การโหนบาร์เพื่อบริหารและสร้างกล้ามเนื้อหลายส่วนไปพร้อมๆกันในระยะเวลาสั้นๆ

GAIN MORE MUSCLE IN LESS TIME

เพราะทุกวันนี้เราใช้ชีวิตบนโลกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ วุ่นวาย ไหนจะต้องทำงาน ประชุม ยังไม่รวมเวลาที่ต้องติดอยู่ในรถบนถนนอีก ช่วงเวลาที่จะใช้ดูแลตัวเองก็เหลือน้อยลงทุกที วันนี้เราจึงเลือกท่าออกกำลังกายง่ายๆสองท่า ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตในเมือง แม้จะใช้เวลาไม่นาน  แต่สามารถบริหารกล้ามเนื้อหลายๆส่วนไปได้พร้อมๆกัน ถึงจะมีเวลาน้อย ก็สามารถมีหุ่นที่ดูดี ฟิตแอนด์เฟิร์ม พร้อมออกเดตกับสาวๆได้ทุกเมื่อ

PARALLEL BAR DIPS

ออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อไตรเซ็ป กล้ามเนื้อหลัง และกล้ามหน้าอกด้วยบาร์ขนานดังขั้นตอนต่อไปนี้

1. ยืนตัวตรง จับบาร์ขนานทั้งสองข้างไว้ให้มั่น

2. ค่อยๆดันตัวขึ้นโดยใช้พลังจากแขน ปล่อยขาสบายๆ

3. ดันตัวลงจนกระทั่งศอกตั้งฉาก โดยที่เท้าห้ามสัมผัสกับพื้น นับเป็น 1 ครั้ง

4. รักษาบาลานซ์ระหว่างแขนทั้งสองข้างให้ดี ทำไปเรื่อยๆจนครบเซ็ต

CHIN UPS

บริหารกล้ามเนื้อไบเซ็ป กล้ามเนื้อแขนท่อนล่าง กล้ามเนื้อหัวไหล่ และกล้ามเนื้อหน้าท้องด้วยบาร์โหน

1. จับบาร์ด้วยมือสองข้างโดยจับให้กว้างกว่าหัวไหล่เล็กน้อย หันฝ่ามือเข้าหาตัว ทิ้งตัวตามธรรมชาติ

2. ออกแรงเกร็งกล้ามเนื้อหลังและกล้ามเนื้อแขน ดึงลำตัวขึ้นให้สูงที่สุดเท่าที่ทำได้

3. ค่อยๆปล่อยตัวลงมาช้าๆจนสุดแขน เกร็งหน้าท้องเพื่อไม่ให้ลำตัวแกว่งไปมา ทำไปเรื่อยๆจนครบเซ็ต

 TIPS

ยิ่งจับบาร์กว้าง กล้ามเนื้อส่วนปีกยิ่งได้ออกแรงมาก ทำให้ปีกขยายออกและดูเป็น V Shape เมื่อเทียบกับเอว

เสื้อผ้าและรองเท้าทั้งหมดจาก Reebok

Related Post

7 ท่าออกกำลังกายง่ายๆ ที่ช่วยเบิร์นยิ่งกว่าการวิ่ง

โดยปกติแล้ว ผู้ชายจะมีอัตราการเผาผลาญอยู่ที่ 10 แคลลอรีต่อนาทีเวลาวิ่ง (ซึ่งความเร็วจะอยู่ที่ประมาณ 6.30 นาทีต่อกิโลเมตร) หากคุณวิ่งเร็วขึ้น ก็หมายถึงการเบิร์นที่สูงตามขึ้นไปด้วย แต่จะทำอย่างไรหากคุณไม่ได้ชื่นชอบการวิ่ง? ไม่เป็นไร วันนี้เรามีวิธีเบิร์นแบบต่างๆ มาฝากกัน

 LUNARGLIDE_4_MENS_AEATON_original

1.จักรยานวิบาก
กล้ามเนื้อต้นขาถือเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่ใช้พลังงานมาก นั่นแปลว่าการที่คุณปั่นจักรยานบนพื้นที่ขรุขระจะทำให้คุณเผาผลาญได้ประมาณ 25 แคลลอรีต่อวินาที และอาจสูงถึง 1500 แคลลอรีต่อชั่วโมงเลยทีเดียว

2.การสบัดเชือก

หรือที่เราเรียกติดปากกันว่า Battling Ropes คือการเวิร์คเอ้าท์อีกวิธีที่จะช่วยลีนลำตัวช่วงบนให้กับคุณ ท่านี้จะทำให้คุณสูดอ๊อกซิเจนเข้าไปจำนวนมากและคุณจะเผาผลาญได้ประมาณ 15 แคลลอรีต่อนาที

3.การกระโดด

Burpees เป็นเวิร์คเอ้าท์ที่ค่อนข้างเหนื่อยท่าหนึ่ง ซึ่งคุณควรจะกระโดดด้วยความเร็วให้ได้ 10 ที ติดต่อกัน เพราะการกระโดด 1 ครั้ง จะเผาผลาญประมาณ 1.5 แคลลอรี แต่การทำแบบรวดเร็วจะทำให้เลือดไหลเวียนสูบฉีดได้มากกว่า

4.การฝึกหลายๆ ท่าในจังหวะเดียวกัน

เรียกอีกอย่างว่า Cross fit training โดยเราอาจเริ่มต้นอย่างง่ายๆ เช่น ดึงข้อ 5 ที วิดพื้น 10 ที และสควอทลม 15 ที ทำวนไปเรื่อยๆ จนครบ 20 นาที เพราะตั้งแต่ยืน ไปจนถึงนอน และลุก-นั่ง จะทำให้หัวใจเราทำงานมากขึ้น โดยจะเผาผลาญประมาณ 13 แคลลอรีต่อนาที

5.สวิงลูกเหล็ก

การสวิงลูกเหล็กช่วยเพิ่มกล้ามและยังเผาผลาญได้ดี เพราะเกิดจากการที่ร่างกายไม่คุ้นชิ้นต่อการเลื่อนไหวแบบนี้ เราจะเผาผลาญอยู่ที่ 20 แคลลอรีต่อนาที (ดยทำต่อเนื่อง 20 นาที)

6.การพายเรือ

ท่านี้เป็นอีกท่าที่โดนกล้ามเนื้อเกือบจะทั้งตัว (ขา, หลัง, แขน) จึงค่อนข้างมีประโยชน์มาก เพราะผู้ชายโดยเฉลี่ยจะเผาผลาญประมาณ 377 แคลลอรีต่อครึ่งชั่วโมง หรือเฉลี่ย 12.5 แคลลอรีต่อนาที

7.การกระโดดเชือก

การออกกำลังที่สามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน ปกติคนเราจะโดดได้ 100-120 ครั้งต่อนาที ซึ่งจะเผาผลาญได้ 13 แคลลอรีต่อนาที แต่ถ้าเราลองเปลี่ยนมาใช้เชือกที่นักมวยใช้กระโดดกัน อาจเผาผลาญได้ถึง 20 แคลลอรีต่อนาที

Content by Kornpat K.

