Posts

LACOSTE X M/M Paris การร่วมงานกับศิลปินดูโอผู้ไม่เคยหยุดสร้างสรรค์ผลงาน

การเป็นศิลปินยุคนี้ไม่ได้จำกัดว่าคุณต้องทำงานสื่อแขนงใดแขนงหนึ่งไปตลอดชีวิต เพราะศิลปะนั้นเปิดกว้าง ผู้ที่เข้าใจงานศิลป์อย่างถ่องแท้ต่างหากที่สามารถประยุกต์ใช้ หรือนำพาไอเดียอันโลดแล่นของตนให้ไปไกลเกินกว่าจินตนาการของผู้คน

Mathias Augustyniak และ Michael Amzalag หรือที่รู้จักกันในนามว่า M/M Paris เป็นตัวอย่างอันดีของนักออกแบบที่ไม่ยอมศิโรราบให้กับขีดจำกัดใดๆ เมื่อพวกเขาสามารถถ่ายทอดตัวตนผ่านภาพและองค์ประกอบต่างๆ ได้โดยที่ยังไม่ทิ้งเอกลักษณ์ลายเซ็นต์ของตัวเอง ไม่ว่าพวกเขาจะจับหยิบจับงานไหนก็ล้วนได้ความสนใจจากผู้คน ทั้งงานแฟชั่น ดนตรี ศิลปะร่วมสมัย ละครเวที เรื่อยไปจนถึงการสร้างน้ำหอมให้กับแบรนด์ Yohji Yamamoto หรือร่วมงานกับ Nicolas Ghesquière เพื่อสร้างลุคเรอเนสซองค์ให้ Balenciaga หรือทำงานร่วมกับ Jonathan Anderson สำหรับแบรนด์ Loewe และ JW Anderson รวมถึงการเป็นดีไซเนอร์หลักทำงานให้กับ Björk และออกแบบโปสเตอร์ให้กับสถาบันและองค์กรชั้นนำ อาทิ Lorient theatre, the Dijon Consortium และ Fiac นับตั้งแต่ปี 2005

 

Mathias Augustyniak และ Michael Amzalag

 

ล่าสุด คู่หูสัญชาติฝรั่งเศสยังได้รับการเชื้อเชิญจาก Felipe Oliveira Baptista, Creative Director ของ Lacoste ให้มาร่วมงานในคอลเล็กชั่นพิเศษ “ผมชื่นชอบงานของทั้งคู่ซึ่งมีความจัดจาน เป็นเอกลักษณ์ โดนใจ ผมชอบการผสานที่ลงตัวของอิสระทางความคิดในเรื่องการใช้โทนสีกับความเฉพาะของชิ้นงานที่ทั้งคู่สร้างสรรค์ออกมา” สิ่งที่ทั้งสองทำคือการใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษมาดัดเป็นรูปทรงๆ ต่างโดยใช้สองสีสลับกัน ก่อให้เกิดเป็นรูปร่างของจระเข้ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำแบรนด์ Lacoste (หากคุ้นเคยกับงานเก่าๆ ของพวกเขาจะเห็นว่าทั้งคู่ชอบเล่นกับตัวอักษรมาตั้งแต่ไหนแต่ไร)

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงแบรนด์ Lacoste คุณย่อมนึกถึงเสื้อโปโลและจระเข้บนหน้าอกด้านซ้าย แต่ M/M Paris ไปไกลว่านั้นด้วยการปักคำว่า Lacoste สีเขียวและแดงสลับกันแต่ยังดูเป็นจระเข้ รวมถึงเสื้อยืดสกรีนลายกราฟฟิก รองเท้าที่ปักลายด้านทั้งสองข้าง ส่วนใต้พื้นรองเท้าก็ใสจนสามารถมองเห็นลายกราฟฟิกด้านใน ที่บ่งบอกถึงตัวตนของ M/M Paris

สร้างความโดดเด่นให้กับหางจระเข้ด้วยตัว L และใช้ตัว E เพื่อสื่อถึงปากที่อ้ากว้างอยู่

โปโลคอลเล็กชั่นนี้มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ ขาว แดง น้ำเงิน

 

 

นับเป็นคอลเล็กชั่นที่แฟนขาประจำของ M/M Paris เห็นก็ต้องจำได้ ส่วนแฟนคลับดั้งเดิมของ Lacoste ที่คุ้นชินกับวัสดุและคุณภาพการตัดเย็บก็ต้องยิ่งชอบใจ เพราะถือเป็นสีสันและความแปลกใหม่ที่เพิ่มเข้ามาให้ห้องเสื้อที่มีชื่อชั้นอยู่ในวงการมาเป็นเวลานาน

LACOSTE X M/M Limited Edition Collection วางจำหน่ายแล้วที่ Lacoste Flagship Store @Central World ชั้น 2 และสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ Facebook.com/lacostethailand

Related Post

Fashion Manual: Milan Fashion Week 2018, Day 1

อุณหภูมิ 6 องศาของมิลานไม่ได้ทำให้ความร้อนแรงของมิลานแฟชั่นวีคลดลงแต่อย่างใด แม้ปีนี้แฟชั่นโชว์ผู้ชายจะน้อยกว่าปกติ และหลายแบรนด์เลือกที่จะรวบแฟชั่นโชว์ผู้ชายและผู้หญิงไว้ด้วยกัน แต่แบรนด์ที่ยังยืนหยัดจัดแฟชั่นโชว์แยกก็ยังพิสูจน์ให้เห็นว่า มิลานคือเมืองแฟชั่นที่แท้จริง

และนี่คือสิ่งที่เราพบจากวันแรกใน Milano Moda Uomo

 

