เดอะ ฮังเกอร์ เกมส์ : ม็อกกิ้งเจย์) ก็ยังคงกระแสความฮิต และการันตีความยอดเยี่ยมกันชนิดข้ามปี เพราะภาพยนตร์สามารถคว้ารางวัลใหญ่ที่สุดของงานนั่นก็คือ ‘Fandom of the Year’ (แฟนด้อม ออฟ เดอะ เยียร์) หรือรางวัล ‘ภาพยนตร์ขวัญใจแฟนๆ’ มาครอบครองไว้ได้ … โดยมีนักแสดงสาวสุดสวย วิลโลว์ ชิลด์ ผู้รับบทเป็น ‘พริมโรส เอเวอร์ดีน’ภายในภาพยนตร์ เป็นผู้ไปรับมอบรางวัลภายในงาน

MJ2_KatnissThrone_1Sheet_resize

สำหรับแฟนๆ เดอะ ฮังเกอร์ เกมส์ ทางค่าย มงคลเมเจอร์ ก็ไม่พลาดที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี 2015 สู่ปีสุดท้ายแห่งเกม ใน ‘THE HUNGER GAMES: MOCKINGJAY PART 2’ (เดอะ ฮังเกอร์ เกมส์: ม็อกกิ้งเจย์ พาร์ท 2) : 19 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

Related Post