Related Post

อเล็กซ์ ทอมสัน สุภาพบุรุษชาวอังกฤษ
ที่แล่นเรือใบรอบโลกคนเดียวโดยไม่เทียบฝั่งในรายการ Vendee Globe

Sailing with Style

เรือใบเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่ทรหดอย่างมาก การตากแดดและออกแรงนานๆ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย หากคุณมองเพียงแต่ข้อเสีย คุณก็จะไม่มีทางรู้สึกถึงวันที่คุณเอาชนะตัวเองได้อีกขั้นจะมีวันที่ทุกคนรอทำข่าวคุณอยู่ที่เส้นชัย วันที่คุณกำลังจะเป็นคนโด่งดัง จนถึงจุดนั้นแล้วคุณจะคิดว่าจุดหมายอะไรก็คงไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่ได้พบเจอระหว่างทาง

รายการที่โหดที่สุดในการแข่งขันเรือใบคือรายการ Vendee Globe 
ที่เป็นรายการแข่งเดี่ยว ไม่มีผู้ช่วย และไม่จอดเทียบท่าที่ไหนจนกว่า
จะถึงเส้นชัย ซึ่งเป็นรายการที่ก่อตั้งราวช่วงยุค ’90s เป็นการแข่งขันที่ 4 ปีจะจัดหนึ่งครั้ง โดยในการจัดแข่งขันครั้งแรก ผู้ชนะเลิศทำสถิติไว้ที่ 109 วัน ในขณะที่ผู้เข้าเส้นชัยคนสุดท้ายนั้นใช้เวลาถึง 163 วันเลยทีเดียว ทั้งนี้ก็มีหลายคนที่ไม่สามารถแข่งจนจบรายการด้วยปัญหาต่างๆ 
จึงเรียกได้ว่าหากใครเข้าเส้นชัยได้ก็เรียกว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

Alex Thomson (อเล็กซ์ ทอมสัน) คือสุภาพบุรุษชาวอังกฤษ
ที่แล่นเรือใบรอบโลกคนเดียวโดยไม่เทียบฝั่งในรายการ Vendee Globe เป็นระยะเวลา 74 วัน 19 ชั่วโมง 35 นาที ไปเมื่อวันที่ 
20 มกราคม ค.ศ. 2017 แม้ในรายการเขาจะเข้าเส้นชัยเป็นอันดับสอง แต่เขาก็ถือว่าเป็นชาวอังกฤษคนแรกที่ทำเวลาได้ดีที่สุดในโลก 
เมื่อเขาเทียบท่าใน Les Sabies d’Olonne ประเทศฝรั่งเศส มีคนรอต้อนรับเขากว่าพันคน แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่อยากเชื่อว่าเขาจะทำได้

การเข้าเส้นชัยครั้งนี้ถือว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย เพราะเพียง 13 วันหลังจากออกตัว เรือของเขาได้ประสบอุบัติเหตุโดยชนวัตถุบางอย่างใต้น้ำ เกิดรูรั่ว เขาจำเป็นต้องทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่ออุดรอยรั่วนั้น และแล่นเรือตามลำพังจนเข้าเส้นชัยในที่สุด “เส้นชัยนั้นไม่ได้มาจากตัวผมเพียงคนเดียว แต่ยังมีทั้งสปอนเซอร์ ครอบครัว เพื่อนพ้องที่คอยสนับสนุนผม และขอขอบคุณทีมงานที่ทำงานกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและเตรียมงานอย่างหนักเพื่อการแข่งขันครั้งนี้ 
เราเตรียมการล่วงหน้ามาเป็นปีเพื่อให้ผมและเรือมีความพร้อม
ที่สุด” อเล็กซ์ให้สัมภาษณ์

ในการแข่งขันครั้งนี้ อเล็กซ์ตั้งใจว่าจะทำลาย 4 สถิติ และเขาก็ทำได้สำเร็จตามเป้า “เราดีใจและภูมิใจกับความสำเร็จของเขามาก 
เราเตรียมการล่วงหน้าถึง 4 ปี ทั้งการเตรียมทีม การฝึกซ้อมร่างกาย การสร้างเรือ การเข้าเส้นชัยของเขาสร้างสถิติมากมาย เรารู้สึกว่าเราชนะไปกับเขาด้วย ต้องขอขอบคุณทุกคนอีกครั้งที่ทำให้การแข่งขันนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี” Mark Langer (มาร์ก ลังเงอร์) ซีอีโอแห่ง Hugo Boss AG กล่าว “การล่องเรือให้ครบจนจบรายการและเป้าหมายที่วางไว้ ไม่ว่าคุณจะเข้าอันดับที่เท่าไหร่ แต่ทุกคนคือผู้ชนะ Vendee Globe คือรายการกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่แข่งความอึดที่สุด ไม่มีใครกังขาในเรื่องนั้น”

The Boat

เป็นการสปอนเซอร์ร่วมกันระหว่าง Hugo Boss (อูโก้ บอสส์) และ Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์) โดยเลือกเรือรุ่น IMOCA ขนาด 60 ฟุต น้ำหนักรวม 7.5 ตันโดยประมาณ ถือเป็นหนึ่งในเรือที่ทำความเร็วได้ดีที่สุดในปัจจุบัน ใช้วัสดุน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่จะเบาได้ แรกเริ่มเรือลำนี้ถูกคิดขึ้นมาในปีค.ศ. 1986 และถูกพัฒนาเรื่อยมา โดยปัจจุบันได้บรรจุเทคโนโลยีนำทางด้วยคอมพิวเตอร์ โปรแกรมทำนายสภาพอากาศ และเพิ่มความแม่นยำต่างๆ ในระบบกลไกให้ง่ายต่อการควบคุมมากขึ้น รวมไปถึงโปรแกรมอย่างการขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Auto Pilot) ที่ถือว่าจำเป็นมากสำหรับการออกเรือเพียง
คนเดียว มีการเพิ่มความกว้างของเรือขึ้นอีกมาก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวยามอยู่เหนือลม และห้องเครื่องวัสดุหนา สำหรับปกป้องเครื่องยนต์ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการเดินเรือ

Sports enthusiasm

Hugo Boss มุ่งมั่นสนับสนุนกีฬา 4 ประเภทในปัจจุบัน ได้แก่ฟุตบอล กอล์ฟ รถแข่งฟอร์มูล่าวัน และการล่องเรือ ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของแบรนด์ในแต่ละแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นแรง ขับเคลื่อน ความแม่นยำ และความสมบูรณ์แบบ เปรียบเสมือนการออกแบบเสื้อผ้าของแบรนด์ที่มีส่วนผสมเหล่านี้อยู่ด้วย

Related Post

ตัวตนอีกด้านของ Bruce Lee เจ้าพ่อภาพยนตร์บู๊ชาวเอเชีย

บรูซ ลี ถือเป็นดาราเอเชียยุคแรกๆ ที่ก้าวเข้าสู่วงการฮอลลีวูดได้อย่างเต็มตัว เขาได้รับบทนำจากภาพยนตร์เรื่อง Enter the Dragon (1973) ซึ่งในตอนแรกนั้นสตูดิโอต้องการให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเพียง ‘หนังแอ็กชั่นไร้สมองดูสนุกๆ’ และตัดบทในส่วนที่ว่าด้วยปรัชญาตะวันออกจนหมด นั่นก็ทำให้ลีหายหน้าไปจากกองถ่ายถึงสองสัปดาห์ โดยเขายืนกรานว่าศิลปะกังฟูและปรัชญาตะวันออกนั้นต้องอยู่ด้วยกันเหมือนกับกายและจิต ตราบใดที่สตูดิโอ ผู้กำกับ และผู้สร้างไม่สามารถทำความเข้าใจจุดนี้ได้ เขาก็จะปฏิเสธที่จะรับบทนำ … และลีก็ทำสำเร็จ โดยได้สอดแทรกปรัชญาตะวันออกลงไปในภาพยนตร์ฮอลลีวูดเป็นครั้งแรก แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ก่อนภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายเพียงนิดเดียว ลีก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปเสียก่อน … อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้ขึ้นเป็นหนึ่งในทำเนียบภาพยนตร์คลาสสิกของ Library of Congress ประเทศสหรัฐอเมริกาไป

brucelee3-jpg

ลีเชื่อว่าปรัชญาต่างๆ นั้นไม่สามารถแยกออกจากชีวิตประจำวันได้ เหมือนกับร่างกายและจิตใจที่ต้องส่งเสริมซึ่งกันและกันเพื่อให้มนุษย์มีชีวิตต่อไปได้ เขาพกสมุดจดขนาดจิ๋วติดตัว และจดทุกอย่างไว้ในนั้นตั้งแต่ตารางการออกกำลังกาย เบอร์โทรศัพท์ของลูกศิษย์ (ที่มีคนดังอย่างชัค นอร์ริส และสตีฟ แม็คควีนรวมอยู่ด้วย) ไปจนถึงบทกลอน บทรำพึง และความคิดเห็นเรื่องปรัชญาส่วนตัวของเขา … ซึ่งจากลายมือที่เรียงกันเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ในหน้ากระดาษจิ๋วๆ นี้ก็บอกได้ว่าลีนั้นเป็นคนที่เคร่งครัด และมีวินัยมากแค่ไหน

