Posts

คู่หูนักออกแบบชื่อดังชาวฝรั่งเศสรับหน้าที่ออกแบบคอลเลกชั่นฤดูใบ้ไม้ผลิให้ Lacoste

Mathias Augustyniak และ Michael Amzalag, หรือที่รู้จักกันในนามว่า M/M paris คู่หูนักออกแบบชาวฝรั่งเศสที่ได้รับรางวัลมากมาย ได้สร้างสรรค์ตัวอักษรภาษาอังกฤษเป็นรูปทรงต่างๆโดยใช้สองสีสลับกัน เพื่อสื่อถึงตัวจระเข้ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกตัวนี้ Felipe Oliveira Baptista, Creative Director ของ Lacoste ฝันอยากเห็นงานออกแบบตัวจระเข้จากพรสวรรค์และความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินทั้งคู่มานานมากแล้ว

เขากล่าวว่า “ผมชื่นชอบงานของทั้งคู่ ซึ่งมีความจัดจาน เป็นเอกลักษณ์ โดนใจ ผมชอบการผสานที่ลงตัวของอิสระทางความคิดในเรื่องการใช้โทนสีกับความเฉพาะของชิ้นงานที่ทั้งคู่สร้างสรรค์ออกมา

ในช่วงสามศตวรรษที่ผ่านมา M/M paris สามารถถ่ายทอดอัตลักษณ์ของแบรนด์ทั้งหลายผ่านภาพและองค์ประกอบต่างๆได้อย่างยอดเยี่ยม ในบรรดาดีไซเนอร์ที่สร้างสรรค์งานล้ำๆในรุ่นเดียวกันกันนั้น ทั้งคู่ได้สร้างปรากฎการณ์ให้กับวงการ ด้วยชิ้นงานที่มีความลึกซึ้งและมีนัยยะทางการเมือง

สิ่งที่ทำให้ทั้งคู่โดดเด่นก็คือ การไม่ตีกรอบให้ตัวเองต้องทำงานกับสื่อใดสื่อหนึ่ง จึงทำให้ Mathias กับ Michael ได้ทำงานสร้างสรรค์ผลงานทั้งทางด้านแฟชั่น วงการเพลง โดยมีทั้งศิลปะร่วมสมัย งานละครเวที รวมทั้งงานตกแต่ง ไปจนถึงการรังสรรค์น้ำหอม

ทั้งคู่ได้ร่วมกันสร้าง Yohji Yamamoto ให้เป็นที่รู้จัก และได้ร่วมกันกับ Nicolas Ghesquière สร้างลุคแบบเรอเนซองค์ให้กับแบรนด์ Balenciaga นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังสร้างสรรค์ผลงานในหลากหลายรูปแบบให้กับแบรนด์ Loewe และ JW Anderson โดยทำงานร่วมกับ Jonathan Anderson

ทั้งคู่เป็นดีไซน์เนอร์หลักที่ออกแบบงานกราฟฟิคให้กับ Björk, Benjamin Biolay, Etienne Daho, Jean-Louis Murat และยังร่วมงานกับหลากหลายศิลปิน เช่น Dominique Gonzalez-Foerster Pierre Huyghe และ Philippe Parreno รวมทั้งออกแบบโปสเตอร์ให้กับสถาบันและองค์กรชั้นนำอาทิ Lorient theatre, the Dijon Consortiumและ  Fiac นับตั้งแต่ปี 2005

การได้ทำงานให้กับลูกค้าที่มีความแตกต่างและหลากหลายนับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสร้างสรรค์ชิ้นงานที่มีความซับซ้อนและลึกซึ้ง ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็ช่วยเติมเต็มซึ่งกันและกันเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน เราจึงเชิญทั้งคู่มาทำงานชิ้นนี้

