ทำไม Prospex ถึงเป็นนาฬิกาที่เหมาะกับคน Gen Y

คนเราถึงจะไม่ค่อยชอบใส่เครื่องประดับ ผมว่ายังไงก็ยังต้องมีนาฬิกาสักเรือนใส่ติดข้อมือไว้เสมอ นาฬิกาจึงเป็นเหมือนเครื่องประดับพื้นฐาน ที่นอกจากจะช่วยบอกเวลาแล้ว ยังบ่งบอกถึงรสนิยม รวมถึงไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่ โดยดีไซน์และรุ่นของนาฬิกาก็มีมากมายหลากหลายให้เลือกตามความชอบ

ในวันนี้ผมอยากพูดถึงนาฬิแบรนด์หนึ่งที่ดูโดดเด่นในบ้านเราในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อย่างนาฬิกาตระกูล Prospex จาก SEIKO กัน แต่ก่อนที่เราจะพูดถึงเหตุผลว่าทำไมนาฬิกาตระกูลนี้ ถึงได้เหมาะสมกับกลุ่ม Gen Y เราขอพูดถึงไลฟ์สไตล์ของคน Gen Y กันเสียหน่อย จะว่าไปแล้วหลายๆ บทความก็กล่าวถึงเรื่องนี้กันไปแล้ว แต่เราจะขอมาสรุปให้เห็นถึงความโดดเด่นของ Gen Y กัน

– Gen Y คือคนส่วนใหญ่ที่เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2523 – 2533  เป็นกลุ่มคนที่เกิดและเติบโตขึ้นมาในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ค่านิยม และความคิดอย่างมากมาย

– ทำให้คน Gen Y เป็นคนที่ทันสมัย ไม่ตกยุค เพราะเติบโตมากับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ได้เห็นและเรียนรู้มาโดยตลอด ในทางกลับกันก็เป็นคนที่เบื่อง่าย ดังนั้น คนกลุ่มนี้จึงมีลักษณะที่ด้านนึงจะชื่นชอบความหวือหวา กล้าคิด กล้าแสดงออกถึงความสามารถและมีความเป็นตัวของตัวเองสูง

– นอกจากนี้คน Gen Y ยังมีพลังในตัวเองมาก มั่นใจในตัวเอง ชอบคิดแบบนอกกรอบ ชอบพัฒนาและท้าทายตัวเองอยู่เสมอ มีความคิดแปลกแหวกแนว และชอบการผจญภัย

นี่คือพฤติกรรมหลักๆ ของคน Gen Y เจเนอเรชั่นที่เรากำลังบอกว่า นาฬิกาในตระกูล Prospex ของ SEIKO เหมาะกับคน Gen Y มากที่สุด นั่นเป็นเพราะ SEIKO Prospex ได้รวบรวมเอาจุดเด่นของนาฬิกาสปอร์ตของ SEIKO เข้าไว้ด้วยกันในคอลเลกชันเดียว ทั้งความแข็งแรง ทนทาน มีดีไซน์และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ ตรงตามไลฟ์สไตล์ของคน Gen Y

คิดจากแรงบันดาลใจ 

คอลเลกชัน SEIKO Prospex แต่ละคอลเลกชันที่ผลิตออกมา ล้วนแต่คิดขึ้นมาจากแรงบันดาลใจต่างๆ ที่มีอยู่รอบๆ ตัวหลายๆคนอาจมีหรือได้ยินชื่อต่างๆมากมายเช่น นาฬิการุ่นยอดนิยมหนึ่งในคอลเลกชั่น Prospex ที่มีเคสรูปร่างกลมใหญ่ โดยผลิตออกมาครั้งแรกในปี 2012 และได้รับเสียงตอบรับที่ดีเสมอมา จนได้รับการขนานนามมาจากกลุ่มแฟนคลับชาวไทย ที่เห็นรูปทรงของนาฬิการุ่นนี้แล้วนึกถึงนักสู้ร่างใหญ่จากศิลปะการต่อสู้ประจำชาติของญี่ปุ่น ที่มีความแข็งแกร่ง อดทน ออกมาเป็น SEIKO SUMO ดีไซน์คมเข้ม สไตล์ญี่ปุ่น หรือ SEIKO ZIMBE ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฉลามวาฬ นักเดินทางแห่งท้องทะเล ซึ่งเริ่มเปิดตัวในครั้งแรกเมื่อปี 2016 ใน 3 รุ่นด้วยกันจนตอนนี้คอลเลกชัน SEIKO ZIMBE ออกมาเป็นซีรีย์ที่ 4 แล้ว และผลิตออกมาเพียง 1,639 เรือนเท่านั้น (ซีรีย์ 1-3 จำหน่ายหมดหมดเป็นที่เรียบร้อย)

