Victor Frankenstein ตำนานนิยายสยองขวัญที่จะกลับมาอีกครั้ง

Victor Frankenstein อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่เตรียมเข้าฉายปลายปีนี้ เป็นเรื่องราวของนิยายวิทยาศาสตร์แนวโกธิคสุดคลาสสิก ตั้งแต่เมื่อช่วงต้นคริตศตวรรษที่ 18

FHdgKeN

เป็นผลงานกำกับของ พอล แม็คกิวแกน ผู้กำกับชาวสก็อตแลนด์โดยได้ เจมส์ แม็ควอย มารับบท วิคเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ และ แดเนียล เรดคลิฟฟ์ มารับ อิกอร์ ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับนิตยสาร L’Optimum Thailand เล่มที่ 23 อย่างไร มาลองติดตามดูกันเร็วๆนี้

_D3S7384.NEF

_D3S7384.NEF

Related Post

11 ข้อของ Harry Potter ที่คุณอาจจะไม่รู้มาก่อน

ขณะนี้ลอปติมัมไทยแลนด์ของเรานั้นกำลังจะวางแผงเล่มที่ 23 เราเลยนำเสนอ 11 ข้อที่น่าสนใจข้อเกี่ยวกับภาพยนตร์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่คุณอาจจะไม่รู้มาก่อน เพราะหลังจากที่หนังจบไปแล้วบรรดานักแสดงที่คุณชื่นชอบนั้นก็ต่างโตขึ้นและคุณเองก็คงจะคิดถึงกันอยู่ไม่ด้วยเลยทีเดียว

hogwards-hogwarts-potter-gaara-flag-coat-of-arms-hogvrtsa-harry-potter

1.722 ตัวละครที่ถูกพูดถึงในภาพยนตร์ แฮรรี่ พอตเตอร์
2.โรงเรียนฮอกวอตส์ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 993
3.แฮร์รี่ พอตเตอร์เป็นพ่อมดเพียงคนเดียวที่โดนคำสาปโทษผิดสถานเดียวทั้ง 3 คำสาปแล้วยังมีชีวิตรอดมาได้
900c10fc-775b-4dce-9df7-c76174ad9965
4.แฮร์รี่ พอตเตอร์ในหนังมีดวงตาสีฟ้าเนื่องจาก แดเนียล เรดคลิฟแพ้คอนแทคเลนส์
5.มีเด็กกว่า 16,000 คนที่แคสท์บทแฮร์รี่ พอตเตอร์
6.หนังสือ 4 ภาคสุดท้ายในชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ได้รับการบันทึกว่าขายได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์
ron-weasley,-harry-potter-139180
7.แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟินิกซ์เป็นภาคที่เวอร์ชั่นหนังสือยาวที่สุดแต่หนังกลับสั้นที่สุด
8.ในปราสาทฮอกวอตส์มีบันไดทั้งสิ้น 142 แห่ง
9.การตายของนกฮูกเฮ็ดวิกถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการสูญเสียความไร้เดียงสา และก้าวเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวของแฮร์รี่
gryffindor,-hermione-granger,-ron-weasley,-harry-potter-140753
10.เกือบตลอดการถ่ายทำหนังชุดนี้ แดเนียลมักจะสวมแว่นกรอบกลมที่ไม่มีเลนส์
11.หมายเลขตู้นิรภัยของซิเรียส (711) เป็นหมายเลขหน้าที่มีฉากซิเรียสตายในฉบับอังกฤษของแฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟินิกส์

Related Post

THE LAST WITCH HUNTER (เพชฌฆาตแม่มด)

The Last Witch Hunter ทีได้ วิน ดีเซล จาก Fast and Furious และ xXx มารับบทเป็นนักล่าแม่มดคนสุดท้ายในโลก ที่เขาจะต้องหยุดยั้งเหล่า แม่มดสุดโหด และ พ่อมด ผู้เฒ่า ทั้งหลาย ที่เตรียมจะมา ยึดครองโลกชนิดที่ว่านรกแตกโดยยึดเอามหานครนิวยอร์กเป็นขุมกำลัง

LWH_D05_01945.CR2

ยังมีความลับดำมืดมากมายที่ซ่อนเร้นในโลกใบนี้ และหนึ่งในความลับที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด นั่นคือ เผ่าพันธุ์ “แม่มด” ยังคงใช้ชีวิตปะปนอยู่กับเราทุกคน และรอคอยที่จะปลดปล่อยพลังคำสาปมนตร์มรณะทำลายล้างโลก ความหวังเดียวของมนุษยชาติอยู่ที่ “เพชฌฆาตแม่มด” แห่งภราดรแอ็กซ์+ครอสผู้มีชีวิตอมตะนามว่า “คาลเดอร์” (วิน ดีเซล) แม้เขาจะสามารถสยบ “ราชินีแม่มด” ลงได้เมื่อหลายศตวรรษก่อน แต่กลับต้องแลกด้วยการถูกสาปให้ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวไปตลอดกาล

CE7A5277.cr2

และเมื่อถึงเวลาที่โลกปัจจุบัน มีผู้คิดแผนการชั่วร้าย หวังจะปลุกราชินีแม่มดให้ฟื้นคืนอีกครั้งใจกลางมหานครของโลกอย่างนิวยอร์ก คาลเดอร์พร้อมด้วยพันธมิตรแห่งแอ็กซ์+ครอสทั้งนักบุญผู้ทรงเวทย์ “โดแลนที่ 37” (เอไลจาห์ วู้ด) และแม่มดสาวนักผจญฝัน “โคลเอ้” (โรส เลสลี่) จะรวมพลังแห่งศาสตราวุธ เวทมนตร์ และความหวังของมวลมนุษย์ หยุดยั้งกำเนิดใหม่ของราชินีแม่มดให้จงได้

