‘เมียนมา’ ดินแดนที่อบอวลไปด้วยความศรัทธาทางศาสนาอย่างไม่เสื่อมคลาย

Land of Faith

เพื่อนบ้านของประเทศไทยในทางภูมิศาสตร์ ที่เพิ่งเปิดตัวสู่ประชาคมโลก ‘สาธารณรัฐสหภาพเมียนมา’ ยังคงเป็นดินแดนแห่งศรัทธาที่อบอวลไปด้วยความศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างไม่เสื่อมคลาย8L1A5888 1 w1

นับเป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปเที่ยวเยี่ยมเยือนประเทศเมียนมาหรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ ‘พม่า’ เชื่อไหมว่า ความคาดหวังและการรับรู้ที่ถูกหล่อหลอมมาจากหนังสือเรียนประวัติศาสตร์สมัยชั้นประถมศึกษาได้ถูกลบทิ้งไปจนหมดสิ้น สิ่งแรกที่ผมสัมผัสได้ตั้งแต่อยู่ที่สนามบินคือคนเมียนมานั้นมีแววตาและสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความจริงใจ ซึ่งนับเป็นความประทับใจแรกทันทีที่มาถึงประเทศนี้ “มิงกะลาบา สวัสดีทุกคนครับ เดี๋ยวเราจะไปรับประทานข้าวเที่ยงกันก่อนนะครับ หลังจากนั้นเราจะไปไหว้พระที่เมืองหงสาวดีกัน” ไกด์หนุ่มชาวเมียนมาสวมโสร่ง ซึ่งเป็นชุดประจำชาติกล่าวต้อนรับเป็นภาษาไทยแต่แฝงไว้ด้วยสำเนียงพื้นถิ่นที่เราคุ้นหูได้อย่างฉะฉาน

8L1A5750 w1

สำหรับการเดินทางไปเที่ยวเมียนมา หลายคนคงมีจุดหมายอยู่ที่การได้ไปไหว้พระ ขอพร (เป็นที่น่าสังเกตว่าบ้านเราก็มีวัดวาอารามมากมาย ทำไมคนไทยถึงต้องดั้นด้นมาแค่ไหว้พระถึงที่นี่) แต่สำหรับผมแล้ว การได้เดินทางมาต่างบ้านต่างเมืองคือการได้มาดูโลก ศึกษาและทำความเข้าใจกับวัฒนธรรมการกิน การอยู่ ความเหมือนและข้อแตกต่าง และการที่จะเข้าใจวิถีชีวิตของคนเมียนมาได้ดีที่สุดก็คือการทำตัวเองให้เหมือนหรือใกล้เคียงชาวเมียนมาให้มากที่สุดนั่นเอง

8L1A5889 w1

หลังจากที่ผมอิ่มกับอาหารมื้อแรกในเมืองย่างกุ้งแล้ว ก็เริ่มเดินทางเข้าสู่เมืองหงสาวดีที่คนไทยคุ้นชื่อกันดี แต่คนเมียนมาเรียกเมืองนี้ว่าเมืองพะโค (Bago) อดีตเคยเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้งประมาณ 80 กิโลเมตร ที่เมืองพะโคนี้มีพระธาตุเจดีย์ที่ศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดแห่งหนึ่ง คือ เจดีย์ชเวมอดอร์ หรือที่คนไทยคุ้นชื่อว่า พระธาตุมุเตา (Shwe Mordore) หากยังจำกันได้ ในภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวร ฉากเมืองหงสาวดี เราจะเห็นสิงห์คู่ตัวใหญ่ ที่นี่ละครับที่ผมจะได้เห็นสิงห์คู่แบบเดียวกับในภาพยนตร์แต่เป็นของจริงครับ บนยอดของพระธาตุมุเตานี้บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าเอาไว้ และเป็นพระธาตุเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศเมียนมา ซึ่งสูงถึง 114 เมตร มีอายุกว่า 2,000 ปี เป็น 1 ใน 5 ของพระธาตุที่สำคัญที่สุดของประเทศเมียนมาโดยพระธาตุแห่งนี้คือสถานที่ทำพิธีเจาะพระกรรณของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ สมัยที่ขึ้นครองราชย์ใหม่ๆ พระองค์ฝ่าทหารมอญที่เป็นศัตรูเข้ามาด้วยการนำทัพของพระเจ้าบุเรงนอง ซึ่งฝ่ายทหารมอญก็ไม่สามารถทำอันตรายใดๆ แก่พระองค์ได้ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2473 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่จนยอดเจดีย์หักพังทลายลงมา จึงได้บูรณะสร้างยอดเจดีย์ขึ้นมาใหม่ โดยยอดเจดีย์เดิมที่พังลงมาก็ยังตั้งอยู่ที่เดิมในบริเวณใกล้เคียง เพื่อให้คนเข้ามากราบไหว้สักการะอย่างใกล้ชิด เป็นธรรมเนียมและวัฒนธรรมที่คนไทยหลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าการเข้ามากราบไหว้พระที่ประเทศเมียนมานั้นต้องถอดรองเท้ากันตั้งแต่เริ่มเข้าอาณาเขตวัด เนื่องด้วยความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า โดยแสดงถึงความเคารพ อ่อนน้อมอย่างสูงสุด