ทนทานท้าทายทุกสภาพอากาศ

ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพอยู่แล้วสำหรับนาฬิกา SEIKO จากแดนปลาดิบ การันตีจากความสำเร็จยาวนานกว่า 130 ปี วัสดุที่นำมาประกอบเป็นตัวเรือนเป็นวัสดุที่มีคุณภาพ สายสแตนเลสตีลคุณภาพสูง และกระจกซัฟไฟร์ ป้องกันรอยขีดข่วนเป็นอย่างดี แถมยังมีฟังก์ชัน Lumibite สารเรืองแสง ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นอีกสิ่งที่โดดเด่นของนาฬิกา SEIKO ที่จะช่วยให้คุณสามารถมองเห็นในสภาวะแสงน้อย หรือระหว่างที่กำลังดำดิ่งลงไปใต้ท้องทะเล เช่น SEIKO Prospex SBDC031, SEIKO Prospex Zimbe Limited Edition  นอกจากความสวยงามของดีไซน์ ความแข็งแกร่งจึงเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งที่มองข้าม SEIKO Prospex ไม่ได้เลย

ด้วยความแข็งแกร่ง ทนทาน นวัตกรรม และดีไซน์ของ SEIKO Prospex นี่จึงเป็นเหตุผลหลักๆ ที่ตอบโจทย์ว่าทำไม SEIKO Prospex ถึงได้เหมาะสมกับคน Gen Y อย่างเราๆ ก็เพราะผมว่า นอกเหนือจากมีไว้บอกเวลาแล้ว บางครั้งมันก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับเราได้อีกด้วย

Related Post

มีหลายเหตุผลจริงๆ ที่คุณจะไม่สามารถปฏิเสธนาฬิกาโรเล็กซ์ได้

Iconic crown

แบรนด์นาฬิการะดับตำนานที่โด่งดังจนเป็นมากกว่าเครื่องบอกเวลาธรรมดาๆ ไปแล้ว แถมเมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปคุณค่าในตัวยังทวีคูณมากยิ่งกว่าเงินฝากในบัญชีเสียอีก

opener-rolex-w1

ก่อนเราจะไปเริ่มว่าทำไมเวลาเลือกซื้อนาฬิกาคุณถึงต้องมองไปที่ Rolex (โรเล็กซ์) เป็นอันดับแรก แล้วแบรนด์นี้เขามีดีอะไรทำไมถึงอยู่ยงคงกระพันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 มารู้จักกับแนวคิดของ Rolex สั้นๆ นั่นคือ การเน้นไปที่นวัตกรรมซึ่งจะเห็นว่าวิวัฒนาการของชิ้นส่วนหลายชิ้นนั้นถูกเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็ต้องขอบหน้าปัดของรุ่น Submariner หรือ GMT ที่แต่ก่อนนั้นจะใช้เป็นขอบฟิล์ม หรือเก่ามากๆ ก็เป็นแบคกาไลต์ แต่ปัจจุบันนี้นั้นเปลี่ยน
เป็นขอบเซรามิกกันหมดแล้ว ถัดมาคือเรื่องของความแม่นยำ ถ้าหากคุณไปเปิดดูเครื่องของ Rolex นั้นจะมีการพัฒนาตลอดเวลา ยกตัวอย่างที่เห็นกันได้ชัดๆ ก็เครื่องของรุ่น Datejust เครื่องที่อาจจะคุ้นตาเหล่านักสะสมส่วนมากจะเป็นเครื่องกลไกอัตโนมัติจักรสีม่วงหรือที่นักเล่นเรียกกันสั้นๆ ว่า ‘เครื่องจักรม่วง’ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเครื่องจักรม่วงแต่ละตัวนั้นคุณเปิดมาอาจจะไม่เหมือนกัน 100 เปอร์เซ็นต์ Rolex มีการพัฒนาชิ้นส่วนในเครื่องตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน แล้วรู้หรือไม่ว่ามีเครื่องกลไกอัตโนมัติอีกหนึ่งเครื่องที่ทำตลาดในช่วงสั้นๆ นักสะสมจะเรียกเครื่องนั้นว่าเครื่องผีเสื้อ โรเตอร์ จะมีการเจาะรูให้เห็นเครื่องด้านในสวยงาม และเป็นหนึ่งในเครื่องที่สวยขึ้นหิ้งที่ออกมาจากโรงงาน Rolex และสุดท้ายสิ่งที่ Rolex เน้นก็คือฟังก์ชั่นการใช้งาน แต่ละรุ่นจะมีเป้าหมายในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น Sea-Dweller ก็ออกมาเพื่อนักประดาน้ำลึก Yacht-Master ก็สำหรับนักเล่นเรือใบ Day-Date ก็สำหรับนักธุรกิจที่เฟ้นหาความสมบูรณ์แบบ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
ไม่ว่าจะรุ่นอะไรส่วนใหญ่ถ้าขึ้นชื่อว่า Rolex ยากเหลือเกินที่เมื่อกาลเวลาผ่านพ้นไปมูลค่าในตัวจะไม่เพิ่มพูนขึ้น เอาล่ะคุณ ก็รู้จักกับ Rolex มาคร่าวๆ แล้ววันนี้เราก็มี 7 ข้อดีๆ ที่ทำไมใครๆ ก็ต้องมีนาฬิกา Rolex ติดไว้สักเรือนสองเรือน