CE7A7534.cr2

Related Post

IT’S MOTHER ISSUE : ตามดูหนังแม่แม่…แบบทางเลือก

Mother-3-20150812-224143288

ถ้าให้พูดถึงเดือนสิงหาคม นอกจากสภาพฟ้าฝนคะนองอันหนาวเหน็บเปียกปอน สิ่งแรกที่ทุกคนมักจะนึกถึงในทุกๆ เดือนแปดของแต่ละปีคือบรรยากาศอบอุ่นสวนทางดินฟ้าอากาศของ “วันแม่แห่งชาติ” สำหรับคอภาพยนตร์เดนตายอย่างเรา เพื่อให้เข้ากับกลิ่นอายบรรยากาศของ “วันแม่แห่งชาติ” ภาพยนตร์ที่เราควรเลือกชมในช่วงนี้ก็น่าจะเกี่ยวกับกับเรื่อง “แม่” อยู่บ้าง แต่ถ้าจะให้เราพูดแนะนำภาพยนตร์เชิดชู “พระคุณแม่” กันแบบโต้งๆ ในแบบที่นั่งดูกับบุพการีแล้วมีน้ำตาซึม  ก็ฟังดูน่าเบื่อเกินไปสำหรับคนแนวๆ อย่างเรา ด้วยเหตุนี้เราเลยนึกถึงภาพยนตร์ที่น่าสนใจและมาพร้อมกับชื่อเรื่องที่แปลว่า “แม่” จากสองฝั่งฟากโลกมาฝากให้เลือกชมกันแบบสองเรื่องควบ ส่วนจะเหมาะเอาไว้นั่งดูกับแม่ที่บ้านหรือเปล่า…ก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละท่านจะพิจารณาเอาก็แล้วกัน

Mother-4-20150812-224155562

สำหรับภาพยนตร์ “วันแม่” เรื่องแรกที่เราอยากยกมานำเสนอนั้น มาจากประเทศเกาหลีใต้และเป็นผลงานภาพยนตร์โดยผู้กำกับตัวท็อปของวงการภาพยนตร์เกาหลีอย่างบองจุนโฮ หลังจากที่ภาพยนตร์สัตว์ประหลาดฟอร์มยักษ์อย่าง “The Host” (2006) ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามทั้งในแง่ของรายได้และคำวิจารณ์ด้วยประเด็นวิพากษ์สังคมเกาหลีใต้ยุคหลังอาณานิคมผ่านมุมมองแบบตลกร้ายได้อย่างเผ็ดร้อน ต่อมาในปี 2009 บองจุนโฮก็ปล่อยผลงานเรื่อง “Mother” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ขนาดยาวลำดับที่สี่สู่สายตาผู้ชม โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคัดเลือกให้ร่วมฉายที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 62 (ปี 2009) ในสายประกวด Un Certain Regard ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่มีรางวัลติดมือมาจากเทศกาล แต่สองนักแสดงนำในบทแม่ลูกอย่างคิมเฮจาและวอนบินก็ ก็ได้รับคำชมอย่างล้นหลามเลยทีเดียว

ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของแม่ม่ายนิรนามฐานะยากจน ผู้หาเลี้ยงชีพตัวเองและลูกชายสติไม่สมประกอบด้วยการเก็บสมุนไพรมาขายและรับจ้างฝังเข็มรักษาโรค อยู่มาวันหนึ่งเกิดเหตุฆาตกรรมนักเรียนสาวในเมืองที่ทั้งสองอาศัยอยู่ ลูกชายของเธอตกเป็นผู้ต้องสงสัย ด้วยความรักของความเป็นแม่ ทำให้ตัวเธอเองต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้กับลูกชาย เรื่องราวฟังดูเหมือนจะเป็นภาพยนตร์ดราม่าซาบซึ้งซึ่งเชิดชูความสัมพันธ์อันสวยงามระหว่างแม่ผู้จริงจังกับลูกชายอันเป็นที่รัก แต่กับ “Mother” บองจุนโฮเลือกนำเสนอประเด็นนั้นผ่านการดำเนินเรื่องราวตามแบบฉบับภาพยนตร์สืบสวน “ใครเป็นคนทำ” (Whodunit) เช่นเดียวกับภาพยนตร์สืบสวนรื่องก่อนหน้าของผู้กำกับเองอย่าง “Memories of Murder” (2003) ที่มีเส้นเรื่องของการสืบหาความจริงอันสุดแสนจะดำมืด นอกจากนั้นบองจุนโฮก็ยังบ่งบอกความเป็นตัวของเขาเองในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยการใส่ความเป็นตลกร้ายให้เราได้เห็นอยู่ตลอด เพราะนอกจากจะใช้เสียดสีเหน็บแนมประเด็นร่วมสมัยต่างๆ ได้อย่างแยบคายแล้ว องค์ประกอบ “ชวนเหวอ” เหล่านี้ยังทำหน้าที่สร้างระยะให้ผู้ชมได้ถอยตัวเองออกไปจากเรื่องราวภาพยนตร์เป็นระยะๆ เพื่อตรึกตรองกับตัวเองถึงคำถามในเรื่องความเหมาะสมและขีดจำกัดของ “ความเป็นแม่” ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหมัดฮุคกระแทกใจที่ทางผู้กำกับตั้งใจโยนทิ้งไว้ให้ผู้ชมได้ครุ่นคิดกันต่อไปหลังจากได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้

ภาพยนตร์ชื่อ “แม่” อีกเรื่องที่เราอยากพูดถึงคือ “Mommy” ผลงานของซาวิเยร์ โดลองที่ออกฉายในปี 2014 ด้วยวัยเพียงแค่ 26 ปี แฟ้มสะสมผลงานของผู้กำกับหนุ่มที่ผันตัวจากการเป็นนักแสดงผู้นี้ค่อนข้างสวยหรูเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ที่ผลงานของเขาได้รับคัดเลือกให้ร่วมฉายมาแล้วในทุกระดับ พ่วงด้วยตำแหน่งคณะกรรมการตัดสินของสายประกวดหลักเทศกาลเมื่อต้นปี 2015 นี้ไปหมาดๆ ทั้งหมดนี้ทำให้ซาวิเยร์ โดลองกลายเป็นอีกหนึ่งผู้กำกับหน้าใหม่ไฟแรงที่น่าจับตามองแห่งยุคที่โดดเด่นในด้านการหยิบยกประเด็น “ความสัมพันธ์ในครอบครัว” มานำเสนอและสไตล์การเล่าเรื่องอันแสนฉูดฉาดแต่หนักแน่น ชวนให้นึกถึงผลงาน “กลิ่นอายแบบยุโรป” ของผู้กำกับรุ่นลายครามอย่างมิคาเอล ฮาเนอเกอ อย่างที่ทราบกันดีว่า “Mommy” เป็นภาพยนตร์เจ้าของรางวัล Jury Prize จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 64 ร่วมกับภาพยนตร์ “Goodbye to Language” ของผู้กำกับชั้นครูฌอง ลุค โกดาร์ด นอกจากนั้นยังเป็นตัวแทนภาพยนตร์จากประเทศแคนาดาเพื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศครั้งล่าสุดด้วยแต่หลุดโผโค้งสุดท้ายไปอย่างน่าเสียดาย