รายละเอียดของคอลเลคชั่น

การออกแบบตัวอักษรนั้น เป็นความถนัดและชื่นชอบของ Mathias Augustyniak และ Michael Amzalag อยู่แล้ว ทั้งคู่สนุกกับการจัดเรียงรูปร่างของจระเข้โดยใช้ตัวอักษรตามลำดับ A – Z โดยปรับรูปทรงของตัวอักษร เพื่อสะกดเป็นชื่อของ      แบรนด์ และสร้างความโดดเด่นให้กับหางจระเข้ด้วยตัว L และใช้ตัว E เพื่อสื่อถึงปากที่อ้ากว้างอยู่

สินค้าต่างๆในคอลเลคชั่นนี้มีจำนวนจำกัด และมีเอกลักษณ์โดดเด่นตามตัวศิลปินผู้ออกแบบ

โดยจะมีสีขาว น้ำเงิน แดง และฟ้า และชมพูอมส้มของ LACOSTE และจะมีงานปักคำว่า LACOSTE สีเขียวและแดงสลับกัน โดยงานปักชิ้นนี้จะมาแทนตัวจระเข้ที่อยู่บนเสื้อโปโลแขนสั้น ในขณะที่บนเสื้อยืดสำหรับชายและหญิง จะมีตัวอักษรทั้งหมด  26 ตัว และจะลงสีเฉพาะตัวที่สะกดเป็นคำว่า LACOSTE งานกราฟฟิคนี้จะไปอยู่ตรงด้านหน้าของกระเป๋า Anna ที่สามารถใช้ได้ทั้งสองด้าน ในขณะที่อีกด้านจะเป็นรูปโลโก้ M/M (Paris)ที่ทุกคนรู้จักันดี รวมไปถึงคอลเลคชั่นรองเท้า ที่มีความพิเศษด้วยงานปักบนด้านข้างของรองเท้าทั้งสองด้านและใต้พื้นรองเท้าทำจากวัสดุใสสามารถมองเห็นลวดลายกราฟฟิกของ M/M ได้อย่างพิเศษ สร้างสรรค์และลงตัว LACOSTE X M/M รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นนี้ สามารถเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ Lacoste Flagship Store @Central World ชั้น2, Facebook.com/lacostethailand

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 095-3702539, 082-4862382

Related Post

ย้อนรอยประวัติศาสตร์วงการเทนนิสตั้งแต่ René Lacoste จนถึง Novak Djokovic


ย้อนกลับไปในปีค.ศ. 1933 René Lacoste (เรเน่ ลาคอสต์) หนึ่งในตำนานนักกีฬาเทนนิสระดับแชมป์โลกผู้ซึ่งเคยได้รับฉายาว่า ‘จระเข้’ จากลีลาการเล่นและเทคนิคพิเศษเฉพาะตัวที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันและเฉลียวฉลาดอันน่าทึ่ง ซึ่งนั้นยังไม่นับรวม ’อาวุธลับ’ ของเขานั้นคือชุดกีฬาเสื้อโปโลในรุ่น Lacoste L.12.12 ซึ่งนับได้ว่าเป็นการปฏิวัติวงการเทนนิสครั้งใหญ่ โดยเขาได้เป็นคนออกแบบสร้างสรรค์และเลือกใช้ผ้าฝ้าย Petit Piqué ด้วยคุณสมบัติที่สวมใส่สบาย คล่องแคล่ว สามารถขยับร่างกายได้อย่างเป็นอิสระทำให้ชุดกีฬาเทนนิสภายใต้แบรนด์ Lacoste โดย René Lacoste เป็นที่นิยมนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาตราบจนถึงปัจจุบัน

สิ่งหนึ่งที่คล้ายกันระหว่าง René Lacoste และ Novak Djokovic (โนวัค ยอโควิช) นอกจากจะเป็นบุคคลในตำนานของวงการเทนนิสผู้ซึ่งนิยมในการเล่นเกมกีฬาอย่างยุติธรรม มีความมานะอุตสาหะและความสง่างามอันเป็นธรรมชาติแล้ว ทั้งคู่ยังเป็นนักคิดผู้ริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อีกด้วย จน Novak Djokovic ได้รับเลือกจาก Lacoste ให้เป็นแอมบาสเดอร์คนล่าสุด ที่เหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนและเป็นเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์สปอร์ตพรีเมี่ยมจากฝรั่งเศสโดยจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคนที่มีความรักในกีฬาเฉกเช่นเดียวกับ Lacoste

โดย Lacoste จะเปิดตัวคอลเลกชั่นพิเศษที่ใช้ชื่อว่า ‘Novak Djokovic’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ขึ้นมาโดยเฉพาะให้กับ Novak ใส่คว้าชัยชนะเทนนิสแกนรด์แสลมและรายการอื่นในฤดูกาลล่าสุดนี้ด้วย มีการนำเสนอชุดกีฬาที่ผสมผสานระหว่างการใช้งานและสไตล์อันโดดเด่นของ Novak เข้าไว้ด้วยกันที่ให้ความสำคัญในทุกๆ รายละเอียดทั้งความสบายยามสวมใส่ในทุกการเคลื่อนไหว อย่างการใช้รอยตะเข็บตามหลัก Ergonomic เพื่อป้องกันการเสียดสีของผิวสัมผัส และยังจะมีลวดลายพิมพ์ที่เป็นเอกลักษณ์ในคอลเลกชั่นที่อยู่บนแขนด้านซ้ายของเสื้อ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากลายเส้นต่างๆ บนสนามเทนนิส รวมถึงการเลือกใช้สีน้ำเงิน สีขาวและสีแดงเพื่อสดุดีให้กับประเทศฝรั่งเศสอย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วย โดยในคอลเลกชั่นนี้จะวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2017 เป็นต้นไป ที่ Lacoste Flagship Store, Lacoste Boutique และ Lacoste Corner ทุกสาขา ซึ่งเราจะได้เห็น Novak Djokovic จะสวมชุดกีฬาในคอลเลกชั่นนี้ในการแข่งขันเทนนิสเฟรนช์โอเพ่น 2017 บนสนามแข่งขันอย่างแน่นอน

และในแคมเปญโฆษณาชุดใหม่ล่าสุดนี้ได้ Julien Pujol (จูเลี่ยน พูโฮล) รับหน้าที่กำกับภาพรวม ที่จะสื่อสารให้เห็นถึงช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านของตำนานทั้ง 2 อันได้แก่ René Lacoste และ Novak Djokovic รวมถึงต้นกำเนิดของเสื้อโปโลรุ่น Lacoste L.12.12 ที่ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดย René Lacoste ที่ปฏิวัติชุดกีฬาเทนนิสในยุคนั้นด้วยการตัดแขนเสื้อเพื่อความอิสระและคล่องตัวในการเคลื่อนไหว โดย Novak Djokovic จะเป็นตัวหลักในการดำเนินเรื่องและในภาพโฆษณาก็ได้ Jacob Sutton (เจค็อบ ซัตตัน) เป็นผู้ลั่นชัตเตอร์ โดยผสมผสานภาพขาว-ดำ ในสไตล์ยุค 1930s เพื่อรำลึกถึงจุดกำเนิดของ Lacoste เข้ากับภาพสีที่แทนความหมายของคอลเลกชั่นปัจจุบันเพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงความสง่างามเหนือกาลเวลาของ Lacoste สอบถาม Novak collection amd Roland Garros collection ได้ที่ Lacoste Flagship Store ชั้น 2, CentralWorld โทร. 0953702539

