Posts

หล่อให้สุดด้วยชุดสูทสไตล์ต่างๆ ของสายลับ 007

ถามว่าใครคือผู้ชายที่คนทั้งโลกเฝ้าใฝ่ฝันว่าจะเป็น หนึ่งในนั้นย่อมหนีไม่พ้นตัวละครจากนิยายสายลับสุดคลาสสิคอย่างเจมส์ บอนด์ 007 ซึ่งเป็นต้นแบบของชายหนุ่มมาดดี คารมเจ๋ง ฉลาดและแข็งแกร่ง มีเสน่ห์เหลือหลาย แถมยังกระเป๋าหนัก และที่สำคัญพยัคฆ์ร้าย 007 ยังดูดีเสมอในชุดสูทเนี้ยบกริบชนิดที่แผ่รังสีมาแต่ไกล แน่นอนว่าฝ่ายคอสตูมต้องทำการบ้านอย่างหนักเพื่อเลือกเฟ้นชุดสูทที่ใส่แล้ว ‘ส่งเสริม’ คาแร็กเตอร์ ไม่ใช่ทำลาย จึงไม่ผิดนักถ้าเราจะลองทำความรู้จักและเรียนรู้การใส่สูทต่างๆ จากบอนด์

พยัคฆ์ร้าย 007 ปรากฎบนจอหนังครั้งแรกในปี พ.ศ. 2505 โดยใช้ชื่อตอนว่า ‘Dr. No’ ภาพของนักแสดงหนุ่ม (ในตอนนั้น) ฌอน คอนเนอรี ยังตราตรึงในใจทุกคนอยู่ คอนเนอรีในบทบาทสายลับ 007 อยู่ในชุดสูท 3 ชิ้น รวมด้วยโค้ตตัวยาวจาก Anthony Sinclair (แอนโธนี ซินแคลร์) ทั้ง 6 ภาคที่คอนเนอรีแสดงนำ แต่งครบเซตทั้งสปอร์ตแวร์ ดินเนอร์ แจ๊กเก็ต และทักซิโด้

ให้ตายสิ จะมีใครใส่สูทสีขาวกลัดดอกไม้แดงได้เท่เท่าณอนอีก

ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 จอร์จ ลาเซนบี ปรากฎตัวในตอน ‘On Her Majesty’s Secret Service’ (และกลายเป็นตอนเดียวของเขา) ในชุดสูทของ Dimi Major (ดีมี เมเจอร์) ในสไตล์คลาสสิกอิงลิช ดินเนอร์ แจ๊กเก็ต ลุคเด่นได้แก่ชุดสูทผ้าลินินสีขาวและชุดสูทกระดุม 2 แถว

แม้โผล่มาตอนเดียวแต่ก็ยังไม่ทิ้งมาดสายลับ

 

การมาถึงของโรเจอร์ มัวร์ ในพ.ศ. 2516 กับตอน ‘Live and Let Die’ ก็ถึงตาของ Douglas Hayward (ดักลาส ฮาวาร์ด) ร้านตัดสูทเก่าแก่ของประเทศอังกฤษที่มัวร์มักจะปรากฎตัวในชุดสูท 3 ชิ้น ตัดเย็บจากผ้าขนสัตว์ลายทางทั้งแบบกระดุมแถวเดียวและแบบ 2 แถว รวมถึง Morning Coat ยังไม่นับเนคไทลายทะแยงสลับสีแดงที่แฟนพันธ์แท้ย่อมจำได้ไม่ลืม

หนึ่งในนักแสดงที่ได้รับบทเจมส์ บอนด์ ยาวนานถึง 7 ภาค

 

อีก 2 ปีต่อมา ทิโมธี ดาลตัน ได้รับบทเจมส์ บอนด์ ครั้งแรกในตอน ‘The Living Daylights’ ซึ่งเป็นสายลับเพียงคนเดียว ที่ไม่มีการบันทึกว่าดาลตันใส่ชุดสูทของแบรนด์อะไร แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าทั้ง 2 ตอน ที่ดาลตันแสดงนำ (The Living Daylights และ Licence to Kill) เป็นภาคที่บอนด์แต่งตัวลำลองมากที่สุดแล้ว (ไม่นับทรงผมที่ยุ่งเหยิงตลอดเวลา)