“Mommy” ทำให้เรานึกถึงภาพยนตร์เรื่องแรกอย่าง “I Killed My Mother” ซึ่งได้รับคัดเลือกให้ร่วมฉายในสาย Directors’ Fortnight ของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ประจำปี 2009 หลังจากที่หันไปเล่นกับประเด็นเพศทางเลือกในภาพยนตร์ช่วงหลังๆ นับได้ว่า “Mommy” คือการหวนคืนมากำกับภาพยนตร์ที่มีประเด็นหลักเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง ”แม่กับลูก” อีกครั้งหนึ่งของซาวิเยร์ โดลอง โดยภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวของดีอาน (ที่ใครๆ เรียกว่า “ดี” ในเรื่อง) แม่ม่ายที่ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูสตีฟ ลูกชายวัยรุ่นของเธอผู้มีอาการสมาธิสั้นขั้นรุนแรง ซึ่งไม่ว่าอาการของสตีฟจะรุนแรงหนักหนาสักแค่ไหน คนเป็นแม่ก็พร้อมที่จะยอมรับและห่วงใยดูแลเขาอยู่เสมอ ด้วยเรื่องราวสุดแสนจะลึกซึ้งตรึงใจแบบเรียบง่ายตรงไปตรงมา (และที่สำคัญคือไม่พยายามขยี้อารมณ์ผู้ชมจนเกินไป) ขับเคลื่อนด้วยการแสดงอันทรงพลังของนักแสดงนำ พ่วงด้วยสไตล์แอบเก๋กับการเลือกใช้ภาพอัตราส่วน 1:1 ซึ่งเป็นการแหวกขนบการถ่ายภาพยนตร์ที่ส่วนใหญ่จะเป็นอัตราส่วนภาพ 1.85:1 (หรือ 2.35:1) ทำให้ภาพออกมาเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัสแทนที่จะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบที่เราคุ้นกัน โดยผู้กำกับเองอธิบายว่ามุมมองแบบนี้ทำให้ไม่มีอะไรมารบกวนสมาธิให้ผู้ชมวอกแวกไปกับสิ่งที่อาจปรากฎทางซ้ายหรือทางขวาของจอภาพยนตร์และทำให้สามารถมองเห็นและสัมผัสตัวละครได้ตรงตามจริงที่สุด ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ยิ่งทำให้ผลงานชิ้นล่าสุดของซาวิเยร์ โดลองเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ประเด็นความสัมพันธ์แม่ลูกธรรมดาที่ “ล้ำ” และ “ลึก” เกินธรรมดาและน่าจะเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ “วันแม่” ทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจประจำปีนี้

 

 

Related Post

MTV Fandom Awards

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสีสันของงาน ‘San Diego Comic-Con’ (ซานดิเอโก้ คอมมิค คอน) เลยก็ว่าได้ สำหรับงานประกาศผลรางวัล ‘MTV Fandom Awards’ (เอ็มทีวี แฟนด้อม อวอร์ด) ประจำปี 2015 ซึ่งก็ได้ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลทั้งหมดออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วwilla-shields-1436527570โดยภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่เคยสร้างปรากฏการณ์มาแล้วทั่วโลกอย่าง ‘The Hunger Games : Mockingjay’ (เดอะ ฮังเกอร์ เกมส์ : ม็อกกิ้งเจย์) ก็ยังคงกระแสความฮิต และการันตีความยอดเยี่ยมกันชนิดข้ามปี เพราะภาพยนตร์สามารถคว้ารางวัลใหญ่ที่สุดของงานนั่นก็คือ ‘Fandom of the Year’ (แฟนด้อม ออฟ เดอะ เยียร์) หรือรางวัล ‘ภาพยนตร์ขวัญใจแฟนๆ’ มาครอบครองไว้ได้ … โดยมีนักแสดงสาวสุดสวย วิลโลว์ ชิลด์ ผู้รับบทเป็น ‘พริมโรส เอเวอร์ดีน’ภายในภาพยนตร์ เป็นผู้ไปรับมอบรางวัลภายในงาน

MJ2_KatnissThrone_1Sheet_resize

สำหรับแฟนๆ เดอะ ฮังเกอร์ เกมส์ ทางค่าย มงคลเมเจอร์ ก็ไม่พลาดที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี 2015 สู่ปีสุดท้ายแห่งเกม ใน ‘THE HUNGER GAMES: MOCKINGJAY PART 2’ (เดอะ ฮังเกอร์ เกมส์: ม็อกกิ้งเจย์ พาร์ท 2) : 19 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

Related Post

ACTORS’ NEW ROLES

แบรด พิตต์, แซนนิง เททัม รวมไปถึง มาร์ค วอฮ์ลเบิร์ก และนักลงทุนอีกมากมายในวงการฮอลลีวูดที่ผันตัวออกมาจากอาชีพนักแสดง พวกเขากำลังขึ้นชกรุ่นเฮฟวีเวท คิดทำการใหญ่ แล้วอะไรคือสิ่งที่พวกเขาได้ตอบแทนกันล่ะ!

