Posts

เกรียนจนได้ดีนิทรรศการของ Gucci ที่เกิดขึ้นจาก ‘ฟันคุด’ ของจาเร็ด เลโต้

เรื่องมันมีอยู่ว่าจาเร็ด เลโต้ได้ส่งฟันคุดให้กับเพื่อนรักดีไซเนอร์อย่างอเลสซานโดร มิเคเล่แห่ง Gucci ซึ่งแทนที่จะตกใจวี้ดว้ายกระตู้วู้ อเลสซานโดรกลับเอาฟันคุดซี่ดังกล่าว (แหล่งข่าวไม่ได้เปิดเผยนะว่า มีเลือดและเนื้อของจาเร็ดแถมมาด้วยหรือเปล่า) ไปประดิษฐ์ประดอยเป็นผลงานศิลปะสไตล์ Gucci พร้อมจัดแสดงในนิทรรศการที่รวบรวมผลงานศิลปะหลายประเภทในหัวข้อ Blind with Love ที่อเลสซานโดรได้จัดทำนิตยสารแบบคอฟฟี่เทเบิ้ลบุครายหกเดือนที่ชื่อว่า A Magazine อยู่แล้ว

นิทรรศการนี้เดินสายแสดงมาแล้วที่ฮ่องกง และปักกิ่ง รอบนี้ฟันคุดของจาเร็ดและงานศิลปะอื่นๆ ได้เดินทางมาเหยียบ Taipei Huashan Creative Park พร้อมเปิดให้คนทั่วไปได้ไปเสพ ‘ฟันคุด’ ซี่ในตำนานของจาเร็ดได้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคมเป็นต้นไป ณ กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน

Related Post

ล้วงลึกถึงตัวตนหลายบุคลิกของ Jared Leto ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าค้นหา

30 SECONDS +1 OSCAR + 4 ALBUMS =JARED LETO

Q: คุณจะสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับ Andy Warhol 
(แอนดี้ วอร์ฮอล) และรับบทเป็นตัวเขา จริงหรือไม่

A: จริงครับ! แอนดี้เป็นศิลปินที่โด่งดังที่สุดในโลก เป็นการผสมกันอย่างเหลือเชื่อระหว่างความมีชื่อเสียงและชื่อเสีย แต่ยังไม่เคย
มีภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่เรื่องไหนที่ถ่ายทอดเรื่องราวของเขา
ออกมาจริงๆ สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอผ่านจอภาพยนตร์คือ
วิธีการฉีกกฎของเขาได้เปลี่ยนแปลงโลกไปอย่างไร แอนดี้สอน
พวกเราว่ามีโอกาสอยู่มากมาย เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะค้นหา
สิ่งที่อยู่ในตัวเราให้เจอ

Jared Leto _s4_283v2

Q: คุณทำความเข้าใจความคิดของวอร์ฮอลอย่างไร

A: เป็นกระบวนการที่น่าสนใจมาก เหมือนการแก้ปริศนา แอนดี้เปิดเผยลักษณะของเขาเพียงด้านเดียวต่อคนรอบข้าง ไม่ค่อยมีใครได้รู้จักตัวเขา ผมดีใจที่ได้ค้นหาว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นคนอย่างไร

Jared Leto _s5_386 1

Q: ปัจจุบันคุณเกี่ยวข้องกับโลกของศิลปะอย่างไร

A: ผมเป็นศิลปินมาตลอด แม้แต่ก่อนที่จะเริ่มทำงาน ผมก็เรียนที่โรงเรียนศิลปะ ผมเติบโตมาท่ามกลางเหล่าศิลปิน ที่ผมเลิกวาดภาพเพราะผมเจอทางอื่นที่สื่อสารความคิดความรู้สึกออกมาได้