Diesel Black Gold
Inspiration: 
เริ่มต้นจากกางเกงยีนส์เมื่อปี ค.ศ. 1978 ปัจจุบันดีเซลกลายเป็นแบรนด์หัวก้าวหน้าที่ครบเครื่องตั้งแต่หัวจรดเท้า คอลเล็กชั่น Fall/Winter 2018 นักออกแบบพาเรากลับไปสัมผัสรากอเมริกันอีกครั้งด้วยลายพิมพ์ชนเผ่าอินเดียนแดง


ลวดลายดั้งเดิมตีความใหม่ด้วยรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งปรากฏบนไอเท็มชิ้นเอก อาทิ Double-riders Jacket และฮูดี้ตัวโคร่ง ท่ามกลางกระแสต่อต้าน/สนับสนุนผู้อพยพทั่วโลก คงไม่ผิดนักหาก Diesel จะนึกถึงชนเผ่าอินเดียนแดง ผู้ต่อสู้กับผู้อพยพจนกลายเป็นชนกลุ่มน้อย

 

Emporio Armani
Inspiration: 
แม้จะออกแบบเสื้อผ้าผู้ชายมาตั้งแต่ยุค 60s แต่สิ่งหนึ่งที่จอร์โจ้ อาร์มานี ไม่ยอมเปลี่ยนคือโครงชุดสูทที่นำเสนอความแข็งแกร่งของบุรุษด้วยสัดส่วนแบบดั้งเดิม


ตั้งแต่กระดุมเม็ดแรกที่อยู่สูงกว่าปัจจุบัน กางเกงขากว้าง และเป้ากางเกงที่ยานกว่าปกติ ปีนี้อาร์มานีเอาใจตลาดจีนด้วยรายละเอียด เช่น ลายปักมังกร ขนเฟอร์ตกแต่งปกและปลายแขน ที่มองข้ามไม่ได้คือผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินเที่ยงคืนที่ถูกนำไปตัดเย็บเป็นโค้ทตัวยาว แจ็กเก็ต และกางเกงจั๊มพ์ปลายขา

 

Marni

Inspiration: ประกาศชัดตั้งแต่ในบัตรเชิญแล้วว่า ‘ศิลปะที่ดีต้องเข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน’ ปีนี้มาร์นีจึงตกแต่งรันเวย์ด้วยของใช้ ‘บ้าบอ’ ที่ไม่เกี่ยวกันเลยสักชิ้น


เก้าอี้สำหรับผู้เข้าชมโชว์จึงเป็นคอมพิวเตอร์เก่าบ้าง กองหนังสือบ้าง ซากเสาหักบ้าง ความง่าย ๆ นี้ปรากฏอยู่บนเสื้อผ้าซึ่งเป็นลายพิมพ์ที่สุดแสนจะแรนด้อม เช่น เก้าอี้อาร์มแชร์ กรวย (?) หรือไวโอลิน เป็นต้น แต่ลุคที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ ลุคผ้าห่มมอซอผืนใหญ่คลุมร่างนายแบบ เหมือนเวลาคุณคว้าผ้าห่มผืนเก่าในห้องนอนมาห่อตัว ก่อนเดินลงไปหยิบของกินจากตู้เย็นในครัวยามดึก

วันที่สองกำลังจะตามมาติด ๆ รออ่านได้ที่นี่ที่เดียว!

 

Related Post

เมื่อห้องเสื้อฝรั่งเศสเลือกศิลปินรุ่นดึกมาร่วมงาน

Retro Meet Modern Vibes

ทุกวันนี้แบรนด์ยังคงสนุกไม่พอ เมื่อ KRIS VAN ASSCHE ตัดสินใจฉลองครบรอบสิบปีที่ร่วมงานกับ Dior Hommes ด้วยแคมเปญที่ ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาแห่งการเติบโต เพราะเล่นเอา Pet Shop Boys วงดูโอที่ดังสุดๆ จากดนตรีแนวซินธ์ป๊อบ มาปรากฏโฉมในแคมเปญล่าสุดประจำคอลเล็กชั่นสปริง / ซัมเมอร์ 2018

Photo: DAVID SIMS Style: MAURICO NARDI

 

นอกจาก Neil Tennant และ Chris Lowe จะได้ถ่ายแบบเพื่อใช้ในแคมเปญนี้แล้ว ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ที่มีใจรักยุคแปดศูนย์ยังเลือก ‘Heart’ เพลงฮิตจากดูโอทั้งสองมาใช้ในวีดีโอโปรโมตแคมเปญ โดยมีนักแสดงวัยรุ่นอย่าง Charlie Plummer จากหนังทริลเลอร์เขย่าขวัญ All Around The World และเหล่านายแบบสวมใส่เชิ้ตแขนกุด กางเกงขากว้าง แจ็กเก็ตไฮสกูล (varsity jacket) กางเกงขาสั้น ประโคมเครื่องประดับ พร้อมดอกกุหลาบก้านยาวที่แสดงให้เห็นถึงนัยยะบางอย่าง

ที่แน่ๆ งานนี้ได้ใจคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ไปเต็มๆ    

 

Related Post

ปรับลุครับหุ่นใหม่ Look Good While You Get Fit

 

ไม่จำเป็นต้องรอให้ฟิตก่อนแล้วค่อยลุกขึ้นมาใส่ชุดหล่อ เพราะคุณสามารถดูดีได้ตั้งแต่วันนี้ด้วยชุดออกกำลังกายที่ผสมผสานระหว่างนวัตกรรมทันสมัยของเนื้อผ้าและการตัดเย็บ รวมถึงสอดแทรกฟังก์ชั่นการใช้งานร่วมกับการออกแบบได้อย่างลงตัว เทคนิคอยู่ที่การมองหาเนื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ระบายความร้อน และความอับชื้นได้ดี เน้นการตัดเย็บที่พอดีตัวเพื่อช่วยขับรูปร่างของคุณให้ดูฟิตยิ่งขึ้น ก่อนเสริมด้วยเครื่องประดับที่ไม่หลุดคอนเซ็ปต์สปอร์ตแวร์อย่างหมวกแก็ป เพื่อให้คุณเข้าสามารถเข้ายิมได้อย่างมั่นใจและดูดีสุดๆ แม้ยามเดินออกมาจิบกาแฟที่คาเฟ่กลางทองหล่อ