เสน่ห์เหนือกาลเวลา

ด้วยดีไซน์การออกแบบนาฬิกาที่มีเอกลักษณ์จะสังเกตได้ว่าทุกรุ่นของ Rolex นั้นแทบจะส่งทอดดีเอ็นเอกันมาแบบไม่ตกหล่นจริงๆ แม้จะเปิดตัวออกมาต่างกันนานแค่ไหน รับประกันได้เลยว่าหากนำมาวางคู่กันคุณเองก็ต้องดูออกว่านี่ล่ะสายเลือดเดียวกันจริงๆ มิหนำซ้ำการดีไซน์แบบนี้ยังทำให้นาฬิกาหลายๆ รุ่นของ Rolex นั้นเป็นเหมือนไอค่อนที่ข้ามยุคข้ามสมัยมา

บุคคลสำคัญให้ความไว้วางใจ

คือหลายๆ รุ่นนั้นไม่ใช่ว่าเพิ่งจะดังเปรี้ยงปร้างกันในยุคนี้ แต่เขาดังเป็นพลุแตกมาตั้งแต่อดีตก่อนที่จะมีโทรศัพท์มือถือ
ให้คุณใช้เสียอีก อย่างรุ่น Day-Date นั้นก็มีชื่อเล่นว่า “นาฬิกาประธานาธิบดี” เพราะประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกานั้นเขาเลือกสวมใส่ในชีวิตประจำวันจริงๆ

จุดเริ่มต้นของการสร้างบทสนทนา

ด้วยเรื่องราวของแบรนด์ที่มีมาอย่างยาวนาน ทำให้ทุกครั้งในบทสนทนาของสุภาพบุรุษนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีการถามไถ่ถึงนาฬิกา Rolex ที่แต่ละคนมีเก็บไว้ในคอลเลกชั่น และที่สำคัญนั้นระดับความหายากง่ายของแต่ละรุ่นก็ไม่เท่ากันอีกต่างหาก นั่นก็จะเป็นอีกหนึ่งในเรื่องที่หลายคนอยากรู้ว่าไปหามาครอบครองได้อย่างไร

คุณภาพที่ผ่านการทดสอบ

แน่นอนว่านาฬิการะดับไฮเอนด์ขนาดนี้นั้นก็ต้องผ่านการทดสอบมาแทบจะทุกสภาวะอากาศและแรงกดดันอย่างแน่นอน แต่ถึงจะอธิบายยาวเหยียดว่ามีอะไรบ้างในการทดสอบนั้นหลายคนคงเบื่อแน่ๆ แต่หากลองสังเกตว่านาฬิกาโรเล็กซ์หลายๆ เรือนติดมือบรรพบุรุษของคุณมากี่รุ่นแล้ว ก็คงจะพอบอกได้แล้วล่ะว่าคุณภาพและความแม่นยำของการเดินนั้นอยู่ระดับใด

โดดเด่นโดยไม่ต้องพูดจา

เมื่อสวมใส่นาฬิกา Rolex บนข้อมือนั้นคุณไม่จำเป็นต้องบอกใครด้วยซ้ำว่าใส่นาฬิกาอะไร นาฬิกา Rolex ที่สวมใส่บนข้อมือของคุณนั้นได้ทำหน้าที่นี้ให้คุณไปเรียบร้อยแล้ว เพราะล่าสุดเพิ่งจะได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของปี 2559 จากการรายงานของ Global Reptrak® 100 ของ Reputation Institute

ผลิตจากวัสดุชั้นเลิศ

การผลิตนาฬิกาให้มีอายุการใช้งานข้ามศตวรรษนั้นก็ต้องเลือกแต่วัสดุที่มีคุณภาพและทนทาน รุ่นสเตนเลสสตีลของ Rolex นั้นจะใช้แต่เหล็กกล้า 904L ที่เป็นโลหะทนการกร่อนได้สูงและทนทานกว่าเหล็กทั่วไปหลายเท่า ส่วนทองคำนั้นก็เลือกใช้เฉพาะทองคำ 18 กะรัต มีความทนทานและผิวมันวาว และสำหรับรุ่นที่มีเพชรประดับนั้นหากคุณส่องด้วยตาเปล่ารับรอง
ว่าดูไม่ออกว่าเม็ดไหนใหญ่หรือเล็กกว่ากัน เพราะอัญมณีแต่ละชิ้นนั้นผ่านการคัดกรองโดยแผนกอัญมณีของ Rolex มาแล้ว

สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ

หลายๆ คนนั้นมีเป้าหมายในชีวิตที่แตกต่างกัน แต่สำหรับผู้ชายแล้วนาฬิกาข้อมือนั้นน่าจะเป็นเครื่องประดับที่เป็นได้ทั้งเครื่องบอกเวลาและทรัพย์สินที่เพิ่มมูลค่าด้วยตัวมันเอง จึงไม่น่าแปลกใจนักที่นาฬิกาจะเป็นเป้าหมายในชีวิตของใครหลายๆ คน
ที่ต้องตั้งใจทำงานเก็บเงินเพื่อให้ได้รุ่นที่ต้องการมาครอบครอง

