เมอร์เซเดส-เบนซ์ส่ง GLA ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ราคาโดนใจเริ่มต้น 2.09 ล้านบาท

เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุกตลาดรถหรูรับครึ่งปีหลัง เปิดตัวรถยนต์ GLA คอมแพ็คเอสยูวีระดับพรีเมี่ยมโฉมใหม่ล่าสุด ซึ่งคราวนี้มีตัวเลือกให้ลูกค้ามากถึง 3 รุ่น ตอบโจทย์การใช้งานในทุกระดับตั้งแต่ GLA 200 Urban GLA 250 AMG Dynamic และ Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC ที่จะมอบสัมผัสความเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ บนดีไซน์อันปราดเปรียว แต่แฝงด้วยสมรรถนะแบบสปอร์ต ดุดันเหลือร้ายมากกว่าที่เคย

ในรุ่น GLA 200 Urban เครื่องยนต์ 4 สูบเทอร์โบชาร์จเจอร์ ขนาด 1.6 ลิตร แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 ได้ภายใน 8.1 วินาทีจะมาพร้อมกับไฟตัดหมอกหน้าและล้ออัลลอย แบบ 5 ก้าน ขนาด 18 นิ้ว ราคาเริ่มต้น 2,090,000 บาท

รุ่น GLA 250 AMG Dynamic เครื่องยนต์ 4 สูบเทอร์โบชาร์จเจอร์ ขนาด 2 ลิตร แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 ได้ภายใน 6.6 วินาที  จะมาพร้อมกับหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบ ไฟฟ้า, ระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือ, ชุดแต่ง AMG bodystyling (กันชน หน้า-หลัง และสเกิร์ตข้าง), ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน, สัญลักษณ์ Mercedes -Benz บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 19 นิ้ว ราคาเริ่มต้น 2,390,000 บาท

และเจ้าตัวแรงอย่าง Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบพร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์ ขนาด 2 ลิตร พร้อมม้าในคอกอีก 381 ตัว แรงบิดสูงสุด 475 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 ได้ภายใน 4.4 วินาที ส่งพลังผ่านเกียร์แบบสปอร์ต AMG SPEEDSHIFT DCT 7-speed สู่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC ที่จะให้คุณสามารถสนุกได้เต็มที่ทั้งทางตรงและในโค้ง ติดตั้งระบบ rear axle differential with integrated multi-disc clutch ซึ่งเป็นระบบควบคุมการทำงานของเพลาขับหลังด้วยคลัชท์แบบหลายจานที่ปรับตั้งค่าโดยเอเอ็มจี ซึ่งช่วยให้เครื่องยนต์ส่งแรงบิดไปที่ล้อคู่หลังในกรณีที่ล้อคู่หน้าไม่สามารถยึดเกาะพื้นผิวถนนได้อีกด้วย ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 4,840,000 บาท

Related Post

New BMW 4 Series เจ้าใบพัดฟ้าขาวสองประตูจะพาคุณทะยานได้ไกล และมีสไตล์กว่าเดิม

เปิดศักราชใหม่ต้อนรับคูเป้ขนาดกะทัดรัด แต่สมรรถนะไม่กะทัดรัด กับ The New BMW 4 Series

ตั้งแต่ในอดีต (กว่าสามทศวรรษมาแล้ว) มาจนถึง ปัจจุบัน ถ้าพูดถึงรถสปอร์ตคูเป้สักรุ่น แน่นอนว่าต้องมี BMW 3 Series Coupe ติดอยู่ในลิสต์แน่นอน BMW 3 Series รหัส E30 นับเป็น BMW รุ่นที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย ถือเป็นรุ่นที่ทำให้คนไทยเปิดใจรับแบรนด์ใบพัดสีฟ้าเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยการเปลี่ยนแปลงทิศทางการตลาดแบรนด์รถยนต์ทั่วโลก BMW ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่แบ่ง segment รถยนต์ขึ้นใหม่ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทำให้ BMW 3 Series ที่ในอดีตมีทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ Saloon, Touring, Convertible และ Coupe ต้องทิ้งตำนาน 3 Series Coupe/Convertible ไว้ที่รุ่น E92/E93 และได้ให้กำเนิด BMW 4 Series ในรหัสตัวถัง F32/F33 ขึ้นมาทดแทน ซีรีส์ใหม่ที่ไม่เคยถูกใช้มาก่อนก่อกำเนิดขึ้น และส่งผลดีตามคาด (นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกได้ทำยอดขายไปมากกว่า 400,000 คันทั่วโลก) ภายใต้ชื่อใหม่ได้สร้างภาพลักษณ์ให้เจ้าคูเป้ปราดเปรียว ทรงพลังคันนี้ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