Jared Leto _s5_383v2

Q: ความร่วมมือทางศิลปะที่สำคัญที่สุดในอาชีพของคุณ

A: การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างผู้กำกับและนักแสดง 
ผมได้รับอะไรดีๆ จากการทำงานร่วมกับ David Fincher (เดวิด ฟินเชอร์) และ Darren Aronofsky (แดร์เรน อาร์โรนอฟสกี้) เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผมแต่งเพลงร่วมกับ Kanye West (คานเย เวสต์) นั่นก็เป็นหนึ่งในประสบการณ์อันล้ำค่าของผม ตอนนี้ผมกำลังทำอัลบั้มใหม่กับ Shannon (แชนน่อน) น้องชายของผม กับวง Thirty Seconds to Mars ของเรา เป็นประสบการณ์ที่แตกต่างออกไปแน่นอน แต่ในการทำงานร่วมกับน้องชาย เรามีแรงบันดาลใจ
และมีพลังอย่างเหลือเชื่อ เหมือนเรากำลังใช้ชีวิตไปกับการไขปัญหาในเชิงความคิดสร้างสรรค์ ผมพบว่าจริงๆ แล้วผมชอบทำงาน
ร่วมกับคนอื่น ผมไม่ได้เป็นพวกชอบเก็บตัว อย่างเช่น ผมชอบทำงานกับ Terry Richardson (เทอร์รี่ ริชาร์ดสัน) หนึ่งในศิลปิน
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนี้ เขาได้เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของแฟชั่นและโฆษณามากกว่าใคร เขาแสดงให้เห็นว่าเราไม่จำเป็นต้องมีกล้องราคา 10,000 ดอลลาร์ถึงจะถ่ายรูปที่สวยงามได้เพราะอารมณ์และความอยากรู้อยากเห็นสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด

Q: คุณทำหลายอาชีพควบคู่กับไปได้อย่างไร ต้องซ่อนบุคลิกบางอย่างเพื่อให้แต่ละอาชีพอยู่กันได้หรือไม่

A: ไม่นะ จริงๆ แล้วการแลกเปลี่ยนสิ่งที่เรียนรู้จากวงการหนึ่ง
ไปยังอีกวงการหนึ่งเป็นเรื่องที่ดีนะ ธุรกิจเป็นส่วนสำคัญ
ในชีวิต ผมมีความสุขที่ได้เรียนรู้อะไรมากมายจากการสัมผัส
กับคนที่ก่อตั้ง Airbnb หรือ Uber ผมประยุกต์สิ่งที่ผมเรียนรู้จาก
สิ่งเหล่านี้ไปใช้กับชีวิตด้านอื่นของผม ทั้งหมดนี้ไปด้วยกันจริงๆ

Jared Leto _s7_670Cv

Q: เรามักจะเห็นคุณปรากฏตัวพร้อมกับ Alessandro Michele (อเลสซานโดร มิเคเล) ของ Gucci บ่อย ๆ

A: เราเจอกันที่ลอสแอนเจลิส เราคลิกกันเร็วมาก อายุเท่ากัน
และมีอารมณ์ขันแบบเดียวกัน ทุกวันนี้เราสนิทกันมาก 
เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่น่าเชื่อ เขามีความคิดสร้างสรรค์มากๆ 
เวลาอยู่ใกล้เขาจึงสนุกไปหมด สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาคือ
เขาสามารถใส่ความรักจำนวนมหาศาลลงไปในงานของเขา

Jared Leto _s7_724

Q: พวกคุณจะมีโอกาสทำภาพยนตร์ร่วมกันไหม

A: แน่นอน เราคุยกันถึงโครงการที่มีแผนชัดเจนแล้ว เราจะดูว่าจะ
เป็นไปได้อย่างไรบ้าง ผมไม่อยากจะพูดอะไรล่วงหน้าไปมาก 
แต่ที่แน่ๆ คือจะเป็นภาพยนตร์ที่พิเศษมาก

Jared Leto _s7_480

Q: คนเริ่มพูดถึงเรื่อง Blade Runner 2049 กันแล้ว

A: ใช่ครับ ใกล้จะได้ดูกันแล้ว Blade  Runner เป็นหนึ่งใน
ภาพยนตร์ที่ผมชอบมาก ผมต้องการเป็นส่วนหนึ่งในโปรเจ็กต์
ของผู้กำกับ Denis Villeneuve (เดนิส วิลเลนเนิฟ) มากๆ 
ทีมนักแสดงก็สุดๆ ไปเลย Harrison Ford (แฮร์ริสัน ฟอร์ด) 
เป็นตำนานอย่างแท้จริงและผมเรียนรู้จากเขาเยอะมาก

signature_leto

Q: เราจะได้เห็นอะไรจากจาเร็ดในปี 2017 บ้าง

A: เริ่มต้นด้วยอัลบั้มใหม่จาก Thirty Seconds to Mars พวกเราจะออกทัวร์คอนเสิร์ตเร็วๆ นี้ และจะมีภาพยนตร์ออกมา 2 เรื่อง
และสารคดีซีซั่นใหม่ที่ผมสร้างและกำกับเอง ชื่อว่า Beyond 
the Horizon ผมต้องการมองอนาคตจากมุมมองของผมเองแต่
ในขณะเดียวกันก็มีมุมมองจากอีกหลายๆ คนจากทุกทวีป ผมเริ่มสัมภาษณ์พวกเขาแล้ว เป็นการมองอนาคตที่ชวนคิด โดยเฉพาะอนาคตทางการเมือง ไม่เพียงแต่อนาคตการเมืองของอเมริกาเท่านั้นแต่รวมถึงอนาคตของทั้งโลกด้วย

