งานรวมพลที่ห้ามพลาดสำหรับผู้รักรถยนต์ที่มีคาแร็กเตอร์และสไตล์ที่ชัดเจน

Vintage roadsters

งาน Chantilly Arts & Elgance Richard Mille ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนปีที่ผ่านมานั้นได้บริษัทประมูลอย่าง Bonhams ส่งรถยนต์สวยๆ เข้าร่วมงานอย่างมากมาย แม้ว่าคนจะไม่คลั่งไคล้การประมูลรถยนต์เหมือนกับงานในปีก่อนๆ แต่เสน่ห์ของรถยนต์รุ่นเก่าๆ ที่เข้ามาร่วมประมูลนั้นก็ยากที่จะต้านทานได้จริงๆ

มอเตอร์โชว์ครั้งสำคัญอย่าง Chantilly Arts & Elgance Richard Mille ที่จัดขึ้นเป็นปีที่สามแล้วได้ถูกจัดให้เป็นงานรวมพลที่ห้ามพลาดสำหรับผู้รักรถยนต์ที่มีคาแร็กเตอร์และสไตล์ที่ชัดเจนและแตกต่างจากงานแสดงรถยนต์อื่นๆ

ไม่ว่าจะเป็นสถานที่จัด ผู้เข้าร่วมงาน (ซึ่งคาดว่าจะมีถึง 13,500 คน ในปีนี้) บรรยากาศในงาน การแสดงแฟชั่น ดนตรี และที่ขาดไม่ได้ ก็คือรถยนต์รุ่นหายากและราคาแพงลิบ ทุกอย่างรวมอยู่ในงานนี้แล้ว งานอวดโฉมรถยนต์ครั้งนี้มีคอนเซ็ปต์คาร์จาก 8 ค่ายเข้าร่วมงานทั้ง Aston Martin (แอสตัน มาร์ติน) BMW (บีเอ็มดับเบิ้ลยู) Bugatti (บูกัตติ) Lexus (เล็คซัส) McLaren (แม็กลาร์เรน) Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์) Rolls-Royce (โรลส์-รอยซ์) DS Automobiles (ดีเอส ออโตโมบิลส์) และ DS E-Tense (ดีเอส อี-เท็นซ์) ซึ่งคว้ารางวัล Best Of Show ไป “เราได้รับรางวัลอันทรงเกียรติหลายรางวัลจากการจัดงานสองครั้งแรก ทำให้เราได้รับยกย่องให้เป็นงานมอเตอร์โชว์ที่ดีที่สุดงานหนึ่ง และก็ทำให้บริษัทรถยนต์หลายต่อหลายค่ายตอบรับเข้าร่วมงานของเรา เป้าหมายของเราในปีถัดๆ ไปนั้นอยากจะให้ยอดผู้เข้าชมทะลุถึง 20,000 – 25,000 คน คู่แข่งสำคัญของเราก็ได้แก่งาน Le Mans Classics ทำให้เราต้องหารถที่โดดเด่น แปลก และแตกต่างมาสู้ อย่างไรก็ตาม ผมก็มั่นใจว่าอนาคตของ Chantilly Arts & Elégance Richard Mille จะสดใสอย่างแน่นอนครับ” Patrick Peter (แพทริค ปีเตอร์) ผู้จัดงานกล่าว

นอกเหนือไปจากค่ายผลิตรถยนต์ต่างๆ ที่ตบเท้ากันเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียงแล้ว ยังมีบริษัทประมูล Bonhams ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ลอนดอน นิวยอร์ก และฮ่องกง ได้นำเสนอโฉมงามสี่ล้อจำนวน 29 คันให้เข้าร่วมประมูลในงาน ตั้งแต่รถเปิดประทุนรุ่น 1,500 คันกะทัดรัดจาก Nash Metropolitan     (แนช เมโทรโพลิแทน) ไปจนถึงรุ่น 911 (Type 964) Turbo 3.6.  คันบึกบึนจาก Porsche (ปอร์เช่) ไม่จำเป็นต้องรอให้รถทุกคันขายจนหมด ยอดเงินรวมที่ได้จากการประมูลก็เกิน 9 ล้านยูโรไปแล้ว  แค่ Mercedes-Benz 500K Roadster 1935 คันเดียวก็จบการประมูลไปที่ 5,290,000 ยูโรแล้ว ทำให้ Malcolm Barber (มัลคอล์ม บาร์เบอร์) ผู้อำนวยการร่วมของ Bonhams กล่าวว่า “Chantilly Arts & Elégance Richard Mille เป็นอีเวนต์สุดหรู  และ Bonhams ก็ภูมิใจที่ได้มีส่วนในงานนี้ และเราก็พอใจกับผลลัพธ์มากเลยครับ” แม้ว่าผลลัพธ์จะออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์  ไปสักเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจไม่น้อยทีเดียว

7C5A0894R1

MERCEDES-BENZ 500K ROADSTER 1935

€5,290,000

ในที่สุด เจ้า 500K คันนี้ก็ได้ประมูลออกไปด้วยราคา 5,290,000 ยูโร ประวัติของรถคันนี้ไม่เคยหยุดนิ่ง ตั้งแต่เปิดตัวที่เบอร์ลินในปีค.ศ. 1935 นักธุรกิจชาวเยอรมันนามว่า Hans Friedrich Prym (ฮานส์ ฟรีดริช พรีม) ก็ได้ไปครอง หลังจากถูกขโมยในปีค.ศ. 1945 ก็ไปโผล่อยู่ที่อเมริกาอีกครั้งในปีค.ศ. 1970 ถึงจะเปลี่ยนเจ้าของมาแล้วหลายครั้ง แต่นับตั้งแต่ปีค.ศ. 2012 เป็นต้นมา รถคันนี้ก็กลับไปสู่อ้อมกอดของตระกูลพรีมอีกครั้งหนึ่ง ด้วยความแรงระดับ 160 แรงม้าและความเร็วสูงสุดที่ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้รถยนต์คันนี้มีสมรรถนะสูงสุดคันหนึ่งของยุค ผลิตออกมาทั้งหมด 354 คัน แต่มีเพียง 29 คันเท่านั้นที่ได้ประกอบตัวถัง Roadster