เสื้อผ้าและเครื่องประดับทั้งหมดสามารถหาซื้อได้ที่ช็อป Lacoste ทุกสาขา 

 

 

Related Post

เพราะ Black Lives นั้น “สำคัญ”

ถือเป็นการร่วมมือกันที่วงแตกในเวลาอันสั้น เมื่อเว็บไซต์ H&M ขายของด้วยการใช้ภาพเด็กผู้ชายผิวสีใส่ฮูดดี้สีเขียวพร้อมสกรีนที่หน้าอกว่า “Coolest Monkey In The Jungle” (ในขณะที่เด็กผิวขาวสวมฮู้ดดี้สกรีนลายคำอื่น) เรื่องนี้จึงกลายเป็นประเด็นใหญ่โตถึงความไม่เหมาะสมและการเหยียดผิวในโลกโซเชียล

ได้ยินดังนั้น H&M จึงออกมาขอโทษขอโพยกับสิ่งที่เกิดขึ้น และลบภาพนั้นออกจากช่องทางออนไลน์ทั้งหมด พร้อมระบุว่าสินค้าชิ้นนี้จะไม่วางขายในสหรัฐอเมริกา และไม่มีทางที่เหตุการณ์เช่นนี้ที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้เมื่อนักร้อง StarBoy อย่าง The Weeknd ที่เพิ่งร่วมงานกับ H&M ไปได้เพียงสองคอลเล็กชั่นได้ทวีตใส่ว่า “รู้สึกช็อคและละอาย” หลังจากที่ได้เห็นภาพนั้น และจะไม่ขอร่วมงานกับแบรนด์เสื้อผ้าจากสวีเดนเจ้านี้อีก ทั้งที่คอลเล็กชั่นที่พวกเขาร่วมมือกันดูท่าว่าจะไปได้สวยแท้ๆ

ภาพที่ก่อให้เกิดประเด็นอยู่ขณะนี้

 

หนึ่งในคอลเล็กชั่นล่าสุดที่เพิ่งวางขายไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

 

The Weeknd ได้ชื่อว่าเป็นศิลปินนักเรียกร้องสิทธิให้ชาวผิวสีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร นี่จึงไม่ใช่ครั้งแรกที่นักร้องชาวแคนาเดียนใช้สื่อโซเชียลมีเดียเพื่อประท้วง หรือทวงหาความยุติธรรมให้คนผิวสี ก่อนหน้านี้เขาเคยเล่นประเด็นที่ตำรวจยิงชาวผิวสีไม่ติดอาวุธในมินนิโซตา และบริจาคเงินจำนวนมากให้กลุ่มนักกิจกรรม Black Lives Matter #Blacklivesmatter ที่เรียกร้องสิทธิและคุ้มครองความปลอดภัยให้ชาวผิวสีในอเมริกา อีกทั้งยังมอบเงินกว่าห้าหมื่นเหรียญสหรัฐ เพื่อก่อตั้งโปรแกรมการศึกษาด้านเอธิโอเปียนให้กับ University of Toronto อีกด้วย

นี่จึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ สำหรับเขาแน่นอน

อันที่จริงก่อนหน้านี้แบรนด์เสื้อผ้าประเภทมาไว-ไปเร็วก็เคยทำข้อผิดพลาดเช่นนี้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็น Urban Outfitters, Zara หรือแม้แต่ Ambercrombie & Fitch คำตอบคือนี่ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่คำถามคือเมื่อไรที่เราควรให้ความสำคัญกับประเด็นที่ละเอียดอ่อนมากกว่านี้

 

Related Post

เมื่อโลกของแฟชั่น ต้องหันไปดูบทเรียนของวงการอุตสาหกรรมดนตรี

การปรับตัวเพื่ออยู่รอดถือเป็นพฤติกรรมที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอของมนุษย์ และเมื่อพฤติกรรมการผู้บริโภคเปลี่ยนไป ใครที่หยุดนิ่งอยู่กับที่นั้นหมายความถึง ‘ความตาย’

cb-nyfw

เมื่อไม่กี่ฤดูกาลมานี้โลกแห่งแฟชั่นของเหล่าไฮแบรนด์ทั้งหลายได้รู้จักกับศัพท์ใหม่คำว่า ‘See Now, But Now’ และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไปเพราะเหล่าแบรนด์หัวเรือหลักต่างต้องปรับตัวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สินค้าไฮแฟชั่นพยายามนำเสนอทางเลือกและวิธีการให้คุณได้จับจองสินค้าคุณภาพดีได้ในระยะเวลาเพียงแค่ไม่เกินสองเดือนนับจากแฟชั่นโชว์ โดยนำเสนอประสบการณ์ที่เรียกว่า ‘Trunk Show’ คือการนำคอลเลกชั่นบนรันเวย์ที่คุณเห็นให้คุณได้สัมผัส เลือกซื้อ และสั่งจองล่วงหน้าก่อน เสมือนเป็นการ ‘Pre-order’ ก่อนที่สินค้าเหล่านั้นจะถึงมือคุณในเดือนถัดไป ซึ่งสำหรับผู้บริโภคไฮแบรนด์แล้ว ความ ‘เก๋’ นั้นก็อยู่ที่การได้ใส่ ‘ก่อน’ ใครในความเร็วที่สูสีกับสินค้าฟาสต์แฟชั่น