Related Post

ต้อนรับการแข่งขัน French Open 2016 ด้วยคอลเลกชั่นพิเศษ จาก Lacoste

ลาคอสท์ (LACOSTE) เป็นพันธมิตรสำคัญของการแข่งขัน Roland Garros (โรลองด์ การ์โรส์) หรือ French Open มายาวนานกว่า 40 ปี และในทุกๆ ปี Lacoste แบรนด์แฟชั่นจากประเทศฝรั่งเศสก็จะผลิตคอลเลกชั่นพิเศษสำหรับทัวร์นาเมนต์นี้โดยเฉพาะ สำหรับ Roland Garros 2016 ที่กำลังจะมาถึง Lacoste ต้องการเฉลิมฉลองชัยชนะของ มิสเตอร์ เรอเน่ ลาคอสท์ (Mr. René Lacoste) ผู้เคยเป็นแชมป์ Roland Garros ประเภทเดี่ยวและประเภทคู่มาแล้วถึง 5 สมัยด้วยกัน รวมไปถึงแชมเปี้ยนทุกคนในยุคทศวรรษที่ 20

กลิ่นอายของความเป็นเรโทรปรากฏเด่นชัด เมื่อนำเอาผ้า Petit Pique (เปอติ ปิเก้) เอกลักษณ์ของ Lacoste มารวมกับผ้าเจอซี่ (Jersey) ในสีน้ำเงินเนวี สีขาว สีเทา และสีฟ้าเทอร์ควอยส์ เพื่อให้ได้ลุคแบบสบายๆ นอกจากนี้ยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากเส้นสีขาวบนสนามเทนนิส ลวดลายกราฟิกต่างๆ ที่ทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็น สัญลักษณ์ของ Roland Garros, Lacoste, ถ้วยรางวัล และโคว้9คำพูดเท่ๆ ที่ว่า “L’essentiel est que demeure le fair-play” หรือ “Silence s’il vous plait” ที่ปรากฏอยู่บนเสื้อโดยมีลายทางเป็นพื้นหลัง

Content by Chanond M.

Related Post

โปโลเชิ้ตรุ่นแรกโดย Rene Lacoste กลับมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับสนีกเกอร์จาก Lacoste ในปัจจุบัน

Style decoder

เมื่อ 80 ปีก่อน Rene Lacoste ได้ออกโปโลเชิ้ตรุ่นแรกที่ใช้ชื่อว่า ‘L.12.12’ และ
แปดทศวรรษให้หลังมันกลับมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับสนีกเกอร์จาก Lacoste ในปัจจุบัน

L.12

 The Prototypes

คือการนำเอาจุดเด่นของโปโลเชิ้ตต้นแบบที่เรอเน่ ลาคอสต์ได้เคยออกแบบในคอลเลกชั่น ‘L.12.12’ นำกลับมาตีความใหม่และใส่ลงไปในรองเท้าสนีกเกอร์โดยยังคงรายละเอียด ความคลาสสิก องค์ประกอบต่างๆ และดีเอ็นเอของแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน

 Monochrome

กลับไปหวนรำลึกถึงกลิ่นอายความคลาสสิก สะท้อนภาพของรายละเอียดของนักเล่นเทนนิสในยุค ’20s – ’30s ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Lacoste โดยพัฒนาขึ้นมาจากเสน่ห์ของกีฬาเทนนิสออกมาในรูปแบบของสีขาวจากเส้นตัวขอบสนามและ
สีเขียวจากสนามเทนนิส

Iconic

ไม่มีใครไม่รู้จักสัญลักษณ์ จระเข้’ ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำของ Lacoste ที่เป็นตัวแทนของคุณภาพและสไตล์ที่ชัดเจนมาตลอด 80 ปีที่ผ่านมา โดยสัญลักษณ์จระเข้นี้มีเรื่องเล่าว่า เป็นชื่อเรียกเล่นๆ ที่เรอเน่ได้รับตอนที่เธอเล่นเทนนิสอาชีพ