Related Post

การปรากฏกายของเซเลบริตี้แบบที่ต้อง #SaintLaurentMoments กันเลยทีเดียว

#SaintLaurentMoments

เซเลบริตี้จาก 2 ซีกโลกปรากฏกายพร้อมเสื้อผ้าและกระเป๋าจาก Saint Laurent

Jared Leto สวมเสื้อแจ๊คเก็ตสีดำ เชิ้ตผ้าฝ้ายสีดำ และกางเกงยีนส์สีดำ มาร่วมพิธีมอบรางวัล American Music Awards ที่ลอส แองเจอลิส

JARED LETO 11-22-15

Yang Yang นักแสดงชายชื่อดังชาวจีนหิ้วกระเป๋าสะพายหลังลายพรางขลิบหนังสีดำ

YANG YANG 11-20-15-1

Thomas Brodie-Sangster นักแสดงหนุ่มหน้าเด็ก มาในชุดของ Saint Laurent แบบ Total Look ในงาน Moet British Independent Film Awards 2015

THOMAS BRODIE SANGSTER_12-06-2015

Paul Dano เป็นอีกคนหนึ่งที่สวมใส่ทักซิโด้ของ Saint Laurent ที่ดูสุภาพแต่เนี้ยบกริบตามสไตล์

PAUL DANO 11-14-15

ใครว่า Saint Laurent มีแต่สีดำหรือสีเบสิค Big Bang กลุ่มนักร้องเกาหลีชื่อดังมาในชุด Saint Laurent หลากสีลบคำปรามาสที่บอกว่า Saint Laurent เรียบเกินไป

BIG BANG 12-02-15 B-1

Anthony Wong อีกหนึ่งนักร้องนักแสดงชาวฮ่องกงที่มาพร้อมกับเครื่องแต่งกายที่ดูสนุกมีลูกเล่นจาก Saint Laurent

ANTHONY WONG 27-11-15-1

Zhang Shuangli นักแสดงเชื้อสายจีนที่มาพร้อมกับสไตล์ส่วนตัวสุดเท่ สะพายกระเป๋าลายพรางขลิบหนังสีดำจาก Saint Laurent

ZHANG SHUANGLI 11-28-15-1

Content by Ronnakorn R., Photography by Saint Laurent

Related Post

5 สุดยอดนักแสดงฮอลลีวู้ดที่ยอมทุ่มสุดตัวทั้งลดทั้งรีดน้ำหนักจนไม่เหลือเค้าเดิมเพื่อความสมจริงของบทบาท

Hollywood body Transformations

การแสดงในระดับฮอลลีวู้ดนั้นเป็นอะไรที่สมบทบาทและสมจริงอยู่เสมอ แต่ละเรื่องที่นักแสดงเลือกจะรับบทต้องมีการฟิตหุ่นหรือที่หนักกว่าคือรีดหุ่นซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะต้องยอมอดอาหารกันอย่างหนัก จนคุณเองอาจจะจำกันแทบไม่ได้ และนี่คือ 5 สุดยอดนักแสดงฮอลลีวู้ดที่ยอมทุ่มสุดตัวทั้งลดทั้งรีดน้ำหนักจนไม่เหลือเค้าเดิมเพื่อความสมจริงของบทบาท

1.ใครยังจำได้กับ 50 Cent แร็พเปอร์หนุ่มที่ยอมลดน้ำหนักตัวเองมากกว่า 25 กิโลกรัม เพื่อความสมจริงในการรับบทบาทเป็นผู้ป่วยโรงมะเร็งในภาพยนตร์เรื่อง All Things Fall Apart ในปี 2011