470864577LV008_VALENTINO_RU

เช่นเดียวกับเมื่อหลายปีก่อนที่วงการดนตรีประสบปัญหาคล้ายคลึงกัน เมื่อเพลงที่ศิลปินต่างเฝ้าฟูมฟักนั้นเจอวิกฤติเทปผีซีดีเถื่อนวางขายเกลื่อน ก่อนที่แผ่นซีดีจะออกขายจริงบนแผง ซึ่งการปราบปรามเทปผีซีดีเถื่อนนั้นก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งการโจรกรรมทางความคิดนี้ได้ วงการดนตรีจึงปรับกลยุทธ์ใหม่โดยการปล่อยซิงเกิ้ลทีละเพลงดาวน์โหลดออนไลน์แทนที่จะรอปล่อยหมดทีเดียวทั้งอัลบั้ม ซึ่งก็กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดช่องทางการทำมาหากินของเหล่ามิจฉาชีพทางปัญญาได้อย่างเห็นผลชัดเจน ธุรกิจการให้บริการดาวน์โหลดเพลงและบริการสตรีมมิ่งอย่างถูกกฎหมายจึงเป็นช่องทางทำมาหากินของเหล่าศิลปินนักร้องจึงผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด อย่างเช่น Apple Music, Tidal, JOOX Music, Deezer และ Spotify เป็นต้น นี่จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างว่าทุกวันนี้โลกหมุนเร็วขึ้นเพียงไร เพียงแค่เราหยุดนิ่งอยู่กับที่ จึงไม่ต่างอะไรกับการที่เรากำลังเดินถอยหลังอยู่

04carasnapchat-master768

Related Post

คุณคิดหรือว่าเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘มหานครแห่งแฟชั่น’ จะมีงานแฟชั่นให้คุณสัมผัสเพียงไม่กี่แบรนด์ภายใต้ชื่อ ‘ปารีส แฟชั่นวีก’

who’S next?

หากจะว่ากันตามความเป็นจริง คุณคิดหรือว่าเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘มหานครแห่งแฟชั่น’ จะมีงานแฟชั่นให้คุณสัมผัสเพียงไม่กี่แบรนด์ภายใต้ชื่อ ‘ปารีส แฟชั่นวีก’?

8L1A3621

แน่นอนว่าไม่ใช่ เพราะอย่างน้อยที่สุด ก็ยังมีงาน เทรดโชว์สำคัญด้านแฟชั่นที่จัดขึ้นในปารีสช่วงเดียวกับแฟชั่นวีกในชื่อ Who’s Next และ Premiere Classe โดยแบ่งเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือ Who’s Next ซึ่งจัดแสดงชิ้นงานเรดี้ทูแวร์ ส่วน Premiere Classe นั้นเน้นหนักที่แอ็กเซสเซอรี่ต่างๆ ผู้ที่นำชิ้นงานออกแบบมาจัดแสดงนั้นส่วนใหญ่อยู่ในปารีส แต่ก็มีอีกมากที่เดินทางมาจากทั่วฝรั่งเศสและทั่วโลก! ส่วนผู้เข้าชมก็มีตั้งแต่คนรักแฟชั่นอย่างเราๆ ที่จะได้ชมชิ้นงานที่แตกต่างออกไป ไปจนถึงผู้ที่ต้องการหาสินค้าที่น่าสนใจเพื่อนำไปขายในร้านของประเทศตน เรียกได้ว่าเป็นการพบปะที่ได้ประโยชน์กับทุกฝ่ายทีเดียว

8L1A3616

งาน Who’s Next & Premiere Classe จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 มกราคม ที่ Parc des Expositions de la Porte De Versailles ซึ่งไม่ไกลจากตัวเมืองนัก และสามารถเดินทางถึงได้ง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้า ก่อนที่จะได้ชมงานจริง Iris Terré สาวสวยเปี่ยมพลัง
ผู้รับตำแหน่ง International Project Manager ได้อธิบายให้เราฟังคร่าวๆ ถึงทั้งห้าโซนเรดี้ทูแวร์ และอีกหนึ่งฮอลล์ใหญ่สำหรับชิ้นงาน เครื่องประดับ โดยเริ่มจากฮอลล์ 3 ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Press Office และจัดแสดงงานออกแบบเครื่องประดับหลากชนิด ตั้งแต่สร้อยคอ แหวน กำไล ไปจนถึงหมวก ผ้าพันคอ และรองเท้า ทั้งหมดนี้
จัดแสดงอยู่ในพื้นที่ที่ใช้ชื่อว่า Premiere Classe

8L1A3394

นอกเหนือไปจากนั้น ในบริเวณใกล้เคียงกันก็เป็นสถานที่จัดของ Who’s Next ชิ้นงานเรดี้-ทูแวร์ถูกแบ่งออกเป็น 5 โซนด้วย
ชื่อที่ดูจะไม่ได้บ่งบอกถึงลักษณะของเสื้อผ้าอย่างชัดเจนนัก และ
ไอริสเองก็บอกกับเราว่าเป็นเรื่องยากที่จะบรรยายความแตกต่าง
ของแต่ละโซนด้วยคำพูด แต่หากได้เดินชมด้วยตัวเอง ก็จะสามารถเข้าใจการแบ่งโซนเช่นนี้ได้โดยง่าย โดยเริ่มจาก Fame ชิ้นงานโดยดีไซเนอร์ผู้มีประสบการณ์ ซึ่งมีทั้งที่เพิ่งจะถูกค้นพบไปจนถึงแบรนด์ที่ดังระดับโลก Urban ชิ้นงานเท่ๆ มักจะมีส่วนผสมของผ้าเดนิมและแนวสตรีท Private ชิ้นงานที่ดูสร้างสรรค์ มีศักยภาพเชิงพาณิชย์สูง และมักจะเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว Studio ชิ้นงานที่ดูเรียบง่าย แต่ก็ควรมีติดตู้เสื้อผ้าไว้ และ Trendy ชิ้นงานที่มีจิตวิญญาณ
สมัยใหม่ในราคาน่าลอง