8L1A5779 w1

ทันทีที่รถจอดเทียบท่า ไกด์ของเราก็ได้แจ้งข้อธรรมเนียมปฏิบัติ ผมก็รีบเปลี่ยนกางเกงเป็นโสร่ง ถอดรองเท้าทิ้งไว้ที่รถ (แม้แต่ถุงเท้าหรือถุงน่องสำหรับสุภาพสตรีก็ต้องถอด) ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือสิงห์คู่ที่หน้าบันไดสูง ตรงทางขึ้นพระธาตุในท่านั่งตระหง่านราวกับจะคอยตรวจตราผู้คนที่เดินผ่านไปมาจนผมเองก็นึกยำเกรงอยู่ไม่น้อย หลังจากตระเตรียมซื้อดอกไม้ ธูปเทียนบริเวณทางขึ้นจากพ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นแล้ว ผมก็เริ่มกวาดสายตาสังเกตผู้คนชาวเมียนมาที่เดินผ่านไปมา ชายชาวเมียนมาทุกคนสวมโสร่ง มือถือข้าวของท้องถิ่น เตรียมเสนอขายให้นักท่องเที่ยว บ้างก็นั่งจิบน้ำชาที่ร้านข้างทาง หญิงสาวชาวเมียนมาแทบทุกคนก็สวมผ้าถุงมีแป้งทานาคาปะหน้าไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็กอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญว่าคุณได้ถึงเมียนมาอย่างเป็นทางการแล้ว “ไม่ใช่เฉพาะคนแก่เท่านั้นนะครับที่จะมาวัด คนที่มาวัดมีตั้งแต่คนหนุ่มสาวไปจนถึงคนแก่เลย คนที่นี่ผูกพันกับวัดมาตั้งแต่เกิด ถ้าไม่ไปวัดก็จะไปพักผ่อนตามสวนสาธารณะ เพราะเราไม่มีห้างสรรพสินค้า โรงหนังหรือสถานที่บันเทิงอื่นๆ มากเหมือนเมืองไทย” ไกด์ของเราเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ แต่เชื่อเถอะ ในใจผมอยากจะตอบเขาไปว่าคนเมียนมาโชคดีกว่าคนไทยเยอะเลย และภาพสุดท้ายที่ฝังอยู่ในหัวผมคือภาพของครอบครัว เด็กเล็ก คนหนุ่มสาวชาวเมียนมาที่ขึ้นมาสักการะพระธาตุด้วย ‘ความสงบ’ บ้างนั่งสวดมนต์ บ้างก็นั่งสมาธิ บางคนนั่งจับกลุ่มคุยกันเงียบๆ ผมเชื่อว่าคุณจะสัมผัสได้ถึงความศรัทธาเลื่อมใสในแก่นของพระพุทธศาสนาของคนเมียนมาได้จริงๆ

8L1A5988 w1

จุดมุ่งหมายอีกแห่งหนึ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนเมืองย่างกุ้ง คือ การเดินทางไปไหว้สักการะ ‘พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง’ (Shwedagon Pagoda) เมืองย่างกุ้ง (Ranggoon) คืออดีตเมืองหลวงของประเทศเมียนมา ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำอิระวดี เคยเป็นเมืองท่าเก่าของชาวมอญ ชื่อว่า ดากอง (Dagon) จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2298 กษัตริย์อลองพญาเข้ามายึดครองและเปลี่ยนชื่อเป็นย่างกุ้ง ระหว่างทางจากที่พักไปเจดีย์ชเวดากอง นั่งรถผ่านเมืองไปนั้น แวบหนึ่งชวนให้ผมนึกถึงกรุงเทพฯ นอกจากการจราจรที่หนักหนาสาหัสไม่ต่างกันแล้ว ความเจริญทางวัตถุที่ค่อยๆ เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้ผมกลัวเหลือเกินว่าเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์จะค่อยๆ เลือนหายไปไม่ต่างจากบ้านเรา “คนเมียนมาลำบากมากนะครับ ในเมืองใหญ่ ค่าครองชีพสูงมาก ถ้าเทียบกับรายได้ที่ควรจะได้รับ” ไกด์ของเราอธิบายถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนเมียนมาให้เราฟัง ชวนให้     ผมนึกยิ้มในใจ พลางคิดว่าคนกรุงเทพฯ เองก็คงไม่ต่างกันสักเท่าไร ผมมองออกไปนอกหน้าต่างรถที่นั่งอยู่ ได้เห็นยอดเจดีย์ชเวดากองอยู่สุดสายตา ยอดสีทองสุกสว่างไสวโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางเมืองสีเทาทะมึนที่วุ่นวายราวกับว่าไม่มีสิ่งใดจะรบกวนทำอันตรายได้เลย ทันทีที่เท้าเปล่าของผมได้สัมผัสอาณาเขตของเจดีย์ชเวดากอง พร้อมคณะทัวร์ทั้งชาวยุโรป ชาวจีนและแน่นอนว่าชาวไทยอยู่มากมาย ผมก็ไม่สามารถต้านทานความยิ่งใหญ่ ความสวยงามตระหง่านตรงหน้าได้ ผมจนคำพูด ไม่สามารถอธิบายออกมาได้อย่างละเอียด คุณต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง

8L1A5973 w1

พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากองตั้งอยู่บนเนินเขาเชียงกุตระ คำว่า ‘ชเว’ หมายถึง ‘ทอง’ ส่วนคำว่า ‘ดากอง’ คือชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง ส่วนยอดของพระเจดีย์บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น ไม่นับรวมเพชรพลอยจำนวนมากมาย และทองคำที่พอกทับอยู่บริเวณครึ่งบนของพระเจดีย์ โดยคนที่ศรัทธานำมาถวายไว้ ตามหลักฐานภาพถ่ายมีเพชรเม็ดใหญ่ขนาด 76 กะรัตประดับอยู่ที่ส่วนยอด ตามตำนานเล่าว่าพระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากองสร้างขึ้นเมื่อ 2,500 ปีที่แล้วโดยพี่น้องพ่อค้า 2 คนที่ได้ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าและนำพระเกศาทั้ง 8 เส้นกลับมาไว้บูชาและสร้างเจดีย์ดังกล่าว เจดีย์ได้ถูกบูรณะเรื่อยมาจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 14 พระเจ้าพินยาอูได้สร้างเจดีย์ขึ้นใหม่ให้สูง 18 เมตร จนในปัจจุบันมีความสูงอยู่ที่ 98 เมตร มีทางขึ้นลงทั้งหมด 4 ทิศ รอบพระเจดีย์มีพระประจำวันเกิดให้ผู้คนได้สักการะ ระหว่างที่ผมเดินสำรวจความงดงามของศิลปะเมียนมาที่เป็นเอกลักษณ์ราวกับต้องมนต์สะกด ผมสังเกตว่าแม้บริเวณพื้นเจดีย์จะเปิดโล่ง แต่ถือว่าสะอาดมาก จนไกด์ของเราอธิบายให้ฟังว่า “ทุกวัดในเมียนมานั้น พอตกเย็นคนจะเข้าวัดถือไม้กวาดบ้าง ไม้ถูพื้นบ้าง มาทำความสะอาดวัดกันจนเป็นกิจวัตร เป็นวิถีชีวิตประจำวันกันอยู่แล้ว พุทธศาสนาที่เมียนมาจึงเป็นเสมือนสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจที่ยิ่งใหญ่ของคนเมียนมา คุณสังเกตไหมว่าคนเมียนมาไม่จำเป็นต้องห้อยสร้อยพระไว้ที่คอหรือพกวัตถุมงคลอะไรติดตัวเลย คนเมียนมาไม่มีเครื่องรางของขลัง ไม่มีคำว่า ‘พุทธพาณิชย์’ เราไม่เอาสิ่งที่เราเคารพบูชามาทำการค้า เราไม่จำเป็นต้องเอาวัตถุอุปโลกน์มาติดตัวไว้ เพราะพุทธศาสนาอยู่ในหัวใจทุกคนอยู่แล้ว ถ้าคุณเห็นใครมาบอกว่านี่คือวัตถุบูชาจากเมียนมาให้รู้ไว้เลยว่าคุณโดนหลอกแล้ว” ไกด์ชาวเมียนมาคนเดิมของผมพูดติดตลก แต่ทำให้ผมได้กลับมาคิดทบทวนอะไรต่อมิอะไรได้หลายเรื่องทีเดียวครับ หลายสิ่งหลายอย่างที่เราเคยเรียนรู้กันแต่ในตำราบ้าง ฟังคนเล่าต่อๆ กันมาบ้างนั้น อาจจะแตกต่างกันไปเลย เมื่อคุณได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง

Content by Chanond M.

Related Post

Hedi Slimane ออกจาก Saint Laurent สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการแฟชั่น

PARIS, FRANCE - UNDATED:  In this handout image supplied by Y.R., Creative Director at Yves Saint Laurent Paris Hedi Slimane is seen in Paris, France.  (Photo by Handout/Y.R. via Getty Images)

Hedi Slimane ออกจาก Saint Laurent เป็นอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อ Saint Laurent ออกมาประกาศว่า Hedi Slimane ซึ่งร่วมงานกับ Saint Laurent มาตั้งแต่ปี 2012 ก้าวออกจากตำแหน่งครีเอทีฟไดเร็คเตอร์แล้ว ขณะนี้ยังไม่มีประกาศว่า ใครจะมาแทนที่เขา แต่ก็มีข่าวลือหนาหูว่า Anthony Vaccarello นักออกแบบชาวอิตาลี-เบลเยียม ที่เคยร่วมงานกับตัวพ่ออย่าง Karl Lagerfeld ในแบรนด์ Fendi จะมาแทนที่ Hedi Slimane ในฐานะครีเอทีฟไดเร็คเตอร์คนต่อไป

Content by Ronnakorn R.

Related Post

Avicii ดีเจอันดับ 7 ของโลกได้ประกาศอำลาวงการเพลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Avicii ดีเจอันดับ 7 จากชาร์ท DJMag ได้ประกาศอำลาวงการเพลงแล้ว

a2d4cd008c0c41b49dbebec33caededa
เรียกว่าช็อควงการเพลง EDM กันไปเลยทีเดียวเพราะว่าดีเจหนุ่ม Avicii ได้ประกาศอำลาวงการดีเจไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเขาได้เขียนจดหมายอำลาและขอบขอบคุณแฟนรวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องไว้ในแฟนเพจส่วนตัว และไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ที่เขาได้อำลาวงการอาชีพดีเจของเขาในครั้งนี้เราก็ได้แต่หวังว่าสักวันเขาจะกลับมาเขย่าวงการเพลง EDM อีกครั้งหนึ่ง อ่านจดหมายอำลาของเขาได้ที่ http://avicii.com

Content by Chanond M.

Related Post

สุภาพบุรุษเบื้องหลังรองเท้าพื้นแดงที่ทำให้ผู้หญิงและผู้ชายทั่วโลกคลั่งไคล้

The power of Red Soul

เรื่องราวของรองเท้าพื้นแดงอันลือลั่นเริ่มต้นขึ้นด้วยความชอบของเด็กผู้ชายคนหนึ่งผู้ใช้เวลาว่างร่างรูปรองเท้าส้นสูงหลากหลายแบบ จากความฝันสู่การลงมือทำ คริสติยอง ลูบูแตง (Christian Louboutin) ฝากฝีมือไว้บนรองเท้าของห้องเสื้อชั้นสูงมากมายในฐานะนักออกแบบอิสระ จนในปีพ.ศ. 2534 เขาได้เปิดร้านรองเท้าของตนเองเป็นร้านแรก ณ กรุงปารีส ต่อมาในปี พ.ศ. 2554 มิสเตอร์คริสติยองเปิดตัวรองเท้าผู้ชายคอลเลกชั่นแรก ตามเสียงเรียกร้องของเหล่าสุภาพบุรุษผู้ปรารถนาจะสวมใส่รองเท้าพื้นแดงอันโด่งดังจาก ปารีสสู่กรุงเทพมหานคร คริสติยอง ลูบูแตงสาขาแรกในประเทศไทยเปิดประตูต้อนรับเหล่าสาวกเมื่อสองปีที่แล้ว และวันนี้ คริสติยอง ลูบูแตงเดินทางมาจากกรุงปารีสพร้อมอารมณ์ขัน และประสบการณ์บนเส้นทางสายรองเท้ากว่า 30 ปี เพื่อพูดคุยกับลอปติมัมถึงเรื่องราวทั้งหมด

RE2-8L1A9128

คุณเคยทำงานในคณะละครใช่ไหมครับ ?