The New BMW 4 Series 2017 ได้ปรับเส้นสายด้านหน้าให้เป็นไปตาม BMW รุ่นใหม่ๆ โดยเส้นไฟ Daytime Running Lights ลากไปบรรจบกับกระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมไฟหน้าแบบ Bi-LED และไฟตัดหมอกแบบ LED ที่มีมาให้ตั้งแต่ตัวเริ่มต้น ดีไซน์กันชนหน้า และล้อลายใหม่ที่แตกต่างกันตามรุ่นย่อยที่คุณเลือก (Advantage, Sport Line, Luxury Line และ M Sport) พ่วงด้วยไฟท้ายสุดอัจฉริยะ Dynamic Brake ที่ปรับความสว่างของไฟเบรกขึ้นตามน้ำหนักการเหยียบเบรก และสว่างเข้มทันทีเมื่อเบรกกะทันหัน ภายในตกแต่งได้อย่างพิถีพิถัน และทันสมัย มีการปรับปรุงระบบ Multifunctional Instrument Display ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น เปลี่ยนเรือนไมล์ทั้งหมดเป็นระบบดิจิตอล ปรับได้ 3 โหมดตามสไตล์การขับขี่ของคุณ แต่ยังคงเอกลักษณ์ความสปอร์ตแบบ BMW Cockpit ที่เอียงองศาเข้าหาผู้ขับขี่เล็กน้อย เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการควบคุมรถ พร้อมพวงมาลัยแบบ Sport Steering Wheel คอนโซลกลางสี High Gloss Black ที่ทั้งหรูและสปอร์ตในเวลาเดียวกัน สีตัวถังภายนอกใหม่แสนเจ็บทั้งสองสี ได้แก่ Snapper Rocks Blue และ Sunset Orange

2017 BMW 4 Series Interior specs 1600 X 906 – Edmundr

สำหรับ เจ้า 420i คันนี้ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ทวินเทอร์โบ 184 แรงม้า แรงบิด 270 นิวตันเมตร พลังงานจากเครื่องยนต์ส่งพลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พุ่งผ่านเพลาเกลางไปยังเฟืองท้ายลงสู่ล้อหลัง ซึ่งสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยเวลา 7.5 วินาที ซึ่งแรงพอที่จะทำให้สาวที่นั่งข้างคุณต้องแอบเอามือจิกเบาะ และหันมายิ้มหวานให้คุณอย่างแน่นอน

Related Post

เจ้าของ ผู้บริหาร กฎกติกาใหม่: Formula 1 จำเป็นต้องเร่งเครื่องครั้งใหญ่

Will the Formula 
One finally become 
exciting again?