สายลับ 007 ที่ลำลองและผ่อนคลายมากที่สุด

เมื่อ เพียร์ซ บรอสแนน มารับบทสายลับใน ‘Golden Eyes’ ปีพ.ศ. 2538 บรอสแนนปรากฎตัวในชุดสูทคัตติ้งคมกริบของ Brioni (บริโอนี) ไม่ว่าจะชุดสูท 3 ชิ้น แจ๊กเก็ตตัวยาว แจ๊กเก็ตกระดุม 2 แถว ปกสไตล์ Peaked Lapels ทักซิโด้ รวมไปถึงสูทผ้าลินินในตอน ‘Die Another Day’ ส่วนตอนสุดท้ายของบรอสแมนอย่าง ‘The World Is Not Enough’ ก็ได้ชื่อว่าเป็นเจมส์ บอนด์ที่แต่งตัวดีที่สุด

เจมส์ บอนด์ ภาคนี้ได้รับการขนานามว่าแต่งตัวดีที่สุด

เจมส์ บอนด์คนล่าสุดได้แก่ แดเนียล เคร็ก ปรากฎตัวในชุดสูทของบริโอนีใน ‘Casino Royale’ ปี พ.ศ. 2549 เพียงตอนเดียว หลังจากนั้น บอนด์คนล่าสุดก็เปลี่ยนไปสวมชุดสูทของ Tom Ford (ทอม ฟอร์ด) ในแทบทุกภาค ไม่ว่าจะแจ๊กเก็ตทรง Regency กระดุม 2 เม็ด หรือแจ๊กเก็ตทรง O’ Connor กระดุม 3 เม็ด ที่ทอม ฟอร์ด ดูแลลุคให้ตั้งแต่หัวจรดเท้า

เมื่อทอม ฟอร์ด เริ่มเข้ามาคุมเจมส์ บอนด์ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

Related Post

LACOSTE X M/M Paris การร่วมงานกับศิลปินดูโอผู้ไม่เคยหยุดสร้างสรรค์ผลงาน

การเป็นศิลปินยุคนี้ไม่ได้จำกัดว่าคุณต้องทำงานสื่อแขนงใดแขนงหนึ่งไปตลอดชีวิต เพราะศิลปะนั้นเปิดกว้าง ผู้ที่เข้าใจงานศิลป์อย่างถ่องแท้ต่างหากที่สามารถประยุกต์ใช้ หรือนำพาไอเดียอันโลดแล่นของตนให้ไปไกลเกินกว่าจินตนาการของผู้คน

Mathias Augustyniak และ Michael Amzalag หรือที่รู้จักกันในนามว่า M/M Paris เป็นตัวอย่างอันดีของนักออกแบบที่ไม่ยอมศิโรราบให้กับขีดจำกัดใดๆ เมื่อพวกเขาสามารถถ่ายทอดตัวตนผ่านภาพและองค์ประกอบต่างๆ ได้โดยที่ยังไม่ทิ้งเอกลักษณ์ลายเซ็นต์ของตัวเอง ไม่ว่าพวกเขาจะจับหยิบจับงานไหนก็ล้วนได้ความสนใจจากผู้คน ทั้งงานแฟชั่น ดนตรี ศิลปะร่วมสมัย ละครเวที เรื่อยไปจนถึงการสร้างน้ำหอมให้กับแบรนด์ Yohji Yamamoto หรือร่วมงานกับ Nicolas Ghesquière เพื่อสร้างลุคเรอเนสซองค์ให้ Balenciaga หรือทำงานร่วมกับ Jonathan Anderson สำหรับแบรนด์ Loewe และ JW Anderson รวมถึงการเป็นดีไซเนอร์หลักทำงานให้กับ Björk และออกแบบโปสเตอร์ให้กับสถาบันและองค์กรชั้นนำ อาทิ Lorient theatre, the Dijon Consortium และ Fiac นับตั้งแต่ปี 2005