ซึ่งเว็บไซต์ข่าวชื่อดังอย่าง brainpickings.org ก็ได้รับอนุญาตจาก Bruce Lee Estate ได้เผยแพร่ทั้งภาพส่วนตัวของเขา และภาพถ่ายจากสมุดโน้ตในช่วงปีค.ศ. 1968 ของเขา (ซึ่งเป็นช่วงก่อนวันเกิดครบรอบ 28 ปีของลี) ซึ่งเต็มไปด้วยไดอารี่ และข้อคิดต่างๆ มากมาย ดังภาพ

brucelee_notebook_brainpickings-jpg

ไม่ธรรมดาจริงๆ สำหรับคนที่จะมาเป็นตำนานของโลกใบนี้
Source by : https://www.brainpickings.org/2016/08/01/bruce-lee-notebook/
Photography: Courtesy of The Bruce Lee Foundation Archive

Related Post

สตั๊ดระดับตำนานที่นักฟุตบอลระดับโลกหลายต่อหลายคน ต้องสวมใส่ลงไปวาดลวดลายในสนาม

Legendary kicks

สำหรับนักฟุตบอลแล้ว นอกเหนือไปจากฝีเท้า ก็ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่ารองเท้าที่พวกเขาใส่ลงเล่นแน่นอน แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่พัฒนาไปมากทำให้ความคลาสสิกของรองเท้าฟุตบอลนั้นเริ่มจะเลือนหายไปแต่ก็ยังคงมีเหลืออยู่เพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถขึ้นแท่นรองเท้าฟุตบอลระดับตำนานได้ และเจ้า Adidas Copa Mundial ก็คือหนึ่งเดียวที่ยังคงโลดแล่นอยู่ในร้านรองเท้าฟุตบอลและสนามฟุตบอลปัจจุบัน

lt_tong_112819

รองเท้ารุ่นนี้นั้นแรกเริ่มเดิมทีถูกผลิตขึ้นมาเพื่อฟุตบอลโลกปี 1982 ที่ประเทศสเปนเป็นเจ้าภาพ ตัวรองเท้าจะใช้วัสดุหนังจิงโจ้แท้ๆ เพื่อให้สัมผัสที่นุ่มสบาย แถมยังเป็นรุ่นเดียวที่ผลิตในประเทศเยอรมนีเท่านั้น ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่น ทำให้มันกลายเป็นรองเท้าที่ขายดีที่สุดในโลกเมื่อปีค.ศ. 2001 และได้รับความไว้วางใจจากบรรดานักเตะระดับตำนานมากมาย อาทิ Zinedine Zidane (ซีเนดีน ซีดาน) Diego Maradona (ดีเอโก้ มาราโดน่า) Pele (เปเล่) Franz Beckenbauer (ฟรานซ์ เบ็คเค็นบาวเออร์) Michel Platini (มิเชล พลาตินี) Franco Baresi (ฟรังโก้ บาเรซี่) Lothar Matthäus (โลธ่า มัทเทอุส) และ Oliver Kahn (โอลิเวอร์ คานห์) เป็นต้น แต่สิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ชอบรองเท้ารุ่นนี้และต้องการจะครอบครองเราแนะนำว่า  ไม่ควรซื้อโดยไม่ได้ลอง เพราะเอกลักษณ์ของมันที่โดดเด่นมาตลอด 40 ปีแห่งตำนานคือ มันเป็นรองเท้าโอเวอร์ไซส์ คุณต้องซื้อรองเท้าเล็กลงครึ่งเบอร์หรือหนึ่งเบอร์จากเบอร์ปกติที่คุณสวมนั่นเอง

Related Post

ทำความรู้จักกับ Zlatan Ibrahimovic ศูนย์หน้าพรสวรรค์ที่พาทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกลับมาอีกครั้ง

The Best Striker Ever

ศูนย์หน้าเปี่ยมด้วยพรสวรรค์ชาวสวีเดน ที่ใช้ชีวิตพเนจรกับสโมสรระดับโลกมานับไม่ถ้วน แต่ยังประสบความสำเร็จแบบต่อเนื่องไม่มีหยุด และล่าสุดเขาก็ได้ช็อกวงการลูกหนังด้วยการย้ายไปร่วมทีม Manchester United ที่หลายคนอาจจะเคยมองว่าเป็นเพียงเทพนิยายและไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ใต้บังเหียนของ José Mourinho (โชเซ่ มูรินโญ่) อะไรมันก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ

LONDON, ENGLAND - AUGUST 07: Zlatan Ibrahimovic of Manchester United in action during The FA Community Shield match between Leicester City and Manchester United at Wembley Stadium on August 7, 2016 in London, England.  (Photo by Michael Steele/Getty Images)

Tern Pro

เริ่มต้นค้าแข้งครั้งแรกในฐานะนักฟุตบอลอาชีพในวัย 18 ปี

Salary

200,000 ปอนด์ต่ออาทิตย์ คือรายได้ล่าสุดของเขากับสโมสร Manchester United

LONDON, ENGLAND - MARCH 09:  Zlatan Ibrahimovic of PSG celebrates after scoring his team's second goal during the UEFA Champions League round of 16, second leg match between Chelsea and Paris Saint Germain at Stamford Bridge on March 9, 2016 in London, United Kingdom.  (Photo by Mike Hewitt/Getty Images)

Zlatan Ibrahimovic

ชื่อนี้แจ้งเกิดครั้งแรกและได้การยอมรับจากทั่วโลกตั้งแต่สมัยที่ค้าแข้งกับ Ajax Amsterdam

Multiple

เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ใช้ชีวิตมามากกว่า 6 ประเทศแล้ว แถมยังค้าแข้งกับลีกสูงสุดตลอดเสียด้วย

Born To Be

ตลอด 15 ปีที่ผ่านมาเขาคือคนที่ได้แชมป์ลีกสูงสุดกับทุกสโมสรที่ค้าแข้งมาโดยตลอด

LONDON, ENGLAND - AUGUST 07: Zlatan Ibrahimovic of Manchester United lifts the Community Shield after scoring the winning goal during The FA Community Shield match between Leicester City and Manchester United at Wembley Stadium on August 7, 2016 in London, England.  (Photo by Ben Hoskins/Getty Images)

First Honour

ถ้วยแรกของเขากับทีมปีศาจแดงคือ FA Community Shield ที่เพิ่งคว้ามาสดๆ ร้อนๆ นี่เอง

The Last Battlefield

โรงละครแห่งความฝันหรือ The Theatre Of Dream อาจจะเป็นสนามสุดท้ายกับทีมระดับโลกแล้วก็ได้

MANCHESTER, ENGLAND - APRIL 12:  Zlatan Ibrahimovic of Paris Saint-Germain beats Eliaquim Mangala (20) and Joe Hart of Manchester City to score, but his goal is disallowed during the UEFA Champions League quarter final second leg match between Manchester City FC and Paris Saint-Germain at the Etihad Stadium on April 12, 2016 in Manchester, United Kingdom.  (Photo by Clive Brunskill/Getty Images)

Impossible Is Nothing

ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้สำหรับเขา เพราะถ้วยรางวัลหนึ่งโหลที่สโมสร Paris Saint-Germain ได้มาคือจากฝีเท้าพี่แกทั้งนั้น

All Time

เขายังผู้ที่ทำประตูให้กับทีมชาติสวีเดนได้เยอะที่สุดอีกตลอดกาลด้วย

Only Player

เขาเพียงคนเดียวบนโลกใบนี้ที่สามารถทำประตูในยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกได้กับ 6 สโมสร