Related Post

Piaget Altiplano เรือนนี้บางเพียง 5 มิลลิเมตร และเต็มไปด้วยความพิถีพิถันชั้นครู

Altiplano รุ่นใหม่ๆ นั้น นอกจากจะพัฒนาเครื่องกลไกอันซับซ้อนภายในแล้ว ตัวเรือนยังได้รับแรงบันดาลใจของโลโก้ดั้งเดิม ตำแหน่งเลขบอกเวลาทำจากทองคำ และสัญลักษณ์รูปกางเขนเส้นบางเฉียบกลางหน้าปัดมาจากเรือนเวลารุ่นวินเทจอีกด้วย สองเรือนแรกที่เผยโฉมในคอลเลกชั่นใหม่นี้โดดเด่นที่หน้าปัดสีมิดไนท์บลู ซึ่งเป็นสีตำนานของแบรนด์ และออกมาได้จังหวะพอดิบพอดี เพราะ ถือว่าเป็นที่กลับมาฮิต ในการผลิตนาฬิกาชั้นสูงอีกครั้งในช่วงไตรมาสนี้

โดย Altiplano นั้นมีให้เลือกทั้งเรือนที่มีกลไกขึ้นลานด้วยมือ ตัวเรือนขนาด 38 มิลลิเมตร และเรือนที่ขึ้นลานอัตโนมัติ ตัวเรือนขนาด 43 มิลลิเมตร ถ้าถามเรานะ เราว่าเรือนแรกดูจะเคารพจิตวิญญาณดั้งเดิมของแบรนด์ตั้งแต่ก่อตั้ง ในขณะที่เรือนที่สองแสดงออกถึงความร่วมสมัย ถ้าตัดเรื่องกลไกภายในออกไป เราจึงแนะนำได้เลยว่าคุณควรจะพิจารณารสนิยม และขนาดข้อมือของตัวเองล้วนๆเลยล่ะ ส่วนนาฬิกาอัตโนมัติอีกสามเรือนในคอลเลกชั่นก็เป็นรุ่นที่ออกมาเพื่อฉลอง 60 ปีของแบรนด์เช่นกัน ตัวเรือนขนาด 40 มิลลิเมตร พร้อมฟังก์ชั่นบอกเวลา หน้าปัดสีเทาอิฐ ตัวเรือนทำจากไวท์โกลด์ และมีรุ่นหน้าปัดสีมิดไนท์บลู ตัวเรือนทำจากโรสโกลด์ให้เลือกอีกด้วย

เอกลักษณ์ความบางที่เกิน 5 มิลลิเมตรมาเพียงเสี้ยว ทำให้ตัวเรือนขนาด 43 มิลลิเมตร กลายมาเป็นนาฬิกาเรือนที่บางที่สุดในคอลเลกชั่น แอบกระซิบว่า Piaget เคยได้รับการบันทึกว่าเป็นนาฬิกาที่มีตัวเรือนบางที่สุดจากรุ่น Altiplano 900Pมาแล้ว ด้วยกลไกขึ้นลานด้วยมือ ความบาง 3.65 มิลลิเมตรรวมตัวเรือนแล้ว นาฬิการุ่น Altiplano เรือนแรกถือกำเนิดขึ้นในปีค.ศ. 1957 พร้อมกลไกขึ้นลานด้วยมือ 9P ที่หนาเพียง 2 มิลลิเมตรนี้ได้รับการบันทึกสถิติ ก่อนจะถูกโค่นลงด้วย รุ่น 12P ที่เปิดตัวตามมาในปีค.ศ. 1960 และกลายมาเป็นนนาฬิกาขึ้นลานด้วยมือที่บางที่สุดในโลก

เมื่อปีค.ศ. 2012 Piaget ได้จัดงานฉลองครบรอบ 50 ปีของรุ่น 12P ไป โดยเปิดตัวนาฬิการุ่น 1200P ร่วมสายเลือด เป็นผลจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องถึงสามปี Chrono in 24 Hours

Jean-Franc5ois Pie`ge (ฌ็อง ฟรองซัวส์ พิแยช) เป็นเฟซให้ Piaget เคียงข้างกับนักแสดงอย่าง Ryan Reynolds (ไรอัน เรย์โนลด์ส) และนักประพันธ์อย่าง Joel Dicker (โชแอล ดิคเกอร์) ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ให้เชฟมือรางวัลคนนี้ได้ขยายฐานความรักของตัวเองไปสู่เรือนเวลาอันแสน คุณจำนาฬิกาเรือนแรกได้ไหมจำได้ครับ ตอนนั้นผมอายุประมาณ 12-13 ขวบ เป็นนาฬิกาควอตซ์ธรรมดาๆ
แต่ผมรักมาก แต่ตั้งแต่อายุ 25 ปีมานี้ ผมก็อยากได้นาฬิกาแบรนด์ดังๆมาตลอดถ้าต้องเลือกนาฬิกาสักเรือน คุณเลือกจากอะไร อย่างแรกเลยคือผมเป็นคนรักนาฬิกา เป็นพวกบ้าสิ่งที่มองไม่เห็นได้ด้วยตาอย่างกลไก ความซับซ้อนอยู่ประมาณหนึ่ง และแน่นอนครับว่าผมต้องชอบรูปร่างหน้าตาของนาฬิกาแล้วตอนนี้คุณสวมนาฬิกาเรือนไหนอยู่ผมใส่รุ่น Polo S พื้นหน้า

