Posts

โรลส์-รอยซ์ Phantom V คันพิเศษที่จอห์น เลนนอนได้ตกแต่งตามสไตล์ร็อกเกอร์ขนานแท้

โรลส์-รอยซ์ ประกาศฉลองครบรอบ 50 ปี อัลบั้ม “เซอร์เจียนต์ เปปเปอส์ โลนลี ฮาตส์ คลับ แบนด์ (Sgt. Pepper’s Lonely Hearts Club Band)” แห่งวงเดอะ บีเทิลส์ กำหนดจัดแสดงรถยนต์รุ่น Phantom V สีสันสดใสที่ศิลปินก้องโลกแห่งตำนาน จอห์น เลนนอน เคยใช้ขับขี่ไปยังบ้านพักในกรุงลอนดอน เพื่อให้สาธารณชนได้ร่วมยลโฉมรถยนต์แห่งประวัติศาสตร์อย่างใกล้ชิด ระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม 2 สิงหาคม 2560

ปัจจุบัน รถยนต์ Phantom V เป็นกรรมสิทธิ์ของพิพิธภัณฑ์ Royal British Columbia Museum ในประเทศแคนาดา โดย Phantom V จะเดินทางจากแคนาดามายังกรุงลอนดอนเพื่อร่วมจัดแสดงในงานแสดงสุดยอดยานยนต์ในตำนาน “The Great Eight Phantoms” ของ โรลส์-รอยซ์ ที่บอนแฮมส์ บนถนนบอนด์สตรีท ซึ่งเป็นย่านใจกลางเมืองที่ศิลปินชื่อดัง จอห์น เลนนอน มักใช้รถยนต์คันนี้ขับไปเยือนอยู่เสมอในช่วงปลายทศวรรษที่ 1960

เป็นเวลากว่า 50 ปีมาแล้ว ที่วงเดอะ บีเทิลส์ ซึ่งมี จอห์น เลนนอน เป็นสมาชิกก่อตั้งวงมีเพลงฮิตติดชาร์ตมากมาย อาทิ I Saw Her Standing There, Can’t Buy Me Love, A Hard Day’s Night, All My Loving, I Should Have Known Better และ I Feel Fine

ในวันที่ 3 มิถุนายน 1965 วันเดียวกับที่ เอ็ดเวิร์ด เอช. ไวท์ เดินทางไปกับกระสวยอวกาศโครงการเจมินี 4 (Gemini 4) และได้เป็นชาวอเมริกันคนแรกที่ได้เดินทางในอวกาศ แต่ จอห์น เลนนอน ได้รับสิ่งที่พิเศษยิ่งกว่า นั่นคือรถยนต์ โรลส์-รอยซ์ รุ่น Phantom V ในสีวาเลนไทน์แบล็ค (Valentine Black) ซึ่งต่อมา เขากล่าวว่า เขาต้องการเป็นมหาเศรษฐีแบบหลุดโลกอยู่เสมอ และรถยนต์แฟนธอมคือก้าวสำคัญที่จะทำให้ความฝันของเขาเป็นจริง

เลนนอนได้ทำการตกแต่งรถยนต์ Phantom V ใหม่ให้เป็นสไตล์นักร้องเพลงร็อกขนานแท้ โดยปรับเบาะหลังใหม่ให้เป็นเบาะนอนแบบดับเบิลเบด พร้อมติดตั้งโทรทัศน์ โทรศัพท์ และตู้เย็น รวมถึงเครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบแนวตั้งและระบบเสียงที่สั่งผลิตพิเศษ (รวมถึงเครื่องกระจายเสียงด้านนอกตัวรถ)

Related Post

คุยกับวิคเตอร์ บรอนหัวเรือใหญ่แห่งแผนกบีสโป๊คของโรลส์-รอยซ์

As your wish

เชื่อเราเถอะว่า Rolls-Royce เป็นแบรนด์รถยนต์ที่ตามใจคุณมากที่สุดบนโลกนี้แล้ว เพราะเขามีนักออกแบบเฉพาะถึงสี่คนมาตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ เรามาพูดคุยกับหนึ่งในทีมกันดีกว่า