การวางมือของ Bernie Ecclestone (เบอร์นี เอเคลสโตน) ซึ่งเป็นกูรูและผู้สนับสนุนรายใหญ่มากว่า 35 ปี ถือเป็น การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของการแข่งขันรถ F1 ในส่วนของการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ ผู้ชมจะได้พบกับรถแข่งที่น่าตื่นตาตื่นใจกว่าที่เคยมีมาด้วยยางล้อหลังขนาดใหญ่ สปอยเลอร์ท้ายที่ต่ำลงและตัวรถที่มีลวดลายดึงดูดใจมากขึ้น การปรับลุคใหม่แบบนี้จะทำให้การเข้าโค้งรวดเร็ว และมีรสชาติยิ่งขึ้นเนื่องมาจากกติกาทางเทคนิคอันใหม่ที่มีการอนุโลมเพื่อให้การแข่งขันรายการ กรังด์ปรีซ์เร้าใจมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับภาพลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่การจำลองการแข่งขันยังทำให้เห็นว่าระยะเวลา
ต่อรอบจะมีการพัฒนาขึ้นโดยเฉลี่ย 4-5 วินาทีในฤดูกาลนี้ บรรดานักแข่งเฝ้ารอคอยที่จะฝ่าความเจ็บปวดทางกายจากการขับขี่รถแข่งของพวกเขาพอๆกับที่ช่างเครื่องยนต์พยายามที่จะให้กลไกเครื่องยนต์ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ในช่วงฤดูหนาว ต่างคนต่างจะประชันเครื่องยนต์เกือบ 1,000 แรงม้า ยางรถและ
สปอยเลอร์ขนาดใหญ่ขึ้นทำให้เพิ่มแรงต้านความลู่ลมและลดความเร็วในจุดปล่อยตัว 18 – 24 กิโลเมตร
ต่อชั่วโมง การเข้าโค้งจะเป็นช่วงที่นักแข่งจะรู้สึกถึงสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น พวกเขาจะต้องทนกับแรงต้านจากด้านข้างมากกว่าที่เคยเป็น (5 เท่าของน้ำหนักตัว) จะเกิดลักษณะเดียวกันในขณะเบรกซึ่งจะใช้เวลาน้อยลงเนื่องจากการเกาะยึดเชิงกลที่ดีขึ้น นักแข่ง 20 คนที่จะเข้าแข่งขันชิงแชมป์โลก F1 ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคมเป็นต้นไป ต้องเข้าโปรแกรมฝึกความแข็งแกร่งทางร่างกายในช่วงหน้าหนาวนี้ที่แทบจะเข้มข้นราวกับฝึกทหารเพื่อเตรียมความพร้อมกล้ามเนื้อโดยเฉพาะส่วนคอและแขน สำหรับคนที่ยังไม่ฟิตเต็มที่ก็จะได้เผชิญกับวันอาทิตย์อันยากลำบาก ด้วยช่วงของการเบรกที่ลดน้อยลงจะทำให้นักแข่งรถแซงกันได้ยากขึ้นถึงกระนั้น การขับเคลื่อนรถได้อย่างมีทักษะเช่นนั้นไม่เพียงแต่จะสร้างความโดดเด่นเท่านั้นหากแต่ยังทำให้เกิด
แรงเสียดทาน ข่าวดีอีกข้อหนึ่งคือกรรมการการแข่งขันจะลดความเข้มงวดลงและยกเลิก บางจุดโทษที่เคย
เอาโทษผู้แข่งขันในหลายๆ ฤดูกาลที่ผ่านมาเอาใจผู้ชมในด้านธุรกิจ ภายหลังการวางมือของเบอร์นี เอเคลสโตน ผู้ครองรายการ F1 มาตั้งแต่ปีค.ศ. 1980 กลุ่มนายทุนอเมริกันเจ้าของ Liberty Media ที่ซื้อรายการนี้มาในราคา 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยใช้เงินกองทุนลงทุนของ CVC Capital Partners ตั้งใจจะปรับ
การแข่งขันให้ทันสมัยมากขึ้น และขยายกลุ่มผู้ชมให้กว้างขึ้น ในลำดับแรก Liberty Media มีเป้าหมายที่จะให้ผู้ชมหันมาติดรายการแข่งรถ F1 โดยการถ่ายทอดรายการทางโทรทัศน์ซึ่งหยุดไปเมื่อหลายปีมาแล้ว 
ยิ่งไปกว่านั้น นักธุรกิจที่บริหารจัดการการแข่งรถระดับโลกนี้ต้องการมองหาแหล่งเครือข่ายทางสังคมซึ่งเจ้าของและผู้บริหารชุดเก่าไม่เคยคำนึงถึง พวกเขาหวังที่จะดึงดูดผู้ชมวัยหนุ่มสาวกว่ากลุ่มเดิมให้หันมาสนใจการแข่งขันเช่นกันในขณะที่มีการแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ทางอินเตอร์เน็ต การขยาย และทำให้กลุ่มผู้ชมมีความหลากหลายขึ้นมีวัตถุประสงค์ สำคัญที่จะโน้มน้าวเชิญชวนให้ผู้ผลิตยานยนต์รายใหม่ๆ หันมาลงทุนในรถ F1 ซึ่งคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่ยังกล้าเนื่องจากการทำทีมนั้นใช้เงินลงทุนสูง ในขณะเดียวกัน Liberty Media ก็กำลังศึกษาหาวิธีในการกระจายรายได้ ที่ดีขึ้น ด้วยความช่ำชองด้านการตลาดในวงการกีฬาและประสบการณ์อันโชกโชนในโลกธุรกิจ ทีมงาน  ชาวอเมริกันชุดใหม่นี้เชื่อมั่นว่าพวกเขาจะสามารถ ตรึงเสน่ห์และความน่าดึงดูดใจของการแข่งขันรถ F1 ไปตลอดศตวรรษที่กำลังมาถึง