24066247-4-35

Horch 853 Spezialroadster 1937

€1,035,000

ก่อนที่ Audi (ออดี้) จะถือกำเนิด เจ้ารถยนต์สัญชาติเยอรมันคันนี้ซึ่งทั้งโฉบเฉี่ยวและสง่างามในคราเดียวกัน ถูกผลิตออกมาเพียง 950 คัน คันที่ Bonhams เสนอขายนั้นมีประวัติที่ซับซ้อน เคยไปพักผ่อนอยู่แถวท้องไร่ท้องนาในยูเครนมาเป็นเวลานาน และถูกดัดแปลงตัวถังให้เป็นรถกระบะเพื่อใช้งานแบบอเนกประสงค์ ทำให้บริษัท Horch Classic ต้องใช้เวลาฟื้นฟูสภาพรถกันอย่างยาวนานตั้งแต่ปีค.ศ. 2009 กว่าจะแปลงร่างกลับมาเป็นสภาพแบบนี้

Lot 8 Porsche

Porsche 911 (Type 964) 3.6 Turbo 1993

€238,625

ด้วยดีไซน์ยั่วยวนใจ และพลังอันเหลือล้น ทำให้เจ้า 964 Turbo คันนี้เป็นหนึ่งในปีศาจตัวเทพแห่งยุค ’90s คันนี้ซื้อที่ประเทศโอมานในปีค.ศ. 1993 และวิ่งไปน้อยกว่า 50,000 กิโลเมตร การันตีได้ถึงประสิทธิภาพที่ยังอัดแน่นอยู่เต็มตัวถัง

1626421-1600-951

Ferrari Dino 246 GT Berlinette 1973

€262,200

เวลาไม่สามารถทำอะไรเจ้า Ferrari Dino 246 คันนี้ได้เลย และดูเหมือนว่าโฉมรถจะงามขึ้นทุกปีๆ เสียด้วย รถคันนี้เป็นหนึ่งใน 200 คัน จาก E-Series ถึงแม้ว่าสีรถจะไม่ใช่สีเดิมซึ่งเป็นสีฟ้า แต่ก็มีผู้มาประมูลไปด้วยราคาที่ไม่โหดมาก คือ 262,000 ยูโร ยังไม่รวมค่าขนส่ง

24071121-1-59

BMW Z1 1990

€69,000

Z1 คันนี้ไม่เคยเก่าเลย เหมือนกับระบบประตู มหัศจรรย์” ที่ผลุบลงไปในบังโคลนรถได้อัตโนมัติ จริงๆ แล้ว ไม่มีบริษัทผลิตรถยนต์ค่ายไหนซื้อไอเดียประกอบประตูรถยนต์แบบนี้เลย รถคันนี้วิ่งมาแล้ว 23,203 กิโลเมตร จุดเด่นอยู่ที่การเล่นสีซึ่งได้หายาก (มีรถแค่ 133 คันที่ผลิตระหว่างปีค.ศ. 1988 – 1991 ที่ใช้สีนี้) เปลี่ยนเจ้าของมาแค่สองมือ แต่ราคาประมูลพุ่งสูงถึง 69,000 ยูโรไม่รวมค่าขนส่ง

24067073-1-28

Range Rover 4×4 1975

€40,250

ถ้าคุณยังแคลงใจกับสมรรถนะของ Range Rover (แรนจ์โรเวอร์) ที่ตกรุ่นอยู่ในกรุเช่นนี้ ราคาประมูลเกิน 40,000 ยูโรของรถปีค.ศ. 1975 ที่เปลี่ยนเจ้าของมาแล้วห้าคนคันนี้คงจะพิสูจน์อะไรได้ไม่มากก็น้อย รถวิ่งไปเพียง 74,000 กิโลเมตรเท่านั้น สภาพเดิมแบบสุดๆ แถมสีทองคลาสสิกนี้ก็ดูเข้ากับรูปลักษณ์ตัวถังเป็นอย่างดี

สรุปยอดการประมูล  

€5,290,000

Mercedes-Benz 500K Roadster 1935

€1,035,000

Horch 853 Spezialroadster 1937

€632,500

Horch 853A Sportcabriolet 1938

€632,500

Horch 780B Cabriolet 1934

€293,250

Bentley Continental S1 Coup 1956

€262,200

Ferrari Dino 246 GT Berlinette 1973

€238,625

Porsche 911 (Type 964) 3.6 Turbo 1993

€207,000

Rolls-Royce Silver Cloud III Cabriolet 1965

€138,000

British Salmson 20/29 HP 2.6 Litre Roadster 1938

€101,200

Porsche 928 GTS 1994

€70,150

Jaguar XJ-S V12 Lynx Eventer 1984

€69,000

BMW Z1 1990

€51,750

Alfa Romeo Montral Coup 1972

€40,250

Range Rover 4×4

1975

€17,825

Nash Metropolitan

1500 Cabriolet 1962

€16,675

Ferves Ranger 4×4

1969

Related Post

คงไม่มีใครปฏิเสธความเร็วของขุมพลังเทอร์โบที่แรงดุจจรวดของ Z 1000 KAWASAKI สุดโหดคันนี้ได้แน่ๆ