8L1A3626

ถึงแม้จะไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับแฟชั่นวีก แต่งานเทรดโชว์ขนาดใหญ่ยักษ์ที่เรากำลังกล่าวถึงอยู่นี้ก็ถือได้ว่ามีผลต่ออนาคตของวงการแฟชั่นอย่างยิ่ง ดังนั้นเมื่อชมพู่-อารยาได้มาเยือนกรุงปารีสเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จิตวิญญาณสาวแฟชั่นนิสต้าก็ได้นำพาเธอมายืนอยู่หน้าสถานที่จัดงานตั้งแต่วันแรกทีเดียว แน่นอนว่าชมพู่ได้รับการต้อนรับจาก Xavier Clergerie ผู้ร่วมก่อตั้งงานเทรดโชว์ยักษ์ใหญ่นี้อย่างอบอุ่น โดยเขาได้เล่าถึงแนวคิดและที่มาของการจัดงานให้ฟังคร่าวๆ จากนั้นเธอจึงได้ชมผลงานจากดีไซเนอร์ในฮอลล์จัดแสดง อย่างเช่น MiniMe Paris (www.minime-paris.com) ผลงานของ Marie Marquet ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสที่เป็นการผสมผสาน ของสไตล์สาวพินอัพแห่งยุค 1930 กับอลิซในดินแดนมหัศจรรย์ 
เรียกได้ว่าเป็นการพบปะของคนคอเดียวกันพอควร เพราะสไตล์
ของทั้งคู่ดูจะเข้ากันได้ดีสุดๆ หลังจากชมพู่ได้ลองสวมใส่ชิ้นงาน
การออกแบบของมารีอย่างร่าเริงแล้ว (ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจที่ทุกสายตาต่างก็เห็นพ้องว่าทุกชิ้นงานต่างเหมาะกับชมพู่อย่างมาก) มารียัง
ได้มอบของขวัญเป็นหมวกปีกกว้างหนึ่งใบที่ชมพู่ไม่ยอมปล่อย 
จนต้องขึ้นรถ จากนั้นเมื่อเดินไปยังโซน Fame สีสันสดใสของแบรนด์ Victorieva (www.oliavictorieva.com) ก็ดึงดูดสายตาของแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเราให้ต้องเดินเข้าไปชม ซึ่งคอลเลกชั่นล่าสุดของแบรนด์โดยดีไซเนอร์ชาวรัสเซียนี้ได้รับแรงบันดาลใจ
มาจากเส้นสายลายเส้นและสีสันในภาพวาดของโกแก็ง สีสดๆและ
รูปทรงที่ดูกล้าหาญนั้นเองที่ทำให้ Victorieva โดดเด่นออกมา
จากหลายร้อยแบรนด์ที่จัดแสดงเรียงรายอยู่ในฮอลล์

8L1A3623

นอกเหนือไปจากนั้น ในทั้งห้าโซนที่กล่าวไปนั้น ผู้จัดยังได้เลือก 5 ดีไซเนอร์หน้าใหม่เพื่อมาร่วมประกวดในโครงการ The Future of Fashion Program และชมพู่ก็ได้รับเชิญให้ร่วมเป็นหนึ่งในกรรมการตัดสิน ซึ่งเธอได้เลือกตัดสินในหมวด Urban ในการมาเยือนครั้งนี้เธอก็ได้เข้าพูดคุยกับเหล่าดีไซเนอร์ด้วยความใส่ใจ 
ส่วนผู้ชนะนั้นคือ Mai Gidah (www.maigidah.com) ดีไซเนอร์
ชาวลอนดอนที่ได้นำซิลลูเอตของผู้ชายมาผสมผสานกับหลากรูปทรงและสีสันที่แปลกตา ปรากฏเป็นคอลเลกชั่นเสื้อผ้าสำหรับผู้ชายที่กล้าจะแต่งตัว

8L1A3698

ฟังดูน่าสนใจใช่ไหมล่ะ? นี่ยังเป็นเพียงแค่ตัวอย่างเล็กน้อยเท่านั้น ถึงจะเป็นเรื่องน่าเสียดายที่งาน Who’s Next & Premiere Classes นี้จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะกับผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการค้าขายทางด้านแฟชั่นและตัวแทนสื่อเท่านั้น แต่คุณก็สามารถติดตามข้อมูลของแบรนด์ต่างๆ ได้จาก www.whosnext-tradeshow.com และ www.premiere-classe.com

Related Post

ลอปติมัมรวมเทรนด์ Milan Mens Fashion Week Fall/Winter 2016-17 มาให้คุณเตรียมพร้อมก่อนใคร

Milan mens Fashion Week Fall/Winter 2016-17

รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบแล้วสำหรับ Milan Mens Fashion Week Fall/Winter 2016-17 ลอปติมัมของรวบรวมเทรนด์สำคัญสำหรับฤดูหนาวปีนี้เพื่อให้คุณเตรียมพร้อมก่อนใคร

Big Pants

เตรียมพับกางเกงทรงสกินนี่พับเข้าตู้ไปได้เลยสำหรับฤดูหนาวที่จะถึงนี้เพราะหลายแบรนด์ต่างขนกางเกงทรงขาใหญ่ตัวโคร่งออกมาแทบทุกรันเวย์ แบบที่ว่าต้องใหญ่มาตั้งแต่ช่วงสะโพกลงมาถึงปลายขา ที่เรียกว่ายิ่งใหญ่เท่าไรยิ่งเจ๋ง

Oversize Coat

เอาใจคนรักฤดูหนาวกันแบบเต็มๆ ด้วยเสื้อโค้ทตัวโคร่งและต้องยาวคลุมตั้งแต่ช่วงสะโพกลงไปเท่านั้น ที่มาในแมทรีเรียลอย่างขนสัตว์หนาฟูฟ่อง ผ้าทวีล ผ้าทอขนสัตว์ หรือแบบปกขนเชียร์ริ่ง (ขนแกะ) แบบปกกว้าง (มาก) ราวกับว่าคุณกำลังจะไปบุกนอร์ทโพล

Tartans

อีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจและมีกระจายในหลายลุคเกือบทุกรันเวย์ก็ต้องลายทาร์ทันหรือลายสก็อต ท้งลายตารางใหญ่และเล็ก ที่มาในเสื้อโค้ทตัวโคร่ง และถ้าจะให้เท่กว่าใครก็ต้องลองแมทลายตาราง 2 ลายในลุคเดียว สามารถสร้างเลเยอร์ที่น่าสนใจได้ดีทีเดียว

Content by Chanond M.