We Hope

แฟนบอลปีศาจแดงคงหวังว่าเขาจะช่วยทำประตูได้มากถึง 38 ประตูเท่ากับฤดูกาลสุดท้ายของเขากับ Paris Saint-Germain

LONDON, ENGLAND - AUGUST 07: Zlatan Ibrahimovic of Manchester United celebrates after scoring his sides second goal during The FA Community Shield match between Leicester City and Manchester United at Wembley Stadium on August 7, 2016 in London, England.  (Photo by Ben Hoskins/Getty Images)

Oldie, but Goldie

มีไม่กี่คนในวงการฟุตบอลหรอกที่อายุปาเข้าไป 34 แล้วแต่ฟอร์มยังโหดระดับเทพเจ้าขนาดนี้

Content by Poramin Thongkong, Photography by Getty Images / Courtesy of the Club

Related Post

เมื่อกีฬาคือสิ่งรวมใจให้คนไทยเป็นหนึ่ง วีรบุรุษเหล่านี้คือ
ผู้ที่ทำให้ฝันของผู้ชมที่ส่งใจเชียร์ผ่านหน้าจอกลายเป็นจริง

National Heroes

เมื่อกีฬาคือสิ่งรวมใจให้คนไทยเป็นหนึ่ง ทุกครั้งที่มีการแข่งขันรายการแห่งความหวังของคนทั้งประเทศ วีรบุรุษเหล่านี้คือ
ผู้ที่ทำให้ฝันของผู้ชมที่ส่งใจเชียร์ผ่านหน้าจอกลายเป็นจริง และชื่อของพวกเขาไม่เพียงแต่ถูกจารึกเอาไว้ในประวัติศาตร์อย่างเป็นทางการ แต่พวกเขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคนด้วยความสำเร็จและตัวอย่างของความมุ่งมั่นได้

Coach zico

Sico

ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

หนึ่งในนักฟุตบอลทีมชาติไทยที่ยังโลดแล่นอยู่ในบ้านหลังเดิมนี้ คือ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือที่ทุกคนรู้จักกันในนาม ซิโก้ คนรุ่นใหม่ที่ไม่ทันได้เห็นผลงานของเขาในฐานะกองหน้าของทีมชาติไทยผู้เข้มแข็งและยิงประตูมากที่สุดของทีมเมื่อช่วงปีพ.ศ. 2536-2550 ก็จะชินตากับรอยยิ้มและสายตาแห่งความหวังของอดีตนักฟุตบอลทีมชาติที่ผันตัวมาเป็นผู้ฝึกสอนให้แก่ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีในยุคปัจจุบัน เกียรติศักดิ์ได้นำ
นักฟุตบอลทีมชาติรุ่นใหม่ไฟแรงเหล่านี้ไปเอาชนะทีมชาติจากนานาประเทศในหลายสนาม และความสำเร็จล่าสุดของเขาคือ การคุมทีมชาติชุดใหญ่ผ่านเข้าสู่รอบที่สามของรอบคัดเลือกโซนเอเชียของฟุตบอลโลก 2018 ได้สำเร็จในฐานะแชมป์กลุ่มอีกด้วย อ่านบทสัมภาษณ์เต็มๆ ของซิโก้ได้ในเล่มนี้

THE TOOK

Piyapong

ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน

แฟนกีฬาฟุตบอลหลายคนคงจะคุ้นเคยกับเสียงและความสามารถในการบรรยายการแข่งขันฟุตบอลอย่างรู้ลึกรู้จริงของเดอะตุ๊ก หรือ 
ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตนักฟุตบอลทีมชาติหน้าหล่อที่ผ่านเส้นทางการเล่นฟุตบอลมาชนิดที่เป็นที่จดจำของแฟนฟุตบอลชาวไทย เพราะเขาได้อวดฝีมือผ่านการคัดเลือกจากสโมสรต่างๆ มาจนกระทั่งได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติไทย ทำผลงานอันเป็นที่น่าประทับใจให้แก่เหล่าแฟนๆ ที่รอคอยข่าวดีอยู่หน้าโทรทัศน์ตลอดเวลา 16 ปี สถิติเก็บสถิติแฮททริก 6 ครั้งซึ่งถือว่าเป็นสถิติ ที่สูงที่สุดของทีมชาติไทย ณ ปัจจุบัน ความโดดเด่นของเขาหลังจากที่เอาชนะเกาหลีเหนือในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลคิงส์คัพเมื่อปีพ.ศ. 2524 ก็ทำให้เขากลายเป็นนักเตะระดับดาราเอเชียเลยทีเดียว

THE LEFITE

Khaosai

เขาทราย แกแล็คซี่

จะมีกี่คนที่ทำให้กรุงเทพมหานครถนนว่างอย่างผิดหูผิดตาเพราะผู้คนต่างรีบกลับบ้านไปส่งเสียงเชียร์ หนึ่งในนั้นคือนักชกขวัญใจมหาชน เขาทราย แกแล็คซี่ หรือชื่อจริงว่า สุระ แสนคำ นักมวยสากลที่ทุกคนต่างจดจำการชกของเขาได้ ฉายา “ซ้ายทะลวงไส้” นั้นไม่ได้ห่างไกลจากความดุดันบน  ผืนผ้าใบของเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาทรายคือเจ้าของสถิติโลกในรุ่นจูเนียร์เบนตั้มเวทหรือซูเปอร์ฟลายเวท ที่ชนะน็อกได้จำนวนครั้งสูงที่สุด เจ้าของตำแหน่งแชมป์ประเทศไทยรุ่นเบนตั้มเวทเมื่อปีพ.ศ. 2525 แชมป์โลกรุ่นจูเนียร์เบนตั้มเวทเมื่อปีพ.ศ. 2527 และป้องกันตำแหน่งได้ถึง 19 ครั้ง ชื่อของเขาได้รับการบรรจุไว้ในหอเกียรติยศ (Hall of Fame) ของสมาคมมวยโลกเมื่อปีพ.ศ. 2542 ซึ่งถือเป็นเกียรติยศในระดับโลกเลยทีเดียว

WHITE BALL KING

TongSitChoi

ต๋อง ศิษย์ฉ่อย

ในบรรดานักกีฬาที่กลายมาเป็นตำนานชนิดที่ยังไม่มีใครมาโค่นตำแหน่งลงได้ประหนึ่งกาลเวลาไม่เคยหมุนไป ชื่อของ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย หรือรัชพล ภู่โอบอ้อม ก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะเขาคือที่สุดแห่งตำนานแห่งวงการสนุกเกอร์ประเทศไทยเจ้าของตำแหน่งมือวางอันดับ 3 ของโลกเมื่อช่วงปีพ.ศ.2537-2538 ผู้เข้ารอบรองชนะเลิศศึกชิงแชมป์โลก รวมถึงเจ้าของตำแหน่งแชมป์รายการไทยแลนด์ โอเพ่น (ปัจจุบันคือรายการไทยแลนด์มาสเตอร์ส) จากจุดเริ่มต้นของการเดินสายแข่งขันเมื่อเขาอายุได้ 14 ปีด้วยการฝึกซ้อมจากคุณพ่อของเขา ผ่านก้าวแห่งความสำเร็จแรกในฐานะแชมป์โลกของสนุกเกอร์มือสมัครเล่นเมื่อปี 1988 และสถิติต่างๆ ที่เขาได้ทำไว้จนถึงปัจจุบัน ก็เป็นที่ยอมรับว่าต๋อง ศิษย์ฉ่อยคือผู้ที่ทำให้วงการสนุกเกอร์ของไทยเป็นที่นิยม และเมื่อใครกล่าวถึงสนุกเกอร์ ภาพของหนุ่มขาวตี๋ที่มีสายตามุ่งมั่นผู้นี้ก็จะปรากฏขึ้นในความคิดของหลายๆ คนทันที