“ใช่ครับ-ผมเคยทำงานในคณะละคร และใช่-มันยังมีผลต่อการออกแบบรองเท้าของผมอยู่ รองเท้าของลูบูแตงเป็นรองเท้าของนางโชว์ คือ เมื่อใส่แล้วเธอจะต้องมั่นใจ พร้อมออกไปโลดแล่นบนเวทีชีวิต มันจะต้องทำให้เธอและคนที่เห็นเธอรู้สึกสนุก ผมมองรองเท้าเป็นความบันเทิงอย่างนั้น แถมแรงบันดาลใจนี้ยังมีผลเผื่อแผ่มาถึงคอลเลกชั่นรองเท้าผู้ชายด้วย คือจริงๆ ก่อนหน้านี้ผมก็ออกแบบรองเท้าใส่เองอยู่แล้ว หนหนึ่งมิก้า (Mika) นักร้องชาวอังกฤษที่ดังมากๆ มาขอให้ผมออกแบบรองเท้าสำหรับให้เขาใส่ขึ้นเวทีตอนนั้นเขาจะจัดทัวร์คอนเสิร์ตพอดี แล้วผมก็ตกปากรับคำ จนพบว่าการที่ผมใช้แนวคิดนางโชว์มาออกแบบรองเท้าให้ผู้ชาย นายโชว์ ชายผู้มีความมั่นใจ ซึ่งก็ทำได้เหมือนกัน ออกมาดีเสียด้วย”

รองเท้าของทั้งผู้ชายและผู้หญิงใช้แรงบันดาลใจเดียวกัน ?

“ไม่เชิงครับ แต่เป็นคนแบบเดียวกันมากกว่า คือผู้ชาย และผู้หญิงที่สนุกและพร้อมจะทำให้คนรอบข้างสนุก ผมออกแบบรองเท้าให้คนที่สร้างความบันเทิง ไม่ใช่แค่ด้วยหน้าที่การงาน แต่ด้วยการใช้ชีวิต”

คุณเคยบอกว่า ความเซ็กซี่เป็นส่วนสำคัญของผู้หญิง

“ใช่ และไม่ใช่แค่ผู้หญิง ความเซ็กซี่ในความหมายของผม คือ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อคุณรู้สึกสบายใจกับร่างกายของคุณ ความเซ็กซี่คือการที่คุณยอมรับกับตัวเองได้ว่า ร่างกายเป็นส่วนสำคัญของตัวตนและสภาพจิตใจ มันไม่ใช่เรื่องของนมใหญ่ๆ หรือก้นใหญ่ๆ มันคือการเกี้ยวพา คือการสื่อสารมากกว่า เหมือนเวลาคุณสื่อสารด้วย คำพูด คุณก็สื่อสารด้วยร่างกายได้เช่นกัน”

ระบายสีพื้นรองเท้าด้วยสีอื่นนอกจากสีแดง

‘‘ไม่ครับ มันกลายเป็นเครื่องหมายการค้าไปแล้ว มันก็เหมือนการเปลี่ยนอัตลักษณ์ คุณเพิ่มสิ่งนู้นสิ่งนี้ แต่คุณเปลี่ยนมันไม่ได้  เหมือนที่ขยายกิจการไปทำพวกเครื่องสำอาง’’

สำหรับคุณสีแดงหมายถึงอะไร นอกจากเครื่องหมายการค้า

‘‘สำหรับผู้หญิงหลายคน สีแดงไม่ใช่สี ตอนที่ผมเปิดร้านใหม่ๆ คอลเลกชั่นแรกพื้นรองเท้าเป็นสีเขียว มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาดูรองเท้าในร้าน และพูดว่า “ฉันไม่ใส่เสื้อผ้าสีๆ ไม่มีวัน โอ้โห คุณจะใส่รองเท้าอย่างนี้ได้อย่างไร ดูสีสิ” ผู้หญิงคนนั้นใส่เสื้อผ้าสีดำ ตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่เล็บ และริมฝีปากของเธอเป็นสีแดง แดงสด ตลกดี เธอเห็นรองเท้าสีๆ แล้วบอกว่า เธอไม่ใส่เสื้อผ้าสีๆ ไม่มีวัน แต่เธอชี้มันด้วยเล็บสีแดงสด ผมเลยคิดได้ว่า ผมควรทำรองเท้าเป็นพื้นสีแดง’’

ความสวยงาม vs ความสะดวกต่อการสวมใส่

‘‘ความสวยต้องสวยสิ ความสวยงามของรองเท้าต้องมาก่อน เพราะนั่นคือเป้าหมายในการออกแบบ จากนั้นคุณค่อยมาดูว่า มันจะ    สวมใส่ได้จริงอย่างไรบ้าง ถ้าคุณเริ่มจากความสบายในการสวมใส่ รองเท้าคุณจะไม่มีวันสวยเลย ไม่มีวัน’’