SHOT LIKE A ROCKET

Z 1000 KAWASAKI

hi_2016_z1000_sugomi_2

ข้อมูลที่ต้องทราบอย่างยิ่ง

ค่าย Kawasaki (คาวาซากิ) ไม่เพียงแต่ดำเนินธุรกิจในวงการรถมอเตอร์ไซค์เท่านั้น แต่รวมถึงธุรกิจยานอวกาศ รถไฟ พลังงาน สิ่งแวดล้อม ทะเล โรงงานต่างๆ และงานศิลปะด้วยการประดิษฐ์ยนตรกรรม H2R คันนี้ถือเป็นงานล่าสุดของบริษัทนี้ เครื่องยนต์เทอร์โบคอมเพรสเซอร์   ที่มีกำลังมากกว่า 300 แรงม้าและมีแอโรไดนามิกส์อันยอดเยี่ยม ผลที่ได้คือเครื่องยนต์ที่มีพลังมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ของโลกสำหรับบิ๊กไบค์ในรุ่นที่มีความเร็ว มากที่สุดในสนามแข่งรถ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!

สิ่งที่คุควรรู้เกี่ยวกับ Kawasaki

เรื่องราวยาวนานถึง120 ปี

8 บริษัท อุตสาหกรรมในเครือ

44 ปี  สำหรับรุ่น W

8 รายการ ที่เป็นแชมป์ระดับโลก (รุ่น 250 และ 350 ซีซี)

1 รายการ ที่เป็นแชมป์ Superbike ระดับโลก

13 ครั้ง ที่ชนะในรายการแข่งขัน 24 ชั่วโมง

20% ของผลการดำเนินธุรกิจทั้งหมดมาจากมอเตอร์ไซค์

326 แรงม้า ในรุ่น H2R (พร้อม Ram Air)

357 กม./ชม. สถิติความเร็วโดย Philippe Monneret (ฟิลิปป์ โมเนอเร) เขาใช้บิ๊กไบค์รุ่น H2R ในการแข่งขัน

15 รุ่น ของ Roadster Z ที่โด่งดังไม่หยุดนับตั้งแต่เปิดตัวรุ่น 900 Z1 ในปีค.ศ. 1973

Related Post

มอเตอร์ไซค์คอลเลกชั่นพิเศษของ Royal Enfield ที่ร่วมมือกับ Happy Socks

ฟังดูก็อาจจะแปลกที่ Royal Enfield (รอยัล เอนฟิลด์) แบรนด์มอเตอร์ไซค์ระดับตำนานสัญชาติอังกฤษ ได้จับมือกับแบรนด์ถุงเท้าน้องใหม่สัญชาติสวีเดนอย่าง Happy Socks (แฮ้ปปี้ ซ็อกส์) เพื่อผลิต … อะไรล่ะ? ผลิตถุงเท้าสำหรับคนขี่มอเตอร์ไซค์? หรือผลิตถุงเท้าให้มอเตอร์ไซค์?

เปล่าเลย ทั้งสองบริษัทร่วมมือกันผลิตมอเตอร์ไซค์รุ่น Continental GT จากลุคดั้งเดิมที่เป็นแบบสปอร์ตคลาสสิก เปลี่ยนมาเป็นมอเตอร์ไซค์คาเฟ่เรซเซอร์สีสันสดใส ที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของ Happy Socks ซึ่งลวดลายต่างๆ ที่ถูกเพ้นท์ลงบนตัวถังมอเตอร์ไซค์นั้นก็สำแดงเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์ได้อย่างโดดเด่นโฉบเฉี่ยว เหมาะสำหรับการซื้อหามาขี่เล่นช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปลายปีแบบนี้จริงๆ

นอกจากมอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษแล้ว ยังมีแอ็กเซสเซอรีสำหรับไบค์เกอร์ทั้ง หมวกกันน็อกลายตารางหมากรุกสีเขียว บ็อกซ์เซ็ตถุงเท้าชุดพิเศษ และกางเกงบ็อกเซอร์ลวดลายพิเศษอีกด้วย

Related Post

ความดุดันและบึกบึนของเอสยูวีพันธุ์แกร่งสายเลือดอเมริกัน ที่พร้อมจะลุยไปกับคุณในทุกเส้นทางและสภาวะถนนโดยไม่มีข้อแม้

THE TRAILBLAZER

อาจจะไม่ใช่แค่เราที่รู้สึกไปเองว่าช่วงหน้าฝน  ที่ผ่านมารถเอสยูวีนั้นมาแรงกว่ารถทุกเซกเมนต์ในท้องตลาด ลอปติมัมจึงดีใจมากที่ได้รับเชิญ  ให้ไปทดสอบสมรรถนะของ Chevrolet 
(เชฟโรเล็ต) รุ่น Trailblazer ตัวใหม่ล่าสุด