Super Ball

Paradorn

ภราดร ศรีชาพันธุ์

หลายคนคงยังจำได้ว่า เมื่อช่วงปีพ.ศ. 2546 แฟนเทนนิสชาวไทยได้เฮกันลั่นเมื่อหนึ่งในนักเทนนิสชาวไทยที่ได้ไปเยือนสนามวิมเบิลดันอย่างภารดร ศรีชาพันธุ์ สามารถหวดเอาชนะแชมป์ตลอดกาลอย่างอังเดร อากัสซีได้ ความสำเร็จในครั้งนั้นทำให้ “ซุปเปอร์บอล” ภารดร ได้ไต่ความรุ่งโรจน์ของอาชีพขึ้นสู่อันดับที่ 9 ของโลก ซึ่งเป็นอันดับที่ไม่เคยมีชาวเอเชียคนใดสามารถทำได้สูงเท่านี้ เส้นทางนักเทนนิสของเขาได้รับการสนับสนุนโดยคุณพ่อซึ่งเป็นครูผู้ฝึกซ้อมให้มาตั้งแต่ 5 ขวบ เก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างมุ่งมั่น จนได้มาซึ่งอันดับอันทรงเกียรตินี้ รวมถึงชื่อเสียงที่ทำให้เขาได้รับการกล่าวถึงในสื่อชั้นนำในระดับสากล และได้รับคัดเลือกให้ขึ้นปกนิตยสาร Time ฉบับของเอเชียอีกด้วย กล่าวได้ว่าภารดรคือตัวแทนของประเทศไทยในโลกของวงการเทนนิสที่ยิ่งใหญ่ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้อย่างแท้จริง

The Shark

ChalarmNuk

รัฐพงศ์ ศิริสานนท์

ชื่อแรกที่นักกีฬาว่ายน้ำชื่อดังในปัจจุบันจะกล่าวถึงในฐานะผู้สร้างแรงบันดาลใจ คือชื่อของฉลามนุก-รัฐพงศ์ ศิริสานนท์ นักกีฬาว่ายน้ำชายของไทย
คนแรกที่นำความภาคภูมิใจมาสู่คนไทยเมื่อเขาได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 12 ณ เมืองฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่นมาได้ กล่าวได้ว่าปีพ.ศ.2537 คือปีแห่งความสำเร็จสูงสุดของเขาหลังจากที่กวาดเหรียญทองจากซีเกมส์มาตลอด นอกจากความสำเร็จในฐานะตัวแทนนักกีฬาไทยแล้ว เขายังเป็นนักกีฬาหนุ่มที่สาวๆ คลั่งไคล้ ด้วยรูปร่างสูงยาวและเครื่องหน้าที่หล่อเหลา ภาพที่บรรดาแฟนๆ มาตามเชียร์ฉลามนุกถึง
ขอบสระ และบรรยากาศการแข่งขันแต่ละครั้งที่เต็มไปด้วยแสงแฟลชสลับกับเสียงกรี๊ดจึงกลายเป็นสิ่งชินตาแก่ผู้ที่เข้ามาร่วมชม

The Brave

Pluemchit

ปลื้มจิตร์ ถิ่นขาว

หากยอดไลค์บนเฟซบุคจะแสดงให้เห็นถึงความนิยม
ในตัวคนดังสักคน ยอดไลค์แฟนเพจของปลื้มจิตร์ ถิ่นขาวที่พุ่งไปถึงหกแสนห้าหมื่นไลค์ก็คงเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ เพราะนักวอลเลย์บอลสาวหุ่นสูงโปร่งผู้นี้ คือหนึ่งในทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยที่เรียกเสียงเฮให้กับแฟนๆ ชาวไทยได้ทุกครั้งที่ลงสนามแข่ง ตลอดเวลา 19 ปีที่ปลื้มจิตร์โลดแล่นอยู่ในวงการวอลเลย์บอลทีมชาติไทยนี้ คือประสบการณ์และความภูมิใจของคนไทยที่สามารถคว้าแชมป์มาได้หลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชียที่ทีมไทยเราได้อันดับ 3 
เมื่อปีพ.ศ.2550 และได้แชมป์เมื่อสองปีต่อมา แชมป์การแข่งขันเอเชียนคัพเมื่อปีพ.ศ.2555 และแชมป์ซีเกมส์อีก 6 ครั้ง รวมถึงผู้ชนะเหรียญทองแดงจากเอเชียนเกมส์เมื่อปีพ.ศ.2557

The Youngster

Ratchanok

รัชนก อินทนนท์

วัย 21 ปีของหลายๆ คน อาจจะเป็นแค่จุดเริ่มต้น
การสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยความรู้ความสามารถของตัวเอง แต่สำหรับนักแบดมินตันที่โด่งดังที่สุดในยุคนี้อย่างรัชนก อินทนนท์ อายุ 21 ปีของเธอ คือจุดสูงสุดที่คนคนหนึ่งจะสามารถไปถึงสำหรับวงการแบดมินตัน เพราะเธอเพิ่งจะสร้างสถิติใหม่ คือนักแบตมินตันหญิงมือหนึ่งของโลกที่มีอายุน้อยที่สุด ซึ่งน่าอัศจรรย์
หากมองย้อนกลับไปเมื่อไม่ถึงสิบปีที่ผ่านมาที่รัชนกได้เริ่มลงแข่งขันแบตมินตันชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย เพราะนั่นเองคือจุดเริ่มต้น
ที่เธอเก็บเกี่ยวเหรียญรางวัลที่นำเธอไปสู่สนามแข่งระดับโลก และกลายเป็นความภาคภูมิใจของคนทั้งประเทศดังเช่นวีรบุรุษแห่งวงการกีฬาภายในเวลาอันรวดเร็ว

Related Post

Refugee Olympic Team ในวันที่เราไม่มีประเทศและไม่มีธง

นับเป็นการเปิดตัวครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์โลก เมื่อ International Olympic Committee (IOC) ประกาศรับรองทีมนักกีฬาผู้ลี้ภัย Refugee Olympic Team ให้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2016 ที่จัดขึ้น ณ กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ในฐานะ “ประเทศ” หนึ่งในรหัสประเทศ ROT เพื่อที่จะต้องการแสดงความเห็นอกเห็นใจ และเรียกร้องความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันให้กับผู้ลี้ภัยทั่วโลก

57a87c95c46188d7418b45b7

ซึ่ง #TeamRefugee นั้นก็จะโบกธงสีขาว เป็นการแสดงจุดยืนว่าพวกเขานั้นไร้ซึ่งสัญชาติ ไร้แผ่นดิน แต่ก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับมนุษย์ทุกคนบนโลก

refugee_olympic_team-e1470449289463

หนึ่งในเรื่องเล่าของนักกีฬา #TeamRefugee นี้คือ Mardini นักกีฬาว่ายน้ำอายุ 18 ปีที่เพิ่งคว้าชัยจากท่าผีเสื้อไปหมาดๆ เมื่อปีที่แล้ว เธอเป็นหนึ่งในผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่หนีจากสงครามผ่านเลบานอน ตุรกี และขึ้นเรือไปขึ้นฝั่งที่ประเทศกรีซ เธอมากับเพื่อนๆ และครอบครัวอีก 20 คน และต้องลงเรือลำเดียวกันที่บรรทุกคนได้ไม่เกินสิบคนเท่านั้น และเมื่อถึงกลางทะเล มอเตอร์เรือก็หยุดทำงานลง เธอกับน้องสาว และเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกสองคนจึงตัดสินใจโดดลง และว่ายน้ำเพื่อดันเรือและผู้อพยพที่ว่ายน้ำไม่เป็นที่เหลือกลับเข้าฝั่ง ซึ่งก็ใช้เวลาถึงสามชั่วโมง เธอและเพื่อนๆ ก็ถึงประเทศกรีซได้อย่างปลอดภัย