Related Post

พบกับ G-Star Raw แบรนด์เครื่องแต่งกายเดนิมจากประเทศเนเธอร์แลนด์คอลเลกชั่นล่าสุด

The Ultimate Denim

คอลเลกชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016 ครั้งนี้เล่าเรื่องผ่านแรงบันดาลใจจากสไตล์ของทหารที่โดดเด่น ด้วยเทคนิคการย้อมเสื้อผ้าแบบใหม่ล่าสุดรวมถึง  ลายพราง โดยใช้เทคนิคการย้อมแบบ    2 ชั้น ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาด้วยเทคนิคพิเศษ ของ G-Star Raw ซึ่งเป็นการย้อมผ้าด้วยการใช้โทนสีที่แตกต่างกันของสี 1 สี ในโทนสีเข้มและโทนสีอ่อนเข้าไว้ด้วยกัน โดยการย้อมโทนอ่อนก่อน หลังจากนั้น จึงย้อมด้วยสีเข้มในอุณหภูมิต่ำ ทำให้  เกิดมิติของสีและยังทำให้สีกระจายไป    ทั่วเนื้อผ้า ในขณะที่ตะเข็บยังคงใช้สีอ่อน เช่นเดิม เทคนิคการย้อมสีนี้ปรากฎอยู่บนกางเกงยีนส์ รุ่น ‘Air Defence 5620 3D Slim’ และเทรนช์แบบสั้นรุ่น ‘Garber HDD’ สำหรับลายพรางนั้นได้แรงบันดาลใจมา จาก หน่วยนาวิกโยธินของสหรัฐช่วงสงครามแปซิฟิก ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 1942 ที่ชื่อว่า ‘Beach Camo’ (ทหาร   จีไอเรียกกันว่า ‘หนังกบ’) นอกจากนั้นยังมีลายพรางที่โดดเด่นไม่แพ้กันอย่างลายพราง ‘Desert Camo’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกองทัพสหรัฐช่วงปี  ‘90s ออกแบบโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาเพื่อใช้ในปฏิบัติการ ‘Desert Shield’ และ ‘Desert Strom’

ความพิเศษในปี 2016 นี้ยังถือว่า เป็นปีที่ครบรอบ 20 ปีของกางเกงยีนส์ รุ่นคลาสสิคระดับไอคอนของ G-Star Raw อย่าง ‘G-Star Elwood 5620’ โดยเพิ่มเทคนิคใหม่ๆ ลงบนกางเกงยีนส์รุ่นนี้อย่างการหยดสี ซึ่งเทคนิคดังกล่าวทำให้กางเกงยีนส์แต่ละตัวมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ไม่ซ้ำแบบ ตามความชอบของแต่ละคน หรือเพิ่มทรงเทเปอร์แบบใหม่ สำหรับ เนื้อผ้าเดนิมนั้นเปลี่ยนจากผ้าเดนิมที่มีความยืดหยุ่นสูงจากฤดูกาลที่แล้ว กลับมาใช้เป็นเนื้อผ้าเดนิมแบบดั้งเดิมที่มาพร้อมกับผิวสัมผัสแบบคลื่นอันเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

luxe-36306

เอาใจคนรักเดนิมโดยเฉพาะ เมื่อ G-Star Raw นำเสนอ ‘Restored Denim’ เพื่อการพลิกฟื้นกางเกงยีนส์ตัวโปรดของคุณขึ้นมาใหม่ด้วยศิลปะแห่งการซ่อมบำรุง ในเอกลักษณ์ของ G-Star Raw โดยฝีมือช่างซ่อมกางเกงยีนส์ที่ใช้เทคนิคดั้งเดิมเพื่อยืดอายุการใช้งานของกางเกงยีนส์  ตัวโปรดของคุณ ด้วยการเย็บแนวขวาง  ที่ได้รับการค้นคว้าจากการซ่อมชุดใส่ทำงานของชาวฝรั่งเศสในสมัยก่อน นอกจากนั้นเทคนิคการซ่อมแซมของ ‘Restored Denim’ ยังไปปรากฎอยู่บนเดนิมฟอกสีในสไตล์ยุค ’80s อีกด้วย

luxe-36316

พบกับ G-Star Raw ได้ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น 3, ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลชิดลม ชั้น 3, ห้างสรรพสินค้าเซน ชั้น 5, เซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต ชั้น 2, เซ็นทรัลเฟสติวัลพัทยา ชั้น 3 และเซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ ชั้น 3

Related Post

รถยนต์ระดับพรีเมี่ยมสุดหรูใหม่ล่าสุดจากฮอนด้า ที่จะตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคุณ

ในปี 2559 ทางกลุ่มฮอนด้าได้ปรับหน้าตา นิว ฮอนด้า แอคคอร์ด ที่ล้ำสมัยกว่าปีที่ผ่านมา ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Exhilarating & Exciting กับบอดี้ที่โฉบเฉี่ยวมาพร้อมกับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ต พร้อมระบบไฟส่องสว่างดีไซน์ใหม่ตั้งแต่ไฟหน้าจรดไฟท้ายใช้หลอด LED เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยที่ดีกว่าเดิม

ฮอนด้า แอคคอร์ดใหม่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2 ขนาดที่รองรับเชื้อเพลิง E85 ได้แก่เครื่องยนต์ DOHC i-VTEC 4สูบ 16 วาล์ว ขนาด 2.4 ลิตรให้พละกำลังสูงถึง 174 แรงม้าที่ 6200 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงถึง 225 นิวตัน-เมตรที่ 4000 ต่อนาที และเครื่องยนต์ SOHC i-VTEC 4สูบ 16วาล์ว ขนาด2.0 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 155 แรงม้าที่รอบ 6500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงถึง 190 นิวตัน-เมตร ที่4300 รอบต่อนาที ทั้ง 2 เครื่องยนต์จับคู่กับเกียร์ระบบอัตโนมัติ 5 สปีด ส่งผลเครื่องยนต์ใหม่นี้มีพละกำลังที่เพียงพอต่อการเร่งแซงและตอบสนองการขับขี่ที่เร้าใจมากขึ้น

ภายในห้องโดยสารทางฮอนด้ายังคงทำการบ้านเรื่องการเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกได้เป็นอย่างดี ทำให้ห้องโดยสารนั้นเงียบขับสบายไม่มีเสียงเครื่องยนต์รบกวน ทั้งยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยอาทิ ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวกมาลัย(Paddle Shift) และยังมีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติและระบบประหยัดพลังงาน ในส่วนของระบบความปลอดภัยของตัวเจ้า นิว แอคคอร์ดตัวนี้ประกอบไปด้วย ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว(VSA) ระบบเสริมแรงเบรก(BA) ระบบป้องกันล้อล็อค (ABS) ระบบกระจายเบรก(EBD) ระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย(MA-EPS) ระบบช่วยการออกตัวขนาดอยู่บนทางลาดชัน(HSA) สัญญาณฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกระทันหัน(ESS) ระบบตรวจจับเส้นแบ่งช่องจราจรในกรณีที่รถเบี่ยงออกนอกเส้นทางมากยิ่งขึ้น ระบบจะช่วยหน่วงพวงมาลัยเพื่อให้รถกลับเข้าสู่ช่องทาง และถ้าหากเบี่ยงออกนอกเส้นทางจนอาจเกิดอุบัติเหตุระบบจะทำงานเบรกเพื่อชะลอความเร็ว ระบบเหล่านี้จะช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ให้ผู้ขับขี่ปลอดภัยและอุ่นใจมากยิ่งขึ้นกับระบบเซฟตี้ของแอคคอร์ดใหม่คันนี้