Style

ความหรูหราที่เป็นธรรมชาติและความสง่างาม
ของเรอเน่ ลาคอสต์ถือเป็นสิ่งที่โดดเด่นมาโดยตลอด และสิ่งเหล่านั้นเองได้แทรกซึมอยู่ในความเป็น Lacoste จนถึงปัจจุบัน และได้เป็นหัวใจหลัก
ให้กับแบรนด์เสมอมาตลอด 80 ปี และสิ่งนี้
จะอยู่คู่กับ Lacoste ตลอดไปไม่ว่ากาลเวลา
จะผันแปรเปลี่ยนไปมากแค่ไหน

 

Related Post

THE LEGEND OF LACOSTE

ทำความรู้จักกับลาคอสต์แบรนด์ในตำนานผ่าน 7 ตัวอักษร

จากตัวเลขทางเศรษฐกิจสูงถึง 8 ล้านยูโล และวางจำหน่ายใน 114 ประเทศ Lacoste สามารถยืนหยัดผ่านกาลเวลามาได้อย่างงดงาม และการที่เป็นแบรนด์สั่นสะเทือนวงการได้ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เมื่อคิดถึงสิ่งที่ได้ทำ ทั้งการร่วมงานกับแบรนด์ระดับสุดยอดอื่นๆ แคปซูลคอลเลกชั่นที่น่าตื่นตาตื่นใจ ผู้อำนวยฝ่ายสร้างสรรค์ผู้มีความสามารถหลากหลาย ไปจนถึงการร่วมแฟชั่นวีคที่นิวยอร์ก

loptimum la

P for…Polo

คือเรื่องราวของลาคอสต์ ที่กล้าพูดได้เต็มปากว่ามันคือหัวใจหลักและยังเป็นหลักประกันอันมั่นคงของแบรนด์ ซึ่งเมื่อปี 2011 เฟลิปเป โอลิเวรา บัปติสตา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ยังช่วยจุดประกายความยิ่งใหญ่อีกครั้งด้วยการออกแบบคอลเลกชั่นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานเก่าๆของแบรนด์ ด้วยการนำเสื้อโปโล L.12.12 มาตีความใหม่ และถือเป็นผลงานอีกชิ้นที่เชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับเจเนอร์เรชั่นใหม่

lacoste th

ประเภทของเสื้อโปโล 35-40 % ของตัวเลขทางธุรกิจ
– 90 แบบต่อคอลเลกชั่น
– 25 กิโลเมตรของด้ายคอตตอนต่อเสื้อโบโลหนึ่งตัว
– 55 สีสันของโปโลลาคอสต์
– 94 เปอร์เซ็นต์ คอสตอน และ 6 เปอร์เซ็นต์ อีลาสติน

Rene Lacoste lpt

lene lpt

R for…Rene Lacoste ย้อนกลับไปในช่วงก่อนปี 1930 เทนนิสเป็นกีฬาที่ผู้คนในโลกตะวันตกให้ความนิยมมีการเล่นกันอย่างแพร่หลาย ผู้เล่นเทนนิส ก็จะมีเครื่องแบบที่คล้ายๆกัน คือ เป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้น พร้อมกับกางเกงขายาวสีขาว แต่ว่านักเทนนิสชาวฝรั่งเศสกลับไม่รู้สึกว่าสบายใจสบายกายเลยกับยูนิฟอร์มแบบเดิมๆ เรเน่ ลาคอสต์ แชมเปี้ยนเทนนิส รายการ French grand slam 7 สมัย กลับได้แรงบันดาลใจจากความอึดอัดออกแบบเครื่องแต่งกายขึ้นมาใหม่ และด้วยความไม่หยุดนิ่งและวิสัยทัศน์ของเรเน่ ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วประหนึ่งได้รับพรจากพระเจ้า แม้จะเกิดวิกฤตเรื่องอัตลักษณ์เมื่อช่วงปลายศตวรรษที่ผ่านมา ก็กลายเป็นเพียงความทรงจำอันเลวร้ายแค่ช่วงเวลาหนึ่ง เพราะทีมงานมือฉมังได้ช่วยกันกอบกู้ไว้ได้