Related Post

Lexus NX 200t เอสยูวีขนาดเล็ก ที่อัดแน่นไปด้วยความหรูหราและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

ในยุคนี้ยานยนต์ได้ถูกพัฒนาให้มีความทันสมัยหรูหราเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างแท้จริง ซึ่งก็คงต้องยกให้เป็นปีทองของรถยนต์เอสยูวี ที่หลายค่ายแบรนด์ดังต่างก็สรรสร้างรถยนต์เอสยูวีของตนให้โดดเด่นกว่าใคร และหนึ่งในเอสยูวีที่อยู่ในระดับต้นๆ นั้น ก็คงต้องมีชื่อแบรนด์ดังอย่าง Lexus (เล็กซัส) ติดโผอยู่เป็นที่แน่นอน และถึงแม้ว่า lexus จะเป็นค่ายที่ผลิตยนต์ที่เน้นความหรูหรานุ่มนวลพร้อมสมรรถนะที่เป็นเลิศมาอย่างยาวนานนับ 10 ปี แต่กลับไม่เคยได้นำเทคโนโลยีเทอร์โบมาใช้เลยแม้แต่รุ่นเดียว แต่ล่าสุดนี้ lexus ก็ได้เริ่มนำเอาเทคโนโลยีเทอร์โบเข้ามาใช้กับรถครอสโอเวอร์ตัวเล็กเป็นครั้งแรกในรุ่น Lexus NX200T

2015-Lexus-NX-200t-F-Sport-side-profile1

รถยนต์เอสยูวีขนาดเล็ก รูปลักษณ์ภายนอกสไตล์โฉบเฉี่ยว โดยทั้งไฟหน้าจรดไฟท้ายมีทรงปราดเปรียวรูปตัว L  กระจังหน้าทรงนาฬิกาทราย เส้นด้านข้างเน้นความเฉียบคม โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ที่เพิ่มความสปอร์ตแบบครบเครื่องกันเลยทีเดียว

ภายในยังคงอัดแน่นไปด้วยความหรูหราสไตล์สปอร์ตอย่างลงตัว เบาะนั่งและคอนโซลหน้าใช้วัสดุหนังอย่างดีในการผลิต คอนโซลหน้ามาพร้อมจอแสดงผลอินโฟเทนเมนต์ ควบคุมด้วยปุ่มคอนโซลกลาง ด้านสีสันและการตกแต่งมีให้เลือกถึง 5 แบบ ทั้งแนวหรูหราด้วยสีครีม เรียบง่ายกับสีดำ เข้มขรึมกับสีน้ำตาล ทันสมัยกับสีแดง หรือจะเป็นสปอร์ตพรีเมียมด้วยชุดแต่ง F-Sport เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่อฟังก์ชั่นต่างๆ อย่างครบครัน