dsc_7442-w1

ครั้งนี้ Chevrolet ได้พาเรามุ่งหน้าออกจากกรุงเทพฯ สู่นครราชสีมาเพื่อไปทดสอบ Chevrolet Trailblazer กันในรันเวย์ส่วนตัว ณ แรนโซ ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ โดยการทดสอบถูกแบ่งออกเป็น 5 สถานีหลักๆ ด้วยกัน เริ่มต้นที่สถานีทดสอบระบบแจ้งเตือน เมื่อออกจากช่องจราจร (Lane Departure Warning) เป็นระบบที่จะคอยเตือนเมื่อรถสามารถตรวจจับได้ว่าคุณเริ่มขับรถได้ไม่ตรงช่องจราจร ถัดมาที่สถานีทดสอบระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา (Side Blind Zone Alert) เป็นระบบที่คุณจะสังเกตได้ที่มุมของกระจกมองข้าง ระบบนี้จะทำงานเมื่อคุณต้องการ  จะเปลี่ยนเลนหากมีรถอยู่ในมุมอับสายตา สัญลักษณ์ไฟสีส้มที่กระจกมองข้างจะติดขึ้นเพื่อเตือนให้คุณระวัง ถัดมาที่สถานีทดสอบระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Alert) สังเกตได้บริเวณกระจกหน้าฝั่งคนขับจะมีสัญญาณไฟขึ้นเตือนหากคุณเข้าใกล้รถคันหน้าเกินระยะที่กำหนด โดยจะแบ่งออกเป็นสองสี คือสีส้มเมื่อใกล้เป็นการเตือนให้คุณระวัง และเปลี่ยนเป็นสีแดงเตือนให้คุณเบรกและทิ้งระยะห่างเพื่อความปลอดภัย ถัดมาที่สถานีทดสอบระบบช่วยเหลือการจอดด้านหลัง (Rear Park Assist) หลายคนอาจจะกังวลเรื่องปัญหาไซส์ของตัวรถที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัญหาในการหาที่จอดรถในเมืองใหญ่ๆ ที่มีพื้นที่จำกัดอย่างกรุงเทพฯ แต่ไม่ต้องห่วง เพราะระบบนี้จะคอยช่วยเหลือการจอดของคุณให้ง่ายขึ้นเพียงคุณควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ และเหยียบคันเร่ง   และสุดท้ายที่สถานีทดสอบระบบแจ้งเตือน การจราจรขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert) มีประโยชน์แน่นอนสำหรับคนที่จอดรถเอาหน้าเข้าบ้าน เมื่อคุณถอยหลังออกระบบนี้จะช่วยให้คุณรู้สึกมีตาหลังเพราะเซ็นเซอร์จะตรวจจับรถที่วิ่งไปด้านซ้ายและขวาและเตือนคุณที่กระจกมองข้างเพื่อให้ระวังในการถอย ระบบทั้งหมดที่เราได้ทดสอบมานี้ก็เป็นสิ่งที่เพิ่มเข้ามาใน Trailblazer ใหม่คันนี้

dsc_7331-w1

หลังจากทดสอบสมรรถนะกันไปพอ หอมปากหอมคอกันแล้ว ก็มาทำความรู้จักกับ Trailblazer ใหม่คันนี้กันเล็กน้อย หน้าตาของตัวถังได้ถูกปรับเปลี่ยนให้ดุดันมากขึ้น เพิ่มไฟส่องสว่างด้านหน้าแบบแอลอีดีพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่ตอนกลางวัน ใช้เครื่องยนต์ดีเซล  4 สูบความจุ 2.5 ลิตรพร้อมเทอร์โบ พละกำลัง 180 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร ส่งพลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มีระบบพวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฟฟ้ามาช่วยในการขับบี่ ราคาเริ่มต้นที่ 1,244,000 บาท

Related Post

6 ซูเปอร์ยอร์ชไฮไลท์ของงาน Thailand Yacht Show 2016

งาน Thailand Yacht Show 2016 เป็นงานที่จะผลักดันให้น่านน้ำภาคใต้ของประเทศไทยเป็นจุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการล่องเรือ ซึ่งงานกำลังจะจัดภายในวันที่ 15-18 ธันวาคมนี้ที่อ่าวปอ แกรนด์มารีน่า ภูเก็ต เรามาดูกันดีกว่า ว่าภายในงานมีอะไรบ้าง

1. Super Yacht Ocean Emerald
เรือยอร์ชขนาดใหญ่ที่ออกแบบโดยนักออกแบบชื่อดัง นอร์แมน ฟอสเตอร์ ซึ่งเรือลำนี้เคยปรากฏอยู่ในหนังเรื่อง Point Break มาแล้ว มีขนาดใหญ่ประมาณ 41 เมตร รูปร่างทันสมัย และภายในตกแต่งอย่างหรูหรา

1

2. Prestige 500
ถือเป็น 1 ใน 10 แบรนด์เรือยอร์ชหรูของบริษัท Boat Lagoon ที่จะมาจัดแสดงครั้งแรกในไทย มีความโดดเด่นอยู่ที่การตกแต่งดาดฟ้าเรือที่กว้างขวาง แตกต่างจากยี่ห้ออื่นในระดับเดียวกัน

2

3. Atari VI
เป็นเรือรุ่นต่อจาก Premier 38 ของแบรนด์ Lee Marine เป็นเรือที่ทำความเร็วได้สูงถึง 50 น็อต เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอกใหม่หมดเพื่อลดค่าบำรุงรักษา ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศรอบเกาะได้เต็มที่

3

4. Forwin ซูเปอร์ยอร์ชรุ่น Sanlorenzo 46Steel
เป็นเรือยอร์ชของบริษัท Simpson Marine ที่สร้างและประกอบในประเทศอิตาลี ตอบสนองลูกค้าที่ต้องการความหรูหราอย่างเต็มเปี่ยม

4

5. Galeon 460
ถือเป็นเรือยอร์ชระดับพรีเมียมของเอเชียจากแบรนด์ Asia Marine ที่กำลังจะเปิดตัวครั้งแรกในงานครั้งนี้ มีเทคโนโลยีการเดินเรือที่เป็นเลิศ งานช่างระดับหรู และมีดาดฟ้าที่ปรับระดับได้ ห้องควบคุมเรือสามารถหมุนตามทิศทางที่ต้องการได้อย่างลงตัว