Related Post

1980 MATERIAL REVOLUTION

ค.ศ 1980 – ค.ศ 1985

เทศกาลแห่งทุกขปัญญา ระวังให้ดี เหยื่อแฟชั่นได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว

ช่วงปี 1980s ถือว่าเป็นศตวรรษแห่งอิสรภาพอย่างไม่สามารถปฏิเสธได้ บรรยากาศของแฟชั่นในช่วงเวลานั้นถูกแนวอิเลกทริกครอบงำอย่างสนุกสุดโต่ง มีนักออกแบบคอยสร้างกระแสไฟฟ้ากระตุ้นโลกแห่งแฟชั่นโดยการสร้างเทรนด์ใหม่ๆ ของสุภาพบุรุษตลอดเวลา เราเรียกคนกลุ่มนั้นง่ายๆว่า ‘เหล่านักสร้างสรรค์’ เฉกเช่นเวลาที่เรากล่าวถึงพระเจ้าแล้วเรียกพระองค์ว่า ‘พระบิดา’ และปารีสก็กลายเป็นฉากหลังของเหล่านักคิดค้น นักออกแบบราวกับภาพ The Last Supper ของโลกแฟชั่น มี ฌอง-ปอล โกลติเยร์, โคลด มอนทานา, เคนโซ ทาคาดะ,  เธียร์รี มูแกลร์ เป็นรายนามตัวอย่างให้เห็นภาพ ทุกคนล้วนเจริญรอยตามเส้นทางการออกแบบจากช่วงสิบปีก่อนหน้า พวกเขารับเทรนด์เหล่านั้นมากลั่นกรองพร้อมกับเติมแต่งตัวตนของแต่ละคนเข้าไปอีก เป็นการเริ่มต้นการเดินทางของเทรนด์ที่สืบทอดต่อเนื่อง และเกี่ยวข้องกัน

JPG หรือ ฌอง-ปอล โกลติเยร์ เจ้าของฉายา The Terrible Child เป็นหัวโจกของยุคนี้ เขาทำให้ผู้ชายต้องเปลี่ยนเสื้อผ้ายกตู้ วิ่งเข้าชนกฎเกณฑ์และข้อห้ามต่างๆนานาอย่างสนุกสนาน เสื้อผ้าเล่นน้ำหนัก เล่นสนุกกับวัตถุดิบและการหยิบยกเรื่องเพศเข้ามาใช้ ทุกอย่างถูกนำมาใช้อย่างสนุก ความสับสนปนเปและการผสมผสานของรูปแบบงานจนเป็นเรื่องที่ถูกอกถูกใจ กระแสแฟชั่นยุคนั้นทะยานสูงลิ่วในกลุ่มคนที่มองหาความสุข สนุกสังสรรค์กันในสถานที่เริงรมย์สุดฮิป ซึ่งเป็นแหล่งรวมัวของเจ้าพ่อ เจ้าแม่แห่งสไตล์ที่นับว่าสวยสง่าเลิศเลอเป็นที่สุด

Jean Paul lopt 1 Jean paul lopt 2

ภาพแคมเปญของคอลเลกชั่นฤดูร้อน 1988 ภายใต้ชื่อ ‘Tribute to Frida Kahlo’ กำกับศิลป์โดย Jean Paul Gaulier เขียนภาพประกอบโดย Fred Langlais

Kenzo ss14 lopt 2 Kenzo ss14 lopt 4

Kenzo Menswear คอลเลกชั่นฤดูร้อน 2014

ทุกหนทุกแห่ง ทุกคนเป็นฝ่ายมองและฝ่ายถูกมอง องค์ประกอบบนเรือนร่าง ไม่ว่าจะเป็น โลโก้ โมโนแกรม สีสัน วัสดุสุดเว่อร์ เครื่องประดับหรือเครื่องแต่งกายส่งประกายแวววับ ทองและอื่นๆ อีกทั้งยังก่อกำเนิดกลุ่มคนที่ถูกจัดประเภทให้เป็น เหยื่อแฟชั่น เมื่อใครก็ตามเดินผิดกฎเกณฑ์แฟชั่น พวกเขาจะถูกนำมาพูดต่อหรือเขียนถึงในหน้านิตยสาร นอกจากนี้สังคมชาวรักร่วมเพศในยุคนั้นก็กลายเป็นกลุ่มคนที่ลุกขึ้นมามีบทบาท ทำอะไรต่อมิอะไรกันมากที่สุด ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญของเทรนด์ในยุคนี้ก็ว่าได้

claude_montana

Thierry lopt 0 Thierry lopt 01

สีสันสดใสวัสดุที่หรูหราและรูปทรงที่ก้าวร้าว แสดงถึงความเป็นผู้นำแฟชั่นในขณะนั้นของ Claude Montana

 

ค.ศ 1985 – ค.ศ 1990 

ช่วงเวลาแห่งการทดลองสิ่งใหม่ และพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเครื่องแบบ