2015LexusNX200tFSportinterior-1

แม้จะเป็นรถเอสยูวีขนาดเล็ก แต่ก็แอบซ่อนขุมกำลังเครื่องยนต์ที่เร้าใจ ด้วยเทคโนโลยีเทอร์โบเพื่อมอบประสิทธิภาพให้อัตราเร่งที่แรงสะใจมากขึ้น เครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 2,000 ซีซี ที่ให้พละกำลัง 238 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตันเมตร มีระบบ VVT-iW ที่ช่วยเผาไหม้ได้อย่างหมดจด ระบบ Twin-Scroll Turbocharger ที่ทำงานร่วมกับ Air-to-Liquid เพื่อให้คุณสามารถเร่งแซงได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังประหยัดน้ำมันและลดมลพิษได้อย่างดีเยี่ยม เครื่องยนต์รุ่นนี้ถูกส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบควบคุมการกระจายแรงบิดที่ล้อหน้าและหลัง ในด้านของระบบช่วยเหลือในการขับขี่ก็จัดเต็มสมชื่อ Lexus โดยมีทั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Dynamic Radar Cruise Control เซ็นเซอร์ตรวจจับสัญญาณคนเดินรอบคัน ระบบรักษาช่องทาง ระบบตรวจจับวัตถุในจุดบอด ระบบไฟหน้าอัจฉริยะช่วยป้องกันไฟส่องรถคันอื่น และระบบหยุดรถอัตโนมัติเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการชนอีกด้วย

พูดได้เลยว่า ความหรูหราและความสะดวกสบายที่ Lexus มอบให้นั้นมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม มาพร้อมกับความประหยัดและความปลอดภัยที่ Lexus ยังคงให้ความสำคัญอยู่มาโดยตลอด

Content by Tachakorn M.

Related Post

40 YEARS OF THE BMW ART CAR

เพราะผลงานศิลปะ ไม่ควรเก็บไว้ที่บ้านเพื่อชื่นชมเพียงคนเดียว!

จุดเริ่มต้นของศิลปะบนรถยนต์ BMW ที่ถูกจัดทำครั้งแรกโดย Alexander Calder บนรถ BMW 3.0 CSL เมื่อปี 1975 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รถยนต์ทั้ง 17 คัน ผลงานศิลปะอันน่าทึ่งนี้ถูกนำมารวบรวมเพื่อเดินทางจัดแสดงให้ผู้ที่ชื่นชอบศิลปะได้ยลกันทั่วโลก โดยวงล้อแรกถูกหมุนมาหยุดที่ Concorso d’Eleganza ประเทศอิตาลี

ผลงานศิลปะบนรถยนต์ BMW ได้รับการตกแต่งลวดลายและสีสันมานานกว่า 40 ปี แต่องค์ประกอบทุกอย่างยังดูเหมือนใหม่ไม่มีผิด โดยบรรดาศิลปินและนักออกแบบชื่อดังจากทั่วโลก ต่างพร้อมใจมาวาดภาพตกแต่งรถให้กันอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Andy Warhol, Ernst Fuchs, David Hockney รวมไปถึง BMW ที่เคยส่งลงแข่งขันรายการสุดโหดอย่าง Le Mans 24 Hours รังสรรค์โดย ​Jeff Koons อยู่ด้วย

Lop bmw11 Lop bmw12 Lop bmw13 Lop bmw14 Lop bmw15 Lop bmw16Lop bmw18
Lop bmw17

โครงการ BMW Art Cars เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1975 ซึ่งในแต่ละปี ศิลปินจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก จะเข้าร่วมโครงการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะโดยใช้รถ บีเอ็มดับเบิลยู เป็นส่วนหนึ่งของผลงาน ส่วนหนึ่งของรถ BMW Art Cars ได้สร้างชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลก ยกตัวอย่างเช่น ‘Your Mobile Expectations: BMW H2R Project’ ซึ่งเป็นผลงานของ Olafur Eliasson ที่สร้างสรรค์ขึ้นในปี ค.ศ. 2007