&NCS_modified=20160320133109&MaxW=640&imageVersion=default&AR-160329917

ลอปติมัมขอแสดงความยินดีกับมาร์ดินี่และ #TeamRefugee อย่างสุดใจ

Related Post

โลกแห่งฟุตบอลคงไร้สีสัน หากขาดนักฟุตบอลฝีเท้าระดับเทพอย่าง Cristiano Ronaldo

THE WINNING WAYS

มรดกชิ้นสุดท้ายจากฟุตบอลทีมชาติโปรตุเกส รายการยูโร 2006 ที่เยอรมนี เขาเป็นผู้เล่นที่เคย ลงเล่นเคียงข้างกับ Luis Figo (หลุยส์ ฟิโก) คนสุดท้ายก่อนจะอำลาทีมชาติ ไม่มีอะไรจะ ยิ่งใหญ่ไปกว่าการคว้าแชมป์หลังจากรอคอยมาอย่างยาวนานกับทีมชาติโปรตุเกสชุดนี้

PARIS, FRANCE - JULY 10:  Cristiano Ronaldo (R) and Ricardo Quaresma (L) and Portugal hold the Henri Delaunay trophy to celebrate after their 1-0 win against France in the UEFA EURO 2016 Final match between Portugal and France at Stade de France on July 10, 2016 in Paris, France.  (Photo by Lars Baron/Getty Images)

The Unexpected

ทีมชาติโปรตุเกสถูกจัดอันดับโดย FIFA Ranking ให้อยู่ในอันดับที่ 12 ซึ่งหลายคนคงคาดหวังไว้แค่อย่างดีก็คงติดอันดับ 4 ทีม หรือ 6 ทีมสุดท้าย ใครจะไปคิดว่าทีมที่รอบแบ่งกลุ่มที่ไม่ชนะใครเลยอย่างโปรตุเกสจะเข้ามาได้ลึกขนาดนี้ ซึ่งโปรตุเกสชนะภายในเวลา 90 นาที เพียงโครเอเชีย (1-0) และเวลส์ (2-0) เท่านั้นเอง แน่นอนว่าปรากฏการณ์นี้ ทำให้ใครที่ติดปลายดาบไว้แต่แรกก็จะได้เงินเยอะกว่าคนอื่น อีกเรื่องที่น่าสนใจคือเขาเป็นผู้เล่นคนสุดท้ายที่หลงเหลือมาจากปี 2006 ที่เยอรมนีเป็นเจ้าภาพ ถึงขนาดที่หลุยส์ ฟิโก้ฝากความหวังเอาไว้ที่ตัวเขาว่า “ช่วยสานฝันที่เขาไม่มีวันทำได้” ให้ด้วยการแข่งขันในปีนี้อาจเป็นการแข่งขันทีมชาติครั้งสุดท้ายของ Ricardo Quaresma (ริคาร์โด ควาเรสมา) Pepe (เปเป้) Ricardo Carvalho (ริคาร์โด คาวัลโญ) และ Bruno Alves (บรูโน อัลเวส) ทำให้เราอดคิดถึงพวกเขาเหล่านี้ไม่ได้ ที่ครั้งเมื่อยังหนุ่มยังแน่นต่างก็เป็นตัวหลักของสโมสรในยุโรปมากมาย

Portugal's players pose with the trophy as they celebrate after beating France during the Euro 2016 final football match at the Stade de France in Saint-Denis, north of Paris, on July 10, 2016. / AFP / Valery HACHE        (Photo credit should read VALERY HACHE/AFP/Getty Images)

The Real Player CR7

ย้อนไปในปี 2003 หากใครยังจำกันได้เมื่อ Sir Alex Ferguson (เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน) ได้เปลี่ยนตัวเจ้าหนูวัย 18 ปีท่าทางกระฉับกระเฉงลงมาในสนามแทนที่ Nicky Butt (นิกกี้ บัตต์) ซึ่งทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า “เจ้าเด็กนี่มันคือใคร” ได้โชว์ฝีไม้ลายมือการเลี้ยง กระชาก สับขาหลอกให้ผู้ชมอย่างเราร้องว้าว และตามอ่านข่าวว่าเจ้าเด็กนี่เป็นใคร แน่นอนว่าการปรากฏตัวของเขาในเวลานั้นสร้างความฮือฮาอยู่พอสมควรด้วยสไตล์การเล่นแบบหวือหวาจนดูเหมือนจะเป็น One Man Show ทำให้เขาถูกเซอร์อเล็กซ์ละลายพฤติกรรม ซึ่งถ้าหากใครเคยได้ยินฉายาของเซอร์ว่า ‘‘เครื่องดูดฝุ่น’’ ให้ลองนึกภาพตามถึงเครื่องดูดฝุ่นที่เป่าลมใส่หน้า (ถึงขนาดที่ว่าเบคแฮมก็เคยโดนปาสตั๊ตใส่มาแล้ว) ซึ่งพอโดนเครื่องดูดฝุ่นเข้าบ่อยๆ ส่งผลให้โรนัลโดรู้จักการเล่นเป็นทีมมากขึ้น ซึ่งพอมาปี 2006-09 เราสามารถเห็นการเล่นที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด เปอร์เซ็นต์การผ่านบอลให้เพื่อนมากขึ้น พร้อมการทำประตูเป็นกอบเป็นกำการมาของเขาส่งผลให้ทีมมีสไตล์การเล่นที่สนุกมากขึ้น ทำให้บางครั้งเราเห็น Ryan Giggs (ไรอัน กิกส์) ที่อายุขึ้นเลขสามแล้วโชว์ลีลาการไขว้ขาแข่งกับรุ่นน้องเพราะกลัวจะเสียฟอร์มฉายา “ปีกพ่อมด” อยู่บ่อยๆ เหมือนกัน ซึ่งถ้าหากใครจำได้ถึงการมาของ Dimitar Berbatov (ดิมิทาร์ เบอบาตอฟ) กองหน้าสายอาร์ติสจากสเปอร์ที่ผลัดกันเล่นท่าไปกับโรนัลโดทำให้ทีมในเวลานั้นเป็นบอลที่เอนเตอร์เทนคนดูมากๆ ทำให้หลายคนคิดถึงเวลาที่สองคนนี้เล่นในสนามด้วยกัน พอมาถึงจุดอิ่มตัวตอนจบฤดูกาลในปี 2008 แน่นอนว่าเป้าหมายใหม่ของเขา คือการหาความท้าทายใหม่ ซึ่งก็หนีไม่พ้นทีมมหาเศรษฐีอย่าง Real Madrid (รีล มาดริด) ที่พร้อมจะอ้าแขนรับไปดูแลต่อด้วยเม็ดเงินที่สูงถึง 94 ล้านปอนด์ เขาสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว และกลายเป็นผู้เล่นที่ทำประตูได้ถึง 200 ลูกภายในระยะเวลา 178 แมตช์ ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมไม่ว่าจะในนามทีมสโมสรหรือทีมชาติตลอดมา

Portugal's forward Cristiano Ronaldo (3rdL) lifts the trophy as he celebrates with teammates (fromL) Portugal's forward Ricardo Quaresma, Portugal's defender Pepe, Portugal's midfielder Joao Moutinho and Portugal's midfielder Andre Gomes after they won the Euro 2016 final football match between Portugal and France at the Stade de France in Saint-Denis, north of Paris, on July 10, 2016. / AFP / FRANCISCO LEONG        (Photo credit should read FRANCISCO LEONG/AFP/Getty Images)