ถึงคราวที่ชนชาติแห่งความละเอียดอ่อนอย่างญี่ปุ่นและความจุกจิกเริ่มบุกเข้ามาในเมืองหลวงของแฟชั่น โยจิ ยามาโมโตะ, เร คาวาคูโบ (แห่ง Comme des Garcons) อิซเซ มิยาเกะ… ชื่อที่ออกเสียงยากเหล่านี้เริ่มเดินสวนสนามกันเข้าออกแมกกาซีนแฟชั่น พวกเขานำทรวดทรงแปลกตาเข้ามาครอบงำโลกแฟชั่นทั่วทุกหนทุกแห่ง การตัดเย็บชุดที่มีทรวดทรงแปลกใหม่ การวางน้ำหนัก การทิ้งตัวของชิ้นผ้าที่สัดส่วนผิดแปลกไป สีดำบนสีดำและทุกอย่างเป็นสีดำ พวกเขาคือผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับชุดกิโมโน ซึ่งนำจิตวิญญาณของงานแนวสตรีท ที่หยิบยืมงานห่มและเดรปมาใช้ด้วยวิธีการเหนือชั้น

ด้วยดีไซน์แปลกตา แต่ยืนอยู่บนพื้นฐานของความคิดที่ไม่ซับซ้อน พวกเขาต้องการทำเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายและใช้งานได้จริง เป็นศิลปะอันสวยงามเปรียบดังหีบเพลงที่เป็นผลงานจากจินตนาการกับความมัธยัสถ์ ความพอเพียงระหว่างจินตนาการกับประโยชน์ใช้สอยอันชาญฉลาด และไม่เพิ่มเติมอะไรที่เกินความจำเป็น นี่คือแนวคิดจริงแท้ มีปากมีเสียงจุดยืนอย่างชัดเจนของศิลปินยุคนั้น นักโฆษณา เจ้าของแกลลอรี นักหนังสือพิมพ์ นักวิจารณ์ หรือนักแสดงหน้าใหม่ที่เคยชื่นชอบการแต่งกายด้วยสีขาวสะอาดตา กลับรับวัฒนธรรมการแต่งกายกายด้วยสีดำไปใช้ และไม่คิดวิจารณ์แต่อย่างใด เพียงรับไปโดยรู้แค่ว่า นี่คือโยจิ หรือ นั่นคือกอมม์ เดส์ การ์ซองส์  ภายในเวลาอันสั้น งานออกแบบของทั้งสองกลายมาเป็นเครื่องแบบสุดเท่ของสุภาพบุรุษที่เรียกได้ว่า ‘ช่างคิด’ เหล่าแมกกาซีนนำเรื่องราวเหล่านี้มาตกผลึกและสรุปได้ว่า มันคือการกลับมาของแฟชั่นไม่ระบุเพศในเวลาต่อมา ซึ่งนักวิจารณ์คนดังอย่าง ซูซี เมงเคส เคยกล่าวไว้เมื่อไม่นานมานี้ว่า สีดำ ยังคงเป็นเครื่องแบบของคนแฟชั่นมาถึงปัจจุบัน

Yohji yamamoto lopt 1

เจ้าพ่อชุดดำ Yohji Yamamoto Photo by Flickr

 

Related Post

Do Women Love The Fashion Victims?

การจะรู้ได้ว่าผู้หญิงเลือกมองผู้ชายที่พิถีพิถันกับลุคการแต่งตัวจริงแท้แค่ไหน เราต้องกลับมาดูประวัติศาสตร์การแต่งกายเป็นอันดับแรก ว่าเกิดอะไรขึ้นกับวิวัฒนาการแฟชั่นของพวกเขา และขอให้ลืมชื่อเสียงอันโด่งดันของกลุ่ม ‘Metrosexual’ ไปก่อน คิดเสียว่าสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ไม่มีอยู่จริง เพียงแต่เคยปรากฎบนนิตยสารผู้หญิงราวสิบห้าปีก่อน โดยมองว่า เป็นผู้ชายสายพันธุ์ใหม่ที่กระตือรือร้นกับเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก

loptimum thai style.

สไตล์และชายหนุ่ม
นั่นไง! มันหมายถึงพวกเราชาวลอปติมัมชัดๆ คือผู้ชายมีสไตล์ ไม่ว่าจะทำงานในแวดวงไหนก็สามารถดูดีได้ในแบบของตัวเอง เพราะสไตล์ไม่ได้จำกัดว่ามีเพียงหนึ่งเดียว แต่อาจมีนับร้อยนับพันหรือมากกว่านั้น ทั้งยังเป็นขั้วแม่เหล็กที่ดึงดูดความสนใจของสาวๆ ที่เราหมายตาได้อีกด้วย ไม่ว่าจะแต่งองค์ทรงเครื่องให้โก้หรูเยี่ยงลอร์ดแห่งราชวงศ์อังกฤษ หรือมาในลุคเซอร์กวนเมืองอารมณ์นิวยอร์กแร็ปเปอร์ ทุกสไตล์เปิดโอกาสให้เราทุกคนได้เลือกเสมอ ดูอย่าง สตีฟ แม็กควีน หรือ มาร์ลอน แบรนโด อดีตนักแสดงหนุ่มชื่อดังชาวอเมริกันมาดเท่ โด่งดังในภาพยนตร์แอ็คชั่นตั้งแต่ยุค 1950s พวกเขาคือตัวอย่างของผู้ชายที่มีสไตล์อย่างสมบูรณ์แบบ