5

6. Leopard 51 PC
เป็นเรือยอร์ชจากแบรนด์ Leopard Catamarans ที่โดดเด่นด้วยความประหยัดน้ำมัน ดีไซน์ออกทรงสปอร์ตให้ความรู้สึกพุ่งทยานไปบนผืนน้ำ ถือเป็นอีก 1 ไฮไลท์ของงานครั้งนี้เลยทีเดียว

6

Related Post

Lexus Sriracha IS: รถที่ร้อนแรงที่สุด ณ เวลานี้

สารภาพว่าตอนเราเห็นวิดีโอโปรโมทรถยนต์ Lexus รุ่น Sriracha IS คันนี้ ทีมงานแทบทุกคนคิดว่าเป็นเรื่องตลกโปกฮาแบบงานโปรดักชั่นอลังการทุ่มทุนสร้างอะไรประมาณนั้น แต่เมื่อลงลึกไปในรายละเอียดก็ค้นพบว่า รถคันนี้ได้รับการออกแบบอย่างระมัดระวังและมีคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจน มีอยู่จริงเพียงหนึ่งคันบนโลกใบนี้ ในขณะนี้ก็กำลังจัดแสดงอยู่ที่งาน 2016 Los Angeles Auto Show ประเทศสหรัฐอเมริกา

Lexus ได้มอบหมายให้บริษัทปรับแต่งรถยนต์ West Coast Customs (ที่เคยปรากฏโฉมในรายการ Pimp My Ride มาแล้ว) จัดการปรับแต่ง Lexus IS เพียงหนึ่งคันให้กับบริษัท Huy Fong Foods หรือผู้ถือลิขสิทธิ์การผลิตซอสพริกยี่ห้อ Sriracha ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยคอนเซ็ปต์คือ ‘Put Sriracha sauce in everything. – เอาซอสศรีราชาใส่ไว้ทุกที่’ ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะทุกองค์ประกอบของรถยนต์คันนั้นทั้งสี พวงมาลัย ล้อแม็กซ์ เบาะ หน้าจอ รวมไปถึงท้ายรถ ต่างก็ถูกบรรจุไว้ด้วยซอสพริกศรีราชาด้วยกันทั้งสิ้น

… หมายถึง … ในแง่ของคนเซ็ปต์น่ะนะ เพราะการดีไซน์ทั้งหมดนั้นได้ดึงเอาแรงบันดาลใจมาจากซอสพริกศรีราชา และสีเขียวของขั้วพริกมาใส่ไว้ตามองค์ประกอบต่างๆ ของรถทั้งตระแกรงหน้า แป้นเบรก และปลายท่อไอเสียเองก็ยังถูกดัดแปลงให้นึกถึงฝาแหลมของขวดซอสพริกอันเป็นเอกลักษณ์

ส่วนภายในนั้นก็ได้รับการปรับแต่งแบบกระจุกกระจิกเพิ่มเติมความเก๋เข้าไปอย่างเช่นปุ่มที่ควบคุมอุณหภูมิก็เปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์ไฟสีแดง ในขณะที่โหมดสปอร์ตก็ถูกเปลี่ยนเป็น ‘โหมดศรีราชา’ เบาะก็มีการแทรกฝีเย็บสีแดงและสีเขียวพร้อมแผ่นป้ายโลโก้ในเบาะหลัง และยังมีด้ายสีเขียวเดินแซมอยู่หลายจุดอีกด้วย

ในส่วนของพวงมาลัยนั้นก็ถือว่าเป็นเอกลักษณ์มาก มีการนำเรซิ่นมาหล่อกลวงเป็นรูปพวงมาลัยและนำสสารสีแดงสดที่มีลักษณะคล้ายซอสพริกศรีราชาใส่ไว้ข้างใน ไหลไปมาได้อย่างอิสระ พร้อมแปะสติกเกอร์ไว้อย่างเด่นชัดว่า ‘Hot Handling’ และถ้าหากว่าคุณกำลังมองหาซอสพริกศรีราชา ‘จริงๆ’ ในรถคันนี้ ก็ลองเปิดท้ายรถออกมา แล้วคุณจะพบขวดซอสจำนวน 43 ขวดบรรจุอยู่เต็ม พร้อมที่จะให้คุณออกไปซิ่งและอิ่มอร่อยได้ทันทีนึกอยากจะสั่งคัสตอมรถสักคันตามกิจการหรือความชอบของตัวเองบ้างหรือยัง?