Bad Boy, Nice Guy

เรื่องเล่าที่เราชอบที่สุด (นอกเหนือไปจากเรื่องราวความผูกพันของเขากับเกาะบาหลีที่เราเอ่ยถึงไว้ในคอลัมน์ Taste of Sport หน้า 158 แล้วน่ะนะ) ของโรนัลโดเป็นเรื่องความผูกพันระหว่างเขากับเพื่อนสมัยเด็กที่ชื่อว่า Albert Fantrau (อัลเบิร์ต ฟันตรา) ที่เขาเล่าให้สื่อฟังว่า ทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่อยู่ในละแวกบ้านใกล้เรือนเคียง และเล่นฟุตบอลให้กับทีมท้องถิ่นเดียวกัน เมื่อทั้งคู่อายุได้เพียง 8 ขวบและลงเล่นในนัดสำคัญที่จะมีการคัดเลือกเด็กที่ยิงประตูได้มากที่สุดเข้าร่วมอะคาเดมีฟุตบอลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ฟันตราและโรนัลโดยิงไปได้แล้วคนละหนึ่งลูก ในช่วงท้ายเกมฟันตราหลุดเดี่ยวเข้าไปมีโอกาสทำประตูโล่งๆ แบบไม่มีใครขวาง เขาเลือกที่จะไม่ยิงประตู แต่ผ่านบอลไปเข้าเท้าโรนัลโดเป็นผู้ยิงแทน ทำให้โรนัลโดได้โควต้าในการเข้าอะคาเดมีไป ซึ่งครั้งนั้นเป็นโอกาสพลิกชีวิตของเขาที่ทำให้เขากลายเป็นโรนัลโดที่ทุกคนรู้จักในวันนี้ ซึ่งเหตุผลที่ฟันตราตัดสินใจแบบนั้นก็คือ เขาคิดว่าโรนัลโดมีความสามารถมากกว่า และสมควรได้รับโควต้านี้มากกว่าเขา เวลาผ่านไปมากกว่าสองทศวรรษแล้วหลังจากเหตุการณ์นั้น ฟันตราไม่ได้เล่นฟุตบอลอาชีพ และไม่มีงานทำจริงจัง แต่โรนัลโดก็ไม่เคยลืมบุญคุณเพื่อนคนนี้ เขาได้เป็นผู้ช่วยเหลือสนับสนุนด้านการเงินของเพื่อนเขาคนนี้มาโดยตลอด เรื่องเล่าโรแมนติกฟังดูเหมือนนิยายของเขานี้อาจจะฟังดูเหลือเชื่อ แต่แหล่งข่าวหลายแหล่งต่างก็เห็นตรงกันว่า ความน่าเชื่อถือของมันสูงมาก เนื่องด้วยพฤติกรรมน่ารักของเขาที่ปรากฏต่อหน้าสื่อมาโดยตลอดทั้งเรื่องความช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากสึนามิจนกลายเป็นขวัญใจชาวบาหลีอาสาแบกรับค่ารักษาของหนูน้อยที่ป่วยด้วยโรคมะเร็ง และโรคความผิดปกติในสมอง พร้อมมอบรองเท้าสตั๊ดของเขาที่มีลายเซ็นเป็นกำลังใจให้หนูน้อยต่อสู้กับโรคร้ายไปได้ และเขาก็ยังนำรางวัลรองเท้าทองคำของเขา (GoldenBoot) ที่เขาได้รับมาเมื่อปี 2011 ออกมาประมูลได้เงินจำนวนกว่า 75 ล้านบาทเพื่อมอบให้กับกองทุนช่วยเหลือเด็กๆ และโรงเรียนในบริเวณฉนวน-กาซา ประเทศปาเลสไตน์อีกด้วย โอเค … จบย่อหน้าที่สองไปแล้ว เรื่องราวของเขาก็ยิ่งฟังดูนิยายหนักกว่าเดิมเสียอีก … แต่เราต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า โรนัลโดนั้นไม่ได้มาจากครอบครัวที่มั่งมี เขากำพร้าบิดาไปตั้งแต่อายุเพียง 20 ปีด้วย โรคพิษสุราเรื้อรัง ในขณะที่พี่ชายก็มีปัญหาเรื่องยาเสพติดและสุรา เมื่อเขามีโอกาสลืมตาอ้าปากในฐานะนักฟุตบอลผู้เป็นฮีโร่ของคนทั้งชาติ เขาจึงตั้งมั่นที่จะดูแลและช่วยเหลือผู้คนที่อยู่ในจุดเดียวกับเขาวัยเยาว์ให้มีโอกาสเหมือนเช่นที่เขาเคยมีโอกาสมาแล้วนั่นเองเรื่องราวความน่ารักของโรนัลโด้นั้นยังไม่หมด เกร็ดเล็กๆ น้อยๆอย่างเช่นเขาเอ่ยปากขอบคุณทีมกายภาพบำบัดของมาดริดที่ช่วยให้ร่างกายของเขาสมบูรณ์ ไม่มีอาการบาดเจ็บรุนแรงตลอดฤดูกาลจนกระทั่งได้รับรางวัล Fifa Ballon D’or 2008 ไปได้ในที่สุด แจกโบนัสมูลค่ากว่า 40 ล้านบาทให้กับสตาฟฟ์ หลังจากที่ทีมของเขาได้แชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกและเขายืนกรานที่จะไม่สักใดๆ ลงบนร่างกาย เพราะเขาต้องการที่จะบริจาคเลือดอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวสำหรับความเก่งกาจชีวิต ความคิด และทัศนคติสุดน่ารักของลอปติมัมกายคนนี้ เราเชื่อนะว่าด้วยการนำของเขา ทีมชาติโปรตุเกสจะไปได้ไกลกว่านี้อย่างแน่นอน

Photography by GettyImages

Related Post

พูดคุยภาษาฟุตบอลกับ “เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง” ฮีโร่ของทีมชาติไทย

Determined Player + Positive Attitude + Charming Character = Coach Zico

เราเคยรู้จักเขาในฐานะนักเตะศูนย์หน้าฝีมือดี ตอนนี้เรารู้จักเขาในฐานะโค้ชทีมชาติไทยที่พาทีมไทยคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี และแชมป์คิงส์คัพเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี และในวันนี้ ลอปติมัมจะมาทำความรู้จักกับเขามากยิ่งขึ้นอีกในฐานะฮีโร่ของทีมชาติไทย และในฐานะผู้ชายอารมณ์ดีนาม “โค้ชซิโก้ – เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง”

ZICO 04_036_w1

เป็นเวลาเกินทศวรรษที่วงการฟุตบอลไทยตกหลุมดำ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม แต่ในวันนี้ศรัทธาวงการฟุตบอลไทยกลับมาอีกครั้ง และนั่นไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะความมุ่งมั่นของโค้ชซิโก้คนนี้นี่เอง

มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ทีมชาติไทยได้ฉลองชัยถ้วยพระราชทานคิงส์คัพในปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 70 ปี ซึ่งก็เป็นปีฉลองครบศตวรรษสมาคมฟุตบอลไทยพอดีเช่นเดียวกัน และมันก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกที่ผู้กุมตำแหน่งกุนซือทีมชาติไทยชุดนี้มีชื่อว่า โค้ชซิโก้ – กิตติศักดิ์ เสนาเมือง

“ผมเป็นผู้เล่นประเภทครูพักลักจำ ชอบจำแทคติกของโค้ชที่คุมทีมเรา ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าจะได้นำมาใช้” ซิโก้เปิดบทสนทนาอย่างอารมณ์ดี “ช่วงสองปีสุดท้ายที่อยู่เวียดนาม จับพลัดจับพลูได้มาเป็นผู้ช่วยโค้ช และก็ขึ้นเป็นเฮ้ดโค้ชเพราะโค้ชคนเก่าโดนเด้งออกไป พอกลับมาเมืองไทยก็ว่างนะ ยังไม่ได้หางานใหม่ เลยได้มีโอกาสไปช่วยบิ๊กหอยคุมทีมจุฬายูไนเต็ดตอนนั้น เป้าหมายคือหนีตกชั้น เราก็ทำได้ เลยรู้สึกสนุกกับการเป็นโค้ช และเริ่มคิดจะเป็นโค้ชจริงจัง”