 

Mathias Augustyniak และ Michael Amzalag

 

ล่าสุด คู่หูสัญชาติฝรั่งเศสยังได้รับการเชื้อเชิญจาก Felipe Oliveira Baptista, Creative Director ของ Lacoste ให้มาร่วมงานในคอลเล็กชั่นพิเศษ “ผมชื่นชอบงานของทั้งคู่ซึ่งมีความจัดจาน เป็นเอกลักษณ์ โดนใจ ผมชอบการผสานที่ลงตัวของอิสระทางความคิดในเรื่องการใช้โทนสีกับความเฉพาะของชิ้นงานที่ทั้งคู่สร้างสรรค์ออกมา” สิ่งที่ทั้งสองทำคือการใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษมาดัดเป็นรูปทรงๆ ต่างโดยใช้สองสีสลับกัน ก่อให้เกิดเป็นรูปร่างของจระเข้ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำแบรนด์ Lacoste (หากคุ้นเคยกับงานเก่าๆ ของพวกเขาจะเห็นว่าทั้งคู่ชอบเล่นกับตัวอักษรมาตั้งแต่ไหนแต่ไร)

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงแบรนด์ Lacoste คุณย่อมนึกถึงเสื้อโปโลและจระเข้บนหน้าอกด้านซ้าย แต่ M/M Paris ไปไกลว่านั้นด้วยการปักคำว่า Lacoste สีเขียวและแดงสลับกันแต่ยังดูเป็นจระเข้ รวมถึงเสื้อยืดสกรีนลายกราฟฟิก รองเท้าที่ปักลายด้านทั้งสองข้าง ส่วนใต้พื้นรองเท้าก็ใสจนสามารถมองเห็นลายกราฟฟิกด้านใน ที่บ่งบอกถึงตัวตนของ M/M Paris

สร้างความโดดเด่นให้กับหางจระเข้ด้วยตัว L และใช้ตัว E เพื่อสื่อถึงปากที่อ้ากว้างอยู่

โปโลคอลเล็กชั่นนี้มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ ขาว แดง น้ำเงิน

 

 

นับเป็นคอลเล็กชั่นที่แฟนขาประจำของ M/M Paris เห็นก็ต้องจำได้ ส่วนแฟนคลับดั้งเดิมของ Lacoste ที่คุ้นชินกับวัสดุและคุณภาพการตัดเย็บก็ต้องยิ่งชอบใจ เพราะถือเป็นสีสันและความแปลกใหม่ที่เพิ่มเข้ามาให้ห้องเสื้อที่มีชื่อชั้นอยู่ในวงการมาเป็นเวลานาน

LACOSTE X M/M Limited Edition Collection วางจำหน่ายแล้วที่ Lacoste Flagship Store @Central World ชั้น 2 และสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ Facebook.com/lacostethailand

Related Post

Fashion Manual: LFWM, What We Have Seen So Far

ย่างเข้าสู่วันที่ 3 ของ London Fashion Week: Men’s และนี่คือ 3 เทรนด์หลักที่เราเห็นตอนนี้

 

Colourful Winter

ซ้าย: LCFMA ขวา: Wood Wood

เปิดสัปดาห์แฟชั่นด้วยคอลเลกชั่นบัณฑิตจาก London College of Fashion สิ่งแรกที่ลอฟฟิเซียล ออมส์ สังเกตุเห็นคือสี สี สี และสี! โค้ทโอเวอร์ไซส์ตัวหนาตัดเย็บด้วยผ้าขนสัตว์หลากสี ผิดกับขนบเสื้อผ้าฤดูหนาวที่มักใช้สีเอิร์ธโทนหรือสีเข้มขรึม ในขณะที่แบรนด์อย่าง Tonsure x Woolmark ตอกย้ำเทรนด์นี้ด้วยบอมเบอร์แจ็กเก็ตไนลอนสีส้มสะท้อนแสง และโอเวอร์โค้ทสีเขียวไลท์กรีน

สีส้มและสีเขียวกลับมาอีกครั้งในคอลเลกชั่นของ Wood Wood รอบนี้ปรากฏบนปกเสื้อคลุมและดาวน์แจ็กเก็ต ส่วนคอมบิเนชั่นของสีที่ร้อนแรงที่สุดในสองวันแรกของ LFWM คงจะต้องยกให้ลุคที่ 3 จาก Band of Outsiders ที่เป็นเทรนช์โค้ทปกนอตช์สีเขียวหัวเป็ด สวมทับคอเต่าสีส้มสะท้อนแสง!