Related Post

ชมการเปิดตัว TAG Heuer Connected Watch Modular 45 ก่อนใครที่นี่

Related Post

ของขวัญชิ้นพิเศษที่จะแทนความหมายแห่งความรักของคุณได้เป็นอย่างดี

Travelers Love

ของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับคนรักของคุณที่จะทำให้คุณและคนรักได้ท่องเวลาไปทั่วโลกแบบโรแมนติก

pack26745-1_w2.1

เซอร์ไพรส์คนรักของคุณด้วยนาฬิกา Patek Philippe (ปาเต๊ก ฟิลิปส์) รุ่น 7175R-001 ที่ผลิต
ออกมาเพียงแค่ 450 เรือนทั่วโลก โดยปกติแล้ว Patek Philippe ไม่ค่อยได้ผลิตนาฬิกาซับซ้อนสำหรับผู้หญิงออกมาให้เห็นกันบ่อยนัก แต่คอลเลกชั่นฉลองครบรอบ 175 ปีเรือนนี้นั้นเป็นหนึ่งในไอเท็มสะสมที่ผู้หญิงพลาดไม่ได้จริงๆ ตัวเรือนโรสโกลด์ 18 K ขนาด 38 มิลลิเมตร หนา 9.36 มิลลิเมตร ขับเคลื่อนด้วยเครื่องกลไกอัตโนมัติ 240 HU LU (ใช้เครื่องแบบเดียวกับรุ่น 5575G-001 ของคุณสุภาพบุรุษ) มีฟังก์ชั่นบอกเวลารอบโลก 24 โซนเวลา ฟังก์ชั่นพระจันทร์กลางหน้าปัด และฟังก์ชั่น บอกเวลากลางวันกลางคืนรวม 24 ชั่วโมง สำรองพลังงานได้สูงสุด 48 ชั่วโมง ฝาหลังบ่งบอกถึงความพิเศษด้วยการสลัก “Patek Philippe Heneve 175(e) Anniversaire 1839-2014’’ สวมใส่ด้วยสายหนังจระเข้สีคาราเมลพร้อมบานพับโรสโกลด์สลัก “Patek Philippe 1839-2014” ที่สำคัญนาฬิกาเรือนนี้นั้นมีมูลค่าที่เป็นความหมายและแทนความรู้สึกของคุณได้เป็นอย่างดี เพราะราคาที่ออกมา ณ วันแรกอยู่ที่ประมาณ 1.5 
ล้านบาท แต่ปัจจุบันราคาพุ่งขึ้นไปสูงถึง 3.5 ล้านบาทแล้ว และในอนาคตก็มีทีท่าว่าจะพุ่งไม่หยุดเสียด้วยซ้ำ ไม่ต่างอะไรจากความรักของคุณที่มีให้เธอ ที่จะเพิ่มมากขึ้นไปอีกทุกๆ วัน

Related Post

ภายนอก Tissot เรือนนี้อาจจะดูเรียบง่าย แต่หัวใจด้านในนั้นแข็งแกร่งและทนทาน

Smart & Classic

นาฬิกาที่ดูดีนั้นไม่ใช่ว่าจะมองดูจากภายนอกเพียงอย่างเดียวแต่ภายในนั้นก็ต้องมีสิ่งที่คู่ควรกับภายนอกด้วยเช่นกัน

T108_408_16_057_00

ตัวเรือน

วัสดุสเตนเลสสตีลขนาด 41 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนขัดลาย Cloud de Paris เพิ่มความลงตัวได้เป็นอย่างดี

สายนาฬิกา

มีให้เลือกทั้งสายสเตนเลสสตีลพร้อมบานพับแบบซ่อนและสายหนังแท้พร้อมหัวเข็มขัดสเตนเลสสตีล

การรับรอง

ความแม่นยำในการเดินของนาฬิกาเรือนนี้นั้นได้ผ่านการรับรองความเที่ยงตรงระดับโครโนมีเตอร์จากสถาบัน COSC

หน้าปัด

พื้นหน้าปัดสีดำ

เครื่อง

ระบบกลไกอัตโนมัติ บาลานซ์สปริงของรุ่นนี้นั้นใช้วัสดุซิลิคอนซึ่งเป็นครั้งแรกในนาฬิกา Tissot ทำให้เครื่องสามารถทำงานต่อไปได้ตามปกติแม้จะมีแรงของแม่เหล็กมากระทบก็ตาม และยังสำรองพลังงานได้นานสูงสุดถึง 80 ชั่วโมง

 

Related Post

ดีไซน์ที่ลงตัวระหว่างรถยนต์ระดับตำนานและนาฬิกาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร

high Performance

ในปี 2011 แบรนด์นาฬิกา Hublot ได้จับมือกับ Ferrari ผลิตเรือนเวลาไซส์ใหญ่ที่ได้แรงบันดาลใจ มาจากรถซูเปอร์คาร์ และปีนี้ทั้งสองก็กลับมาร่วมงานอีกครั้ง ภายใต้ชื่อรุ่น Big Bang Ferrari