loptimum thai com 5

แรงดึงดูดทางเพศ ปัญหาสำคัญในวัยผู้ใหญ่
ในความเป็นจริงไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายทั้งสองฝ่ายต่างให้ความสำคัญกับเรื่องสไตล์ ไม่น้อยไปกว่ากัน ยิ่งผู้ชายมีสไตล์ของตนมากขึ้นเท่าไร ผู้หญิงก็มีเงื่อนไขเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น ผู้ชายที่ไม่ใส่ใจดูแลรูปลักษณ์ภายนอกเลยแม้แต่น้อยและยังพุ่งตรงเข้าหาสาวเจ้าพร้อมสเวตเตอร์ตัวเก่าแบบมีฮู้ดละก็ บอกได้เลยว่ากินแห้ว!! อย่าหวังจะได้ยลขาอ่อนของพวกเธอแม้แต่ข้างเดียว องดีน วัย 33 ปี เคยกล่าวไว้ว่า ‘ฉันชอบผู้ชายมีสไตล์ แต่คำว่าสไตล์ไม่ได้หมายความแค่ทันสมัยหรืออินเทรนด์ แต่มันบ่งบอกถึงรสนิยมที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด’

loptimum thai com 2

ได้เวลาเกิดใหม่
ใช่แล้ว! คุณผู้ชายทั้งหลายถึงเวลาฌาปนกิจเสื้อผ้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานกันแล้ว เช่น แจ๊กเก็ตที่ดูยังไงก็ไม่เข้าท่า โค้ตลายเฉิ่มเชย หรือเนคไทเส้นเก่าสีเปื้อนเขรอะ จากนั้นก็เก็บรูปถ่ายเก่าๆ เข้าตู้เพื่อไม่ให้เหลือร่องรอยในอดีตอันผิดพลาดจนเกินกว่าจะให้อภัย และด้วยประสบการณ์นี้แหละจะสอนเราว่า อะไรเหมาะ อะไรควร… ควรแต่งตัวยังไงให้ดูดีภูมิฐาน ตลอดจนจะใช้อะไรช่วยอำพรางจุดบกพร่องอันเลวร้าย สไตลิสต์สาว กามิลล์ โน้กส์ เคยกล่าวว่า ‘ความแตกต่างของผู้ชายขึ้นอยู่กับอายุ สังเกตุได้จากนักแสดงกับนายแบบ คนที่อายุน้อยจะเชื่อฟังคำสั่ง แต่คนที่อายุมากหน่อยเขาจะรู้เองว่าอะไรใช่ หรือไม่ใช่’

loptimum thai com 3

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับผู้ชายที่แต่งตัวไม่เอาไหน ‘เราสามารถเลือกซื้อเสื้อผ้าชิ้นเบสิกเท่ๆ ราคาย่อมเยาได้ทางอินเตอร์เน็ต ทั้งเฟสบุ๊ค และอินสตราแกรม หรือไม่ก็่ตลาดอาร์ตที่มีให้เห็นกันเกลื่อน พูดเลยว่าเราแต่งตัวดีมีสไตล์ได้โดยไม่ต้องถลุงเงินก้อนโตเหมือนคนบ้า’

loptimum thai com 8

ผู้หญิงสร้างผู้ชายที่ใช่
ถ้าผู้ชายไร้ซึ่งสไตล์ จุดจบคือต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวและตายไปโดยไม่มีสาวข้างกายจริงหรือ? คงไม่แย่ถึงขนาดนั้นหรอก สำหรับประเด็นชวนคิดนี้ คงต้องลุ้นกันหน่อย แต่เชื่อเถอะว่าโลกยังยุติธรรมเพราะยัังมีผู้หญิงอีกมากที่ไม่ใส่ใจเรื่องสไตล์ หรืออาจเห็นความสำคัญของรูปลักษณ์ภายนอกเล็กน้อย อย่างไรก็ตามผู้หญิงจะชอบผู้ชายแต่งตัวแต่หากถึงขึ้นพิถีพิถันจนงานเกินหน้าเกินตาคงไม่ดีแน่
นิสัยอย่างหนึ่งของผู้ชายช่างแต่งตัวที่เราสังเกตุได้ก็คือ พวกเขาไม่ยอมใส่กางเกงจ็อกกิ้งออกนอกบ้านเด็ดขาด ยกเว้นช่วงเวลาพักผ่อนยามบ่ายวันอาทิตย์ ส่วนมากสาวกสไตล์โมเดิร์น แดนดี้ ยังคงรักษาลุคเท่จับใจมิให้ด่างพร้อย
เอาเถอะ ยังไงผู้ชายมีสไตล์ก็มีเปอร์เซ็นชนะใจสาวมากกว่าอยู่ดี ด้วยรูปการเช่นนี้จึงชวนให้นึกถึงประโยคเด็ดโดนใจในโฆษณารถยนต์สัญชาติเยอรมันแบรนด์หนึ่งที่ว่า ‘สไตล์อยู่ที่ไหน ผู้หญิงอยู่ที่นั้น’

loptimum thai con 1

เมื่อสไตล์ตัดสินทุกอย่าง
‘แฟชั่นตกยุคได้ แต่สไตล์คือนิรันดร์’ เป็นประโยคสุดคลาสสิกที่ใช้ได้เสมอ กล่าวโดย โกโก ชาแนล หากมองผ่านแง่มุมการตลาด สไตล์ก็เหมือนสินค้าที่สามารถจับประเภทหรือแยกให้ถูกกลุ่มเป้าหมาย เพราะมนุษย์เราต่างจิตต่างใจ บ่อยครั้งที่เลือกใช้หลักความพอใจนำหน้าเหตุผล มันคือกฎกติกาของเกมแห่งสไตล์ ที่ไม่มีใครสามารถกำหนดสไตล์สากลสำหรับมัดใจหญิงทุกคนได้ ดังนั้น ประตูแห่งโอกาสและความหวังจึงยังคงเปิดให้สิงห์มอเตอร์ไซค์ รอรับสาวสวยจาย่านผู้ดีมาอยู่ในอ้อมแขนของหนุ่มที่เต็มไปด้วยรอยสักแสนร้ายกาจ ไม่ว่าจะแค่หนึ่งชั่วโมงหรือข้ามคืน ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ สไตล์ใครสไตล์มัน!!

loptimum thai com 9

Related Post