6.50_cent_extreme_body_transformations_1a41rgg-1a41rtf

2.หากใครยังไม่สะใจกับภาพของสาวประเภท 2 ติดเชื้อ HIV ที่ Jared Leto ยอมทุ่มทุนแปลงโฉมจนคว้ารางวัลออสการ์มาได้แล้วนั้น ล่าสุดกับการรับบทบาทเป็น Mark Chapman ในภาพยนตร์เรื่อง Chapter 27 ที่ Jared Leto ต้องเพิ่มน้ำหนักตัวเองมากกว่า 20 กิโลกรัม เพื่อความสมจริงของภาพยนตร์เรื่องนี้

3.jared_leto_extreme_body_transformations_1a41rgg-1a41rt6

3.สำหรับม้านอกสายตาออสการ์อย่าง Matthew McConaughey ที่ต้องทำให้ทุกคนหันกลับมามองด้วยบทบาทผู้ป่วยติดเชื้อ HIV โดย Matthew McConaughey ต้องยอมลดน้ำหนักตัวเองมากกว่า 20 กิโลกรัม จนออสการ์ต้องยอมมอบรางวัลนักแสดงนำชายให้ในที่สุด

1.matthew_mcconnaughey_extreme_body_transformations_1a41rgg-1a41rt0

4.ต่อด้วยนักแสดงมากฝีมืออย่าง Christian Bale ก้ไม่ยอมน้อยหน้าใครเหมือนกันเพราะเขายอมลดน้ำหนักมากถึง 25 กิโลกรัม สำหรับบทบาทคนเป็นโรคนอนไม่หลับใน The Machinist

2.christian_bale_extreme_body_transformations_1a41rgg-1a41rt3

5.ล่าสุดกับ Chris Hemsworth ที่ต้องมารับบทเป็นต้นหนประจำเรือล่าปลาวาฬในภาพยนตร์เรื่องใหม่ In the Heart of the Sea ที่ทุ่มทุนรีดหุ่นตัวเองจนไม่เหลือคราบถึง 30 ปอนด์ มารอดูกันว่าออสการ์จะยอมใจอ่อนมอบรางวัลให้เขาหรือไม่

chris_hemsworth_1b54lra-1b54m2q

Content by Chanond M.

Related Post

WEIGHT LOSS AND GAIN FOR ROLES

คอนเท้นต์นี้มีความเสี่ยงสูงผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีกรุณารวบรวมสติก่อนอ่าน!

นอกจากบทบาทการแสดงที่เหนือชั้นของ แมทธิว แม็คคอนาเฮย์, จาเรด เลโต และ คริสเตียน เบล อีกสิ่งหนึ่งที่ทุกคนพูดถึงคือการลดน้ำหนักแบบ ‘ฮวบฮาบ’ เพื่อให้เขาถึงบทบาทของพวกเขา

AMF_7277 (341 of 376).NEF

แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ และจาเรด เลโต แข่งกันลดน้ำหนักจนผอมบักโกรกเพื่อให้สมบทบาทผู้ป่วยโรคเอดส์ในหนัง Dallas Buyers Club (2013) จนกอดคอกันคว้ารางวัลออสการ์ไปคนละตัวในหนังโปรเจคเล็กๆที่ใช้ทุนสร้างไม่ถึง 5 ล้านเหรียญและถ่ายทำเพียง 25 วันอย่าง Dallas Buyers Club กลายเป็นพระเอกในงานประกาศรางวัลออสการ์ปี 2014 โดยส่งแมทธิว แม็คคอนาเฮย์ คว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากบทคาวบอยหนุ่มที่ติดเชื้อเอชไอวีและผันตัวมาเป็นนักเคลื่อนไหวด้านโรคเอดส์ พร้อมกับจาเรด เลโต ที่ได้รับรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมไปครองเช่นกัน จากบทกระเทยผู้ป่วยโรคเอดส์ที่ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน

loptimum weight1

นอกเหนือจากฝีมือการแสดงขั้นเทพ ฝีมือการ ‘ลดน้ำหนัก’ ขั้นเทพไม่แพ้กัน
‘สูตรแมทธิว แม็คคอนาเฮย์’ ระยะเวลา 4 เดือน สามารถลดได้ 21 กิโลกรัม

เขาใช้วิธีการกินอาหารครบทุกมื้อ แต่กินแค่ปลาและผักถ้วยเล็กๆ ภายใต้การดูแลของนักโภชนาการจึงไม่มีผลมากนัก แต่เขาก็ยอมรับว่าส่งผลให้สายตาพร่ามัวในช่วงที่ลดถึงขีดสุด และหลังจากหนังปิดกล้องแมทธิวสามารถกินชีสเบอร์เกอร์ได้สบายๆและใช้เวลา 3 เดือนให้น้ำหนักกลับมาเป็นปกติ

Pop Culture.indd

‘สูตรจาเรด เลโต’ ระยะเวลา 3 อาทิตย์ สามารถลดได้ 13.5 กิโลกรัม!!