บรรดาเศรษฐีที่มียอดเงินในบัญชีธนาคารเกินคาดนั้น ก็ชอบทำอะไรที่เกินคาดเช่นกัน คอลเลกชั่นรถยนต์ส่วนตัวของพวกเขาก็ต้องเกินธรรมดากว่าใคร Rolls-Royce (โรลส์-รอยซ์) เองก็มีหน้าที่ทำการบ้านหนักทุกครั้งที่ได้รับคำสั่งซื้อรถยนต์ผ่านบริการ BeSpoke ลอปติมัมได้มีโอกาสพูดคุยกับ Victor Braun (วิคเตอร์ บรอน) หนึ่งในสี่หัวเรือใหญ่แห่ง Rolls-Royce Bespoke ที่ทำหน้าที่ออกแบบรถยนต์ตามความต้องการที่แตกต่างและเฉพาะของลูกค้า

8L1A8006

เขามีดีกรีปริญญาโทด้านการออกแบบยานยนต์จาก Strate School of Design และได้ผ่านการร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์มาแล้วทั้ง Hermes (แอร์เมส) และแบรนด์อื่นๆ ที่มีชื่อเสียง และเขาก็เป็นหนึ่งในทีมผู้ออกแบบคอลเลกชั่นกระเป๋าเดินทางให้กับ BMW i8 ที่ผลิตจากเส้นใยคาร์บอน เป็นหนึ่งในการผสมผสานดีไซน์ล้ำยุคเข้ากับวัสดุอันล้ำสมัย ก่อนที่จะเข้ามาร่วมทีม Rolls-Royce อย่างเป็นทางการอีกด้วยหากคุณยังจำ Rolls-Royce Ghost รุ่นฐานล้อยาว ‘คชมงคล’ สีขาวนวลคาดด้วยเส้นโค้ชไลน์รูปช้างเผือกอยู่ข้างตัวรถ ที่ปรากฏโฉมในงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 37 ประจำปี 2016 และรุ่น Opus ที่ครองใจมหาเศรษฐีทั่วโลกทั้งสองคันกันได้ นั่นคือผลงานการออกแบบของเขาคนนี้นี่ล่ะ

เริ่มต้นการ Bespoke 

ผมต้องพูดคุยกับลูกค้าถึงความต้องการของพวกเขาก่อน หลังจากนั้นก็จะให้ลูกค้าได้ดูแบบร่างและขึ้นรูปตัวอย่างก่อนว่าตรงกับความต้องการไหม และหลังจากนั้นเราถึงจะผลิตออกมาให้ตรงกับความต้องการในใจของลูกค้ามากที่สุด

8L1A8036

แต่ละคันใช้เวลานานไหม

รุ่นทั่วไปจะใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 6 เดือน แต่สำหรับรุ่น Bespoke ที่ทำขึ้นพิเศษ นั้นอาจจะ 1 ปีหรือมากกว่านั้น เพราะแต่ละคันจะมีรายละเอียดความยากที่แตกต่างกัน ยิ่งถ้ามีรายละเอียดในแต่ละจุดมากก็จะใช้เวลามากขึ้นตามไปด้วย รุ่นคชมงคลเองก็ใช้เวลาผลิตประมาณหนึ่งปีเช่นกัน

คันที่เสร็จไปแล้วและคิดว่ายากที่สุด

คงหนีไม่พ้นเจ้า Opus เพราะการนำแรงบันดาลใจในเรื่องของดนตรีมาใส่เป็นรายละเอียดในรถนั้นต้องคำนึงทั้งเรื่องสีและความสวยงาม รายละเอียดของไม้ ขั้นตอนในการทำ เลเยอร์ของไม้แต่ละชิ้น และสิ่งที่เราจะสื่อให้รู้สึกได้ถึงว่าใช้เปียโนมาเป็นแรงบันดาลใจ