Related Post

WILLIAMS MARTINI RACING F1 TEAM SUITED UP BY HACKETT

Hackett แบรนด์ที่ถ่ายทอดความเป็นอังกฤษไว้ทุกระเบียดนิ้ว โดยแต่ละคอลเลกชั่นจะไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์ และเลือกเดินทางไปกับการเปลี่ยนแปลงทุกวินาทีบนถนนสายแฟชั่น

กระแสดึงนักกีฬาระดับโลกมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในวงการแฟชั่น ยังคงเป็นเรื่องทีเด็ดที่ไม่มีวันตกยุค คราวนี้ถึงคราวห้องเสือ Hackett แห่งลอนดอน โดย เซอร์ เจเรมี แฮ็คเก็ตต์ ผู้ที่ไม่เคยทำอะไรเหมือนคนอื่น เช่นโชว์ผลงานบนรันเวย์แฟชั่นวีคในธีมโปโล (ซึ่งมาแรงมากเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา) หลังจากแก้ไขคอลเลกชั่นเรดี้-ทู-แวร์ และดีไซน์เสื้อสูทในลักษณะอิงไลฟ์สไตล์ ไม่เหมือนกับสูทสั่งตัดตามปกติในย่านซาวิล โรว์ซึ่งเคร่งครัดรูปแบบอันเป็นมรดกตกทอดเช่นเดียวกับภาพวง The Beatles ใส่สูทเดินข้ามทางม้าลายเพราะเคารพกฎจราจร….

เข้าแก็ปพอดี!!! ทางแบรนด์อาจมองเห็นว่าการเปิดนักกีฬาก็ต้องเคารพและให้เกียรติสนามแข่งเช่นกัน โดยการแปลงโฉม ทีมรถแข่ง F1 Williams Martini Racing ที่เกิดจากการรวมตัวกันระหว่าง Williams กับ Martini สปอนเซอร์ที่สนับสนุนทีมแข่งต่างๆมากมายในกีฬามอเตอร์สปอร์ต นั่นรวมถึงทีม Brabham ใน Formula 1 สมัยยุค 1970

Williams F1 Collateral Filming Days 2015

Williams F1 Collateral Filming Days 2015

williams lopt 6

william lopt

williams lopt 7

williams lopt 3

เสื้อผ้าล็อตใหม่ที่ผ่านการเนรมิตในคอลเลกชั่นนี้ของ แฮ็คเก็ตต์ ถูกส่งตรงถึงทีมผู้เล่น ยูนิฟอร์มเซ็ตนี้ประกอบด้วยสูทสีดำเข้ม เข้ากับเสื้อเชิ้ตผ้าคอสตอนสีขาว เติมความสมบูรณ์แบบด้วยเนคไท และผ้าเช็ดหน้าสีขาว ตบท้ายด้วยบรรณาการจากทีมกับหมวกกันน็อค ถุงมือและรองเท้าสำหรับนักแข่ง

ในวิดีโอ The Coolest Pitstop Ever จะเห็นรถคลาสสิคที่แฟนรถแข่งหลายคนคุ้นตาตั้งแต่ยุค 1970s สีขาวสว่างและมีแถบสีฟ้าแดงคาด หลังจากเปลี่ยนชื่อทีม ที่พิเศษอีกอย่างหนึ่งคือการติดตั้งโลโก้รำลึกถึง Ayrton Senna ใหม่ โดยมูลนิธิ Ayrton Senna ได้ออกแบบโลโก้พิเศษชึ้นมาเพื่อเป็นการรำลึกครบรอบ 20 ปี การจากไปของ Ayrton Senna นักแข่งรถชาวบราซิลซึ่งเสียชีวิตในอุบัติเหตุระหว่างการแข่งขัน San Marino GP ปี 1994…. ไม่มีอะไรเท่ไปกว่าใส่สูทขับรถแข่งอีกแล้ว