นาฬิกาตาย

ภายใต้การดีไซน์แบบใหม่ครั้งนี้นั้นดึงเอาเป็นความเอกลักษณ์
ของทั้งสองค่ายและความลงตัวในตำแหน่งแต่ละตำแหน่งของนาฬิกาได้เป็นอย่างดี ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 45 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนไทเทเนียมที่รูขันน็อตล็อกหน้าปัดนั้นเว้าลงไป แสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมในการผลิตที่ล้ำสมัยและรูปทรงที่ลงตัวมากขึ้น หน้าปัด
ใช้วัสดุแซฟไฟร์โปร่งแสงเพื่อแสดงให้เห็นถึงกลไกที่ทำงานอยู่ภายใน ประทับสัญลักษณ์ Ferrrai ที่ผลิตจากโรเดียมไว้เหนือหลัก 6 นาฬิกา วงทดนาทีโครโนกราฟและหน้าต่างแสดงวันที่นั้นออกแบบโดยใช้แรงบันดาลใจจากหน้าปัดแสดงผลความเร็วใน Ferrari ส่วนพื้น
สีเหลืองในช่องวันที่นั้นเป็นสีเดียวกับหน้าปัดความเร็วแสดงผลความเร็วในรถเลย ส่วนหน้าต่างแสดงวินาทีในด้าน 9 นาฬิกานั้น
ใช้แรงบันดาลใจจากช่องระบายอากาศของรถ หลักชั่วโมงนั้นก็ออกแบบมาให้ดูเป็นสามมิติมากขึ้นคุณจะรู้สึกได้ว่ามีความเป็น
ชั้นเวลามองเข้าไป ในส่วนของข้างตัวเรือนนั้นคุณจะสังเกตุว่ามีเส้นสีแดงๆ คาดอยู่ตรงกลางไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นล่ะคือเอกลักษณ์ด้านท้ายของรถรุ่น La Ferrari ที่ได้นำมาใส่เอาไว้ด้วย ภายในขับเคลื่อนด้วยเครื่องกลไกอัตโนมัติจากโรงงาน Hublot สำรองพลังงานได้นาน 72 ชั่วโมง กันน้ำได้ลึกสูงสุด 100 เมตร ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจกแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วน สวมใส่ด้วยสายหนังอัลคันทาราสีดำ พร้อมบานพับไทเทเนียมขัดลายซาติน และที่สำคัญรุ่นที่เป็นไทเทเนียมนี้ผลิตออกมาเพียง 1000 เรือนทั่วโลก ส่วนในรุ่นคิงโกลด์และคาร์บอนนั้นผลิตออกมาอย่างละ 500 เรือนเท่านั้น 
สำหรับสาวก Ferrai บอกเลยว่าไม่ควรพลาดจริงๆ

Related Post

7 นาฬิกาเรือนเด่นจากงาน SIHH 2017 ที่เราคัดสรรมาให้ชมก่อนใคร

ก็ใช่ว่าวงการนาฬิกาปีนี้จะไม่กระทบกับเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลง แต่ไม่ว่าอย่างไรแบรนด์นาฬิกาทุกแบรนด์นั้นก็ต้องยืนหยัดในการโชว์ผลงานอย่างต่อเนื่องแบบหยุดไม่ได้ และงาน SIHH 2017 คราวนี้เราก็หยิบเอาเรือนเด่น 7 เรือนมาเสริฟ์ให้คุณได้เชยชมก่อนใคร ส่วนใครอยากจะเห็นรายละเอียดกันแบบชัดๆ อดใจรอกันอีกสักนิดติดตามได้ในนิตยสารลอปติมัมไทยแลนด์เช่นเคย

Cartier รุ่น Drive de Cartier Moon Phases อันที่จริงคอลเลคชั่น Drive de Cartier นั้นเปิดตัวให้เห็นกันตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ก็๋ยังไม่มีรุ่นใดที่มีฟังก์ชั่นมูนเฟสให้เห็น ในปีนี้ Cartier ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ที่รอคอยผิดหวังอัญเชิญพระจันทร์มาประดับบนหน้าปัดเป็นที่เรียบร้อย

cartier

IWC รุ่น Da Vinci Chronograph Edition “Laureus Sport for Good Foundation” ปีนี้ต้องบอกว่าเป็นการอัพเดทรุ่น Da Vinci ใหม่ทั้งหมด และรุ่นพิเศษนี้คือรุ่นการกุศลประจำปีนี้นั่นเอง

iwc

Jaeger-LeCoultre รุ่น Geophysic Universal Time อันที่จริงเรือนนี้นั้นเป็นรุ่นที่ออกมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ปีนี้ได้เพิ่มสายสเตนเลสสตีลมาให้ได้เลือกสรรมากขึ้น เพราะเดิมทีนั้นมีให้เลือกแต่สายหนังเท่านั้น