Related Post

ไฮไลท์เด่นที่คุณไม่ควรพลาดในมอเตอร์เอ็กซ์โป 2016 คราวนี้

กลับมาอีกครั้งกับงานมหากรรมมอเตอร์เอ็กซ์โปที่มาพร้อมกับรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดและแคมเปญสุดพิเศษส่งท้ายปี ภายในงานปีนี้อาจจะดูเงียบเหงาและไม่ค่อยมีอะไรให้ดูตื่นตาตื่นใจเหมือนปีที่ผ่านๆ มา แต่สำหรับรถยนต์ที่เปิดตัวในงานนั้นแต่ละคันต้องบอกว่าสร้างสีสันและเรียกเสียงฮือฮาได้เหมือนเคย งานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1-12 ธันวาคมนี้ และลอปติมัมไทยแลนด์ของเราก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพของรถที่เป็นไฮท์ไลท์ของงานมาฝากให้คุณชมก่อนใคร
Mercedes-Benz
รอบนี้มีดาวเด่นเป็น C-Class เปิดประทุน และ E-Class แวน ที่หลายคนให้ความสนใจ
BMW
มาพร้อมกับซูเปอร์ตาร์พลังงานไฟฟ้าอย่าง I8และปีศาจร้ายสุดอหังการอย่าง M4
Mini
ขนพลพรรคมากันเพียบแต่ก็หนีไม่พ้นตัวจี๊ดอย่าง JCW
20161201_4290
Lexus
รถยนต์สุดหรูจากแดนปลาดิบที่มีดีในด้านความเงียบและความนุ่มนวลกับรุ่น IS300h
20161201_7763
Toyota
งัดเอารุ่น TRD Sportivo ของ Altis และ Yaris มาให้แฟนคลับได้เรียกน้ำย่อยกันไปพลางๆ
Honda
ยังคงเป็น Civic โฉมใหม่ล่าสุดที่เป็นพระเอกของงานเช่นเคย
20161201_1210
Subaru
XV ที่มาพร้อมกับชุดแต่ง Crosstrek ก็ยังคงเป็นตัวชูโรงของ Subaru เหมือนเดิม
20161201_6867
Volvo
S90 เรือธงลำใหม่จากสวีเดนที่ดีไซน์ได้เรียบหรูมากๆ
20161201_2976
Porsche
เปิดตัว 718 Boxster และ 718 Cayman ด้วยสีสันสุดบาดใจ
20161201_5293
Jaguar
เปิดตัวรุ่น F-Pace บุกตลาดเอสยูวีครั้งแรกซึ่งเป็นอีกหนึ่งคันที่น่าสนใจที่สุดในงานนี้
20161201_8800
Land Rover
แบรนด์รถยนต์ขาลุยจากเกาะอังกฤษก็มี Range Rover Evoque เป็นตัวหลักของปีนี้
20161201_2843
Aston Martin
ตามที่ Aston Martin เคยบอกไว้ว่าจะมีอะไรให้คุณตื่นเต้นทุกๆ ปีแบบไม่ขาดสาย Vanquish Coupe ก็คือคำตอบนั่นเอง
20161201_8460
Ford
กระแสที่แรงแบบไม่ตกของ Everest นั่นยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกของผู้เข้าร่วมงานแน่นอน
20161201_1524
Mitsubishi
คอนเซ็ปต์คาร์สีเหลืองสดภายใต้ชื่อรุ่น XM Concept นั้นก็ทำให้บูท Mitsubishi มีสีสันขึ้นมาทันที
20161201_2411
Hyundai
คอนเซ็ปต์คาร์จาก Hyundai นั้นก็มีรูปโฉมที่ล้ำสุดๆ ไม่แพ้ค่ายอื่นเช่นกัน
20161201_4412
ในฝั่งของมอเตอร์ไซค์นั้นก็คึกคักไม่แพ้รถยนต์และยังคงดูมีสีสันกว่าด้วยซ้ำในปีนี้เพราะมีรุ่นใหม่ให้เลือกตั้งแต่ซีซีเล็กๆ จนซีซีใหญ่เลยทีเดียว
Royal Enfield
ประเดิมตลาดด้วยรุ่น Continental GT สีเขียวเข้มที่ให้อารมณ์คลาสสิกตามสไตล์ Royal Enfield
245049
Triumph
Bonneville Bobber รุ่นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดและที่สำคัญเพิ่งเปิดตัวมาได้สดๆ ร้อนๆ ไม่กี่เดือนนี้เอง
20161201_3059
Ducati
รอบนี้สายสปอร์ตคงต้องหลีกทางให้กับสายครุยเซอร์แบบ XDiavel กันสักนิด
20161201_3178
Harley-Davidson
ความคลาสสิกที่ไม่มีวันตายของ Harley-Davidson
20161201_4280
Kawasaki
ซูเปอร์ไบค์ที่แรงสุดๆ ในชั่วโมงนี้คงหนีไม่พ้น H2R จริงๆ
20161201_6664
Benelli
อีกหนึ่งคันที่พลาดไม่ได้รุ่น 302R จาก Benelli
20161201_7454
BMW
G310R เป็นน้องเล็กสุดในค่ายใบพัดฟ้าขาวตอนนี้และราคาก็ยังน่าสนใจอีกด้วย
20161201_6415
KTM
เปลี่ยนมาฟีลลิ่งแบบลุยๆกับ KTM ดูบ้างก็เท่ไม่ใช่เล่น
20161201_274
Aprilia
ปิดท้ายกันที่ตัวแรงจากค่าย Aprilia รุ่น RSV4RF ที่ให้คุณได้สัมผัสกันเต็มๆ
20161201_5078

Related Post

คุณจะต้องหลงรักเอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุด Mercedes-Benz GLC

URBAN BEAST

รถยนต์สปอร์ตคูเป้ที่สามารถพาไปได้ทั้งออกงานสังคมและผจญภัยแบบสายลุย รับรองเลยว่าคุณจะต้องหลงรักเอสยูวีใหม่ล่าสุดจากค่ายดาวสามแฉกคันนี้แน่นอน

untitled-34-1-w2

 Mercedes-Benz GLC 250d 4 MATIC Coupe AMG

เมื่อต้นปีที่ผ่านมาที่ Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์) ได้ออกรุ่น GLE Coupe มานั้น กระแสตอบรับจากแฟนๆ มีอยู่พอสมควรล่าสุด Mercedes-Benz ได้ส่งรุ่น GLC 250d 4 MATIC Coupe AMG ออกมาให้เราได้ตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง และเสียงตอบรับจากแฟนๆ นั้นดังกว่าและน่าประทับใจกว่าครั้งที่รุ่นพี่ได้ออกมา เส้นสายตัวถังแบบคูเป้นั้นสัมผัสได้ถึงความสปอร์ตและดุดัน กระจังหน้าทรงสปอร์ต ช่องรับลมด้านหน้าขนาดใหญ่ ล้อ AMG ขนาด 20 นิ้วจากโรงงาน และไฟหน้าแบบแอลอีดี บั้นท้ายแบบคูเป้ทำให้ตัวรถดูไม่เทอะทะ ภายในห้องโดยสารใช้หนังแท้วัสดุพรีเมี่ยม เบาะด้านหลังสามารถพับเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้ แถมที่สำคัญ เทรนด์น้ำท่วมที่ กำลังมาแรงนั้น GLC คันนี้สามารถพาคุณผ่านมันไปได้โดยไม่เจ็บตัว  อย่างแน่นอน

เครื่องยนต์: ดีเซล 4 สูบ เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์

ความจุเครื่องยนต์: 2,143 ซีซี.