Archival Cinema

วงการฮอลลีวูดไม่ได้เพิ่งเกิด และการพลิกบทบาทไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สืบย้อนไปไกลถึงปี 1919 ที่ ชาร์ลี แชปลิน, แมรีย์ พิกฟอร์ด และดักลาส แฟร์แบงคส์ เคยร่วมกันก่อตั้งบริษัท United Artists ซึ่งเป็นบริษัทโปรดักชั่นเอกชนรายใหญ่สำหรับผลิตสื่อบันเทิงที่เคยทำให้ Pink panter และ James Bond ประสบความสำเร็จมาแล้ว นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น

ต่อมาในยุค 1960s-1970s ดารารุ่นเก๋าอย่าง สตีฟ แม็กควีน ก็เคยขึ้นแท่นนั่งกำกับภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมยอดของตัวเองที่ชื่อว่า Bullitt ซึ่งยังคงอยู่ในความทรงจำของใครหลายคนในตอนนี้ และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนในวงการลุกขึ้นมาสร้างสรรค์ผลงานในจินตนาการดูบ้าง หรือเรียกง่ายๆว่า การปฎิวัติวงการนั่นเอง..

TWELVE YEARS A SLAVE
(Photo: Fox Searchlight Pictures)

เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ภาพยนตร์เรื่อง  ได้รับการประกาศชื่อให้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัลออสการ์ จากการนั่งแท่นกำกับของ สตีฟ แม็กควีน และมี แบรด พิตต์ เป็นโปรดิวเซอร์ ใช้งบในการลงทุนไปเป็นจำนวน 20 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชนชั้นทาสในอเมริกาช่วงยุค 1960s โดยมีดาราหน้าใหม่หลายคนแจ้งเกิดจากภาพยนตร์เรื่องนี้ และนอกจากรางวัลแล้วเม็ดเงินที่สร้างได้ก็สูงถึง 188 ล้านดอลลาร์

แบรด พิตต์ เป็นซูเปอร์สตาร์ที่ผันตัวเองมาผลิตงานโดยได้ก่อตั้งบริษัท Plan B Entertainment และมักจะเห็นเขาในภาพยนตร์หลายเรื่องที่ผลิตจากบริษัทนี้อย่างเช่น Troy (ปี 2004) และ Moneyball (ปี 2011) เขาหวังอยู่ลึกๆว่าอยากประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมวงการอย่าง จอร์จ คลูนีย์ ที่เป็นโปรดิวเซอร์เรื่อง Argo ร่วมกับ เบ็น แอฟเฟล็ค และเรื่อง August: Osage County หรืออย่าง มาร์ค วอฮ์ลเบิร์ก โปรดิวเซอร์ เรื่อง We Own the Night และ Fighter…

Mark Movpins lopt
(Photo: Movpin)

มากไปกว่านั้น เขายังหวังว่าจะได้กระแสตอบรับจากคนดูเป็นอย่างดี และเป็นที่รู้จักในวงกว้างเหมือนผลงานที่ออกมาจากบริษัท Fox หรือไม่ก็ Warner ภายใต้ปัจจัยเรื่องเงินทุนที่มีอยู่จำกัด เขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ทั้งผู้กำกับและนักแสดงต่างก็เชื่อมั่นกันว่าทุกคนกำลังทำผลงานชิ้นที่ดีที่สุดออกมา เราช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อสักวันจะก้าวขึ้นมาอยู่ที่ 1”  อุดมการณ์ที่เขาเชื่อมั่น ส่งผลให้ภาพยนตร์เรื่อง World War Z โกยรายได้ไปมากที่สุดในประวัติการณ์ของค่ายถึง 540 ล้านดอลลาร์! จากเงินทุกน 190 ล้านดอลลาร์

Channng lopt
(Photo: Facebook Magic mike)

สำหรับ แชนนิ่ง เททัม ดารานำจากเรื่อง Magic Mike เขาไม่ได้เพียงแสดงเท่านั้น แต่ยังเป็นบุคคลที่มีส่วนร่วมเป็นอย่างมาก เพราะเขาและผู้กำกับ สตีเฟน โซเดอเบิร์ก ช่วยกันผลิตภาพยนตร์เรื่องนี้จนคลอดออกมาในปี 2012 ซึ่งเรื่องราวของหนังสือนี้นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากช่วงที่แชนนิ่งเป็นนักเต้นเปลื้องผ้าสไตล์ Chippendale นั่นเอง “หนังเรื่องนี้เป็นโปรดักชั่นขนาดกลางที่เกี่ยวกับคณะนักเต้นชายล้วน สตีเฟนกับผมตัดสินใจแล้วที่จะผลักดันเรื่องนี้ออกมาให้ได้ภายใต้ความรับผิดชอบของเรา 2 คน เพื่อที่จะนำออกฉายในอเมริกาและต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนยังไม่อยากจะเชื่อ” จากเงินทุนเพียง 7 ล้านดอลลาร์ พวกเขาสามารถโกยผลกำไรไปอย่างสวยงามถึง 167 ล้านดอลลาร์ หรือ 54 เท่าจากทุนสร้าง!…ในปีต่อมานิตยสาร Forbes ได้จัดอันดับให้ แชนนิ่ง เททัม เป็นนักแสดงที่มีค่าตัวสูงเป็นอันดับ 2 รองจาก โรเบิร์ด ดาวนีย์ จูเนียร์ ซึ่งเขาก็ได้ใช้แรงเหวี่ยงจากการประสบความสำเร็จในครั้งนี้

Related Post

FIRST TRAILER: STEVE JOBS

ฝ่าฟันกันมานานพอสมควร สำหรับหนังชีวประวัติของ Steve Jobs ผู้ก่อตั้งบริษัท Apple ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมี หนังแบบเดียวกันเข้าฉายไปแล้ว แต่ทว่ากระแสเงียบกริบ ทางค่าย Sony Pictures จึงได้นำมาปัดฝุ่นใหม่ … อุปสรรคมาอีกครั้งเมื่อผู้ที่จะมารับบท Steve Jobs นั้น กลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ เมื่อ  Christian Bale ปฏิเสธรับเล่นบทนี้ ไปอย่างหน้าเสียดาย ก่อนที่ผู้กำกับมากฝีมือ David Fincher ก็มาถอนตัวไปดื้อๆ จนสุดท้ายก็ถูกทาง Universal Studios ซื้อลิขสิทธิ์ไปทำต่อในที่สุด