8L1A7975

ส่วนใหญ่ลูกค้าสนใจรุ่น Bespoke หรือ
รุ่นธรรมดามากกว่ากันเวลาเลือกซื้ออาจจะฟังดูน่าประหลาดใจแต่เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าทั้งหมดที่ซื้อ Rolls-Royce นั้นเลือกซื้อรุ่น Bespoke มากถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ส่วนรุ่นมาตรฐานนั้นจะมีสัดส่วนเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เป็นเพราะว่าลูกค้าส่วนใหญ่ก็มีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน และอยากจะครอบครองรถยนต์ที่ไม่เหมือนใครเช่นกัน

กุญแจแห่งความสำเร็จในการ Bespoke

การรับโจทย์ที่ลูกค้าส่งมาให้ ตีความหมายแล้วทำให้สำเร็จตามความต้องการก็คือความสำเร็จแล้วครับ เพราะถ้าลูกค้าถูกใจกับการออกแบบที่เราเสนอไปตั้งแต่เริ่มต้นจนออกมาเป็นรถจริง ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องกังวลอีกต่อไป

8L1A7974

การพัฒนาการออกแบบ Rolls-Royce ในอนาคต

เรามองถึงการใช้วัสดุใหม่ๆ แรงบันดาลใจใหม่ๆ และการเข้าถึงวัฒนธรรมของแต่ละประเทศเพื่อจะตอบโจทย์ลูกค้า และการร่วมมือกับศิลปินเพื่อที่จะเพิ่มความหรูหราเข้าไปในชิ้นงานแต่ละชิ้น และเร็วๆ นี้เราก็กำลังจะเปิดตัวรุ่นที่ทำงานร่วมกับศิลปินด้วยครับ

Related Post

ทิ้งทวนก่อนจากกับคูเป้สุดหรูรุ่นสุดท้ายจาก Rolls-Royce

Rolls-Royce_Phantom_Zenith_Collection_1

บริษัทผลิตรถหรูจากประเทศอังกฤษอย่าง โรลส์-รอยซ์ ได้เผยโฉม Phantom Zenith Collection รุ่นพิเศษที่มีเฉพาะรุ่น แฟนธอม ดรอปเฮด คูเป้ และแฟนธอม คูเป้ เท่านั้น เนื่องจากเป็นรุ่นส่งท้ายของเจเนอเรชั่นปัจจุบัน ก่อนที่แฟนธอม เจเนอเรชั่นใหม่จะเหลือเพียงแค่รุ่น 4 ประตูเท่านั้น

Phantom-Zenith-Collection-8

Phantom Zenith รถรุ่นพิเศษที่พกความหรูหรามาอย่างครบครัน และเป็นสุดยอดแห่งยนตกรรมบีสโป๊ก ที่เพิ่มความหรูหราด้วยล้ออัลลอยสีดำเงาพร้อมหุ้มด้วยยางสีดำแถบขาวเพิ่มความโดดเด่น และสีตัวถังก็เป็นสีที่บ่งบอกถึงความเป็นประวัติศาสตร์ของตัวรถรุ่นนี้ เช่น Phantom Coupe สีแดงเข้ม มาเดียมา เรด และสีเทา จูบิลี ซิลเวอร์ จาก Phantom Series II ในยุคปี 1930 ภายในมีการปรับแต่งเป็นพิเศษ ทั้งตกแต่งแผงประตูด้วยวัสดุโลหะที่แกะสลักด้วยเลเซอร์ และรายละเอียดอื่น อาทิเช่น มาตรวัดความเร็ว มาตรวัดรอบ กับนาฬิกาเป็นวัสดุสตีลขัดลายฝีแปรง ขอบหน้าปัดสีส้ม บลัด-ออเรนจ์ รวมไปถึงกล่องอลูมิเนียมสีดำ Z Box ที่อยู่บริเวณคอนโซลหน้าพร้อมกับระบุตัวเลขตัวถังที่แกะสลักด้วยเลเซอร์