Related Post

UNITED OF BMW SERIES 3

BMW Series 3 รวมทีมทุกเจเนอเรชั่นทั่วโลก ฉลองครบรอบ 40 ปี

loptimum th bmw5

ลองหันไปถามคนข้างๆคุณดูสิว่า ถ้าพูดถึง BMW จะนึกถึงอะไร ประเดี๋ยวก็จะมีคนตอบว่า นึกถึง BMW Series 3  รุ่นแรกของพ่อที่จอดอยู่ในโรงจอดรถ! และกำลังวางแผนจะยกไปร้านแล้วโมดิฟายใหม่…

loptimum th bmw3

loptimum th bmw7

BMW Series 3 ถือเป็นรถซีดานสปอร์ตที่โด่งดังและได้รับความนิยมสูงสุดในโลก โดยกำเนิดเจเนอเรชั่นแรก เมื่อปี 1975 และมีทั้งหมด 6 เจเนอเรชั่น หากนับระยะเวลาหนุ่มหล่อเฟี้ยวรายนี้ครองใจใครต่อใครมานานกว่า 40 ปี ทาง BMW จึงได้ทำคลิปพิเศษ ที่เป็นการรวบรวมผู้ใช้รถ BMW Series 3 ตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรกถึงเจนเนอเรชั่นล่าสุด รวมทั้งสิ้น 6 คันเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกทั้ง สเปน สหรัฐอเมริกา ออสเตรีย และอินโดนีเชีย พร้อมกับได้เล่าเรื่องราวและความผูกพันระหว่างผู้ใช้รถ ใครที่ชื่นชอบความเก๋าภายในของ BMW Series 3 ไม่ควรพลาดที่จะต้องชม

loptimum th bmw12

loptimum th bmw13

Related Post

BMW IGNITE STRAIGHT SIX

การเปิดตัวแต่ละครั้งของ BMW Motorrad จะได้กระแสตอบรับที่ดีจนถูกยกขึ้นแท่นผู้นำในด้านพละกำลัง ด้วยเครื่องยนต์ที่ถูกออกแบบให้เข้ากับส่วนอื่นๆของรถ ก่อให้เกิดความลงตัวที่ยิ่งผลักดันให้มอเตอร์ไซค์ของค่ายนี้ถูกใจผู้ชายหลายคนอย่างไม่ต้องสงสัย…
หากแต่ว่าตอนนี้พวกเขากำลังจะพิสูจน์ให้ชาวโลกได้รู้ว่า มอเตอร์ไซค์ธรรมดา ไม่มีใครเขาขับกันแล้ว !!!!

lopt th a3

หลังจากการเปิดตัวของ BMW R nine T ปีที่ผ่านมา เกิดเป็นไอเดียให้ BMW เปิดมุมมองของค่าย โดยเฉพาะการพัฒนารถให้โดนใจลูกค้ามากขึ้น ด้วยการใช้นักแต่งรถชั้นนำเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาปรับเปลี่ยนรูปแบบเดิมให้ ‘โดนใจ’ ลูกค้าที่หลากหลายภายใต้เครื่องยนต์ 6 สูบ ขนาด 1,649 ซีซี ภายใต้โครงการที่ใช้ชื่อว่า BMW Ignite Straight 6

lopt th a1

lopt th a5

lopt th a7

เริ่มกันที่คันแรก BMW ignite Straight 6 งานดีไซน์ล้ำค่าของ เคนติ ถูกตั้งชื่อว่า Ken’s Factory Special งานออกแบบที่จะทำให้คุณหยุดหายใจไปชั่วขณะหนึ่งเมื่อได้เห็นว่าเจ้า 2 ล้อคันนี้สวยงามแค่ไหน มันถูกออกแบบภายใต้แนวคิดที่ต้องการนำเสนอความแตกต่างในรถมอเตอร์ไซค์ด้วยการให้รายละเอียดใหม่ ที่เปลี่ยนจากรถทั่วริ่งเป็นในสไตล์ของรถแบบ Bagger

lop th a9

lop th a10

อีกหนึ่งผลงานจากนาย คาวากิตะ ภายใต้ชื่อ ‘BMW Juggernaut’ ในขณะที่ผลงานแรกเน้นสไตล์ของช๊อปเปอร์ ผลงานที่สองจากโครงการนี้ทำให้คุณทึ่งมากกว่าด้วยสไตล์ที่คุณคงจะคิดว่า นี่มันรถมอเตอร์ไซค์สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Madmax หรือเปล่า!!