ซ้าย: Xander Zhou ขวา: Band of Outsiders

 

Everything Oversized

ซ้าย: Edward Crutchley ขวา: John Lawrence Sullivan

เห็นทีเราคงจะยังต้องเก็บกางเกงขาเดฟไว้ในตู้ เพราะปีนี้เสื้อผ้าโอเวอไซส์ยังคงอยู่และใหญ่ขึ้นกว่าเดิม!  Qasimi พานายแบบออกมาในกางเกงขาบานและบอมเบอร์แจ็กเก็ตที่ยาวคลุมหัวเข็มขัด ส่วน John Lawrence Sullivan ใช้สูทไหล่ตั้งแบบ 80s พร้อมกางเกงขาบานสีสด ตอกย้ำความโอเวอไซส์แบบซูเปอร์โอเวอไซส์โดย Edward Crutchley ที่นำเสนอแจ็กเก็ตที่ยาวจนเกือบคลุมเข่าเลยทีเดียว

ซ้าย: Qasimi ขวา: Tourne de Transmission

 

Hoodies

ซ้าย: Band of Outsiders ขวา: Edward Crutchley

ฮูดี้หรือเสื้อหนาวตัวหนาแบบมีหมวกคลุมในตัวคิดค้นขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1970 จากนั้นมันได้กลายมาเป็นเครื่องแบบประจำตัวของสาวกฮิปฮอปในยุคนั้น และแพร่หลายสู่กระแสหลักของวัยรุ่นอเมริกันในยุค 90s ยุคนี้มักใส่ฮูดี้แล้วสวมทับด้วยแจ็กเก็ตชั้นนอกอีกตัว (ถ้านึกไม่ออกให้เสิร์ชกูเกิ้ลว่า วงบอยสเก๊าท์) และในปี 2018 ฮูดี้กลับมาผงาดอีกครั้งในลอนดอนแฟชั่นวีค

ซ้าย: Tonsure x Woolmark ขวา: What We Wear

เหลืออีก 2 วันก่อนที่ LFWM จะจบลง เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่า จะมีเทรนด์ไหนโผล่มาอีก

รูปประกอบจาก nowfashion.com

Related Post

PAUL SMITH FALL/WINTER 2014

แม้อากาศยามนี้จะเริ่มผลัดเปลี่ยนฤดูกาล ดูหมองหม่นไปเสียทุกวัน แต่ใช่ว่า หนุ่มพอลสมิธ จะแต่งตัวอึมครึมตามอากาศไปเสียเมื่อไหร่ เพราะคอลเลกชั่นล่าสุดประจำฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2013 ได้หยิบเอาการตัดกันของโทนสีอย่าง สีเหลืองอำพัน สีส้มอิฐ สีน้ำเงินอมเขียวไล่เรียงไปจนถึงสีน้ำตาลอ่อนจนถึงสีดำ มาสร้างความรู้สึกโมเดิร์นและทันสมัย ผ่านแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวปารีส โดยในคอลเลกชั่นนี้ เราจะได้เห็นการใช้โอเวอร์โค้ทแบบทหารและกางเกงขายาวที่ผลิตจากหนังแกะมาให้เห็นเป็นชิ้นเด่นประจำฤดูกาลนี้ร่วมกับการใมช้ลายพิมพ์ฮาวทูธและลายพิมพ์หินอ่อนมาชวยเพิ่มลูกเล่นให้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยทั้งหมดถูกปรับให้สั้นลงสำหรับสวมใส่ไว้ใต้เสื้อคลุมแบบโอเวอร์โค้ทที่ตกแต่งด้วยกระดุมสองแถว

 

Related Post