ภายในห้องโดยสารที่ออกแบบมาให้ความรู้สึกหรูหราเพื่อที่ผู้ขับขี่จะได้สัมผัสกับห้องโดยสารที่กว้างขวางด้วยชุดตกแต่งภายในลายไม้และสีดำเปียโน อินโฟเทนเมนต์มาพร้อมกับจอแสดงข้อมูล(i-MID) และหน้าจอ TFT ขนาด7.7 นิ้ว อีกทั้งระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสตอบรับการใช้งานทุกไลฟ์สไตล์ เชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สายผ่านพวงมาลัยแบบมัลติฟังชั่นมาพร้อมกับกล้องส่องภาพด้านหลังสามารถเลือกดูมุมกล้องได้ 3 แบบคือ 130 องศา 180 องศา และมุมมองจากด้านบนเพื่อช่วยในการมองด้านหลังขณะถอยหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและยังมีฟังก์ชั่นอีกมากมายที่คุณจะได้สัมผัสในฮอนด้า แอคคอร์ด สิ่งที่โดดเด่นในรุ่นใหม่นี้และจะลืมไปไม่ได้เลยคือระบบควบคุมประตูอัจฉริยะให้คุณเปิด-ปิดประตูโดยไม่ต้องใช้กุญแจและระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ(One Push lgnition System) และยังมีกุญแจรีโมทที่สามารถสั่งเปิดปิดเครื่องยนต์ได้ในระยะไกล เพื่อปรับอุณหภูมิในห้องโดยสารล่วงหน้า

แอคคอร์ดใหม่สุดล้ำสมัยรุ่นนี้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่1,385,000 บาท ซึ่งจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กลุ่มนักธุรกิจที่ต้องการความสะดวกสบายและรู้สึกปลอดภัยในทุกเส้นทาง

Text: Thachakorn Meeprasert

Related Post

หนัง 10 เรื่องของ ลีโอนาโด ที่น่าจะได้รางวัลออสการ์ มาตั้งนานแล้ว

10 บทบาทของลีโอในอดีตที่ตีบทแตกกระจาย

เรามาดูกันดีกว่า ว่านอกจากเขาจะได้รางวัลออสการ์ติดมือจากการนำแสดงหนังเรื่อง The Revenant แล้ว ในอดีตของเขาเคยผ่านบทบาทอะไรที่มันน่าจะมีอะไรติดไม้ติดมือไปบ้าง

The Boy’s Life (1993)

The_Boy’s_Life_(1993)_
หนังเรื่องแรกๆ ของเขาในวงการภาพยนต์โดยขณะนั้นเขามีอายุเพียง 18 ปี ซึ่งในขณะนั้นเขาต้องประกบดาราใหญ่อย่าง Robert De Niro และรับบทเป็นลูกชายที่อยู่กับแม่ซึ่งเป็นหม้าย หนังเรื่องนี้เป็นหนังชีวิต แต่การได้ประกบกับ De Niro ทำให้ลีโอได้ดึงพลังแฝงออกมา ถือเป็นหนังที่ทำให้เขาแจ้งเกิดเลยก็ว่าได้

What’s Eating Gilbert Grape (1993)

What’s Eating Gilbert Grape (1993)

หนังเรื่องนี้เขาได้ประกบกับพระเอกทำเงินอย่าง Johny Depp ซึ่งสิ่งที่เราควรจะหยิบยื่นให้กับเขาก็คือรางวัลดาราชายสมทบยอดเยี่ยม เพราะเรื่องนี้เขาต้องรับบทเป็นตัวละครที่มีสติไม่ค่อยสมประกอบ ต้องร้องไห้บ่อยครั้งภายในเรื่อง ซึ่งเขาก็สามารถทำมันได้อย่างยอดเยี่ยมเกินอายุ

Romeo & Juliet (1996)

Romeo & Juliet (1996)

พล็อตหนังที่แสดงให้เห็นถึงพลังความรักที่ยิ่งใหญ่ของวัยรุ่น ซึ่งตามหนังสือแล้ว ตัวละคร โรมิโอ เป็นตัวละครที่มีมากมิติ และหาคนมาแสดงยาก แน่นอนว่าด้วยผลงานก่อนหน้านั้นของลีโอ เขาจึงถูกเรียกมาแคส และเขาสามารถทำให้เรารู้สึกได้ถึง ความดึงดูดจากเพศตรงข้าม อารมณ์ ความดิบแบบวัยรุ่น และที่สำคัญคือความละอ่อนบนใบหน้า

Titanic (1997)

Titanic_1997

เรื่องที่มีรายได้สูงสุดตลอดการก่อน The Avatar ว่ากันว่าเรื่องนี้ลีโอสามารถปลดปล่อยเสน่ห์ของผู้ชายคนหนึ่งยามหลงรักผู้หญิงได้ดีที่สุด หรือความรักแบบลับๆ ล่อๆ ระหว่างชนชั้นที่แลดูจะร้อนแรว ซึ่งแน่นอนว่ามันถูกถ่ายทอดผ่านตัวละครแจ็ค ดอว์สัน ได้อย่างไม่มีที่ติ

Catch me if you can (2002)