jlc

A. Lange & Söhne รุ่น 1815 Annual Calendar รุ่นนี้ออกมาตอบโจทย์ความต้องการของคนที่อยากจะมีนาฬิกาคอมพลิเคชั่นไว้ครอบครอง แล้วก็ไม่ต้องการที่จะจ่ายแพงถึงขั้นที่มีฟังก์ชั่นเพอร์เพทชวลคาเลนดาร์นั่นเอง

lange

HYT รุ่น Skull Axl Rose เป็นรุ่นพิเศษสำหรับปีนี้ โดยแอกเซิล โรส แห่งวง Guns N’ Roses เป็นผู้ร่วมมือในการออกแบบ

hyt

MB&F รุ่น HM7 Aquapod ออกแบบให้ดูเหมือนแมงกะพรุน บอกเวลาด้วยวงแหวนสองวง อ่านตรงขีดสีฟ้า อย่างในภาพนี้นั้นเวลาประมาณ 6 โมง 53 นาที

mb&f

Panerai  รุ่น Luminor Submersible 1950 BMG-Tech 3 Days Automatic 47 mm (PAM00692) ตัวเรือนวัสดุใชวัสดุใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า BMG เป็นหนึ่งในเรือนที่โดดเด่นในงานครี่งนี้

panerai

 

Related Post

นาฬิกาดำน้ำที่มาพร้อมเรื่องราวและตำนานสำหรับคนถนัดซ้ายตัวจริง

Left – Hand Diver

หนึ่งในอุปสรรคสุดเศร้าสำหรับชาวมือซ้ายคือการที่ต้องถอดนาฬิกาออกจากข้อมือทุกครั้งที่ต้องการปรับเม็ดมะยม แต่วันนี้ถึงเวลาที่คนถนัดซ้ายจะได้เฮกันแล้ว … แต่ก็แอบเดือดร้อนกระเป๋าสตางค์กันอย่างแน่นอน

ต้องบอกก่อนเลยว่านาฬิกาที่มีเม็ดมะยมอยู่ฝั่งซ้ายนั้นตามปกติแล้วคือของหายากในวงการนาฬิกาวินเทจและในยุคปัจจุบัน
ก็ไม่ได้มีให้เลือกซื้อกันทุกรุ่นเช่นกัน ปกติคุณมักจะเจอกับเม็ดมะยมฝั่งขวากันเสียส่วนใหญ่ หรือจะพูดง่ายๆ ว่านาฬิกา
ที่ออกจำหน่ายแต่ละปีนั้น เป็นเม็ดมะยมฝั่งขวาราว 95 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่านั้น แต่เม็ดมะยมซ้ายจะมีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์หรือน้อยกว่านั้น นั่นก็จะหมายความว่านาฬิกาเม็ดมะยมซ้ายก็จะกลายเป็นของหายากในอนาคตอันไกลหรืออันใกล้นี้แน่ๆ

PELAGOS LHD 1

แต่ที่ต้องเฮกันดังๆ เพราะ Tudor (ทิวดอร์) เพิ่งจะเปิดตัวรุ่น Pelagos LHD ตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตร ไปได้ไม่นาน เรามาเริ่มสาธยายถึงความเจ๋งของนาฬิกาเรือนนี้กันก่อน บอกเลยว่ารูปลักษณ์นั้นเท่มากๆ หลักชั่วโมง เข็มนาฬิกา ตัวอักษร และหลักนาทีบนขอบหมุนนั้นใช้สีเบจตัดกับหน้าปัดสีดำ และขอบหมุนวัสดุเซรามิกสีดำ ซึ่งในอดีตนั้นกว่าคุณจะได้หลักชั่วโมง เข็มนาฬิกา ตัวอักษร และหลักนาทีบนขอบหมุนเป็นสีเบจอมเหลืองขนาดนี้ต้องใส่และดูแลกันแบบยาวๆ เป็นเวลานับสิบปีรอให้สารที่เคลือบนั้นค่อยๆ เปลี่ยนสีไปตามอายุ แต่ใน Pelagos LHD ไม่ต้องรอให้เสียเวลา มีมาให้หล่อกันตั้งแต่วันแรกที่แกะกล่อง ถัดมาก็เป็นตัวอักษรบรรทัดที่บอกชื่อรุ่น Pelagos พิมพ์เป็นตัวสีแดง ต้องบอกว่าถ้าอยู่ในรุ่นวินเทจของค่ายมงกุฎนั้นราคาทะลุทะลวงกระเป๋าสตางค์ฉีกกันไปแล้ว แต่เราก็คาดว่าหากรุ่นนี้ผลิตกันแค่ปีเดียวและขายออกไปไม่เยอะ รับรองเลยในอนาคตหากใส่และรักษาอย่างทะนุถนอม ราคาของนาฬิกาเรือนนี้คงน่าตกใจไม่ใช่น้อย และถัดมาที่โดดเด่นที่สุดและจะพลาดไม่ได้เลยคือเม็ดมะยมที่ติดตั้งอยู่ฝั่งซ้าย หรือพระเอกของเรือนนี้ที่มีตำนานในอดีต ครั้งที่กองทัพเรือฝรั่งเศสสั่งผลิตให้ทหารใช้โดยเฉพาะนักสะสมจึงชอบมากเป็นพิเศษส่วนที่เป็นทุนเดิมของ Pelagos เรือนนี้อยู่แล้วคือเข็มชั่วโมง Snowflake ที่เป็นกลิ่นอายจากตำนานของรุ่นนี้ เครื่องระบบกลไกอัตโนมัติ MT5612-LHD จากโรงงาน Tudor และสุดท้ายคือวัสดุไทเทเนียมที่ใช้ผลิตตัวเรือนนั้นก็จะพบได้แค่ในรุ่น Pelagos เท่านั้นด้วย