แรงบิด: 500 นิวตันเมตรที่ 1,600 – 1,800 รอบต่อนาที

มิติตัวถัง (กว้าง x ยาว x สูง): 1,890 x 4,732 x 1,602 มิลลิเมตร

0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง: 7.6 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 222 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ความจุสัมภาระ: 500 – 1,400 ลิตร

ขนาดยางหน้า: 255/45 R20

ขนาดยางหลัง: 285/40 R20

ราคา: เริ่มต้นที่ 4,090,000 บาท

Related Post

5 รถสปอร์ต ที่อัญเชิญสุดยอดเครื่องยนต์จากค่ายอื่นมาใส่

หลายต่อหลายคนเวลาเห็นรถสปอร์ตแล้วพูดกันว่าแรงนั้นอาจจะลืมนึกไปว่าความแรงนั้นมาจากเครื่องยนต์เป็นหลักไม่ใช่รูปร่างภายนอก แล้วจะมีใครรู้บ้างไหมว่าต้นตอแห่งความแรงของแบรนด์สปอร์ตคาร์หลายๆ แบรนด์นั้นไม่ได้ใช้เครื่องยนต์ของตัวเอง แต่นำเครื่องยนต์ที่ได้ชื่อว่าแรงของค่ายอื่นมาใช้แต่ได้ปรับแต่งให้มีพละกำลังมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนจะมีแบรนด์ไหนบ้างนั้นมาดูไปพร้อมๆ กัน

1.Lotus Evora

1
ยนตรกรรมจากเกาะอังกฤษที่เปิดตัวออกมาครั้งแรกตั้งแต่ปี 2009 Lotus ได้นำเครื่องของ Toyota มาใช้พร้อมปรับแต่งความแรงเพิ่มเข้าไปเล็กน้อย มีให้เลือกแรงกันสองระดับคือ V6 3.5 ลิตร (Toyota 2GR-FE) เป็นเครื่อง N/A ผลิตพละกำลังได้ 276 แรงม้า และ V6 3.5 ลิตร (Toyota 2GR-FZE) เป็นเครื่องซูเปอร์ชาร์จสำหรับลูกค้ากลุ่มเท้าหนักโดยเฉพาะ ผลิตพละกำลังได้ 345 แรงม้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าลืมว่าค่าย Lotus นั้นเขาก็ดังเรื่องช่วงล่างมากเป็นพิเศษ อย่าได้ริเอา Toyota ที่วางเครื่องรุ่นเดียวกันไปลองหวดเล่นซะละ

2.Pagani Huayra

pagani-huayra-opened-nci
สำหรับPagani Huayra นั้นต้องบอกว่าเขาเป็นลูกค้าชั้นดีของ Mercedes-Benz รายหนึ่งเลยล่ะเพราะแต่อดีต Pagani นั้นก็อุดหนุนเครื่องยนต์จาก Mercedes-Benz มาเป็นหัวใจให้กับรุ่น Zonda อยู่แล้ว ก็อาจจะเป็นหนึ่งเหตุผลให้คุณซื้อซูเปอร์คาร์จาก Mercedes-Benz มาใช้ก็ได้นะ เพราะมันเป็นเหมือนกับการเทสไดรฟ์ฟีลลิ่งและอารมณ์แบบ Pagani ในคราบ Mercedes-Bnez ไปก่อน ก่อนจะควักเงินในกระเป๋าจ่ายเป็นร้อยล้านเพื่อซื้อ Huayra

3.Audi R8 V10

audi-r8-v10-plus-2013-fotos-widescreen-01
ต้องย้ำกันนิดหน่อยว่าเฉพาะเครื่อง V10 5.2 ลิตร FSI เท่านั้นที่ไปยืมของ Lamborghini เขามา แต่น่าจะเป็นคันเดียวที่สมเหตุสมผลที่สุดเพราะ Audi เล่นไปเทคโอเวอร์ Lamborghini มาครองทำให้พักหลังๆ สองแบรนด์นี้จะมีกลิ่นอายที่อบอวลคล้ายกันอยู่บ้างแต่เอกลักษณ์ของแต่ละคันก็ยังถือว่าต่างกันชัดเจน แถมราคาของ R8 V10 นั้นก็จับต้องได้มากกว่า Lamborghini ถูกไหมล่ะ

4.Weismann GT MF5

0f786960d5cc442102be6039ab818b2f
ถึงแม้ว่าค่ายรถยนต์ Weissmann นั้นจะปิดตัวลงไปแล้วในปี 2014 แต่ก่อนหน้าที่จะปิดตัวนั้นรถยนต์จากค่ายนี้ก็ได้ใช้เครื่องจากสำนัก M Power ของ BMW มาตลอดเวลา ในรุ่นสุดท้ายก่อนที่บริษัทจะปิดตัวลง Weismann GT MF5 นั้นได้ใช้หัวใจเดียวกันกับ BMW M5 นั่นก็คือเครื่อง S63 V8 เทอร์โบคู่ ที่ผลิตกำลังออกมาให้ถึง 547 แรงม้า แถมยังมีท็อปสปีดถึง 311 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอีกด้วย