บัดนี้ (เล่าเป็นมหากาพย์ภาพยนต์เลยทีเดียว) ได้ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาให้ได้ตื่นเต้นกันแล้ว ซึ่งในตัวอย่างจะเห็น Michael Fassbender ผู้ที่เคยเล่นเป็น แม็กนีโต ใน X-Men: Days of Future Past รับบทเป็น Steve Jobs  ตามด้วย Seth Rogen รับบท Steve Wozniak ผู้ร่วมก่อตั้ง, ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดจากแมคอินทอช Joanna Hoffman รับบทโดย Kate Winslet

ส่วนเบื้องหลัง ก็จะมี Danny Boyle ผู้กำกับหนังจากเรื่อง 28 Days Later และผู้เขียนบท Aaron Sorkin จากเรื่อง The Social Network มาช่วยทำหนังเรื่องนี้ ซึ่งคนนี้เองที่เป็นเหมือนตัวตั้งตัวตีของหนังเลยก็ว่าได้ มาลุ้นกันว่า Steve Job ในเรื่องนี้ จะแสดงออกมาได้ดีขนาดไหน…

Related Post

MAD MAX POWER WHEELS

Mad Max: Fury Road ว่าด้วยเรื่องราวของอนาคตกลางทะเลทรายที่มีความป่าเถื่อนรุนแรง ไม่มีความเมตตามีแต่ความโหดร้าย ผู้คนตกแต่งร่างกายด้วยหมุดและตะปู หากจะต้องต่อสู่กับนักล่ายุคหลังสงครามคงต้องใช้อาวุธที่มีอนุภาพร้ายแรงมหาศาล ที่สำคัญต้องมี ‘ใจ’ ที่ไม่เกรงกลัว แต่ถ้าเป็นเหล่า Mad Max ที่จะได้เห็นในวิดีโอต่อไปนี้ แนะนำให้เปลี่ยนมาเป็นปืนอัดลมพร้อมกับลดความเร็วของรถลงเสียหน่อย

เรื่องราวความมันจะเป็นอย่างไร มาดูกันดีกว่า

Related Post

FORGET ‘THAT’ TOM HARDY

ผู้ชายมาดดิบที่เรา ‘คุ้นตา’ จากบทวายร้ายสวมหน้ากากใน Batman : The Dark Knight Rises ซึ่งหลังจากจบภาคนี้ แฟนคลับของ ทอม ฮาร์ดี้ ก็เพิ่มขึ้นอีกโข และนอกจากความสูง 5 ฟุต 9 นิ้ว ตัวใหญ่ ไหล่กว้าง หน้าแปลกแล้ว เขาสามารถเปลี่ยนรูปร่างเพื่อสวมทุกบทบาทการแสดงที่ได้รับ ทั้งตัวใหญ่ล่ำ ตัวพอดี บางทีก็ผอม และนี่แหละคือสิ่งที่ตอกย้ำ ‘จิตวิญญาณ’ ความเป็นนักแสดงของเขา….

Tom Hardy lopt co

LIKE

Tom hardy aa

(photo by celebitchy)

WC9V1318.CR2
(photo by MMA)

ทอม ฮาร์ดี้
พื้นเพ : เกิดปี 1977 ที่ลอนดอน อายุ 37 ปี เป็นลูกชายของนักโฆษณาและจิตกร สำเร็จการศึกษาที่ Richmond Drama School ตามมาด้วย London Drama Center มีบุตรชาย 1 คน ชื่อ หลุยส์ ทอม ฮาร์ดี้ เกิดในปี 2008

ฝากฝีมือมาแล้วใน

Inception (2010) : ฝีมือการกำกับและเขียนบทของคริสโตเฟอร์ โนแลน ภาพยนตร์ได้รับแรงบันดาลใจจากภาวะที่คนเราสามารถที่จะรู้สึกตัวและตระหนักได้ว่าตนเองนั้นอยู่ในความฝัน ‘lucid dream’ โดยมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการโจรกรรมความฝัน โดยการเข้าไปอยู่ในความฝันของผู้อื่น จนผู้ที่เข้าไปขโมยความฝันกลายเป็นอาชญากรและต้องหลบหนีรวมทั้งสูญสิ้นทุกสิ้นทุกอย่าง หลังจากนั้นได้รับข้อเสนอในการที่จะกลับมาใช้ชีวิตแบบเก่า แลกกับการปฏิบัติภารกิจปลูกฝังความคิดของเป้าหมาย ขั้นตอนในการปลูกความคิดเรียกว่า ‘Inception’

บท : ฮีมส์ ตำแหน่งนักปลอมแปลง ผู้สามารถแปลงโฉมตัวเองเป็นใครก็ได้ในความฝัน เพื่อหลอกล่อเป้าหมายมาสู่แผนที่วางไว้

inception 1 lopt

INCEPTION

inception lopt 3

This Means War (2012) : คู่หูที่เป็นเหมือนเงาตามติดกันและเป็นทั้งเพื่อนซี้ จนกระทั่งตกหลุมรักสาวคนเดียวกัน ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยช่วยกันปราบเหล่าร้ายทั่วประเทศ แต่ตอนนี้พวกเขานำทักษะความสามารถระดับที่หาตัวจับได้ยากและอุปกรณ์สุดไฮเทคมาต่อกรกับศัตรูตัวฉกาจของทั้ง 2 ฝ่าย

บท : ทัค สายลับ CIA ที่มีลักษณะห้าวหาญ เป็นคนดูดีและเจ้าเล่ห์แต่ขาดฝีมือเรื่องความรัก

time 1 lopt

Time lopt

this means war lopt

This Means War lopt

The Dark Knight Rises (2012) : ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่จากการ์ตูนชุดมนุษย์ค้างคาว และเป็นภาคที่สาม และภาคสุดท้ายในไตรภาคมนุษย์ค้างคาวที่กำกับโดยคริสโตเฟอร์ โนแลน ต่อจากภาพยนตร์เรื่อง Batman Begins (2005) และ The Dark Knight (2008) กำกับภาพยนตร์โดย คริสโตเฟอร์ โนแลน เขียนบทโดยตัวโนแลนเองและโจนาธาน ผู้เป็นน้องชาย