Catch me if you can (2002)
ตัวละคร Frank Abagnale ตัองมีหน้าตาที่หล่อเหลาแต่ในขณะเดียวกันจะต้องไม่โดดเด่น เป็นคนพูดจาหว่านล้อมเก่ง และที่สำคัญคือต้องสามารถกลับกลอกคนได้ตลอดเวลา ด้วยข้อจำกัดทั้งหมด เข็มทิศนี้ได้ชี้ไปที่ตัวลีโอ แม้กระทั่ง Frank Agbanale ตัวจริงได้ดูยังบอกว่าว่าลีโอทำได้สมจริงมากๆ

The Aviator (2004)

The Aviator (2004)

บทบาทคุณชายเจ้าโปรเจ็คอย่าง Howard Hughes ที่ต้องเป็นทั้งนักบิน ผู้ลงทุน ผู้กำกับหนัง และยังต้องเผชิญกับโรควิกลจริต แน่นอนว่าบทหนังเป็นบทที่หนักมากเพราะเขาจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพนั้นๆ ซึ่งตัวลีโอซึ่งอินกับบทลึกเกินจนเกือบจะดึงตัวเองกลับมาไม่ได้

The Departed (2006)

The_Departed_(2006)_
หนังรีเมคจากฮ่องกงที่ได้ดาราทำเงินทั้ง Matt Damon และตัวเขาเอง เป็นหนังเรื่องที่เปลี่ยนบทบาทตัวเองค่อนข้างเยอะ เพราะเรื่องนี้จะต้องเล่นเป็นคนตรงๆ เดาทางได้ ทำให้ภาพมันดูขัดกับหนังที่เขาเคยเล่นมา อย่างไรก็ตาม เขาก็สามารถดึงส่วนที่ดีที่สุดของตัวละครนี้ออกมาได้

Inception (2010)

Inception (2010)

โนแลนผู้กำกับภาพยนต์ใช้เวลาเขียนบทหนังอยู่ 10 ปี ซึ่งเป็นหนังที่มีความซับซ้อนและเขาต้องการตัวเอกที่ ‘เอาอยู่’ และสามารถนำพล็อตเรื่องที่มีความซับซ้อนดำเนินไปทางเดียวกันได้ ซึ่งพอมีเรื่องความรักเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทำให้เขาไม่ลังเลเลยที่จะเลือกลีโอมารับบทนี้

Django Unchained (2012)

Django Unchained (2012)
หนังที่เล่าในยุคของการเลิกทาส ซึ่งเขารับบทเป็นตัวร้ายที่มีระดับ แสดงร่วมกับ Jamie Foxx (ผู้ที่ได้ออสการ์เรื่อง Ray ทำให้ปีนั้นลีโอพลาดเรื่อง The Aviator) ซึ่งเขาก็สามารถดึงพลังของความร้ายกาจของตัวละครนั้นออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยผู้ชมไม่ลังเลที่จะเกลียดเขาในภาพยนต์เรื่องนี้

The Wolf of wall street (2013)

The_Wolf_of_wall_street_(2013)_
หนังที่ลีโอร่วมเขียนบทด้วยอย่างจริงจัง ซึ่งตัวจริงของ Jordan Belfort เป็นคนที่มีเสน่ห์อยู่แล้ว ทำให้ลีโอถูกพูดในเชิงเปรียบเทียบอยู่พอสมควร เราสามารถเห็นได้ถึงพลังของเขาในภาพยนต์เรื่องนี้ แต่กลับกลายเป็นว่า Matthew McConaughey ที่เล่นเรื่องเดียวกันไปคว้าออสการ์ดาราชายยอดเยี่ยมจาก Dallas Buyers Club ทำให้ลีโอยังคงต้องรอต่อไป

Content by Kornpat K., Source From http://www.highsnobiety.com

Related Post

สรุปผลการประกาศรางวัล BRIT Awards 2016 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป

หลังจากผ่านพ้นงาน GRAMMY Awards 2016 ไป ก็ถึงคิวประกาศผลรางวัล BRIT Awards 2016 ของประเทศอังกฤษที่ได้จัดขึ้นที่ O2 Arena ณ กรุงลอนดอน และก็มีศิลปินชื่อดังตบเท้าเข้ามาร่วมงานครั้งนี้กันอย่างคับคั่ง เรามาลองดูกันว่าจะมีใครบ้างที่ได้รับรางวัลแต่ละสาขาในปีนี้

ประเดิมกันที่นักร้องสาวชื่อดังอย่าง Adele ที่กวาดรางวัลไปมากถึง 4 รางวัล ได้แก่ British Female Solo Artist, British Single, British Album Of The Year และ Global Success เรียกได้ว่าแบกกลับบ้านกันไม่ไหวเลยทีเดียวเชียวล่ะ

ถัดมาคือ James Bay ได้ซิวรางวัล British Male Solo Artist ไปในปีนี้

วงดนตรีชื่อดังของประเทศเจ้าภาพงานนี้อย่าง Coldplay ก็ซิวรางวัล British Group ไปได้

วง Tame Impala ก็คว้ารางวัล International Group ไปครองอย่างสมน้ำสมเนนื้อ

ส่วนนักร้องขวัญใจสาวๆ ค่อนโลกอย่าง Justin Bieber ก็ไม่พลาดที่จะคว้ารางวัล International Male Solo Artist ไปครอง

Björk คว้ารางวัล International Female Solo Artist

Catfish and the Bottlemen คว้ารางวัล British Breakthrough Act

วงบอยแบนด์หนุ่มหน้าใสขวัญใจสาวๆ อย่าง One Direction ก็คว้ารางวัล British Video Of The Year ได้จากมิวสิกวิดีโอเพลง Drag Me Down

Jack Garratt คว้ารางวัล Critic’s Choice

สำหรับโปรดิิวเซอร์อย่าง Charlie Andrew ก็คว้ารางวัล Producer Of The Year ไปครอง

และปิดท้ายด้วยรางวัล BRITs Global Icon สำหรับ David Bowie น้อกร้องระดับตำนานที่เพิ่งจากเราไปเมื่อเร็วๆ นี้นั่นเอง

Content by Poramin T.