5.Toyota GT86 & Subaru BRZ

2013-subaru-brz-toyota-86-production-line
จริงก็ไม่ถึงกับเอาหัวใจของใครมาแรงซะทีเดียว เพราะเครื่อง 4U-GSE หรือ FA20 H4 ตัวนี้นั้น Toyota และ Subaru พัฒนาขึ้นร่วมกัน แต่สองค่ายนี้เขาแชร์ทั้งเครื่องยนต์ ตัวถังเรียกว่าเกือบ 99% เหมือนกันหมด เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกันจริงๆ คือถ้ามองผ่านๆ คุณเองอาจจะบอกในทันทีไม่ได้ด้วยซ้ำว่ารถคันนี้มัน Toyota หรือ Subaru กันแน่

Related Post

5 สิ่งสุดเจ๋ง ที่คุณจะพบได้ใน Mercedes-Maybach S 600 Pullman Guard รถกันกระสุนสุดหรู

สำหรับ Mercedes-Matbach S 600 Pullman Guard สุดหรูที่คุณเห็นนี้นั้นจะมีหน้าตาเหมือนกับรุ่นธรรมดา แต่ฟังก์ชั่นความปลอดภัยและคุณสมบัติที่ถูกติดตั้งมาในคันนี้นั้นมันเจ๋งเกินกว่าจะมองข้ามไปเฉยๆ ส่วนหลายคนอาจจะงงเล็กน้อยกับคำว่า Pullman ที่พ่วงท้ายมานั้น แรกเริ่มเดิมทีในอดีตรถรุ่นที่มีชื่อว่า Pullman นั้นคือรุ่นที่หรูหราที่สุดของค่ายดาวสามแฉก และหรูขนาดถึงขั้นที่ประธานาธิบดีหลลายคนยังเลือกใช้เสียด้วย และปัจจุบันราคาค่าตัวของรุ่นคลาสสิกนั้นก็แพงสุดๆ เอาล่ะ คุณรู้ข้อมูลรถคันนี้เบื้องต้นมาพอสมควรละ ไปพบกับ 5 สิ่งสุดเจ๋งในรถคันนี้กันเลยดีกว่า

1.กระจกผู้โดยสารด้านหลัง : ที่คุณเห็นว่ามันดำๆเพียงด้านหลังนั้นเขาไม่ได้ไปติดฟิลม์เพิ่มมานะ แต่เพื่อรักษาความปลอดภัยเนื้อกระจกจะมีสีดำมาจากโรงงานผลิต เพื่อป้องกันไม่ให้ใครที่ผ่านไปมามองเห็นว่าใครโดยสารอยู่ในนั้น กระจกด้านในจะเคลือบด้วยโพลีคาร์บอนเนต และเทคโนโลยีการผลิตกระจกลามิเนตสมัยนี้ก็ทำให้ตัวกระจกมีโครงสร้างที่แข็งแรงและบาง สามารถกันกระสุนได้สบายๆ

2.มาตรฐานความปลอดภัยระดับ VR9 : เราคิดว่าคุณต้องงงในครั้งแรกที่อ่านว่าเจ้า VR9 คืออะไร แต่อย่าเพื่งคิดเยอะไม่ใช้เครื่องยนต์ 9 สูบจาก Volkswagen แน่นอน แต่มันคือ Vehicle Resistance ระดับที่ 9 ซึ่งหากจะได้รับมาตรฐานการปลอดภัยสำหรับการต้านทานกระสุน ระเบิดหรืออะไรก็ตามที่มากระทำตัวรถระดับนนี้นั้น จะต้องมีวัสดุและอุปกรณ์ที่เจ๋งสุดๆ แน่นอน

3.1.4 ล้านยูโร : นั่นล่ะครับ ราคาของ Mercedes-Maybach S600 Pullman Guard สุดหรูหราและปลอดภัยคันนี้ ซึ่งหากคุณจำเป็นจะต้องใช้รถที่มีความปลอดภัยสูงระดับนี้ เงินในกระเป๋าของคุณต้องไม่ใช่เล่นแน่ๆ เพราะคิดออกมาเป็นเงินไทยเล่นๆ ก็ตกอยู่ 53,200,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีบ้านเรานะครับ)

4.V12 530 แรงม้า แรงบิด 830 นิวตันเมตร : อ้าว….เฮ้ย เครื่องซูเปอร์คาร์ แน่นอนว่ารถหนักปาเข้าไป 5 ตันกว่าจะมาวางเครื่องไฮบริดก็คงจะวิ่งไม่ออก มันก็ต้องพละกำลังระดับนี้ล่ะครับถึงจะสมน้ำสมเนื้อ แต่ที่ยังงงแบบไม่รู้สาเหตุคือทำไมถึงต้องล็อคความเร็วไว้ที่ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมันจะหนีกระสุนไหนไหมเนี่ย

5.โครงสร้างแข็งแกร่งพิเศษ: ด้วยความที่เหมือนกับ Mercedes-Maybach S-Class Pullman รุ่นปกติเมื่อมองด้วยตาเปล่า แต่จริงๆ แล้วระหว่างโครงสร้างด้านในและตัวถังด้านนอกนั้นเป็นที่สิงสถิตย์ของเหล็กหนาพิเศษเพื่อป้องกันกระสุนเจาะเกราะที่มุ่งหน้ามาทำร้ายคุณโดยตรง และพอที่จะพาคุณหนีไปยังที่ปลอดภัยได้

Related Post