บท : จอมวายร้ายสวมหน้ากากที่มีความอำมหิตย์มีนามว่า เบน ผู้เป็นที่กล่าวขานของชาวเมืองก็อธแธมในความโหดเหี้ยม แถมยังเป็นผู้ก่อการร้ายที่มีปัญหาทั้งด้านจิตใจและพฤติกรรม สำหรับการรับบทนี้ไม่ใช่แค่ว่าเขาต้องมาเป็นผู้ร้ายในภาคจบที่จะต้องทำให้ได้เจ๋งกว่าภาคก่อน แต่ภาระใหญ่หลวงที่สุดคือเขาดันต้องมาเป็นผู้ร้ายต่อจากฮีธ เลดเจอร์ที่เป็นโจ๊กเกอร์ได้น่าทึ่งสุดยอดใน The Dark Knight ซึ่งถ้าจะว่ากันตรงๆ โจ๊กเกอร์เวอร์ชั่นนี้ก็ได้กลายเป็นผู้ร้ายที่ดีที่สุดในหนังฟรานไชส์แบทแมนไปเรียบร้อยแล้ว..

tom Hardy lopt

tom hardy lopt 2

DARK KNIGHT RISES

tom hardy lopt 5

tom hardy lopt 6

tom hardy lopt 4

Child 44 (2015) : ภาพยนตร์ทริลเลอร์สุดเข้มข้น โดยมีพื้นฐานมาจากเหตุการณ์จริงที่สั่นสะเทือนไปทั้งประวัติศาสตร์โลกของชายผู้มีฉายาว่า ‘นักเชือดแห่งรัสตอฟ’ ซึ่งก่อคดีฆาตกรรมเด็ก และหญิงสาวไปมากกว่า 50 ชีวิต

บท : ลีโอ สเตฟาโนวิช เดมิดอฟ สายลับที่ทำงานในหน่วยรักษาความมั่นคงผู้อุทิศตัวและรักในประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง คอยดูแลรักษาความสงบในบ้านเมือง จนได้ไปพบกับเบาะแสคดีฆาตกรรมต่อเนื่องซึ่งมีเหยื่อเป็นเด็กผู้บริสุทธิ์หลายสิบชีวิต แต่ว่ากลับโดนคำสั่งกลับมาให้บิดเบือนความจริง เขาจึงต้องหาทางเร่งสืบคดีนี้เองก่อนที่จะมีผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิตไปมากกว่านี้

CHILD 44

child lopt

child lopt 2

child-44-3508x2338-best-movies-of-2015-tom-hardy-gary-oldman-vincent-3087

child lopt 5

รางวัล
– เคยได้รับรางวัลจากโรงละครลอนดอน อีเวนนิ่ง ในปี 2003 ในฐานะนักแสดงหน้าใหม่ที่โดดเด่น จากการแสดงเรื่อง Blood and Arabia
– เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ลอเร้นซ์ โอลิเวอร์ในปี 2004 ในฐานะนักแสดงหน้าใหม่ของปี 2003 ในเรื่อง We’d All Be Kings.
แฟน

ผลงานในอนาคต

Mad Max ‘Fury Road’ : เป็นการหวนกลับไปหาโลกของ Road Warrior แม็กซ์ ร็อกคาแทนสกี้ แมด แมกซ์ต้องถูกอดีตหลอกหลอน เขาเชื่อว่าว่าวิธีเดียวที่เอาชีวิตรอดได้ดีที่สุดคือการออกเดินทางอย่างลำพัง แต่ยังไงก็ตามเขาต้องเข้าไปอยู่กับลุ่มผู้หลบหนีข้าม Wasteland ใน War Rig ที่บังคับโดยอิมเพอเรเตอร์ผู้มากความสามารถอย่างฟูริโอซ่า พวกเขาต้องหนีออกจาก Citadel ที่อิมมอร์แทน โจปกครองอย่างกดขี่ ซึ่งสิ่งที่มิอาจทดแทนได้กลับถูกริดรอนไป Enraged เดอะ วอร์ลอร์ดรวมตัวกองกำลังและออกตามล่าผู้ก่อกบฏด้วยความโหดเหี้ยมในสงครามกลางถนนไฮออคเทนที่ตามมา

บท : Max Rockatansky …ลองจิตนาการถึงหมาป่าผู้หิวโซดูสิ!

Mad Max 2

Mad Max 3

FURY ROAD

FURY ROAD

ตัวอย่างหนัง

Legend : ผลงานการกลับมาเขียนบทและกำกับของ ไบรอัน เฮลเกแลนด์ จาก Mystic River และ L.A. Confidential ที่งานนี้เขาจับเอาเรื่องจริงของพี่น้องฝาแฝดแก๊งสเตอร์ในยุค 1960s โดยตัวหนังจะเล่าถึงเรื่องราวในยุครุ่งเรืองไปจนถึงยุคตกต่ำ ของ 2 พี่น้อง หลังจากต้องเจอทั้งปัญหาของเรื่องอาชญากรรม และอีกมากมาย

บท : พี่น้องทั้ง 2 คนอย่าง เร็กกี้ และ รอน เครย์ โดยในตัวอย่างหนังใช้ CG ในการช่วยเหลือเพื่อแยกร่างทอม ฮาร์ดี้ แต่การแสดงยังคงเป็นของจริงล้วนๆแบบที่ใน Dhoom 3 เคยทำมาแล้วนั่นเอง

Legend 0

legend 2

legend 3

legend 4

ตัวอย่างหนัง

by MovieReviews

ผลงานในอนาคต (ที่อาจจะเป็นไปได้ และเป็นไปไม่ได้)

Suicide Squad : ถูกทาบทามให้รับบทริค แฟล็ก หัวหน้าทีมซุยซายด์ตัวละครที่มีความสำคัญมากใน Suicide Squad แต่เขากลับปฎิเสธไปเหตุผลที่ว่าตารางในการถ่ายทำภายยนตร์ที่ไม่ลงตัวและชนกับอีกเรื่องที่ถ่ายทำอยู่นั่นคือ The Revenant ของผู้กำกับรางวัลออสการ์ปีล่าสุดอย่างอเลฮานโดร กอนซาเลซ อินาริตูจาก ถึงแม้จะเสียดายอยู่ไม่น้อยที่ต้องพลาดบทนี้ไป อย่างไรก็ตามตัวฮาร์ดี้ก็มั่นใจว่าตัวนักแสดงที่มารับช่วงต่อนั้นจะทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน..