Related Post

Seiko 5 Sport นาฬิกาที่รวมแฟชั่น และความสปอร์ต ไว้ในเรือนเดียว

หลายคนคงจะรู้จักกันดีกับนาฬิกา Seiko 5 Sport ที่มีดีไซน์สุดเท่ และแฝงเอาไว้ด้วยความสปอร์ต และเหล่าเป็นหนึ่งในก้าวแรกของการเริ่มเล่นนาฬิกาข้อมือที่ดีเลยทีเดียว

ในรุ่นนี้จะมีลูกที่โดดเด่นคือนำคาร์บอนเคฟล่ามาใช้ในการตกแต่งหน้าปัด ที่ขอบหน้าปัดมีสเกลบอกทิศ ตัวเรือนวัสดุสเตนเลสสตีล ขับเคลื่อนด้วยเครื่องกลไกอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชั่นบอกวันและวันที่ ซึ่งนาฬิกาเรือนนี้สามารถดำน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร สวมใส่ด้วยสายลวดลายคาร์บอนเคฟล่า ผลิตออกมาจำนวนจำกัดและบ่งบอกอย่างชัดเจนบนหน้าปัด จึงเป็นเหมือนการรวมทั้งความเป็นแฟชั่น และสปอร์ตได้ในเวลาเดียวกัน

Content by Poramin T.

Related Post

10 ห้องสมุดที่เราะแนะนำว่า “คุณควรจะไปสักครั้งในชีวิต”

ขึ้นชื่อว่าห้องสมุดแน่นอนว่าต้องมีหนังสือที่อัดแน่นไว้ด้วยความรู้และเรื่องราวมากมาย แต่บนโลกใบนี้ห้องสมุดที่เก็บหนังสือและมีบรรยากาศที่น่านั่งอ่านหาความรู้มั้งวันมีไม่มากนัก และนี่คือ 10 ห้องสมุดที่เราะแนะนำว่า “คุณควรจะไปสักครั้งในชีวิต”

The Admont Library in Admont, Austria

The_Admont_Library_in_Admont,_Austria_
ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาแอลป์ เป็นห้องสมุดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรก ออกแบบโดย Jpseph Hueber ในปี 1776

George Peabody Library in Baltimore, USA

George_Peabody_Library_in_Baltimore,_USA_
ก่อตั้งจากกองทุนของนาย George Peabody เพื่อเป็นสมบัติของสาธารณะ ก่อสร้างในศตวรรษที่ 19 โดยสถาปนิก Edmund Lind เป็นห้องสมุดที่มีชื่อเสียงทางด้านการตกแต่งภายใน

The Royal Library of Copenhagen, Denmark

beinecke-2
สร้างเสร็จในปี 1999 เป็นห้องสมุดประจำชาติเดนมาร์ก ซึ่งวัสดุภายนอกเป็นหินแกรนิตสีดำขัด เมื่อรวมกับทรงตึกแล้ว ห้องสมุดนี้จึงมีสมญานามว่า Black Dimond

Boston Public Library in Boston, USA

2011_BatesHall_BostonPublicLibrary_USA_6597714759
ภายในห้องสมุดมีสิ่งของและหนังสือรวมกันเฉียด 23 ล้านชิ้น สถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป ออกทุนสร้างโดยนาย Joshua Bates ในปี 1852 ซึ่งมีข้อแม้ว่าห้องสมุดนี้ต้องเปิดให้ประชาชนสามารเข้าใช้ได้ฟรี

Stuttgart City Library, Germany

Stuttgart_City_Library,_Germany_
ห้องสมุดของเมืองสตุทการ์ท สถาปัตยกรรมได้รับแรงบรรดาลใจจากวิหารแพนธีออนในกรุงโรมโบราณ เพ้นท์ทั้งห้องเป็นสีขาว และสร้างบรรยากาศสีสันจากหนังสือ

Jose Vasconcelos Library, Mexico

Jose_Vasconcelos_Library,_Mexico_
ออกแบบโดยสถาปนิก Alberto Kalach ซึ่งตัวโครงสร้างใช้คอนกรีตกับกระจกเป็นส่วนใหญ่ มีโครงกระดูกของปลาวาฬขนาดยักษ์อยู่ตรงกลาง ซึ่งห้องสมุดตั้งชื่อตามนักจิตวิทยาและนักการเมือง Jose Vasconcelos

Vennesla Library and Cultural Center, Norway

Vennesla_Library_and_Cultural_Center,_Norway_
ห้องสมุดในนอร์เวย์ที่ใช้ส่วนโค้งของของเสาที่เรียกว่า Arcs (อาค) ในการพยุงหลังคา ซึ่งตัวโครงสร้างอาคารเองก็ได้รับแรงงบรรดาลใจจากกระดูกซี่โครงของปลาวาฬเช่นกัน

Alexandria Library, Egypt

Alexandria_Library,_Egypt_
หอสมุดอเล็กซานเดรียอันแรกก่อตั้งประมาณสามทศวรรษก่อนคริสตกาลและถูกทำลายเพราะสงครามในเวลาต่อมา ส่วนหอสมุดอันใหม่ก่อสร้างในปี 2002 ออกแบบโดยทีมสถาปนิก Snohetta

Sainte-Genevieve Library in Paris, France

Salle_de_lecture_Bibliotheque_Sainte-Genevieve_n02
ถือเป็นห้องสมุดประจำของเหล่านักศึกษาจากมหาวิทยาลัยในปารีส ก่อสร้างช่วงกลางศควรรษที่ 19 โดยสถาปนิก Henri Labrouste

New York Public Library, USA

New_York_Public_Library,_USA_
ห้องสมุดขนาดใหญ่ที่มีหนังสือและสิ่งของรวมกันประมาณ 53 ล้านชิ้น เคยเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใช้หินอ่อนมากที่สุด
มีขนาดความยาว 297 ฟุต กว้าง 87 ฟุต และมีโต๊ะไม้โอ้กยาวอีก 42 ตัว

Content by Editorial Team

Related Post