lacoste lpt

C for…Crocodile

เราๆ ท่านๆ รู้จักสัญลักษณ์จระเข้ชูหางนี้เป็นอย่างดี ถือเป็นตราสัญลักษณ์ที่มีผู้จดจำมากที่สุดก็เป็นได้ เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 1925 เมื่อ เรเน ลาคอสต์ นักเทนนิสชาวฝรั่งเศสเดินผ่านร้านกระเป๋าเดินทางหนังจระเข้และพูดกับ ปิแอร์ กิยู กัปตันทีมว่า ‘ถ้าผมชนะการแข่งนี้ คุณต้องซื้อกระเป๋าใบนี้เป็นของขวัญให้ผม’ และทีมฝรั่งเศสไม่ชนะในครั้งนั้น เรเนไม่ได้กระเป๋าจระเข้ใบนั้น แต่เขาต่อสู้เปรียบดังจระเข้ ต่อมาในปี 1927 เพื่อนรักนักกีฬา โรเบิร์ด จอร์จ ออกแบบจระเข้ปากกว้างสำหรับปักบนกระเป๋าแจ๊กเก็ตของเขาจนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว และในปีเดียวกัน เขาได้ออกแบบเสื้อคอปกจากผ้าเปอติต์ ปิเกเพื่อใช้สวมใส่ในสนามแข่งที่อบอ้าว และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์เสื้อผ้ากีฬาที่สง่างามของ Lasoste และเมื่อปี 2013 สัญลักษณ์จระเข้ชูหางตัวนี้ ถืออายุครบรอบ 80 ปี บริบูรณ์ โดยเฉลิมฉลองครอรอบด้วยคอลเลกชั่น L.12.12 ซึ่งเป็นหัวใจของแบรนด์ว่า L คือ Lacoste 1 คือเนื้อผ้าเปอติสต์ ปิเก 2 คือเสื้อแขนสั้น และ 12 คือหมายเลขเของเสื้อต้นแบบ

lacoste lot

L for…Life

จากแคมเปญที่บอกว่า Life is a Beautiful Sport ลาคอสต์ต้องการส่งมอบความสนุกในการใช้ชีวิต โดยการทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรมกลายมาเป็นจุดเด่น เพราะลาคอสต์คือแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาอย่างแท้จริง

lop polo

T for… Tennis 

หลายคนเข้าใจว่าลาคอสต์คือแบรนด์เครื่องแต่งกายสำหรับนักกีฬาเทนนิสมาตลอด อาจจะด้วยภาพติดตาที่มีให้เห็นกันมาตั้งแต่อดีต รวมถึงผู้ก่อนตั้งแบรนด์ยังเป็นนักเทนนิสที่มีลีลาการเล่นท้ายคอสอันเหนียวแน่น ไม่เพียงแค่เป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์นักกีฬาเทนนิสเท่านั้น มูลนิธิเรเน่ ลาคอสต์ (Rene′ Lacoste) ประเทศฝรั่งเศส ยังมีโครงการสนับสนุนเด็กให้ได้เข้าฝึกอบรมทักษะการเล่นเทนนิสจากสถาบันปิรามิดเทนนิส ซึ่งเป็นสถาบันสอนเทนนิสชื่อดังอีกด้วย

lopt fun

F for…Fun
อาจเป็นเพราะว่าลาคอสต์คือแบรนด์เครื่องแต่งกายแนวสปอร์ต ความสนุกเลยมักมาพร้อมกับการออกแบบทุกคอลเลกชั่นเสมอ อย่างเมื่อเดือนที่ผ่านมา ลาคอสต์คิดส์ ร่วมมือกับ Steven Harrington ศิลปินที่โด่งดังจากงานศิลปะสไตล์ไซคีเดลิคป็อป เพื่อสีสันให้กับเสื้อยืด โดยมีแรงบันดาลใจมจากความหลากหลายของวัฒนธรรมที่น่าค้นหาในแคลิฟอร์เนีย รวมไปถึงคอลเลกชั่นลายพิมพ์สไตล์เรโทรที่ถ่ายทอดความเป็นสปอร์ตผสมกลิ่นอายยุค 1990s ลงบนเสื้อโปโลคอลเลกชั่น The Vintage Ads เห็นไหมล่ะว่าชุดกีฬาไม่จำเป็นต้องเรียบง่ายเสมอไป สนุกกับมันบ้างก็ได้