X-Men Apocalypse : ทางค่าย Fox มีแผนทำหนังภาคต่อจาก X-Men Day of Future Past กำกับโดย ไบอัน ซิงเกอร์ และหมายตาให้เขามารับบท Apocalypse ตัวร้ายสำคัญตัวหนึ่งในฉบับคอมมิคของ ซึ่งเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ตัวแรกของโลกที่มีอายุอยู่ตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ มีความสามารถหลายอย่าง เช่นควบคุมอะตอมของร่ายกายตัวเองได้ เคลื่อนย้ายตัวเองได้ และรักษาตัวเอง เป็นต้น ทั้งยังเป็นหนึ่งในมนุษย์กลายพันธุ์ที่มีชีวิตอมตะ

The Punisher : หลายคนคงจำหนังและหนังสือการ์ตูนเกี่ยวกับคนธรรมดาที่มีวีรกรรมยิ่งใหญ่ไม่แพ้ซูเปอร์ฮีโร่ และถึงแม้หนังทั้ง 3 ภาคจะไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้ แต่แฟนๆยังรอคอยให้ตำนานเหล่านี้ถูกเล่าขานใหม่อีกครั้ง แต่ก็ไม่แน่นะเพราะแววๆมาจากทาง ทอม ฮาร์ดี้ ว่าอยากสวมบท แฟรงค์ คาสเซิล หนึ่งในตัวละครใน The Punisher ถึงแม้เขาจะคิดมากเรื่องส่วนสูงของตัวเองที่มีเพียง 5 ฟุต 9 นิ้ว ซึ่งมันอาจจะดูน้อยเกินไปสำหรับบทดังกล่าว…ถึงแม้ว่าทาง Marvel ยังไม่มีแผนจะนำกลับมาทำเป็นซีรีย์ แต่ถ้าใครอยากดูฝีมือการแสดงของพระเอกคนนี้ ต้องสวดมนต์กันอย่างหนักแล้วล่ะ!!!

นักแสดงท่านอื่นที่เคยรับบทนี้มาก่อน
1. โธมัส เจน ผู้รับบทนำในเวอร์ชั่นปี 2004 มีความสูง 5 ฟุต 11 นิ้ว
2. เรย์ สตีเวนสัน ที่สวมบทในปี 2008 มีความสูง 6 ฟุต 4 นิ้ว
3. ดอล์ฟ ลันด์เกรน เจ้าของบทบาทเวอร์ชั่นปี 1989 มีส่วนสูง 6 ฟุต 5 นิ้ว

Related Post

8 BEST FASHION SHORT FILM

ซูเปอร์แบรนด์ยักษ์ใหญ่ไม่ขอหยุดอยู่แค่เพียงแฟชั่นยอดฮิตเท่านั้น แต่เลือกมีส่วนร่วมกับโลกแห่งศิลปะผ่านงานภาพยนต์สั้นที่อัดแน่นด้วย ‘สไตล์’ ชนิดที่ว่าหาตัวจับได้ยาก…

Castello Cavalcanti

เราต้องปรบมือกราวใหญ่ให้กับภาพยนตร์สั้นที่ให้อารมณ์เหมือนย้อนกลับไปยุค 1950s จาก Prada เรื่องนี้ ระยะเวลา 8 นาทีเป็นเรื่องราวของนักแข่งรถหนุ่มชาวอเมริกัน Jed Cavalcanti แสดงโดย Jason Schwartzman ที่เกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง เขาต้องหยุดพักรถแถบชนบทของอิตาลีเพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้คนในโรงแรมละแวกนั้น ฝีมือผลงานกำกับของ Wes Anderson และถ่ายทำโดย Darius Khondjii ผู้อยู่เบื้องหลัง Se7en, Delicatessen และ Midnight in Paris รับรองเรื่องนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน

Man on the Move

ผลงานครั้งนี้สื่อถึงความหลากหลายของคอลเลกชั่นฤดูร้อน 2014 ของ Hermès (แอร์เมส) พร้อมทั้งแสดงให้เห็นว่าผู้ชายกับแฟชั่นไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะมันตามคุณไปทุกที่และทุกเวลา โดยแอร์เมสจะบอกเราเรื่องราวต่างๆตามคอนเซ็ปต์ในแต่ละคอลเลกชั่นผ่านโฆษณาภาพยนตร์สั้น ทำให้ผู้ติดตามรู้สึกสนุก พร้อมให้คุณมองหาแรงบันดาลใจใหม่จากสิ่งต่างๆรอบตัว เริ่มตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกจากบ้าน

Travel Tailoring

เพราะภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้เป็นสีขาว-ดำ มิติของสีและแสงจึงเป็นหัวใจหลัก แต่ว่า Burberry สามารถแสดงบรรยากาศวันฝนพร่ำในกรุงลอนดอน ของนายแบบหนุ่มมาดขรึม Chris Beek ในชุดสูทที่ดูคล่องตัว ในหลากหลายอิริยาบท สื่อให้เห็นถึงนวัตกรรมผ้ารูปแบบใหม่ที่คิดค้นกับการเลือกใช้ motion canvas เนื้อผ้าอิตาเลียนวูลแท้ผสมใยมาริโนที่ให้ความคืนรูปเป็นพิเศษ ซึ่งผู้สวมใส่จะสัมผัสได้ถึงความคล่องตัว แม้ว่าการตัดเย็บจะเป็นทรงแบบสลิมฟิตก็ตาม ยิ่งบวกกับการคืนตัวของเนื้อผ้าที่ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องการยับเยินของสูทตัวเก่งอีกต่อไป