พระเจ้า จิตใจพี่แกทำด้วยอะไร..#ยอมใจ หนังเรื่องนี้ถือเป็นผลงานการแสดงในรอบ 5 ปี สำหรับการลดแสนโหดครั้งนี้ทำให้จาเรดเหลือน้ำหนักติดตัวเพียง 50 กิโลกรัม หนำซ้ำเขายังบอกปัดไม่พึ่งนักโภชนาการแต่ขอลดน้ำหนักแบบ ‘ฮาร์ดคอร์ด’ ด้วยตัวเอง โดยมีเคล็ดลับที่ไม่ซับซ้อนดังที่เขาบอกว่า ‘ก็แค่หยุดกิน’ ถึงจะคุ้มค่ากับรางวัลออสการ์ที่ได้รับ แต่ทว่า ‘รางวัลออสการ์’ ก็แลกมาด้วยอันตราย เพราะหลังจากปิดกล้องต่อให้เขาพยายามกินให้น้ำหนักเพิ่มมาเท่าเดิม แต่กระเพาะอาหารและอวัยวะต่างๆ ของร่างกายกลับหดตัวโดยอัตโนมัติ ส่งผลให้เขากินอะไรได้เพียงเล็กน้อยแม้จะรู้สึกหิวแค่ไหนก็ตาม งานนี้ถึงกลับออกปากว่า ‘จะไม่ลดน้ำหนักเพื่อเล่นหนังอีกแล้ว’

Christian Bale

อันที่จริงจาเรดเคยไปอีกสุดขั้วหนึ่งมาแล้วเมื่อปี 2007 ที่เขาเพิ่มน้ำหนักถึง 30 กิโลกรัม เพื่อรับบทมาร์ค แชปแมน ฆาตกรโรคจิตร่างอ้วนที่สังหาร จอห์น เลนนอน โนหนังเรื่องหนึ่ง Chapter 27 โดยเทคนิคการเพิ่มน้ำหนักคือ สวาปามพิซซ่า พาสต้า และไอศครีมซ้อกโกแลตเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟจนเหลว ผสมน้ำมันมะกอกนิดหน่อยและยกขึ้นดื่ม

kinopoisk.ru

‘ร่างกายสั่งรีโมทได้’ นั่นคือ คริสเตียน เบล

เขาเพิ่มน้ำหนัก 18 กิโลกรัม ด้วยการกินอาหารจังค์ฟู้ดรวมไปถึงเบอร์เกอร์เพื่อรับบทหนักต้มตุ๋นในหนังเรื่อง American Hustle แต่ที่คนพูดถึงกันอย่างเกรียวกราวคือหนังเรื่อง The Machinist ในปี 2004 ที่เบลลดน้ำหนักสะท้านโลก 27 กิโลกรัม ให้เหลือเพียง 54 กิโลกรัม จนหุ่นซูบผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกเพื่อรับบทหนุ่มผู้ป่วยโรคนอนไม่หลับมานานแรมปี เขาใช้เวลา 4 เดือนในการลดน้ำหนักด้วยการกินแค่แอปเปิ้ลวันละผล บวกกับดื่มกาแฟและน้ำเปล่า หลังจากนั้นเขามีเวลาแค่ 2-3 เดือน ในการเตรียมรับบท บรูซ เวย์น ใน Batman Begins ซึ่งต้องเพิ่มน้ำหนักขึ้นมาเท่าตัว
‘เบลใช้วิธีกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงและเข้าฟิตเนสวันละ 3 ชั่วโมงเหมือนเคย’ และเขาก็กลับมาลดน้ำหนักอีกครั้งสำหรับหนัง The Fighter ปี 2010 จนคว้าออสการ์สมทบชายมาครอง

ปล. การลดน้ำหนักแบบฮวบฮาบจะส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายด้านโดยเฉพาะการทำงานของหัวใจยังเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี เบาหวาน โรคหัวใจ โรคซึมเศร้า และแน่นอนโยโย่เอฟเฟ็กต์… เปลี่ยนจากอด เป็นเลือกกินดีกว่าครับ อยากกินอะไรก็กินนะครับแต่กินแบบมีสติ

Related Post