lacoste run

S for…Style

เห็นได้ชัดว่าลาคอสต์เป็นแบรนด์ที่มีสไตล์ รวมไปถึงมีความพรีเมี่ยม แต่ถึงอย่างไรลาคอสต์ก็ไม่เคยทรยศต่อ DNA ของตัวเอง เอกลักษณ์ยังคงเป็น ‘Sport Inspired’ เสมอ ที่สำคัญลาคอสไม่เคยเข้าไปแข่งขันกับตลาดอุปกรณ์กีฬา เพราะนั้นไม่ใช่สนามแข่งของพวกเขา

Related Post

SUMMER SPORTS

LACOSTE LIVE

ความสนุกของ Lacoste Live ในฤดูร้อน 2015 เกิดขึ้นจาก ‘แสงแรกของดวงอาทิตย์ เช้าแรกของฤดูร้อนส่องมายังริมฝั่งทะเลมอบความอบอุ่นให้แก่พื้นสนามกีฬา เสื้อลายพิมพ์ Bandana แผ่กระจัดกระจายท้าไออุ่น’ เทคนิคต่างๆไม่ว่าจะเป็น การหวนนึกถึงสถานที่เดิม การสลับสับเปลี่ยนของกาลเวลา หรือการผสมผสาน ล้วนแต่มีส่วนช่วยผลักดันให้เกิดองค์ประกอบกราฟฟิกซึ่งลบล้างทุกกฏเกณฑ์ แรงบันดาลใจเหล่านี้แทรกซึมอยู่ทั่วไปในเครื่องแต่งกายประจำฤดูกาลนี้ ทั้งเส้นตรง ลายจุดและลายซิคแซค ลายพิมพ์ Bandana รวมไปถึงลวดลายของมหาสมุทร ลายคลื่นกระทบประการัง ขุมทรัพย์ใต้ท้องทะเลอย่างแจกันโบราณปรากฏให้เห็นบนเสื้อโปโล เสื้อจัมเปอร์ แจ็กเก็ต และหมวก ช่วยส่งให้มีคอลเลกชั่นนี้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