A Man’s Story

ครอบ 100 ปี ของ Salvatore Ferragamo (ซัลวาทอเร เฟอร์รากาโม) แบรนด์ที่ปฏิวัติตัวตนและเดินทางมาไกลลิบจากจุดเริ่มต้นของการเป็นเพียงช่างทำรองเท้าสตรี สู่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ครบเครื่องที่สร้างสรรค์ ‘ชีวิตในแบบอิตาเลียน’ และมอบผลงานมากมายไว้ประดับตู้เสื้อผ้าของบุคคลมากรสนิยมทั่วโลก เปิดตัวภาพยนตร์สั้น A Man’s Story ภายใต้การกำกับของ มาสซิมิลอาโน จอร์เนตติ และถ่ายทำโดย เฟรนเซสโค คาร์รอซซินิ บอกเล่าถึงอีกก้าวหนึ่งของเครื่องแต่งกายบุรุษ ความเปลี่ยนแปลงของแฟชั่นที่ไม่ได้มีแค่เสื้อยืดธรรมดา แต่ยังสามารถคิดนอกกรอบและนำเสนอความเป็นตัวเองผ่านแฟชั่นได้ โดยดึงตัวแร๊พเปอร์มาดกวนเจ้าของทรงผมถักเปียอย่าง A$AP Rocky มาแสดงในแคมเปญนี้ รวมไปถึง ดักลาซ บูธ นักแสดงลูกครึ่ง เฮนริก ลันด์ควิสท์ นักกีฬาฮอกกี้ รวมไปถึง ไรอัน แมคกินลีย์ ช่างภาพและศิลปิน โดยเดินทางไปถ่ายทำทั้งในเมืองที่มีตึกร้างบ้านช่องไปจนถึงริมทะเลเพื่อแสดงให้เห็นว่าแฟชั่นนั้นอยู่ได้ในทุกที่จริงๆ

Alexander Wang x H&M in Action

H & M แบรนด์ชื่อดังสัญชาติสวีเดน จับมือกับดีไซเนอร์เอเชียคนดัง Alexander Wang (อเล็กซานเดอร์ แวง) ทำคอลเลกชั่นพิเศษประจำฤดูหนาว 2014 ภายใต้ความสปอร์ตสำหรับคนเมือง รวมไปถึงไอเท็มสุดเท่อีกหลายชินที่จะมาสร้างความแปลกใหม่และความสนุกให้หนุ่มๆ พร้อมกับเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาสั้น ความยาว 2 นาที ถ่ายทอดผ่านฝีมือการแสดงของเหล่าซูเปอร์โมเดลระดับโลก บอกเล่าเรื่องราวแรงบันดาลใจของคอลเลกชั่นที่ต้องการสื่อถึงกระแสการออกกำลังกายที่กำลังมาแรงอยู่ในตอนนี้ และเครื่องแต่งกายทั้งหมดในคอลเลกชั่นสามารถแสดงความเป็นสปอร์ตแต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของดีไซเนอร์ได้อย่างชัดเจน โดยมีดีไซเนอร์คนเก่งอย่าง Alexander Wang มาประเดิมฉากแรก

Men Etcetera

Hermès กับภาพยนตร์สั้น Men Etcetera ความยาว 1 นาที สำหรับคอลเลกชั่นฤดูหนาว 2014 บอกเล่าเรื่องราวความพิเศษของกระจกในเช้าวันเริ่มต้นฤดูหนาว กับการค้นพบตัวตนในมุมมองที่หลากหลาย ทำให้สนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น ผ่านเครื่องแต่งกายในคอลเลกชั่นฤดูหนาว 2014 ที่ยังคงต้นฉบับความเป็นสุภาพบุรุษฝรั่งเศสขนานแท้ไว้อย่างไม่เปลี่ยนแปลงด้วยโค้ตหนังฟอกกับสเวตเตอร์ โดยไม่ลืมผ้าพันคอลายซิกเนเจอร์ เรื่อยไปจนถึงแจ๊กเก็ตพิมพ์หลายซิปหน้า เข้ากับการเกงทรงสลิม ซึ่งถ้าว่าตามความจริงเรื่องราวในหนังมีความสนุกกว่าที่เล่าไปข้างต้น!

Men’s Tailoring

30 วินาทีของภาพยนตร์สั้น Gucci ที่นำเสนอการตัดเย็บเครื่องแต่งกาย รองเท้า กระเป๋า นาฬิกาสำหรับผู้ชาย กับการเดินทางไปยัง 3 เมืองหลวงแห่งแฟชั่นคือ ลอนดอน นิวยอร์ก และโตเกียว เน้นสถานที่ท่องเที่ยวสุดพิเศษและนำเสนอประสบการณ์ทางวัฒนธรรมของแต่ละมุมโลก ผ่านผลงานกำกับของ Rémi Paringaux เขียนบทโดย Sascha Ring, Patrick Christensen และ Anja Plaschg

THE BATTLEFIELD : Prada ‘The Postman Dreams’

เชื่อว่าครั้งแรกต้องนึกถึงหนังดีกรีรางวัลออสการ์อย่าง Grand bu da pest hotel อาจเพราะด้วยองค์ประกอบภาพและสีที่เหมือนย้อนกลับไปยุค 1970s ‘The Postman Dreams’ เปิดฉากมาด้วยเด็กชายที่กระตือรือร้นวิ่งไปเอาพัสดุที่บุรุษไปรษณีย์นำมาส่ง ซึ่งพัสดุนั้นคือกระเป๋าที่ภายในซ้อนเรื่องราวไว้มากมาย ตามด้วยฉากกลุ่มนักดนตรีวง The Blasting Company ในเครื่องแต่งกายผู้ชายคอลเลกชั่นฤดูร้อน 2015 และบุรุษไปรษณีย์รับบทโดย Buddy Watson ผู้ตระหนักว่า ‘หน้าที่’ คือสิ่งที่ไม่ทำ ‘ไม่ได้’….. สำหรับ The Postman Dreams ซีรีส์ภาพยนตร์สั้น 5 เรื่อง 5 ตอน จาก Prada เป็นฝีมือการสร้างสรรค์ของ Autumn de Wilde

Related Post