mt5612-lhd

นับว่าได้ว่าแทบทุกส่วนในนาฬิกาเรือนนี้นั้นไม่ว่าส่วนไหนๆ  ก็มีแต่เรื่องราวที่น่าหลงใหลและอัดแน่นไปด้วยคุณภาพตามแบบฉบับสวิสขนานแท้ และหากใครไม่ชอบสวมใส่สายไทเทเนียมเนื่องจากเป็นรอยง่ายล่ะก็ ในกล่องจะบรรจุสายยางสีดำมาให้เปลี่ยนตามใจอีกด้วย

Related Post

Seiko Zimbe เรือนนี้มันใช่ เพราะฉลามวาฬคือสัญลักษณ์แห่งท้องทะเล

Whale Shark

เพราะฉลามวาฬคือสัญลักษณ์แห่งท้องทะเล คอลเลกชั่นนาฬิกาดำน้ำ จึงอดที่จะหยิบยืมแรงบันดาลใจมาจากความยิ่งใหญ่ของพวกมันไม่ได้

Logo Seiko

เมื่อปีที่แล้ว Seiko (ไซโก้) ได้ออกนาฬิการุ่น Prospex Diver’s Watch 50th Anniversary Special Edition ออกมาจำหน่ายในจำนวนจำกัด ก็เรียกได้ว่าหมดเกลี้ยงตั้งแต่วันแรกๆ ที่วางตลาด และเป็นที่หมายปองของสาวกนาฬิกาหลายคนแต่สินค้าก็ขาดตลาดแบบหาไม่ได้เลยสักเรือนเดียวในปีนี้ Seiko ได้ออกคอลเลกชั่นพิเศษอีกครั้งในชื่อรุ่น Prospex Zimbe Limited Edition

Prospex_SRPA47J1_AD

ซึ่งรุ่นใหม่นั้นได้ออกแบบตัวเรือนโดยใช้ต้นแบบเป็นรุ่นในตำนาน ที่มีตัวเรือนแบบหลายชิ้น มีขนาดถึง 50.2 มิลลิเมตร และมีชื่อเรียกในวงการว่า Baby Tuna นั่นเอง หลายคนคงจะเริ่มคุ้นหูแล้วล่ะว่า ตัวเรือนทรง Baby Tuna นั้นอมตะขนาดไหน เพราะในปัจจุบันนาฬิกาดำน้ำตัวท็อปอย่าง Marinemaster เองก็มีตัวเรือนแบบ Baby Tuna เช่นกัน แต่สำหรับรุ่นพิเศษนี้ มาพร้อมหน้าปัดสีขาว หลักชั่วโมงและเข็มนาฬิกาเคลือบสารลูมิไบร์ทให้ความสว่างในเวลากลางคืนหรือบริเวณแสงน้อยได้อย่างชัดเจน ที่บริเวณ 3 นาฬิกามี ฟังก์ชั่นแสดงวันและวันที่ ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจกแบบ Hardlex Crystal ที่ป้องกันรอยขีดข่วนได้ ตัวเรือนผลิตจากวัสดุสเตนเลสสตีลที่ใช้วิธีการผลิตแบบ Horning Finish เคลือบด้วยเซรามิกสีดำ ขับเคลื่อนด้วยเครื่อง กลไกอัตโนมัติ 4R36 เครื่องรุ่นนี้เมื่อดึงเม็ดมะยมออกเพื่อตั้งเวลาเข็มวินาทีจะหยุดเดิน และยังสามารถขึ้นลานด้วยมือได้อีกด้วย ฝาหลังประทับโลโก้ Zimbe หรือฉลามวาฬ พร้อมเลขประจำตัวเรือนที่ผลิตมาจำนวนจำกัดเพียง 1,286 เรือนอีกด้วย กันน้ำได้ลึกถึง 200 เมตรตามสไตล์นาฬิกาดำน้ำจาก Seiko สวมใส่ด้วยสายยางสีดำคุณภาพสูงพร้อมเข็มขัดสเตนเลสสตีล และกล่องของรุ่นนี้ยังประทับตราสัญลักษณ์ Zimbe   ไว้เพิ่มความพิเศษให้กับผู้ครอบครองเพิ่มขึ้นอีกระดับ

สำหรับแฟนๆ Seiko ที่ชื่นชอบนาฬิการุ่นพิเศษนั้น อย่ามัวแต่จับจ้อง ให้รีบจับจอง มิเช่นนั้นอาจจะต้องน้ำตาตกในกันแน่ๆ แล้วจะหาว่าเราไม่เตือน

Related Post