012_LACOSTE_LIVE_SS15_Menswear_Look_Book

lacoste lopt3

002_LACOSTE_LIVE_SS15_Menswear_Look_Book

lacoste lopt3

locaste lopt 1

lacoste lopt 2

KENZO

สิ่งที่ทำให้หนุ่มชาวฝรั่งเศสแตกต่างและโดดเด่น คือความเป็นตัวของตัวเอง สนุกสนานและมีสไตล์ ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนได้ทันที ซึ่งสไตล์แบบหนุ่มฝรั่งเศสนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ เคนโซ ในคอลเลกชั่นฤดูร้อน…ซิลูเอททรงสี่เหลี่ยมจตุรัสให้ความรู้สึกคล่องแคล่ว และผ้าลื่นตัดกับโครงสร้างที่ดูเป็นทางการในชุดสุดคลาสสิก เข็มกลัดลายโฮโลกราฟฟิก (Holographic) ประดับคู่กับสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็น ปาริเซียง รวมไปถึงการเฉลิมฉลองให้แก่ความรุ่งโรจน์ของเมืองสีสันแห่งประวัติศาสตร์ รวมถึงวัฒนธรรมสกู๊ตเตอร์ (Scooter Culture) คือการสวมเสื้อกันหนาวแบบพาร์ก้า ที่เต็มไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งาน เป็นสิ่งที่คำนึงถึงเป็นอันดับแรกจากสภาพอากาศที่แปรปรวน จนเป็นที่มาของกางเกงสำหรับนักบิดและกางเกงขาสั้น เข้าคู่กับคาบานส์ยีนส์ เสื้อกั๊กหนังกลับมาพร้อมสายคาดเอว สายยางคาดที่ช่วง ปกคอเสื้อ ลายจุด และผ้าคอตตอนอย่างหนาคล้ายผ้าเดนิม ความหลงใหลในสไตล์ของฝรั่งเศสสามารถเห็นได้จากลายปริ๊นท์และการปักลาย ไม่ว่าจะเป็นหอไอเฟลที่ทำจากผ้าแจคการ์ต ลายแตกและเย็บอย่างเป็นทางยาวของลายทางเบรตันคลาสสิก และผ้านิตถักแบบชุดของตัวละครชื่อคอเซทท์ (Cosette)

สีหลักของฤดูกาลนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับสีของกล่องมาการองโทนพาสเทล ไม่ว่าจะเป็นสีชมพู สีเขียวมิ๊นต์ สีควันบุหรี่และสีฟ้าอันเป็นสีหลักของฤดูกาล เข้ากันกับสีพื้นได้แก่สีขาวและสีดำของรองเท้าที่ชวนให้นึกถึงนักปั่นชาวฝรั่งเศส กระเป๋าถือบริฟเคสทรงทันสมัยแบบคนเมืองและกระเป๋าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเลอกอร์บูซีเย (Le Corbusier ) ชวนให้ระลึกถึงสัญลักษณ์ความเป็นชาวฝรั่งเศส
แคลรอล ลิมและฮัมเบอร์โต ลีอง

loptimum kenzo 9

loptimum kenzo 4

loptimumkenzo 0

kenzo loptim1

TOPMAN

ในฤดูร้อนนี้ Topman นำเสนอความเป็นสปอร์ตผ่าน 3 สไตล์ ทั้ง ‘Futurist’ นำเสนอวิธีคอนสตรัคชั่นที่มาพร้อมกับเทคนิกแปลกใหม่ ผ่านโครงร่างที่ดูเรียบง่ายสะอาดตา สื่อถึงอิทธิพลของสปอร์ตแวร์ โดดเด่นด้วยลายกราฟิกรูปผลไม้ที่ได้รับการปรับแต่งด้วยคอมพิวเตอร์ ‘Memphis Sport’ งานสปอร์ตแวร์ที่ได้รับการอัพเดทในเฉดสีพาสเทล และอิทธิพลของงานศิลปะจากการเคลื่อนไหวทางศิลปะที่รู้จักกันในชื่อ Memphis movemen สนุกกับการเล่นสี tone-on-tone ‘Hard 90s’ ลุคสปอร์ตแบบแคชชวล กับเลือกใช้เนื้อผ้าโมโนโครมที่มีเท็กซ์เจอร์เป็นหลัก ไฮไลต์อยู่ที่ทรงขากางเกงที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และเสื้อเชิร์ตแบบโอเวอร์ไซส์ ในโทนสีแดง และชมพูช่วยเสริมความสดใสให้กับโทนสีดำขาว สโตน และเทา คียไอเท็มอยู่ที่เสื้อเชิ้ตฟุตบอล และหมวก bucket hat ‘Romeo’ อิทธิพลของภาพยนตร์ยอดฮิตของบาซ เลอร์มานน์ นำสไตล์ของยุค 1990s มาปรับใช้กับป๊อปคัลเจอร์อันแสนหวานในช่วง 1950s งานพรินต์ คือหัวใจสำคัญ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากโชว์ของ Marc Jacobs

Topman lopt2

Topman loptm3

Topman lopt1

Topman lopt 5

Topman loptm 7

Related Post