lop th a11

ตัวตนเดิมในสไตล์ทัวร์เรอร์ถูกปรับใหม่หมดจนไม่เหลือคราบ เอาจริงแล้วมันดูเหมือนรถมอเตอร์ไซค์ที่ถูกนำมาใช้เพื่อการทหารมากกว่าขี่โลดแล่นบนท้องถนนอีกนะ ภายใต้แรงบันดาลใจของนักออกแบบที่ว่า ‘คันนี้ควรมีในอนาคต’ ทั้งหมดถูกแต่งให้มีสไตล์ล้ำ ไม่ว่าการปรับชุดโช๊คหน้า หรือ Duolever suspension ทางด้านหลัง อาจจะเป็นงานยากแต่ท้ายสุดมันก็เป็นไปได้!!!

lop th a6

lopt th a10

โครงการที่จัดขึ้นภายในญี่ปุ่นเท่านั้น โดยเปิดให้นักต่างรถมีโอกาสสร้างสรรค์แนวความคิดของพวกเขาอย่างอิสระ ภายใต้ BMW K 1600 GTL

Related Post

FLYING CARS

หนึ่งในนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตที่เราเฝ้าภาวนาว่าอยากให้มี โดยเฉพาะกรุงเทพเมืองที่มีรถติดจนมีชื่อแยกแปลกๆขึ้นมากมายอาทิเช่น แยกลาดพร้าวรถติดที่สุดใน 3 โลก หรือแยกสุขุมวิทรถติดจนลูกบวช เอาพอหอมปากหอมคอ!! กลับมาว่าด้วยเรื่องรถลอยได้ เพราะความฝันนี้จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจของศิลปินชาวฝรั่งเศส Sylvain Viau ผู้เชี่ยวชาญการแต่งภาพชาวฝรั่งเศส ที่สร้างสรรค์ผลงานสุดล้ำ โดยนำภาพถ่ายรถยนต์ทั้งรุ่นวินเทจและรุ่นใหม่มารีทัชให้เป็นยนตกรรมในฝัน ‘รถลอยได้’

flying cars loptimum th 1

รีทัชได้เนียนมาก

flying cars loptimum th 2

ยืมเพื่อนมาสำหรับรถรุ่น fiat X1/9

flying cars loptimum th 3

Citroën C6

flying cars lopt th 3

BMW 530d touring

flying cars loptimum th 5

Peugeot 206 1.4i XR

flying cars loptimum th 6

Citroën cx 25 gti turbo

flying cars lopt th 20

flying cars lopt th 21

วินเทจก็ลอยได้

Related Post

MERCEDES-BENZ ‘GOING THE EXTRA MILE’ WITH ADRIANNE HO

เพลิดเพลินกับหุ่น เฮ้ย! เสน่ห์ของเมืองลอสแองเจลิส ไปพร้อมกับนางแบบ Adrianne Ho บนรถยนต์สุดคลาสสิก Mercedes Benz 280 SE

lo 6

lo1

lo2

เมื่อความคลาสสิกของแท็กซี่ Mercedes-Benz 280 SF พาเพลิดเพลินไปกันวิวทิวทัศน์รอบๆเมืองที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์อย่าง ลอสแองเจลิส พร้อมกับนางแบบสาว Adrianne Ho ที่พร้อมจะเผยเคล็ดลับสำหรับหุ่นสุด ‘เพอร์เฟ็ค’ สำหรับคนขับรถในทริปนี้คือหนุ่ม Kash มาดูกันดีกว่าหุ่นจะดีแค่ไหน

Related Post