นับตั้งแต่นั้น ซิโก้ก็ได้คุมอีกหลายทีมทั้งในลีกไทยอย่างชลบุรีเอฟซี บีบีซียูจุฬายูไนเต็ด และบางกอกเอฟซี ซึ่งในระหว่างนั้นเขาก็ได้โอกาสได้เป็นผู้ช่วยโค้ชทีมชาติไทยที่คุมทีมชาติชุดซีเกมส์ 2009 ที่ประเทศลาว “มีเวลาเตรียมทีมห้าวันครับ” ซิโก้พร้อมหัวเราะขื่นๆ “ตกรอบแรกเลย เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทยที่ทีมชาติไทยตกรอบแรก หลังจากนั้นคนก็ดูเหมือนจะเอือมระอาวงการฟุตบอลไปเลย หลังจากนั้นอีกสองปี ซีเกมส์ที่อินโดนีเซีย ก็ตกรอบแรกอีก คนเลยเลิกดูฟุตบอล ดิ่งลงเหวกันไปทั้งวงการ ช่วงนั้นมันก็เป็นยุคมืดน่ะนะ ผมก็คุมทีมลีกอยู่ แล้วก็มีแวะไปคุมทีมที่เวียดนาม แล้วก็กลับมาคุมทีมไทยต่อ โดยทีมสุดท้ายที่คุมก่อนที่จะถูกเรียกมาเป็นโค้ชทีมชาติคือบางกอกเอฟซี”

ZICO 01_238++_w1

ซิโก้เล่าว่า ตอนที่จะตัดสินใจรับตำแหน่งเฮ้ดโค้ชทีมชาติไทย ถือเป็นช่วงเวลาที่ลำบากใจที่สุดในชีวิต “ผมเคยเจ็บช้ำตอนซีเกมส์ที่ลาวมานะ ขนาดเป็นผู้ช่วยโค้ชเองนะ ยังปวดใจขนาดนั้น เพราะเวลาทีมไทยแพ้ มันไม่ได้แพ้เฉพาะตัวเรา มันแพ้ทั้งครอบครัว แต่ในตอนนั้น เราต้องตัดสินใจ เพราะสิบสามปีที่บอลไทยเข้าสู่ยุคมืด ไม่มีใครตั้งใจแข่ง ทั้งๆ ที่ทีมชาติไทยเป็นของพวกเรา สมัยเราเป็นนักเตะ เราเคยเป็นแชมป์ซีเกมส์สี่สมัยรวด ซูซูกิคัพสามสมัย และน้องๆ ทำต่อรวมเป็นแปดสมัย นั่นก็สิบหกปีเชียวนะ แล้วทำไมตอนนี้มันเป็นแบบนี้ ผมเลยตัดสินใจไปถามคุณเปิ้ล ภรรยาว่าถ้าผมเข้าไปเป็นโค้ช แล้วทีมชาติไทยแพ้ แม่รับได้ไหม ภรรยาผมก็ตอบสั้นๆ ว่า แล้วแต่พ่อแล้วกัน ผมก็เลยตาสว่างเลย ถ้าผมแพ้ ผมแพ้ของผมคนเดียว แต่ถ้าผมชนะ ทุกคนทั้งประเทศชนะไปกับผม ผมถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้ม นั่นก็เป็นจุดที่ทำให้ผมตัดสินใจเข้ามารับตำแหน่งเฮ้ดโค้ชทีมชาติไทย”

เป้าหมายของโค้ชซิโก้ต่อทีมชาติไทยไม่ใช่เป้าหมายระยะสั้น แต่เขามองไปอีกหลายสิบปี เพราะเขาเชื่อว่าการสร้างทีมก็เหมือนกับการเรียนจบปริญญาเอกที่ไม่สามารถทำได้ในระยะสั้นๆ แต่ต้องอาศัยเวลาในการสั่งสมประสบการณ์ ซึ่งเพียงแค่เริ่มต้นอาชีพการเป็นโค้ชทีมชาติไทยนั้น โค้ชซิโก้ก็สามารถนำทีมชาติไทยไปคว้าแชมป์กีฬาซีเกมส์ 2013 ที่ประเทศพม่า ต่อด้วยแชมเอเอฟเอฟซูซูกิคัพ 2014 และคิงส์คัพ 2016 เรียกศรัทธาในวงการฟุตบอลไทยกลับคืนมาได้อย่างสวยงาม

“การคุมทีมชาติไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกคนเป็นสตาร์จากสโมสรของตัวเอง ผมก็ต้องมาละลายพฤติกรรม ทำให้พวกเขาภูมิใจให้ได้ว่าพวกเขาเป็นคนไทยเหมือนกัน มีธงไตรรงค์อยู่ที่หน้าอกเหมือนกัน ทุกคนต้องตั้งใจเล่น ห้ามเหยาะแหยะ ผมตัดสินใจเอาเด็กวัยรุ่นไฟแรงมาเป็นทีมชาติทั้งหมดอายุไม่เกิน 23 กันทั้งนั้น ผมอยากดันให้พวกเขาเล่นให้ได้นานที่สุด สักสิบปี” และเมื่อเราถามว่าเขามีเทคนิคอย่างไรในการคุมทีมเด็กวัยรุ่นขนาดนี้ มันก็เหมือนการจับปูใส่กระด้งดีๆ นี่เอง “เด็กเราต้องมีวินัย พี่โก้ให้กฎเหล็กสี่ข้อคือ ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามดื่มเหล้า ห้ามเล่นการพนัน และห้ามหนีเที่ยวระหว่างช่วงเก็บตัว ทุกคนต้องรู้หน้าที่ว่ามีแฟนบอลรออยู่ ห้ามเสียสมาธิระหว่างการฝึกซ้อม ผมใช้ยาแรงน่ะ เด็กทุกคนเข้าใจ เพราะถ้าใครทำผิดปุ๊บ ผมไม่พูดอะไรเลย เก็บเสื้อผ้า ยัดใส่กระเป๋า กลับบ้านไปเลย”

ZICO 01_238++_w1

ยาแรงของโค้ชซิโก้ดูเหมือนจะได้ผล เพราะทั้งทีมเห็นตรงกันว่า ถ้าหากไร้วินัย ก็จะเสียโอกาสในการเป็นทีมชาติไป เพราะสายน้ำไม่มีวันไหลกลับ “ผมก็พยายามประคบประหงมพวกเขาไปพร้อมๆ กัน พยายามให้พวกเขาเล่นด้วยความสามัคคี ให้ทุกคนเปิดใจ เพราะเวลาทีมแพ้ ไม่มีใครเป็นสตาร์หรอก แต่ถ้าเวลาเป็นแชมป์ ทุกคนเป็นสตาร์เหมือนกันหมด ดังนั้น ทีมชาติที่พี่คุมจะไม่เห็นแก่ตัว ทุกคนรักกัน จะเห็นได้ชัดเจนว่าเด็กๆ ในทีมของพี่จะดังเท่ากันทุกตำแหน่ง เพราะทุกตำแหน่งในทีมพี่มีความหมาย พี่จะทำให้ทุกคนรู้ว่าฟุตบอลคือทีมเวิร์ก ทีมสปิริตต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ทุกคนรู้ดีว่าเราไม่จำเป็นต้องยิงประตูก็ได้ แต่ขอให้ทีมชนะก็พอ”

ความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงของโค้ชซิโก้นั้นกำลังทำให้วงการฟุตบอลผลิดอกออกผลอย่างเห็นได้ชัดเจน ซิโก้เชื่อมั่นว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้นคือต้นแบบของเยาวชนในวันนี้ เขารู้สึกภูมิใจที่เห็นเด็กไทยเล่นฟุตบอลอย่างสมัครใจโดยไม่มีใครบังคับ เราอดใจไม่ได้จริงๆ ที่จะหลงรักและชื่นชมผู้ชายใจดีและทัศนคติดีเยี่ยมคนนี้ “ผมบอกเด็กๆ ทุกคนเสมอว่า จะทำอาชีพอะไรก็ตาม ห้ามเป็นแค่เบอร์สอง และสำหรับอาชีพนักฟุตบอล การขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งคือการติดทีมชาติ และสำหรับผมเอง การได้เป็นเฮ้ดโค้ชทีมชาตินั้นถือเป็นเป็นหมายในการขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของผม และคุณก็ต้องพยายามถีบตัวเองให้เป็นเบอร์หนึ่งในสายงานของคุณให้จงได้”

Content by Maya, Photography by Sompoch Tuamcharoen, Style by Chanond Mingmit

Related Post