Rolls-Royce-Zenith-Phantom-Collection-10
ส่วนห้องเก็บสัมภาระส่วนท้ายได้รับการติดตั้งชุดปิกนิก ที่วางแก้ว พร้อมตู้แช่แชมเปญ อีกทั้งยังมีเบาะรองนั่งเพื่อความสะดวกสบาย นอกจากนี้ในรุ่น 2 ประตูหลังคาแข็งมาพร้อมกับผ้าบุเพดาน ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ขึ้นเป็นครั้งแรกโดยการทอมือในยนตรกรรมแฟนธอม คูเป้ ทีเรียงร้อยด้วยดาวเข้าด้วยกัน ที่เรียกว่า Starlight Headliner เพิ่มความหรูหราโรแมนติกยิ่งขึ้น ในส่วนระบบขับเคลื่อนได้ใช้เครื่องยนต์เบนซิน V12 ความจุ 6.8 ลิตร ที่รีดพละกำลังได้สูงสุด 459 แรงม้า ที่รอบ 5,350 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 720 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบต่อนาที จับคู่ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ถูกขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง Rolls-Royce รุ่นพิเศษนี้ได้เปิดให้จับจองเพียง 50 คันเท่านั้น แฟนพันธุ์แท้ โรลส์-รอยซ์ ไม่ควรพลาดกับรุ่นอำลาตัวถังคูเป้-เปิดประทุนนี้

Content by Thachakorn Meeprasert

Related Post

‘Black Badge’ ยนตรกรรมที่จะเปลี่ยนแปลง Rolls-Royce ครั้งยิ่งใหญ่

แบล็ค แบดจ์ เป็นการเปลี่ยนแปลงตัวตนของโรลส์-รอยซ์ ให้เป็นตัวตนที่น่าค้นหา หนักแน่น เชื่อมั่น และทรงพลังมากยิ่งขึ้น โรลส์-รอยซ์ สร้างสรรค์ให้ “แบล็ค แบดจ์” คือที่สุดของยนตรกรรมในตลาดรถยนต์ระดับหรู ทำให้ผลลัพท์ที่ได้คือ Ghost Black Badge และ Wraith Black Badge ทั้งสองรุ่นนั้นจะผ่านการ Bespoke เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง การทำงานร่วมกันระหว่างแบรนด์และลูกค้าทำให้เกิดความพึงพอใจสูงสุดสำหรับลูกค้าทุกครั้งที่ได้ก้าวเข้ามานั่งในโรลส์-รอยซ์

Duo Black Badge_1

รุ่น Ghost Black Badge ใช้เครื่องยนต์แบบ วี 12 สูบ ขนาด 6.6 ลิตร ผลิตพละกำลัง 603 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มาพร้อมกับระบบช่วงล่าง และการบังคับพวงมาลัย รวมถึงเพลาขับใหม่ช่วยให้โกสต์นั้นตอบสนองได้ในทุกเส้นทางได้อย่างแม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนรุ่น Wraith Black Badge โรลส์-รอยซ์ที่ทรงพลังมากที่สุด ณ ขณะนี้ มาพร้อมเครื่องยนต์ที่ผลิตแรงม้าได้มากถึง 623 แรงม้า มาพร้อมกับสมรรถนะความคล่องตัวสูง คงไว้ซึ่งคุณลักษณะในการขับขี่ที่ง่ายดาย และนุ่มนวลราวพรมวิเศษ ภายในห้องโดยสารของทั้งสองรุ่นนั้นทางโรลส์-รอยซ์ได้ทำการตกแต่งให้หัวใจสำคัญของห้องโดยสารคือพื้นผิวที่ประกอบขึ้นด้วยเส้นใยคาร์บอนและอะลูมิเนียมแบบเดียวกับที่ใช้ในยานอวกาศ ซึ่งจะพบเห็นได้จากพื้นผิวภายนอกของเครื่องบินทิ้งระเบิดสเตลท์ วัสดุแห่งโลกอนาคตได้ถูกนำมาปรับใช้ที่โรงงานกู้ดวูด ประเทศอังกฤษเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมของวัสดุที่หรูหราระดับโลก พื้นผิวของวัสดุนี้เคลือบเงาถึง 6 ชั้น และพักไว้นานถึง 72 ชั่วโมงก่อนที่จะขัดเงาด้วยมือให้ได้พื้นผิวที่ใสราวกับกระจกบ่งบอกถึงความสมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด

Content by Poramin T.

Related Post